“คุณแม่! ดูแม่นั่นสิคะ ทำตัวยังกับเป็เ้าของบ้านยังไงยังงั้นล่ะคะ สุชักจะหมั่นไส้มันขึ้นทุกวันๆ แล้วนะคะ พี่ปลายดูสิคะ มันจงใจจะแต่งตัวมายั่วผู้ชายชัดๆ เลย”
สุชาดาพูดด้วยน้ำเสียงชิงชัง ขณะที่นั่งร่วมวงกันที่โต๊ะในงานเลี้ยงต้อนรับของปลาย เขาหันไปดูคนที่สุชาดาพูดถึง พร้อมกับตะลึงกับภาพที่เขาเห็น เพราะเทียมหทัยนั้นอยู่ในชุดราตรีสีครีมยาวถึงข้อเท้า
ชุดของเธอสวยเข้ารูป ด้านหลังเปิดกว้างเพื่อเผยให้เห็นแผ่นหลังที่สง่างาม เอวกิ่วรับกับสะโพกเข้ารูป ผิวขาวเนียนนวลรับกับชุดที่เธอใส่ยิ่งนัก แต่เขาก็ต้องเปลี่ยนแววตาจากชื่นชมมาเป็เกลียดชังอีกครั้ง
เพราะภาพที่เขาเห็นนั้น เป็ภาพที่เธอกำลังตรวจดูความเรียบร้อยของงานโดยมีปัญญาเพื่อนรักของเขาคอยเดินเคียงข้างเธอเป็เงาตามตัว
เขาเองก็รู้มาจากพรรณีว่าปัญญานั้นแสดงความจำนงต่อแม่เขาว่าสนใจเทียมหทัย และขออนุญาตพรรณีเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดเทียมหทัยให้มากขึ้น เผื่อว่าสักวันเธอจะเห็นใจเขาบ้าง
ซึ่งพรรณีเองนั้นก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เพราะปัญญาก็เป็คนดี ทั้งกรรชัย และคุณพร้อมเองก็รู้สึกถูกชะตากับเขา และเธอเองจะดีใจมากๆ เลย หากปัญญาทำให้เทียมหทัยรักและลืมความหลังที่เ็ปได้ เพราะเธออยากจะได้เทียมหทัยคนเดิมกลับมาเต็มที
“ผมขอตัวนะครับ”
ปลายพูดตัดบทและลุกเดินตรงรี่ไปหาร่างระหงที่ถูกพูดถึง
“ปลายคะรอสาด้วย” เสียงวันวิสาข์เรียกตามพร้อมทั้งลุกเดินตามเขาไป
“อ้าว! ว่าไงเ้าปลายทักทายแขกที่มาครบหรือยังวะ งานใหญ่นะแกนี่” ปัญญาทักเพื่อนที่เดินตรงมาหา
“แล้วแกล่ะปัญญาไม่เห็นจะไปเข้ากลุ่มเพื่อนๆ ของเราเลยพวกนั้นมันถามหาอยู่ทางโน้นแน่ะ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ สายตานั้นมองเทียมหทัยกวาดั้แ่หัวจรดเท้า เขาไม่นึกแปลกในเลยว่าทำไมเพื่อนเขาคนนี้ถึงไม่ยอมห่างจากหล่อนเสียที มัน ทำให้เขาไม่เข้าใจว่า จากรูปร่างที่ได้ส่วนสัด บวกกับหน้าตาที่ดีสะสวยของเธอ
ทำไมถึงจะต้องมายอมกินน้ำใต้ศอกแม่ของเขาด้วย ถ้าเื่ที่เขาคิดมันเป็ความจริง แต่เขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อซะทีเดียว แต่จะมีอะไรที่ไม่จริงอีก ก็ในเมื่อเ้าตัวนั้นยอมรับกับเขาเมื่อไม่กี่วันมานี่ หลังจากที่ได้ต่อปากต่อคำกันเป็ครั้งแรก
หญิงสาวรู้สึกไม่ชอบใจในสายตาเขาที่มองเธอเอาเสียเลย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะไม่อยากให้ปัญญารู้ว่าระหว่างเขากับเธอนั้นเป็ยังไง
“แหม! เพื่อนๆ ฉันก็ไปทักพวกมันกันครบแล้วนะ พอดีอยากจะช่วยงานขิมเขาน่ะ เห็นวุ่นๆ อยู่ จริงมั้ยครับขิม”
เขาพูดพลางหันไปหาเทียมหทัย
“ไม่เป็ไรค่ะพี่หมอ ขิมดูแลเองได้ พี่หมอไปสนุกกับเพื่อนๆ เถอะค่ะ นานๆ จะมาเจอกันสักที”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ พวกนั้นไว้นัดกันดื่มวันหลังก็ได้ เจอกันทุกวัน จริงมั้ยวะปลาย จริงมั้ยครับคุณสา”
ปัญญาพูดพร้อมมองไปหากลุ่มเพื่อนๆ ผู้มีอันจะกินของเขาที่นั่งตั้งหน้าตั้งตาดื่มและสรวลเสเฮฮาอยู่ที่โต๊ะจัดเลี้ยง และสนุกกับการแสดงต่างๆ บนเวทีอยู่
“สาก็ว่าอย่างนั้นล่ะค่ะปลาย ดูคุณขิมสิเตรียมงานั้แ่เช้าแล้วนะคะมีปัญญาคอยช่วยอีกคนจะได้ไม่เหนื่อย จริงมั้ยคะคุณขิม”
วันวิสาข์พูดด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตรกับเธอ เพราะเธอเองก็รู้สึกถูกชะตากับเทียมหทัยั้แ่แรกเห็นแล้ว
“ก็ตามใจแกสิ มานั่งที่บ้านก็ได้นะ แต่ต้องมาก่อนที่ฉันจะเข้าไปรับงานจากคุณพ่อนะ เพราะถ้ามาหลังจากนั้นฉันไม่ว่างหวะ เพราะต้องรีบสะสางงานต่อจากพ่อไม่มีเวลามาให้พวกแกแน่ ไม่รู้ว่ามีอะไรที่ฉันยังไม่รู้หรือเปล่าก็ไม่รู้ที่บริษัท”
เขาบอก พลางสายตากวาดมองมาที่เทียมหทัยเพื่อหาพิรุธ แต่ก็พบแต่ใบหน้าสวยเรียวงาม ที่ถูกแต่งไว้ด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ แต่พองามแทน
“สาก็เหมือนกันค่ะตอนนี้เริ่มไปช่วยงานคุณพ่อบ้างแล้วยุ่งน่าดูเลย”
“พี่ปลายคะดูสิคะว่าใครมา”
สุชาดาเดินมาเกาะแขนพี่ชายให้มองไปที่แขกที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในงาน ทำให้สายตาของทุกคู่มองไปที่จุดเดียวกัน และมันก็ทำให้เทียมหทัยนั้นถึงกับทำสีหน้าไม่ถูกและพูดอะไรไม่ออกกับแขกคนนี้ เท่าที่เธอจำได้เขาไม่ได้อยู่ในรายชื่อเลย
ภาพที่เธอเห็นนั้นก็คือธรรทรและชุติมาพร้อมกับลูกชายวัย สองขวบหน้าตาน่ารักกำลังเดินมาในงาน พร้อมทั้งอลงกรณ์และดวงแก้วก็มาด้วย! นี่นับเป็เวลานานเท่าไหร่แล้วที่เธอไม่ได้พบเขา
ครั้งสุดท้ายที่เจอกันก็เมื่อเธอไปพบกับเขาโดยบังเอิญที่สนามกอล์ฟ และทั้งสองก็พูดคุยกันฉันพี่น้องเหมือนกับที่ตกลงกันไว้ ว่าความทรงจำของทั้งสองนั้นจะเก็บเอาไว้ในหัวใจ
ส่วนทางด้านสังคมภายนอกแล้ว เขาจะเป็พี่ชายที่แสนดีของเธอ จะคอยปกป้องและเคียงข้างเธอเมื่อเธอมีปัญหา แต่เธอเองก็รับรู้ถึงแววตาที่เ็ปของเขาเมื่อครั้งที่พบกันคราวนั้น ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากเธอเลย
วันเวลาสำหรับเธอที่กว่าจะผ่านพ้นไปนั้นมันช่างยากแสนยากเหลือเกิน ทุกค่ำคืนที่เธอหลับตาลง ภาพความสุขต่างๆ ระหว่างเธอกับเขานั้นมันคอยมาตอกย้ำความเ็ปได้ไม่น้อยเลย
คืนที่เธอยืนมองเขายืนต้อนรับแขกที่มาในงานแต่งงานเคียงคู่กับเ้าสาวนั้นมันบั่นทอนความรู้สึกของเธอเรื่อยมา จนทำให้น้ำในตามันคอยจะไหลออกมาตอกย้ำความอ่อนแอให้ผู้คนได้เห็น เพียงแต่เธอนั้นต้องกลั้นเอาไว้ให้ได้
เพราะระหว่างเธอและเขามันเป็อดีตที่แสนปวดร้าวเหลือเกิน ไม่มีค่ำคืนไหนเลยที่น้ำตาแห่งความเ็ปมันจะเหือดแห้งไปจากดวงตาเธอ เขาได้เข้ามาสิงสถิตอยู่ในหัวใจของเธอทุกขณะ
แม้แต่ในความฝัน มันก็ไม่วายที่จะฝันเห็นเขา ที่กำลังเดินหนีหายไปจากเธอ และทุกครั้งเมื่อตื่นขึ้นมาก็ทำให้เธอนั้นต้องสูญเสียน้ำตาเพราะความเ็ปทุกครั้งไป สีหน้าของเทียมหทัยดูสลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
แต่ก็ต้องฝืนยิ้มออกมาเพื่อไม่ให้ใครเห็น แต่มันก็ไม่ได้ผลกับใครบางคนที่คอยจ้องจะดูความเ็ปของเธออยู่ จากความอ่อนแอนี่เองมันก็ทำให้ทั้งสุชาดาและปลายนั้นยิ้มที่มุมปากด้วยความสะใจที่ได้เห็นเทียมหทัยเ็ป
ซึ่งปัญญาเองก็ใเพราะเขาไม่เคยเห็นหน้าของคนที่เทียมหทัยนั้นปักใจรักเป็ยังไงแต่ก็เดาได้ว่าเป็ใครจากอาการของเทียมหทัยนั้นเอง
“ใครกันคะน้องสุ”
วันวิสาข์เอ่ยถามเพราะไม่ได้รู้เื่ราวมาก่อน
“อ๋อ! สุว่าพี่สาต้องถามจากยัยขิมเองแล้วล่ะค่ะ จริงมั้ยจ๊ะขิม”
สุชาดาพูดพร้อมเปรยตาไปหาเทียมหทัยด้วยสายตาที่สะใจยิ่งนัก
“สวัสดีครับคุณธรรทร ผมปลาย ขอบคุณมากนะครับที่กรุณามา ได้เจอกันสักที ผมได้ยินคนอื่นๆ เขาเล่าถึงคุณมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่เคยเจอตัวจริงเลยครับ”
เขารีบแนะนำตัวเมื่อธรรทรและกลุ่มของเขาเดินตรงมาหา
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ นี่ชุติมาภรรยาผม ส่วนนั่นอลงกรณ์และดวงแก้วภรรยาเขาครับ น้องกันฑ์ไหว้คุณน้าปลายสิลูก แล้วก็น้าๆ ด้วยลูก”
เขาแนะนำ และบอกลูกชายที่ยังไม่รู้เื่ราวอะไร
“สวัสดีครับทุกคน ยินดีที่ได้รู้จักครับ และนี่ยายสุน้องสาวผมไม่ทราบรู้จักกันหรือยัง ส่วนนี่ปัญญาเพื่อนผมครับ และนี่คุณวันวิสาข์เพื่อนผม แล้วนี่ก็เอ่อ! คงไม่ต้องแนะนำนะครับน้องสาวสุดสวยของผมนั่นเอง! ยัยขิมจำพี่ธรรทรได้มั้ยจ้ะ”
เขาแนะนำทุกคน พร้อมเดินไปยืนข้างๆ เธอ และเอื้อมมือไปโอบไหล่เทียมหทัยเอาไว้และเรียกเธอเหมือนที่ทุกๆ คนในบ้านเรียก ซึ่งทำให้ทั้งธรรทรและเทียมหทัยนั้นทำสีหน้าไม่ถูก
“สวัสดีค่ะพี่ธรร คุณชุติมา คุณกรณ์ และคุณแก้ว สบายดีนะคะ”
เธอรีบสลัดทุกอย่างในหัวทิ้ง และแสดงความองอาจเ้าของบ้านที่ดีด้วยมารยาท
“พี่หมอคะ ขิมว่าเราไปหาที่นั่งให้พี่ธรรเถอะค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ คุณพ่อคุณแม่นั่งอยู่โต๊ะโน้นค่ะ”
เทียมหทัยพูดพลางจูงมือปัญญาและเชื้อเชิญธรรทรและผู้ติดตามให้เดินตามเธอไป ทิ้งปลายและสุชาดาให้ยืนงงอยู่กันสองคน
“ดูมันร้ายมั้ยคะพี่ปลาย ดูมารยาของมันสิคะ ตกลงที่เราเชิญคุณธรรมานี่จะไม่ทำให้มันรู้สักเจ็บสักนิดเลยใช่มั้ยคะ”
สุชาดามีท่าทีเจ็บใจไม่น้อย
“ทำไมจะไม่เจ็บล่ะยายสุ สังเกตดูสิหน้าถอดสีไปเลย” เขาพูดพร้อมทั้งสายตามองตามเทียมหทัยไป เขาประมาทเธอเกินไปหรือนี่
ไม่น่าเชื่อว่าที่เขาอุตส่าห์เชิญธรรทรและภรรยามาเพื่อสร้างความเจ็บใจให้เธอนั้น จะทำเทียมหทัยแค่อึ้งไปเท่านั้น แต่เขาก็สามารถอ่านแววตาเธอออกว่าในนั้นแฝงไว้ด้วยความเ็ปอยู่ไม่น้อยเลย
“ปลายหมายความว่ายังไงคะ”
วันวิสาข์ถามเพราะไม่เข้าใจที่เขากับสุชาดาพูดนั่นหมายถึงใคร
“พี่ปลายคะ สุว่าเราไปหาคุณแม่เถอะค่ะ เอาไว้วันหลังค่อยหาทางจัดการมัน”
สุชาดาดึงแขนพี่ชายไป
“ก็ดีเหมือนกัน ไปสาเราไปทางโน้นกันเถอะ”
เขาพูดและเดินไปโดยมีวันวิสาข์เดินตามไป
“ผมหวังว่าโครงสร้างงานบริหารที่ผมเสนอมานี้คงจะทำให้ธุรกิจของเราเติบโตได้ตามเป้าหมายที่คาดหวังเอาไว้นะครับ ถ้าไม่มีใครขัดแย้งอะไรผมจะให้คุณทิพย์พิมพ์มติที่ประชุมแจกให้พรุ่งนี้ครับ งั้นผมขอให้ทุกๆ ฝ่ายรายงานความคืบหน้าให้ผมทราบทุกๆ สามวัน ส่วนแต่ละแผนกนั้นผมให้ประชุมเข้มทุกๆ สองวันแล้วรายงานผมเป็ระยะๆ ครับ ใครมีอะไรที่ไม่เข้าใจให้เข้ามาพบผมได้ตลอดเวลา”
ปลายสรุปในที่ประชุมให้พนักงานระดับผู้บริหารฟัง แต่สายตานั้นจ้องไปที่เทียมหทัยไม่ยอมลดละ กับโครงสร้างที่เขาตั้งขึ้นใหม่หลังจากที่เขารับงานทุกอย่างแทนกรรชัยมาแล้ว โดยกรรชัยนั้นไม่เข้ามายุ่งอะไรแล้ว
จะคอยให้คำปรึกษาอยู่ห่างๆ เท่านั้น ซึ่งมันทำให้เขาสามารถที่จะทำอะไรได้สะดวกขึ้นกว่าเดิมสำหรับการเริ่มเล่นงานเทียมหทัย โดยการตัดอำนาจเธอให้น้อยลงกว่าตอนที่ทำงานกับพ่อของเขา และเื่สำคัญทุกๆ เื่ที่เมื่อก่อนเธอสามารถตัดสินใจได้นั้น ให้ขอเขาก่อนทุกครั้ง
เพราะเขาให้เหตุผลว่าการขายและการตลาดที่เธอดูแลอยู่นั้น เป็หัวใจสำคัญของธุรกิจเขาจำเป็ที่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็พิเศษ ซึ่งก็ทำให้เทียมหทัยนั้นอึดอัดพอสมควร แต่ก็ไม่อยากที่จะไปต่อปากต่อคำกับเขาสักเท่าไหร่ และสิ่งที่เขาให้เหตุผลมานั้นมันก็อาจจะจริงก็ได้
เพราะเขามีประสบการณ์ด้านนี้จากเมืองนอกมากกว่าเธอ จึงทำให้เธอนั้นยอมทำตามเขานั่นเอง และที่สำคัญนั้นเธอนึกถึงคำพูดที่พรรณีพร่ำบอกเธอเสมอั้แ่เขากลับมา
“พี่เค้าเป็คนที่เก็บความรู้สึกเก่ง และเขาก็รักน้องของเขามาก การจากไปโดยกะทันหัน และมีคนมาแทนที่โดยกะทันหันนั้นอาจจะทำให้เขาทำใจไม่ได้ แม่ขอร้องให้ขิมเข้าใจพี่เขาด้วยนะลูก แต่จริงๆ แล้วพี่เค้าเป็คนดี ได้แบบคุณพ่อมาทุกอย่าง สิ้นบุญคุณย่า และพ่อกับแม่แล้ว พี่เขาจะต้องเป็คนดูแลขิมแทนพ่อแม่นะลูก ถ้าเข้าถูกจุดพี่เขาก็ไม่มีอะไร แม่ไม่อยากเห็นลูกสองคน ไม่รักกัน แม่รู้สึกไม่สบายใจเลย”
“ค่ะคุณแม่”
เธอรับคำอย่างว่าง่าย
“ปลายก็เหมือนกันนะลูกรักน้องมากๆ น้องไม่มีใครที่ไหนเป็ที่พึ่งอีกแล้วแม่ฝากด้วย”
เธอบอกทั้งสองคนเมื่อครั้งได้มีโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับคนทั้งสอง ก่อนที่เขาจะเข้ามารับงานแทนผู้เป็พ่อ
“คุณเทียมหทัยว่าไงครับมีคำถามอะไรหรือเปล่า”
เสียงเขาปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์
“เอ่อ! ไม่มีค่ะท่านประธาน”
เธอบอกไปในที่สุด
“งั้นผมก็หวังว่าคุณคงจะทำตามที่ผมตั้งไว้ได้ทุกอย่างนะครับ ถ้ามีอะไรผิดพลาดมาผมจะลงโทษสถานหนักกับทุกๆ คน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรทั้งนั้น ผมกับคุณพ่อจะแตกต่างกันตรงที่ทำงานกับผมนั้น
ไม่ได้ถ้อยทีถ้อยอาศัย ทุกอย่างจะว่ากันที่เนื้องาน ถ้าใครคิดว่าทำไม่ได้ให้ส่งจดหมายลาออกได้ที่ผม ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอปิดการประชุมครับ ขอบคุณทุกคน”
เขาร่ายยาว แต่สายตานั้นจับจ้องที่จะเล่นงานเทียมหทัยเป็จุดสำคัญ จนทำให้ชาญชัยผู้ช่วยของเทียมหทัยสังเกตเห็นความรู้สึกที่เขามีต่อเทียมหทัยได้ค่อนข้างชัดเจน และมันก็ทำให้เขานั้นสงสารเธอเป็ยิ่งนัก
เพราะั้แ่เขาได้ร่วมงานกับเธอมาเขารู้ดีเสมอว่าเทียมหทัยนั้นเป็คนยังไง เพียงแต่เขาจะไม่รู้จักก็คือเ้านายใหญ่คนใหม่นี่เอง
“เดี๋ยวคุณเทียมหทัยกับคุณชาญชัย ผมขอคุยธุระต่อครับ ส่วนคนอื่นๆ เชิญตามสบายครับ”
เขาบอกก่อนที่ทั้งหมดจะลุกออกจากห้องประชุม
“คุณปลาย เอ๊ย! ท่านประธานมีอะไรครับ” ชาญชัยลืมตัว
“เรียกผมแบบเมื่อกี้ก็ได้คุณชาญชัย เรียกประธานมันทำให้ผมดูแก่เหมือนคุณพ่อยังไงไม่รู้”
เขายังมีอารมณ์ขันอยู่บ้าง
“ผม้าให้คุณชาญชัยช่วยไปสำรวจตลาดลูกค้าของเราทั้งหมด และให้คุณช่วยนำนโยบายที่ผมตั้งไว้เอาไปกระจายให้ทีมงานตลาดทุกสาขา แต่คุณต้องไปด้วยตัวเองในแต่ละสาขานะ ผมไม่อยากให้นั่งเทียนเขียนรายงานเอามาให้ผม และผมอยากจะรู้ว่าตอนนี้กลุ่มลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรมของเรานั้นเป็กลุ่มไหน และกลุ่มที่เคยมาพักแล้วหายไปนั้น เป็คนกลุ่มไหน และทำไมเขาถึงหายไป ทำรายงานมาให้ผมด่วน ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ คุณส่งเื่มาให้ผมได้ ผมจะจัดการให้”
เขาสั่งยืดยาว
“ครับคุณปลาย”
“ส่วนคุณเทียมหทัย ผมขอสรุปรายงานการขายั้แ่ที่คุณเข้ามารับหน้าที่นี้ และขอสรุปแผนการตลาดย้อนหลังไป 10 ปี ว่าที่ผ่านมานั้นเราใช้แผนไหนในการโปรโมตโรงแรมของเราบ้าง แผนไหนใช้ได้ผล และแผนไหนล้มเหลว และเพราะเหตุผลอะไรทั้งหมดนี้ ผมขอภายในสามวัน แล้วคุณมาประชุมกับผมอีก”
เขาบอกออกไปด้วยความรู้สึกที่สะใจ แต่ก็มีส่วนที่เขาอยากจะรู้จริงๆ รวมอยู่ด้วย และเขาก็จะได้รู้สักทีว่าเทียมหทัยนั้นจะเก่ง สมคำร่ำลือที่พ่อเขาชมไม่ขาดปากหรือไม่ เล่นเอาชาญชัยถึงกับตะลึงเพราะงานขนาดนั้นต้องใช้เวลาทำไม่น้อยกว่าอาทิตย์หนึ่ง และที่สำคัญนั้นเขาไม่สามารถจะอยู่ช่วยเธอได้ด้วย
“ค่ะท่านประธาน”
เธอตอบทั้งๆ ที่รู้ว่าเขานั้นแกล้งเธอเต็มอก
“จะเรียกผมว่าคุณปลายเหมือนคุณชาญชัยก็ได้นะผมไม่ถือ”
เขาย้อนกลับ
“ขอบคุณค่ะคุณปลาย มีอะไรอีกมั้ยคะ ถ้าไม่มีดิฉันขอตัวค่ะ”
เธอพูดพร้อมลุกขึ้น จากโต๊ะประชุมด้วยความขุ่นเคือง
“เดี๋ยวก่อนสิ” เขารั้งข้อมือเธอเอาไว้หลังจากที่ชาญชัยออกจากห้องประชุมไป
“มีอะไรคะท่านประทาน” เธอถามพร้อมสะบัดมือออกแต่ไม่สำเร็จ
“เธอเตรียมตัว เตรียมใจที่จะรับแผนรุกของฉันหรือยัง ถ้ายังงั้นฉันแนะนำให้เธอรีบซะ หรือถ้ากลัวไม่กล้าล่ะก็ รีบเก็บข้าวของและไปจากครอบครัวของฉันได้แล้ว”
เขาพูดพร้อมมืออีกข้างนั้นบีบไหล่เธอจนหลังเธอติดกับผนังห้อง ใบหน้าของเขาห่างจากเธอไม่ถึงนิ้ว หญิงสาวนั้นรู้สึกกลัวกับแววตาที่เขามองเธอ นั้นไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้โกรธและเกลียดเธอขนาดนี้
“ปล่อยนะฉันเจ็บ”
เธอสะบัดมือเขาจนเป็อิสระในที่สุด
“ถ้าคุณรุกด้วยวิธีที่ขาวสะอาดฉันพร้อมจะรับทุกเมื่อ แต่นี่คุณกำลังใช้อำนาจรังแกฉันต่างหาก ไม่ใช่การต่อสู้ที่แท้จริง”
เธอเถียง
“ก็ช่วยไม่ได้นะ ฉันมันมีไพ่เหนือกว่าเธอนี่ ก็อย่างที่บอกนั่นล่ะ ถ้าฝ่อก็รีบไปซะ ก่อนที่ฉันจะใช้วิธีอื่นที่มันรุนแรงมากกว่านี้ เพราะเธอรู้มั้ย แม้กระทั่งหน้าเธอฉันยังไม่อยากจะมองเลย เพราะฉันขยะแขยงและสะอิดสะเอียนอีตัวอย่างเธอเต็มทีแล้ว แค่นี้ถือว่าปราณีสำหรับเธอแล้วนะฉันจะบอกให้”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ชิงชังเธอนักหนา จนทำให้เทียมหทัยนั้นไม่อยากอยู่ต่อปากต่อคำกับเขาจึงเลี่ยงออกไปจากห้องโดยเร็ว ทิ้งให้เขาถึงกับถอนหายใจออกมาในที่สุด
เพราะั้แ่เกิดมาในชีวิตของเขาก็ไม่เคยที่จะแสดงกิริยาหยาบคายอย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย แล้วเขาจะต้องปั้นหน้าดุเธอไปถึงไหนกันนี่