โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 106 มรสุมก่อนขึ้นชก

    ขจรรีบมาดูอาการของ ทาโร่ ที่ตอนนี้เริ่มชักอาการไม่ค่อยดี ขจรไม่รอช้ายัดเม็ดกล้วยไม้วิญญาณ ที่อสรพิษน้อยถ่ายออกมา เข้าไปในปากของทาโร่ แล้วใช้ฝ่ามือปล่อยพลังปราณเพื่อให้ เม็ดยาซึมซับ เข้าไปที่บาดแผล แล้วทันใดนั้นเอง บาดแผลที่เริ่มปริใหญ่ขึ้นก็ค่อยๆ สมานตัวกลับมาเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วในที่สุดก็หายเป็นปกติ ทาโร่ค่อยลืมตามองมา ส่วนยูกิ นั้นปิดปากของตน แทบไม่อยากเชื่อสายตา

    “ หายแล้ว”

    “ หายแล้ว?” ทาโร่เองยังคงคิดว่าตัวเองถูกฟันใกล้จะตายแล้ว แต่มาตอนนี้ไม่รู้สึกปวดแผลอีก ก็เริ่มแปลกใจ ยิ่งใช้มือคลำบาดแผลของตน ก็แสดงสีหน้าตกใจยิ่ง

    “ นี่เกิดอะไรขึ้นกับพี่กันแน่” 

    “ คุณขจรให้พี่กินยาวิเศษ แล้วช่วยถ่ายพลังรักษาพี่จนหายดี ช่างมหัศจรรย์จริงๆ”

    “ นายเนี่ยนะ?”

    ขจรไม่สนใจ เพราะตอนนี้ มีกองกำลังตำรวจเข้ามาในเรือสำราญ พวกเขาโชว์บัตรว่าเป็นตำรวจสากล  โดยมีชายวัยกลางคน ดูแล้วน่าจะใหญ่โต เดินเข้ามาพร้อมตำรวจสากลและ บอดี้การ์ดคุ้มครองหลายคน  ทั้งหมดเข้ามาหาขจร

    “ นี่ครับ คุณชายขจรที่ได้ช่วยจัดการกับโจรสลัดไลก้า และ คนของคุณเคนไซ”

    รองผู้จัดการเรือสำราญที่ยังรอดชีวิต  รีบรายงานกับ ชายคนนี้ทันที

    “ คุณชายขจรครับ นี่คือ ท่านประธานเซริว เจ้าของเรือสำราญของเรา”

    ขจรทำความเคารพตามธรรมเนียม

    “ ผมต้องขอขอบคุณที่คุณชายได้ช่วยชีวิตคนของเราเอาไว้ และยังช่วยจัดการกับ โจรสลัดพวกนี้ ไม่เช่นนั้น อาจมีผู้บริสุทธิ์ต้องตายไปมากกว่านี้”

    “ เรื่องนี่ผมสมควรช่วยอยู่แล้วครับ”

    “ ฮ่า ฮ่า โลกนี้จะมีใครคิดแบบนี้กันบ้าง เด็กๆ เอาของที่คุณชายประมูลออกมาให้หมด” 

    เจ้าหน้าที่ได้นำของที่ขจรประมูลเอาไว้ ทั้งหมด มามอบให้ พร้อมกับ มีหนังของไกรสรราชสีห์ และ ดาบมาซามูเนะอีกด้วย พร้อมทั้งยื่นการ์ดเงินสด ประมาณ 26,500 ล้านบาทมอบคืนให้อีกด้วย”

    “สิ่งที่คุณช่วยพวกเรานั้น ประเมินราคาไม่ได้ แต่อย่างน้อย ขอให้ทางสำนักประมูลของเราได้มอบของที่คุณชายประมูลได้ โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้คุณชายได้โปรดรับเอาไว้ด้วยเถิดครับ”

    ท่านประธานถึงกับโค้งคำนับ พร้อมกับ ผู้บริหารและพนักงานที่อยู่ด้านหลัง

    ขจรต้องรีบบอกว่า

    “  ผมรับเอาไว้ก็ได้ครับ แต่ไม่ต้องคำนับผมแบบนี้ มันรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไร”

    “  ทางเราจะจัดให้คุณชายพักที่นี่ ได้ตามสบาย ขอให้มีความสุขกับบริการของเรานะครับ”

    ท่านประธานเซริว เอ่ยจบก็เดินออกไป ทักทายผู้บาดเจ็บต่อไป

    ขจรนำดาบมาซามูเนะ มามอบคืนให้กับ ยูกิ ทำให้ยูกิ กับ ทาโร่ ถึงกับน้ำตาซึม

    เพราะคิดว่า ชาตินี้คงไม่ได้ดาบเล่มนี้กลับไปที่ตระกูลเสียแล้ว

    “ ขอบคุณมาก ทางตระกูลของเราจะหาเงินมาคืนคุณชาย ในราคาที่ประมูลให้ได้นะคะ” ยูกิก้มหัวให้ขจรด้วยความดีใจ น้ำตาซึมออกมา

    “ ไม่ต้องหรอก ผมไม่ได้สนใจเรื่องเงิน ดาบเล่มนี้ควรเป็นของคนญี่ปุ่นที่เหมาะสมอยู่แล้ว” ขจรพูดจบก็หันไปมอง เคนไซ ที่ตอนนี้ยังสลบอยู่ไม่รู้เรื่องราว โดยมีตำรวจสากลใส่กุญแจมือเอาไว้

    “ ผมขอโทษ...ที่ผ่านมาผม เอ่อ ได้แสดงมารยาทที่ไม่ค่อยดีกับคุณเอาไว้” ทาโร่ทำสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ

    “ ไม่ต้องคิดมาก เรื่องเล็กน้อย ผมจะกลับคืนนี้เลย ไม่อยากค้างที่นี่ คงต้องขอตัวก่อน”

    ขจรเอ่ยจบก็เดินไปทางรองผู้จัดการแล้วบอกให้พากลับไปขึ้นเรือยอร์ช เพื่อกลับบ้านเสียที

    “ เขาทำได้อย่างไรกัน เอาชนะนักดาบอันดับ 1 ที่ใช้ดาบไร้พ่าย  มาซามูเนะได้อีก แถมยังเอาชนะ นักบวชตาเพชฌฆาต แล้วจัดการกับ โจรสลัดนับร้อย ที่สำคัญเขารักษาพี่ทาโร่หายราวกับหมอเทวดา  เขาเป็นมนุษย์โลกเราหรือเปล่า พี่ทาโร่”

    “ มนุษย์ที่ไหน จะทำเรื่องแบบนี้ได้” ทาโร่เอ่ยเบาๆ

    ในตอนเช้า ขจรก็เล่าเรื่องของเมื่อคืนให้ท่านชายฟัง แล้วก็มอบทรัพย์ที่ได้จากการประมูลมาทั้งหมด พร้อมยังมี ทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากวัดกุฏีดาวอีก บางส่วนมอบให้ท่านชายส่งคืนให้ทางพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เพื่อให้ลูกหลานได้ศึกษาต่อไป 

    “ นี่มันเยอะมากขนาดนี้เลยหรือนี่” 

    ขจรนำสมบัติที่ได้มาจากวัดกุฏีดาวออกมามอบให้เพียงหลุมเดียว ก็เกือบเต็มห้องแล้ว หากขืนเอาทองคำที่เหลืออีก 8 ตัน และ สมบัติหลุมอื่นๆ อีก ห้องโถงนี้คงไม่อาจรับได้ เพื่อไม่ให้มีใครสงสัยมากนัก เขาจึงมอบให้เพียงบางส่วนเท่านั้น

    “ ครับ”

    “ แค่เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ก็ถือว่าสำคัญมากแล้ว แต่ยังมีเครื่องทองอื่นๆอีกมากมายเช่นนี้ คงเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ ฉันเองคงต้องบอกความจริงกับสื่อพวกนั้น เธอก็เตรียมรับมือสื่อพวกนี้เอาไว้ เพราะตอนนี้มีคนเอาเรื่องของเธอไปออกสื่อกันมากในช่วงนี้”

    ท่านชายนำคลิปข่าวให้ขจรดู ซึ่งมีข่าวการชกที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ระหว่างผ่านฟ้า ศรีนาคา  แชมเปี้ยนมวยไทยราชดำริ กับ ขจรหนุ่มเพลย์บอยตระกูลนาคบดินทร์ โดยที่สื่อรายงานว่า ผ่านฟ้า เป็นนักชกที่กตัญญู คอยเลี้ยงดูพ่อแม่ที่ป่วย เติบโตมาจากเด็กวัด ฝ่าฟันอุปสรรค นานับประการ แล้วเรียนจบเป็นครู ตอนนี้มีเวลาก็มาสอนอยู่ที่โรงเรียนกีฬาของกรุงเทพมหานคร โดยไม่รับเงินเดือน ช่างเป็นคนดี เหมาะสมกับที่จะเป็นตัวอย่างอันดีให้กับประชาชน พร้อมกับมีการถ่ายรูปกับหลวงตาชรารูปหนึ่ง พร้อมกำลังป้อนข้าว ป้อนน้ำให้กับ พ่อแม่ ที่นอนติดเตียงทั้งคู่ 

    แต่ส่วนของขจร นั้น ก็เป็นเด็กกำพร้า และ เคยเป็นเด็กวัดเหมือนกัน แต่ มีการสอบถามคนที่วัดบางคน บอกว่า ตั้งแต่ขจรกลายเป็นลูกบุตรธรรม เศรษฐีก็ไม่เคยเห็นหน้า พอไปสอบถามหลวงตาแจ่ม ซึ่งตอนนี้เริ่มอาพาธ ก็กล่าวแต่เพียงว่า ขจรคงติดธุระในช่วงนี้ ไม่ค่อยมีเวลามาเยี่ยมเท่าไร พร้อมกับบอกว่า บิดาที่เป็นสัปเหร่อ ก็ถูกยิงตาย ครอบครัวตอนนี้ก็ใช้ชีวิตอยู่ในตึกแถว ขายลาบส้มตำ  กาแฟ แต่ไม่เห็นเงาของขจรอยู่ด้วยเลย แถมมีภาพของขจรขับรถสปอร์ตสีแดง ขับพากิ๊ฟ ไปตามท้องถนนน ไปร่วมงานวันเกิดของเถ้าแกจาง และ ไปงานของเถ้าแก่หลี่ถึงฮ่องกง แถมยังไปสืบเรื่องที่ขจรนั้นได้ทำโครงการบ้านผู้สูงอายุ แต่กลับคิดราคาหลังละ 10 ล้านบาท เอาไว้ขายคนรวยโดยเฉพาะ โดยไม่ได้ตรวจสอบเลยว่า กำไรที่ได้ทั้งหมด จะนำไปใช้ในส่วนที่พักคนชราที่จากจน สุดท้ายยังสรุปว่า ไม่รู้สาเหตุใดท่านชายภาสกร นาคบดินทร์ถึงได้รับขจรเป็นบุตรบุญธรรมกันแน่  ทำให้คนที่อ่านข่าวนี้ต่างก่นดาขจรกันเป็นจำนวนมาก

    “ เธอไม่ต้องสนใจข่าวพวกนี้หรอกนะ ความจริงสักวันหนึ่งต้องถูกเปิดเผยขึ้นมา”

    “ ผมต้องขอโทษท่านชายด้วย ที่ทำให้เกิดเรื่องที่ทำให้ท่านชายตัวมาเสียชื่อเสียงไปกับผมด้วย”

    “ ไร้สาระ คนอย่างฉันไม่เคยสนใจคำนินทา ว่าร้ายเช่นนี้อยู่แล้ว เธอก็เหมือนกัน อย่าหยุดทำความดี เพราะความไม่ดีของคนอื่นก็แล้วกัน”

    ขจรได้แต่พยักหน้าเข้าใจ แล้วขับรถสปอร์ตแลมโลกินี่สีแดงคันใหม่ที่สั่งซื้อมาแทนคันที่พังไป

    ขจรขับรถไปก็คิดว่า บางที คนอาจมองแต่รูปกายภายนอกของเราแบบนี้ มันก็ห้ามไม่ได้ที่จะไม่ให้พวกเขาคิดว่าเราคือ เพลย์บอย

    พอมาถึงมหาลัย เพื่อนๆ ก็ยังพูดถึงข่าวที่ลงในช่วงนี้

    “ พรุ่งนี้จะขึ้นชกชิงแชมป์ ไม่เห็นบอกเพื่อนฝูงเลยนะ”  ซีเอ่ยก่อนเป็นคนแรก

    “ เพิ่งรู้ตัวไม่กี่วัน เลยไม่ได้บอก”

    “ ไม่ต้องสนใจข่าวพวกนี้หรอก ฉันไม่เชื่อว่านายจะกลายเป็นคนอกตัญญูลืมหลวงตา ลืมครอบครัว จ่ายเงินเพื่อให้ได้สิทธิ์ไปแข่งซีเกมส์ ทำให้ตัดสิทธิ์คนที่เขาซ้อมมาทั้งปี เป็นเพลย์บอย จอมเจ้าชู้ แถมมีข่าวกับท่านชายภาสกรในทางที่ไม่ดีอีก

    พวกเราไม่มีใครเชื่อข่าวพวกนี้จริงๆนะ” หัวหน้าเอกเอ่ยออกมาเสียมากมาย แต่เพื่อนๆ ฟังแล้วไม่เข้าหูเลยจริงๆ

    “ นายเงียบไปเลยดีกว่า” กรกันต์เอ่ย

    “ จร แล้วจะแก้ข่าวพวกนี้ไหม” กิ๊ฟถามด้วยความเป็นห่วง

    “ ไม่ละ คนเรามันลืมกันง่าย อีกไม่นานพวกเขาก็จะลืมกันไปเอง”

    ขจรเอ่ยอย่างเซ็ง จนเข้าเรียนไปได้ 1 คาบเรียน ขจรก็ถูก อาจารย์หมอธารินทร์เรียกไปพบที่ อาคารผู้ป่วยจิตเวช ที่ห้องของ อเล็กซ์

    “ เกิดอะไรขึ้นครับ”

    “ อาการของอเล็กซ์กำเริบ ตอนนี้เริ่มมีอาการคลั่ง ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเข้าไปในห้องของเขาได้ แล้วก็ ร่างกายของเขา....”

    ขจรมองดูช่องกระจก ก็พบว่า ตอนนี้ร่างของอเล็กซ้นั้น กลายร่างเป็นจิ้งจกไปแล้ว ไม่มีส่วนไหนดูว่าเคยเป็นมนุษย์เลย

    ขจรเข้าไปในห้องแต่เพียงผู้เดียว อเล็กซ์ก็พุ่งตัวเข้ามาอ้าปากงับ หัวของขจรเอาไว้ แต่ถูกขจรใช้นิ้วจี้สะกัดจุดไปหลายจุด ซึ่งไม่อาจทำให้อเล็กซ์หยุดได้ จึงได้ใช้พลังปราณกระแทกเข้าไปที่หัวใจ ทำให้อเล็กซ์ถึงกับหยุดนิ่ง ขจรเริ่มใช้พลังดูดเอาไขกระดูกของปีศาจออกมา แล้วใช้กล้วยไม้ศักดิ์สิทธ์ ส่งพลังฟื้นฟูเข้าไป ร่างของอเล็กซ์ที่กลยเป็นปีศาจจิ้งจก ก็ค่อยๆ กลับมาเป็นมนุษย์เหมือนเดิมอีกครั้ง

    ส่วนพลังปีศาจในร่างก็ถูกขจร เขียนอักขระยันต์สะกดเอาไว้กลางหลังอเล็กซ์ไม่ให้มัน กระจายตัวได้เป็นการชั่วคราว ซึ่งสามารถสะกดพลังปีศาจนี้ได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น 

    “ นี่เธอรักษาอเล็กซ์หายได้แล้วหรือนี่”

    “ เปล่าครับ  ไขกระดูกปีศาจตนนี้มันร้ายกาจนัก ผมแค่ยับยั้งมันได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น พรุ่งนี้ผมแข่งชกมวยเสร็จ คงต้องรีบเดินทาง ปล่อยไว้นาน อเล็กซ์คงได้กลายเป็นปีศาจอย่างแท้จริงแน่ ซึ่งครั้งต่อไปคงไม่อาจช่วยได้อีกแล้ว”

    “ ขอบคุณ ขอบคุณนะ”

    “ ลุงหมอ ลุงหมอ” อเล็กซ์ลืมตาขึ้นมาก็โผเข้ากอดอาจารย์หมอธารินทร์แน่นดีใจ น้ำตาไหล ที่ตนเองกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ขจรค่อย ถอยออกมา ปล่อยให้อาจารย์หมอคุยกับอเล็กซ์สองต่อสอง

    พอเข้าคาบบ่าย วันนี้เรียนวิชาเภสัชวิทยา เป็นอาจารย์คนใหม่ที่เข้ามาสอน

    มีหนุ่มๆ เข้ามาเรียนกันเต็มห้องเรียน ซึ่งปกติจะเรียนห้อง 50 คน แต่คลาสนี้เปิดห้อง 150 คนเอาไว้ ทำให้มีคนจากห้องอื่นสามารถมาเรียนกันได้ แม้ไม่ใช่นักศึกษาแพทย์ปีสองก็ตาม

    “ ดูหนุ่มๆ พวกนี้ซิ พอเห็นว่า จะมีอาจารย์หญิงคนใหม่มาสอน ถึงกับจองเก้าอี้ด้านหน้ากันหมดเลย” ซีบ่นกับเพื่อนๆ แต่ตอนนี้เหลือแค่ กิ๊ก กับ ขจรเท่านั้น 

    กรกันต์ กับหัวหน้าเอก ก็ไปจองที่นั่งด้านหน้าสุดกับเขาด้วย

    “ นี่กรกันต์ก็เอากับเขาได้หรือนี่” กิ๊กอดแปลกใจไม่ได้

    “ ใช่ซิ อาจารย์คนใหม่นี้จบ ดอกเตอร์มาจาก มหาลัยลอนดอน ได้ข่าวว่าสวยมากด้วย แถมยังโสด อายุห่างจากพวกเราไม่กี่ปีเอง”

    แล้วทันใดนั้น ก็มีสาวสวยแต่งกันด้วยชุดแซกสีดำ สายเดี่ยว มีผ้าบางๆ คลุมไหล่ เดินเข้ามาอย่างกับนางพญา แล้วก็ทักทายทุกคนทันที

    “ สวัสดีนักศึกษาแพทย์ทุกคน ฉันชื่อ ดร.พิมพ์ลดา  อัครเมธาวี  มาสอนวิชาเภสัชวิทยา ที่นี่เป็นครั้งแรก ขอฝากตัวด้วยนะคะ”

    “ สวยจัง นี่อาจารย์อายุ แค่ 28 เองเหรอ ทำไมดูหน้าเด็กจังเลย ฉันดูแก่ไปเลยอ่ะ” ซีลูบหน้าของตนแล้วรู้สึกอยากกลับไปทาครีมบำรุงผิวใหม่อีกรอบ

    “ จริงด้วย ไม่น่าแปลกใจ พวกผู้ชายจึงอยากเข้าไปนั่งใกล้ๆ จะได้เห็นหน้าอาจารย์ชัดๆ”

    ขจรนั่งมองเฉย ไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้แค่โฟกัสเรื่องชกมวย แล้ว จะไปโลกเซียนเพื่อนำน้ำทิพย์สวรรค์ กับ นิมนต์หลวงจีนมาช่วยอเล็กซ์เท่านั้น

    พอเลิกเรียนตอนเย็นขจรก็ไปที่ค่ายมวยสยามยุทธ์ เพราะว่า งานนี้มีการแถลงข่าว และ ชั่งน้ำหนักตัวล่วงหน้า 1 วัน ขจรไปถึง ค่ายมวยสยามยุทธ์ ก็พบว่าทุกคนได้รออยู่ก่อนแล้ว จึงเดินทางด้วยรถตู้ไปที่ สนามมวยราชดำริเลย

    “ ตอนนี้มีข่าวปล่อยเรื่องของเธอออกมา เยอะมาก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ครั้งนี้มีผู้สื่อข่าวมาทำข่าวเป็นจำนวนมาก หากเธอไม่อยากตอบคำถาม ก็เงียบไปก็ได้ ไม่ต้องใส่ใจพวกเขา”

    “ ใช่แล้ว บางทีอาจเป็นแผนการณ์ที่ โต๊ะพนันได้ทำขึ้น เพื่อจะล้มเอ็งก็ได้ เพราะราคาตอนนี้ เอ็งกลับเป็นต่อ ผ่านฟ้า ศรีนาคา ถึง 3 ต่อ 1 ไปแล้ว” ครูทิมเอ่ยออกมา

    “ โอ้ โห ราคาไปขนาดนั้นเลย?”

    “ ใช่แล้ว ตอนนี้เจ้ามือเปิดรับจองราคานี้ แต่หากวันนี้ช่างน้ำหนักเสร็จ คาดว่า ราคาอาจพุ่งไป ถึง 4 ต่อ 1 เพราะว่า พวกเขาดูการชกมวยไทย และ มวยสากล ของเอ็งมาแล้ว พวกเซียนเลยเชื่อมั่นว่า ผ่านฟ้า แม้จะเป็นแชมป์ที่รุ่นใหญ่กว่า คงไม่อาจต้านทานหมัดของเอ็งได้ เกินยกหนึ่งแน่”

    ขจรได้แต่ถอนใจ ที่ผ่านมาเขาได้แต่ตกเป็นรอง แต่คราวนี้กลับเป็นต่อมากขนาดนี้ในใจไม่รู้สึกยินดีแม้แต้น้อย

    พอมาถึงสนาม ก็พบกองทัพผู้สื่อข่าว กำลังยืนไมค์ให้ ผ่านฟ้า ศรีนาคา พูดออกมา

    “ ไม่ว่าเขาจะเป็นต่อ ผมแค่ไหน แต่ในศักดิ์ศรีของแชมป์เฟเธอร์เวทสนามราชดำริ ผมจะสู้ตาย เพื่อคุณพ่อ กับ คุณแม่ ที่ป่วย และ หลวงตาบัว ที่ท่านอุ้มชูผมมาตั้งแต่แบเบาะ”

    “ แชมป์ผ่านฟ้านี่ กตัญญูจริงๆ เลยนะคะ ไม่ทราบอยากจะบอกคู่ต่อสู้ที่เป็นนักชกเพลย์บอยว่าอย่างไรดีคะ”

    “ ผมคือ คนมวยตัวจริง ต้องใช้หยาดเหงื่อทุกหยด เพื่อแลกชัยชนะกลับมา  ผมไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมา ทำให้ผมหมดกำลังใจจะสู้ต่อ  พ่อครับ แม่ครับ ได้โปรดเป็นกำลังใจให้ลูกชายคนนี้ด้วยนะครับ”

    นักข่าวที่ได้ฟัง ก็ได้แต่ชื่นชม บางคนซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหล พอขจรเดินมา นักข่าวก็เริ่มเข้ามายืนไมค์เข้าใส่ ใบหน้ากลายเป็นเย็นชา แล้วถามจี้ใจดำขจรว่า

    “ ไม่ทราบว่า คุณชายขจรตอนนี้จะชกมวยไปเพื่ออะไรคะ ทั้งๆที่ ตอนนี้ก็ร่ำรวยเป็นเศรษฐีไปแล้ว”

    “ ผมก็อยากฝึกฝนวิชาที่เรียนรู้มา ว่าจะใช้ได้มากน้อยแค่ไหนในชีวิตจริง ยิ่งสู้กับคนเก่งๆ เราก็จะได้เรียนรู้จากคู่ต่อสู้ จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นครับ”

    “ เรื่องข่าวลือ ของคุณกับ ท่านชายภาสกร จะอธิบายเรื่องข่าวนี้อย่างไรดีคะ”

    “ ท่านชายภาสกรท่านมีพระคุณกับผมมาก อย่าให้ดึงท่านมาเกี่ยวข้องเลยครับ”

    ก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ต่อ คนของมาดามเกรซก็เข้ามากันนักข่าวออกไป เพื่อพาขจรเข้าไปเพื่อชั่งน้ำหนักตัวด้านใน และได้เผชิญหน้ากับ แชมป์ผ่านฟ้า ศรีนาคา

    “ พรุ่งนี้หวังว่า เราคงได้ชกกันอย่างสมศักดิ์ศรีนะ ผมไม่ยอมล้มมวยให้คุณแน่”

    “ ผมไม่รู้คุณพูดเรื่องอะไร”

    “ อย่าคิดว่าเงินของคุณ จะซื้อผมได้เหมือนคนอื่นๆ”  แชมป์ผ่านฟ้า ยิ้มเยาะ แล้วหันกายจากไป ทิ้งความสงสัยให้กับ ขจรเป็นยิ่งนัก......