เล่มที่ 1 บทที่ 17 คฑาหินเหล็กไฟ
ผมก้มเก็บอุปกรณ์ระดับทองแดงที่ดรอปอยู่บนพื้นใกล้ๆอย่างเงียบเชียบและโยนมันเข้าไปในช่องเก็บของทันที จากนั้นจึงเฝ้ามองหั่วเยี่ยนฉู่จัดการกับคนของหวังเฉาป้าเยว่ที่เหลืออยู่ไม่กี่คนสุดท้ายตายไปทั้งหมดจนร่างที่ไร้วิญญาณของคนเหล่านั้นกลายเป็นหลุมศพอยู่บนพื้น และพวกเขาก็กลายเป็นแสงสีขาวลอยกลับไปเกิดใหม่อีกครั้งในหมู่บ้านเริ่มต้น
“สมแล้วที่มีกำลังรบอันดับหนึ่ง ร้ายกาจจริงๆ”
หั่วเยี่ยนฉู่เดินมาหาผมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ส่วนข้างๆกันนั้นคือนักบวชและเรนเจอร์คนหนึ่ง โดยเฉพาะเรนเจอร์คนนั้นที่ผมค่อนข้างสนใจเป็นพิเศษไอดีของเขาคือ “โหยวเริ่นโหยว่หยู” เขาคือเรนเจอร์ฝึกหัดเลเวล 16 และการที่เขาสามารถอยู่ข้างกายของหั่วเยี่ยนฉู่ได้นับว่าสถานะของเขาไม่ธรรมดา อีกทั้งฝีมือที่เขาแสดงออกมาระหว่าง PK เมื่อครู่ค่อนข้างน่าจับตามองทีเดียว เขาคนเดียวฆ่าผู้เล่นอีก 3 คนต่อเนื่อง พูดได้ว่าประมาทไม่ได้
“พี่เฉินระวังตัวด้วย!” หลินเฉอเตือนเขาในช่องแชททีม
ผมก็ตอบกลับในช่องแชททีมทันที “เสี่ยวเฉอ,ต้าไห่ ลงมือจัดการนักบวชก่อน ถ้านักบวชของมันตาย ก็จะไม่มีคนควบคุมสนามรบ ฉันจะไปชนกับมันก่อน พี่เหว่ย พี่ช่วยปกป้องเสี่ยวเฉอกับต้าไห่ แล้วก็ระวังนักลอบสังหารของพวกมันด้วย”
“โอเค”
ผมก้าวออกไปข้างหน้าขณะถือดาบยาวทองแดงอยู่ในมือและเผยรอยยิ้มเล็กน้อย “ตอนนี้หีบสมบัติตกเป็นของพวกเราแล้ว นายคิดจะแบ่งอย่างไร?”
“ง่ายๆ”
หั่วเยี่ยนฉู่ยิ้มที่มุมปาก “ใครแข็งแกร่ง หีบสมบัติก็ตกเป็นของคนนั้น”
ตามคาด มันกลับคำจริงๆ
ทันใดนั้น หั่วเยี่ยนฉู่พลันลงมือ เขากระทืบเท้าไปข้างหน้าเปิดใช้สกิลฟรอสต์โพลาร์ ทุ่งน้ำแข็งได้แผ่ออกไปแช่แข็งเท้าของผมทันที ในขณะเดียวกันนักบวชเลเวล 16 คนนั้นที่อยู่ข้างกายเขาได้หยิบยันต์สีแดงเลือดขึ้นมาและซัดมันออกไป ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง “จินซีเหอซี แกจะไร้เดียงสาเกินไปหรือเปล่า?”
ก่อนที่จะถูกเคล็ดตรึงกายทำให้สตั้น ผมได้วางเท้าไว้บนพื้นและกระแสอากาศรอบตัวผมเกิดความปั่นป่วนขึ้น โล่ทองคำทั้งสามได้ปรากฎขึ้นรอบตัวผม อีกทั้งกลอรี่ชิลด์เลเวล 2 จึงลดค่าความเสียหายลงถึง 17 % ทว่าเมื่อมองกลับไปก็พบ โหย่วเริ่นโหย่วหยูกำลังพุ่งเข้ามา มีดเหล็กในมือเขาปกคลุมด้วยแสงสีฟ้าสดใสและบนใบมีดปรากฎภาพหัวหมาป่าที่ดุร้าย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขณะที่พุ่งแทงใส่ผม
“ตาย!”
“ฮู่~~”
ร่างได้ย่อลงอย่างรวดเร็ว ในเสี้ยววินาทีแรกของเคล็ดตรึงกาย ทักษะป้องกันได้เปิดใช้งาน และในช่วงเวลานี้ผมได้ตั้งรับอย่างมั่นคง ผลลัพธ์ที่ออกมาเกิดเสียงดัง “ปัง” ผมติดสถานะมึนงงทันที แม้เพียง 1 วินาทีทว่ากลับสร้างความเสียหายให้ผมมากถึง 216 แต้ม ในขณะเดียวกัน มีดสองเล่มของโหย่วเริ่นโหย่วหยูก็ฟันลงมา ซึ่งนั่นก็คือสกิลเขี้ยวหมาป่า+การโจมตีพื้นฐาน
“เคร้ง เคร้ง” การโจมตีที่กระทบลงบนโล่กำบังได้ทิ้งร่องรอยลึกไว้ทันที ขณะที่ประกายไฟสาดกระเซ็นออกไป
“237!”
“4!”
ค่าความเสียหายจากสกิลเขี้ยวหมาป่าน่ากลัวมาก หากตัดสินจากพลังปราณที่ปะทุออกมา น่าจะเป็นสกิลเขี้ยวหมาป่าเลเวล 2 ขณะที่สกิลเขี้ยวหมาป่าเลเวล 1 มีค่าความเสียหายอยู่ที่ 170 % ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของสกิลที่แข็งแกร่งที่สุดในอาชีพนี้ มันโด่งดังพอๆกับฉับไวของนักดาบ โชคดีที่ตอนแรกผมได้ใช้ทักษะการป้องกัน ไม่อย่างนั้นมีดเล่มนี้ก็คงทำให้ผมต้องสูญเสียเลือดไปไม่ต่ำกว่า 500 แต้ม
หั่วเยี่ยนฉู่เหยียบลงบนพื้นน้ำแข็ง เขาได้กวัดแกว่งคฑาเพลิงไปรอบๆและส่งบอลเพลิงใส่ผมอย่างฉับพลัน
“577!”
โชคดีที่ผมเปิดใช้งานกลอรี่ชิลด์ไว้ล่วงหน้า ไม่งั้นบอลเพลิงลูกนี้ก็คงเอาชีวิตของผมไปแล้ว แต่ด้วยการโจมตีนี้ทำให้แถบเลือดของผมลดลงไปต่ำ 50%ในพริบตา ขณะที่อีกด้านนักจิตวิญญาณกับนักธนูอีก 2 คนก็โจมตีเข้าใส่พร้อมกัน ถึงอย่างนั้นความเสียหายที่ได้รับก็ไม่ได้แรงมากนัก
สถานะมึนงงยังไม่ทันหาย เสี่ยวเฉอก็เปิดใช้ย่างก้าวเจ็ดดาราพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาได้ใช้สกิลเคล็ดตรึงกายใส่หัวนักบวชเพียงคนเดียวดัง “ผัวะ” ทำให้นักบวชติดสถานะมึนงง และส่งยันต์เต๋าอัคคีจู่โจมฆ่าอีกฝ่ายในทันที ในขณะเดียวกันหวังจินไห่ลงมือโจมตีพื้นฐานและระเบิดเพลิง 2 คอมโบติดเก็บนักธนูเพียงคนเดียวของอีกฝ่ายไป จากนั้นก็เหลือเพียงนักจิตวิญญาณสองคนกับเรนเจอร์แค่นี้ก็หวานหมูแล้ว
ทันทีที่สถานะมึนงงของผมหายไป ผมก็ติดสถานะ 'เลือดไหล' ทันที และปริมาณเลือดที่เหลืออยู่ก็ไม่ถึง 30% ทว่าหลังจากที่ดื่มยาเพิ่มเลือดไปขวดหนึ่งแล้ว เลือดก็ฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็ว ดาบทองแดงก็ “วิ้ง”เปล่งแสงสีฟ้าอย่างเจิดจ้า เปิดฉากการโจมตี ทว่าดาบนี้กลับโหย่วเริ่นโหย่วหยูปัดกลับส่งร่างกระเด็นกลับไป ผมจึงใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อที่จะเข้าใกล้หั่วเยี่ยนฉู่
“รนหาที่ตาย!”
ดวงตาของหั่วเยี่ยนฉู่แดงก่ำด้วยความโกรธ ไฟร์บอลในมือของเขาควบแน่นในมือและล็อคเป้ามาที่ผม ความตั้งใจของเขาแน่วแน่มาก ด้วยเซ็ตอุปกรณ์ที่เขาสวมใส่ เขาคงไม่ตายเพราะโดนผมฟันแค่สองดาบ แต่ไฟร์บอลของเขาและพลังที่ลอยอยู่รอบตัว สามารถส่งผมกลับบ้านก่อนได้เลย
อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง ดาบของผมไม่ได้ฟันลงไป แต่ทว่าเท้ากลับเคลื่อนผ่านหั่วเยี่ยนฉู่ไปเท่านั้น หลบพ้นจากระยะร่ายเวทของหั่วเยี่ยนฉู่ได้อย่างเฉียดฉิว และไฟร์บอลที่กำลังควบแน่นได้สลายหายไปทันที ตามกฎของสกายโร้ด หลังจากที่คาถาล็อคเป้าสูญเสียเป้าหมาย มันจะต้องใช้เวลาในการเริ่มต้นร่ายคาถาใหม่อีกครั้ง ในขณะที่ผมก็ใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในการเอาตัวรอดจากไฟร์บอลยังไงล่ะ
“แย่ล่ะ....”
หั่วเยี่ยนฉู่ใบหน้าถอดสีด้วยความตกใจทันที เขาคงนึกไม่ถึงว่าผมจะยังใจเย็นอยู่ได้ในการต่อสู้ที่ยุ่งเหยิงเช่นนี้ ด้วยการใช้เพียงการเคลื่อนไหวหลบออกจากระยะล็อคเป้าของเวทเท่านั้น
“พรึ่บ พรึ่บ~~”
ด้วยการกระโจนออกไปครั้งหนึ่ง ผมก็หลุดรอดระยะสายตาของนักจิตวิญญาณ ขณะที่รองเท้าบูทของผมไถลลงไปบนผืนทราย ทันใดนั้นเองผมได้หันกลับและจู่โจมใส่ด้วยการจู่โจมพื้นฐาน+โบลวสไตรค์ใส่นักจิตวิญญาณทั้งสองและฆ่าพวกเขาในทันที และจากนั้นพุ่งเข้าใส่หั่วเยี่ยนฉู่โดยไม่เหลียวหลัง ผมได้โจมตีคอบโบตรงเข้าใส่ที่หัว โจมตีพื้นฐาน+เฮฟวี่สแลช เปลวเพลิงลุกท่วมดาบทองแดงของผม ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
“บอส ระวัง!” โหย่วเริ่นโหย่วหยูตะโกนออกมา
ดวงตาหั่วเยี่ยนฉู่เผยประกายโหดเหี้ยม เขาได้ยกคฑาขึ้นมาพร้อมย่อตัวลงกะทันหัน เขาใช้ทักษะป้องกันเอาไว้ได้
ผมลื่นไถลลงไปใต้เท้า ทันใดนั้นเขาก็ดึงร่างกายขึ้นมา ร่างของเขาเคลื่อนผ่านไปราวๆหนึ่งเมตร ไปโผล่อยู่ตรงหน้าของโหย่วเริ่นโหย่วหยูพอดิบพอดี ดาบทั้งสองที่พุ่งผ่านหั่วเยี่ยนฉู่ไป กลับตรงเข้าใส่โหย่วเริ่นโหย่วหยูอย่างคาดไม่ถึง ดาบทั้งสองนั้นปรากฎขึ้นกะทันหันเกินไป แม้เป็นยอดฝีมืออย่างโหย่วเริ่นโหย่วหยูที่เก่งกาจขนาดนี้ก็ยังตั้งท่าป้องกันไม่ทัน และทันใดนั้นเองดาบสองเล่มนั้นก็ฟาดฟันใส่เขาสองทีอย่างจังเป็นเหตุให้แถบเลือดของเขาลดจนเหลือปริ่มหลอดในทันที
“ฆ่ามัน”
ผมหันกลับและพุ่งเข้าใส่หั่วเยี่ยนฉู่อีกรอบ ทว่าเขาก็ได้เปิดใช้จิตวิญญาณแห่งสายลมและนั่นจึงทำให้ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเขาเพิ่มขึ้น 10% ทันที และวินาทีที่เขากำลังจะหนีไปพร้อมกับคฑาที่อยู่ในมือนั้น ดวงตาของเขาเผยแววตาอำมหิตจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า
“เดี๋ยวก่อน!”
แต่ทว่าโหย่วเริ่นโหย่วหยูกลับถูกยันต์ของหลินเฉอพุ่งแปะใส่ร่าง ทำให้เขากลายเป็นแสงสีขาวที่ลอยกลับไปที่เมืองทันที
“ชิ้ง ~~~ ”
ด้านหลังหลินเฉอ มวลอากาศถูกคมมีดพุ่งผ่าน ขณะที่เขาเองรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ และทันใดนั้นเองแสงสีแดงเพลิงสายหนึ่งพุ่งผ่านอากาศ...มันคือสกิลแบ็คแสตปของนักลอบสังหารที่แทงใส่หลังหลินเฉอโดยตรง
ที่แท้ก็มีนักลอบสังหารที่ดักซุ่มโจมตีอยู่นี่เอง เขาซ่อนตัวอยู่จนกระทั่งตอนนี้ เขาเลือกที่จะจู่โจมเวลานี้และเป้าหมายของเขาคือนักบวชของพวกเรา เลือกลงมือในจังหวะที่การป้องกันของเราอ่อนแอถึงขีดสุด
หลินเฉอเลือดลดต่ำกว่า 30% แทบจะทันที ใบหน้าของเขาซีดขาวทว่าก็ไม่ได้หันกลับไปมอง เขาทำได้เพียงพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยสกิลย่างก้าวเจ็ดดาราเท่านั้น นี่เป็นผลจากประสบการณ์เก่าของเขา ย่างก้าวเจ็ดดารามีข้อได้เปรียบคือเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 10% ส่วนนักลอบสังหารเลเวล 16 นั้นมีสกิลเพียง 3 อย่างเท่านั้นซึ่งก็คือสเตลท์ แบ็คแสตปและเล็งจุดอ่อน ไม่มีสกิลที่เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ ฉะนั้นหากหลินเฉอหันกลับไปในเวลานี้ จุดจบเดียวของเขาก็คือ “ตาย” แต่การพุ่งไปข้างหน้าจะมีโอกาสรอดมากกว่า
หั่วเยี่ยนฉู่หันกลับมา ไฟร์บอลปรากฎขึ้นในฝ่ามือของเขา, เขาคิดจะฆ่าหลินเฉอ!
“แกกล้าเรอะ?”
ผมยกดาบกันด้านหน้าและพุ่งไปข้างหน้า ต้านรับไฟร์บอลอย่างหนักหน่วง เมื่อหลินเฉอถูกฆ่าตาย และหั่วเยี่ยนฉู่ประสานงานกับนักลอบสังหารมันเสี่ยงเกินไป พวกเราอาจถูกฆ่าตายยกทีมเลยก็ได้
ทว่าในตอนนี้เอง เสียงคำรามลั่นของจางเหว่ยที่อยู่ไม่ไกลออกไปก็ดังขึ้น พร้อมกับไทเกอร์ปาล์มที่ฟาดใส่ท้ายทอยนักลอบสังหารอย่างรุนแรง ตามปกติมันไม่ง่ายเลยที่จะโดนเป้า ทว่าไทเกอร์ปาล์มที่เขาใช้ครั้งนี้โดนเป้าเข้าอย่างจัง
“ปังง”
ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นในที่รกร้างพร้อมกับกลิ่นดินปืนที่โชยออกมาอย่างรุนแรง นักลอบสังหารที่ไล่ล่าหลินเฉอชะงักกึกในทันใด และขณะนั้นเองเลือดบริเวณท้ายทอยของเขาก็ไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่งทันที พวกเขาถูกยิงเข้ากลางหัว จากนั้นเขาได้กลายเป็นแสงสีขาวลอยกลับเมืองไปในทันที
หลินเฉอใช้ย่างก้าวเจ็ดดาราพร้อมกับขยับมือใช้ยันต์เต๋าอัคคีพร้อมกับเคล็ดตรึงกายอีกครั้ง “ชิ้งงง” แสงสีแดงจึงพุ่งตรงไปยังหั่วเยี่ยนฉู่อย่างแม่นยำ
ผมพุ่งไปอยู่ตรงหน้าและฟาดฟันดาบตัดผ่านร่างอีกฝ่าย หัวหน้าทีมอย่างหั่วเยี่ยนฉู่จึงถูกฆ่าตายทันที
“ท่าด้า~~~”
ทันใดนั้นอาวุธก็ดรอปออกมา มันเป็นคฑาเปลวเพลิงด้ามหนึ่งที่ปรากฎอยู่บนพื้น เมื่อลองเก็บขึ้นมาดูก็พบว่ามันคือของดี พี่ฉู่ช่างใจกว้างจริงๆ
【คฑาหินเหล็กไฟ】(อุปกรณ์ระดับทองแดง)
พลังโจมตีทางจิตวิญญาณ:24-35
พลังแห่งจิตวิญญาณ :+8
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :17
……
คฑาหินเหล็กไฟถือได้ว่าเป็นหนึ่งในคฑาชั้นยอดในเวลานี้ จริงๆแล้วนักจิตวิญญาณและนางฟ้าพเนจรเลเวล 17 นั้นก็มีอยู่เพียงหยิบมือเท่านั้น อีกทั้งค่าสถานะของมันค่อนข้างดีทีเดียว ด้วยพลังโจมตีจิตวิญญาณสูงสุดที่อยู่ที่ 35 แต้ม นับว่าแรงใช่เล่น!
“ของขวัญจากพี่ฉู่งั้นหรือ ไม่เลวเลยนี่……” หลินเฉอกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพร้อมทั้งเติมเลือดและมานาต่อทันที
“อืม รับไปสิ”
ผมมอบคฑาหินเหล็กไฟให้หลินเฉอ จากนั้นจึงพูดว่า “กลับเข้าเมืองก็ตั้งขายสัก 20 เหรียญทองด้วยล่ะ คฑาหินเหล็กไฟเล่มนี้คุ้มค่ามาก”
“โอเค!”
ในขณะเดียวกันที่มองดูหีบสมบัติวิเศษที่อยู่ไม่ไกล บนเนินเขาที่ห่างไกลมีเงาร่างอันงามสง่าอยู่ โดยไม่รอช้าหลังจากนั้นผมจึงหยิบดาบขึ้นและมุ่งหน้าตรงไปทันทีพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ ในขณะที่เรากำลังฟื้นพลังอยู่ เรามาเปิดหีบสมบัติกันดีกว่าจะได้รีบออกจากที่นี่ ตอนนี้ชื่อของฉันก็กลับมาเป็นสีแดงอีกแล้ว……”
หวังจินไห่กระตุกยิ้ม “เมื่อกี้นี้ลูกพี่คงทำให้หั่วเยี่ยนฉูกับโหย่วเริ่นโหย่วหยูตกใจน่าดู”
“อย่าเพิ่งสนใจเลย รีบเปิดหีบสมบัติเถอะ”
“อื้ม”
พวกเขายืนล้อมกล่องสมบัติ ท่ามกลางการต่อสู้อย่างบ้าคลั่งทว่ากลับเห็นเพียงแถบเลือดบนกล่องสมบัติที่ค่อยๆตกลงมาเท่านั้น และไม่ทันถึงหนึ่งนาทีหลังจากนั้นอักขระซับซ้อนบนพื้นผิวของหีบสมบัติหายไป ม่านพลังที่ปกคลุมกล่องสมบัติได้แตกสลายไปและหีบสมบัติได้เปิดออกทันที ในขณะที่ฝาหีบสมบัติเปิดขึ้น แสงเจิดจ้าที่แทบจะทำให้ตาของผมบอดก็ส่องสว่างขึ้นทันที ทว่าพอลองมองดีๆแล้ว มันกลับไม่ใช่กองสมบัติมากมายอย่างที่ผมคาดหวังเอาไว้ มันเป็นเพียง หินก้อนเล็กๆก้อนหนึ่งเท่านั้น
“หืม มันคืออะไรน่ะ?”
หลินเฉอประหลาดใจ “นี่เราสู้แทบตายเพื่ออะไรกัน?”
“ก็ไม่แน่”
ผมหยิบหินขึ้นมาดู จากนั้นจึงลูบๆปัดๆลงไปและทันใดนั้นคุณสมบัติของหินก้อนนี้จึงลอยขึ้นและปรากฏเข้าสู่สายตาของพวกเราทันที
【ลาป่า】(พาหนะขี่ระดับเหล็กดำ)
ประเภท :ศิลาปิดผนึก
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :20
……
“ดี ดีจริงๆ……”
หลินเฉอหัวเราะ “ไหนบอกว่าการจะนั่งพาหนะแบบนี้ได้ต้องมีเลเวล 40-80 ไง? ทำไม……เพิ่งจะได้เลเวล 10 กว่าก็มีพาหนะศิลาปิดผนึกแล้วล่ะ?”
หวังจินไห่หัวเราะออกมา “ตามที่ฉันรู้ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ผู้เล่นจะต้องมีเลเวลอย่างน้อย 40 เลเวลขึ้นไปก่อนถึงจะสามารถเปิดสกิลเทมที่ทำให้สัตว์พาหนะในผนึกเชื่อฟัง แต่อย่างน้อยสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความล้ำค่าของมัน ว่ามันสามารถใช้ได้ก่อนในขณะที่คนอื่นยังไม่สามารถใช้สัตว์พาหนะ สามารถขี่สัตว์พาหนะในการต่อสู้ถือว่าได้เปรียบมาก บอส ศิลาปิดผนึกนี่เหมาะกับพี่นะ”
“หีบสมบัตินี่ไม่เลวเลยจริงๆ”
ผมมีความสุขมาก จากนั้นเก็บศิลาพาหนะเข้ากระเป๋าทันที ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คืออัพเลเวลให้ถึงเลเวล 20 ก่อน จากนั้นจึงค่อยผูกพันธะกับศิลาผนึกก้อนนี้และเมื่อได้พาหนะสัตว์มาครอบครองแล้ว จนถึงตอนนั้นบางทีผมอาจจะเป็นอัศวินที่มีพาหนะสัตว์ขี่เป็นคนแรกในเซิร์ฟเวอร์ก็ได้…ผมช่างเป็นบุรุษที่มาพร้อมกับโชคชะตาจริงๆ……
“ไปเถอะ หุบเขาอำมหิตนี้อันตรายเกินไป อีกเดี๋ยวก็คงจะมีคนเข้ามาอีก”
“โอเค ไปกัน”
โดยไม่รอช้า พวกเรารีบเคลียร์สนามรบทันที และได้รับอุปกรณ์ระดับทองแดงมาทั้งหมด 3 ชิ้น จริงๆอัตราดรอปอุปกรณ์จากการตายของผู้เล่นไม่ได้สูงขนาดนั้น โอกาสที่อุปกรณ์จะดรอปออกมามีเพียง 10% เท่านั้น ทว่าครั้งนี้ดรอปอุปกรณ์ทองแดงถึง 4 ชิ้น นับว่าไม่เลวแล้ว
ในขณะที่พวกเราเดินขึ้นไปบนเนินเขา เมื่อมองไปข้างหลังก็เห็นผู้เล่นนับร้อยได้เข้าสู่หุบเขาอำมหิตแล้ว แต่พวกเขาคงยังไม่รู้สินะว่าหีบสมบัติถูกเปิดออกแล้ว นี่ขนาดว่ายังไม่ได้เห็นหีบสมบัติ พวกเขาก็เริ่มสู้กันดุเดือดเสียขนาดนั้น ไฟร์บอลและยันต์ปลิวว่อนในป่า
***************************
โปรดติดตามตอนต่อไป.........