ั้แ่ที่ผ่านวันนั้นมาทุกอย่างในชีวิตของเคียงรักก็ดูจะเปลี่ยนไป อย่างเมื่อก่อนพิธาไม่แตะต้องตัวเธอเลย แต่พอหลังจากวันนั้นเขาก็มักจะเข้ามากอด หอม และจูบเธอบ่อยครั้ง ไม่เฉพาะแค่ตอนก่อนนอน อีกทั้งเขายังคอยทักหาตอนอยู่ที่ทำงาน และหาเวลาว่างมาชวนเธอคุยเล่น นี่ก็ผ่านมาได้เกือบจะสามอาทิตย์ได้แล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่บ้านนั้นดูเหมือนว่าเราสองคนจะตัวติดกันมากขึ้น
ถ้าเป็สมัยที่เธอยังเด็กก็คงเป็เื่ปกติ แต่พอผ่านพ้น่ที่เคียงรักเข้ามัธยมปลายพิธาก็เปลี่ยนไปจนผิดสังเกต เขาเว้นระยะห่างและไม่ค่อยทำตัวใกล้ชิดเหมือนแต่ก่อน นี่จึงถือว่าเป็ครั้งแรกในรอบเกือบเจ็ดปีเลยที่เขาเข้าหาเธอเหมือนแต่ก่อน จะว่าเหมือนสมัยก่อนทุกอย่างเลยก็คงไม่ใช่ เพราะทุกวันนี้ทั้งคำพูดและแววตาของเขาแตกต่างไปจากเดิม
“นั่นแน่ คิดไรอยู่อะส้ม ลอยไปไกลเชียว” เสียงแซวของเพื่อนสาวคนสนิทอย่างปวิชญาหรือปริมเอ่ยถาม เนื่องจากเห็นว่าเคียงรักมัวแต่เอาช้อนเขี่ยไอศกรีมไปมาจนเหลวไปหมดแล้ว
“เปล่าสักหน่อย ก็แค่คิดว่าตื่นเต้นเื่ที่เราจะไปฝึกงานไง” เคียงรักส่ายหน้าเบา ๆ และเลือกที่จะโกหกออกไป
ซึ่งจะบอกว่าโกหกก็ไม่เชิง เพราะนั่นคือความจริงแต่ก็เป็ความจริงเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น
“อิจฉาส้มที่ได้เข้าไปฝึกงานที่นั่นอะ ได้ข่าวว่าเงินตอนฝึกงานดีมาก แถมใครมีประวัติฝึกงานที่นี่ไปยื่นสมัครงานที่ไหนก็มีแต่คนรับ แต่ก็ใช่ว่าจะได้ง่าย ๆ ฉันได้ยินว่าคนที่จะไปฝึกได้ก็ต้องเป็คนในครอบครัว หรือลูกคนใหญ่คนโตนั่นแหละ ถ้าคนนอกก็ต้องเป็หัวกะทิจริง ๆ ที่ทางบริษัทคิดว่ามีคุณสมบัติดีพอ” ปวิชญาบ่นออกมายาวเหยียดเพราะเธอเองก็ยื่นใบสมัครไป แต่ก็ไม่มีการตอบรับใด ๆ กลับมา
“ตอนแรกที่ขอปรึกษาปะป๊า เรายังกลัวว่าปะป๊าจะไม่อนุญาตเลย” เคียงรักตักไอศกรีมที่ละลายจนกลายเป็น้ำช็อกโกแลตผสมวานิลาเข้าปาก พลางเอ่ยบอกปวิชญาไปด้วย
“แหม เอาอะไรมากลัว ปะป๊าส้มน่ะตามใจจะตาย สายเปย์อีกด้วย” ั้แ่ที่คบกับเคียงรักมาปวิชญาย่อมต้องมีโอกาสเจอปะป๊าของเพื่อนรักเธอบางโอกาส และแน่นอนว่าเธอก็รู้ว่าเขาไม่ใช่พ่อลูกกันจริง ๆ
ตอนที่ชวนเคียงรักไปเที่ยวแต่ละทีเคียงรักก็จะต้องขอปะป๊าก่อน ซึ่งปวิชญาจะเห็นประจำเลยว่าก่อนที่จะไปเที่ยวเคียงรักจะไปกดเงินก่อน และบอกว่าเลี้ยงเธอทุกครั้งซึ่งเธอก็ปฏิเสธ เคียงรักเลยบอกว่าเป็เงินปะป๊า ปะป๊าบอกให้เอาเงินไปซื้อของและช็อปปิงกับเพื่อน ๆ ทำให้ปวิชญารู้เลยว่าปะป๊าของเคียงรักใจดีมาก ตามใจลูกเลี้ยงสุด ๆ และที่เธอปลาบปลื้มเลยก็คือ เขาโคตรหล่อ!
“ถึงยังไงเราก็คนนอก ไม่ใช่ครอบครัวนั้นจริง ๆ ซะหน่อย” เคียงรักตอบไปด้วยความจริง
แม้บางคนในบริษัทจะคิดว่าเธอเป็ลูกของเขา แต่ความจริงก็คือความจริงที่ว่าเธอเป็แค่เด็กที่เขาเก็บมาเลี้ยง ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ เป็ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่สายเืเดียวกันหรือที่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด และเธอก็รู้ตัวดีว่ายังไม่ได้รับการยอมรับจากพิธานด้วยซ้ำ
แถมที่บอกว่าเป็ลูกเลี้ยงก็เป็เพียงคำพูดปากเปล่า พวกเขาไม่ได้ทำเื่รับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายจริง ๆ ด้วยซ้ำเพราะอายุของเธอกับพิธาห่างกันไม่ถึงสิบห้าปี จึงเท่ากับว่าเธอไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ในสมบัติของครอบครัวชัยยะนันท์สักบาท
“แต่ปะป๊าก็รักส้มที่สุดไง ไม่แน่น้า อาจจะได้เลื่อนสถานะก็ได้ ใครจะไปรู้” ปวิชญาแซวออกมาขำ ๆ ไม่ได้จริงจังกับคำพูดเท่าใดนัก
“....”
คำพูดไม่คิดอะไรจากเพื่อนสาวแต่กลับทำให้เคียงรักที่ได้ยินก็ตาโตอย่างแตกตื่น ยิ่ง่นี้ความสัมพันธ์ของเธอกับเขานั้นดูจะเปลี่ยนแปลงไปมาก มากกว่าแต่ก่อนหลายเท่าจึงทำให้เธอเผลอแสดงสีหน้ามีพิรุธออกไปแทบจะทันที โชคดีที่ปวิชญามัวแต่สนใจไอศกรีมในถ้วยของตัวเองจนไม่ทันเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนสาว
“เลิกพูดเื่ปะป๊าส้มกันเถอะเนอะ มาสนใจว่าเราจะซื้อชุดอะไรใส่ไปฝึกงานดีกว่า” ปวิชญาว่าพร้อมกับหยิบลูกเชอร์รีเข้าปาก
เป้าหมายหลักที่ชวนเคียงรักออกมาช็อปปิงในวันนี้ก็คือเพื่อมาซื้อเสื้อผ้าใหม่เอาไว้ใส่ไปฝึกงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“เรามีเยอะแล้ว เดี๋ยวเราช่วยปริมเลือกดีกว่า” โชคดีที่เคียงรักปรับสีหน้าให้เป็ปกติก่อนที่เพื่อนรักจะทันเห็น
“โถ่ อะไรอ่า ชวนมาช็อปปิงก็ต้องซื้อด้วยกันสิ จะให้ฉันซื้อคนเดียวเองเหรอ” ปวิชญาทำเสียงงอแงใส่เคียงรัก
“เรามีเยอะแล้ว อีกอย่างเรายังไม่แน่ใจเลยว่าที่บริษัทปะป๊าให้ใส่ชุดนักศึกษา หรือว่าชุดอื่นได้”
“ก็ได้ ๆ งั้นเธอก็ช่วยฉันเลือกแล้วกันนะ” ปวิชญาพยักหน้าอย่างเข้าใจเพื่อน เคียงรักไม่ค่อยซื้อเสื้อผ้าโดยเธอมักจะบอกว่าเปลืองเงิน เพราะเงินที่ใช้อยู่นี้เป็เงินของปะป๊าไม่ใช่เงินตัวเอง
“ได้เลย” เคียงรักยิ้มที่ปวิชญาเข้าใจเธอ ปวิชญาเป็เพื่อนที่ดี ั้แ่คบกันมาตลอดสี่ปีปวิชญาที่ดูเป็สาวแรง ๆ ภายนอกแต่แท้จริงแล้วนิสัยดีและเข้าใจเคียงรักทุกอย่าง
หลังจากที่สองสาวกินไอศกรีมสลับกับคุยเรื่อยเปื่อยไปด้วยจนพอใจก็ได้ถึงเวลาไปช็อปปิงกัน พวกเธอเดินดูเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับกันต่ออีกหลายชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ซื้อก็มักจะเป็ปวิชญา ส่วนเคียงรักนั้นรับหน้าที่ช่วยเพื่อนถือของจนกลายเป็หน้าที่ประจำของเธอไปแล้วเวลาไปเดินห้างสรรพสินค้ากับเพื่อน เพราะปวิชญาเห็นอะไรก็อยากได้ไปหมดทั้งที่มีแค่สองมือ แต่กลับเดินเข้าไปดูของแทบทุกร้าน