หมื่นโอสถกลืนสวรรค์

    บทที่ 8 ภายในหมู่บ้านซ่อนลึก

    บทที่ 8 ภายในหมู่บ้านซ่อนลึก ด้านหน้าคือทัศนียภาพที่งดงามหมู่บ้านอันแสนสงบสุขที่ตั้งอยู่ภายในภูเขาขนาดใหญ่ที่รายล้อม แสงแดดร้อนๆที่ส่งผ่านม่านเมฆลงมาด้านล่างแพสร้างความอบอุ่นไปทั่วทั้งบริเวณ หลินซานที่เพิ่งออกมาจากภายในบ้านได้เพียงก้าวเดียวเขาต้องหยุดชะงักลงพร้อมกับใช้ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองไปที่ทัศนียภาพด้านหน้า ด้านหน้าคือทัศนียภาพของหมู่บ้านซ่อนลึก มันเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเขาขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบบริเวณ มีครัวเรือนที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ประมาณ 50 พื้นที่บริเวณด้านหน้าของเขามันคือลานกว้างขวางที่มีต้นไม้ตั้งอยู่อย่างประปราย ในบริเวณนี้แต่ละครัวเรือนก็ต่างมีพื้นที่ทำกินของตนเองอยู่บริเวณรอบๆบ้านมันทำให้ระยะห่างของแต่ละบ้านก็อยู่ห่างกันประมาณนึงแต่ก็ไม่มากนัก ผู้คนภายในนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากบุคคลด้านนอกเมื่อมองดูแล้วพวกเขาก็ใช้ชีวิตตามปกติของตนเองทำงานหาเลี้ยงตนเอง โดยภายในหมู่บ้านมีทั้งผู้ที่ทำเกษตรกรและทำการเพาะปลูกพืชต่างๆก่อนหน้านี้เขาเองก็ได้ท่านหมอประจำหมู่บ้านแห่งนี้รักษาไว้เช่นกันมันย่อมแสดงว่าภายในนี้มันมีสวนสมุนไพรถูกเพราะปลูกเอาไว้อยู่ แต่ว่าสวนสมุนไพรเหล่านั้นก็คงจะไม่ใช่สวนสมุนไพรที่ลำเลิกหรือว่าอันใดสักเท่าใดเพราะว่าขนาดท่านหมอที่เป็นผู้รักษาของเขายังไม่สามารถหาสมุนไพรดีๆมารักษาร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสของเขาให้หายได้เลยหลินซานเลยคาดเดาว่าภายในหมู่บ้านแห่งนี้น่าจะเพาะปลูกเพียงแค่สมุนไพรพื้นฐานที่สามารถนำไปใช้ได้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆเท่านั้นเด็กหนุ่มที่ใช้ไม้เท้าไม้ไผ่ค้ำยันร่างกายอยู่เริ่มออกแรงเดินออกไปอีกครั้งโดยมีเด็กหญิงด้านหลังคอยพยุงร่างกายของเขาเอาไว้อีกแรงหนึ่งเดินออกมาจากบ้านของท่านยายลี่ โดยท่านยายลี่บ้านของนางทำการเพาะปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อเลี้ยงชีพของตนเอง โดยบริเวณข้างๆบ้านก็มีแปลงผักเล็กๆถูกเพาะปลูกเอาไว้มันไม่ได้เป็นที่สะดุดตาสักเท่าใดในตอนนี้หลินซานอยากจะเดินชมภายในหมู่บ้านแห่งนี้ต่างหากเขาเลยได้ออกแรงเดินไปด้านหน้า แต่กว่าจะสามารถเดินได้แต่ละก้าวก็ยากเย็นยิ่งนัก การใช้ไม้เท้าเมื่อลองเดินขึ้นเรื่อยๆมันก็เริ่มชำนาญขึ้นแต่ก็ไม่ได้รวดเร็วเพราะว่าต้องใช้กำลังแขน ตอนนี้แขนของเขามันก็ยังบาดเจ็บอยู่แน่นอนว่าเรี่ยวแรงของมันก็ไม่ได้มีมากมายนักแต่ในเรื่องนี้หลินซานคิดเอาไว้แล้วว่าเขาถ้าฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้งสี่อย่างภายในร่างกายของตนเองขึ้นไปอีกระดับแน่นอนว่าเขาจะต้องมีเรี่ยวแรงและพละกำลังมากกว่านี้ ในตอนนั้นถ้าจะใช้ไม้เท้าก็คงจะสามารถนำมันไปใช้เคลื่อนไหวได้สะดวกราวกับขาด้วยพละกำลังแขนที่เพิ่มมากขึ้นแต่ตอนนี้เขาต้องพักฟื้นอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เลยอยากจะออกมาเดินสำรวจภายในหมู่บ้านดู เดินตรงออกมาจากเรือนเข้าสู่ถนนเส้นเล็กๆที่ตัดผ่านอยู่หน้าบ้านแล้วเริ่มเดินไปเรื่อยๆ เขาเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายมันเป็นการฝึกการเคลื่อนไหวของตนเองด้วยเพราะเขาน่าจะอยู่ในสภาพอย่างนี้อีกสักพักใหญ่ๆเพราะว่าการที่จะหาสมุนไพรมาหลอมยาที่เชื่อมกระดูกที่หักของเขาให้เข้าหากันและรักษาอาการบาดเจ็บของร่างกายได้มันคงจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก ออกมาครั้งนี้เพื่อการสำรวจหมู่บ้านหลินซานเลยมุ่งตรงไปตามจุดต่างๆของหมู่บ้านซ่อนลึกแห่งนี้ ภายในหมู่บ้านแห่งนี้มีครบครันเป็นอย่างมากเพราะเขามีทั้งสมุนไพรที่เพาะปลูกเพื่อเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น ไม่เพียงเท่านั้นยังมีพวกเล้าต่างๆที่เอาไว้เพาะพันธุ์สัตว์เพื่อเป็นอาหาร รวมไปถึงมีเรือนที่เพาะปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้เก็บกินอีกด้วย มันแสดงให้เห็นว่าหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ขาดแคลนเรื่องเสบียงอาหารเลยสักนิด แต่ว่าไม่ได้มีเพียงแค่นั้นเท่านั้นภายในหมู่บ้านแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอีกหลายอย่างมีทั้งบ้านที่รับเย็บปักเสื้อขึ้นมา หรือกระทั่งชาวบ้านที่รับทำงานไม้หรือว่างานฝีมือต่างๆ แม้แต่โรงน้ำชาเล็กๆประจำหมู่บ้านเองก็มีเช่นเดียวกัน อย่างสุดท้ายที่ได้มาพบเจอก็คือร้านขายของประจำหมู่บ้านมันเป็นร้านขายของที่จะนำของจากบริเวณด้านนอกเข้ามาขายบริเวณด้านในหมู่บ้าน โดยทั่วไปแล้วชาวบ้านถ้าอยากจะขายของของตัวเองออกไปด้านนอกก็จะฝากเถ้าแก่ร้านผู้นี้ไปขายเพื่อนำเงินกลับเข้ามาภายในหมู่บ้านพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้อย่างสงบสุขมานานหลายสิบปีไม่มีผู้ใดเข้ามายุ่งเกี่ยว และแทบจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ด้วยว่ามีสถานที่แห่งนี้อยู่ เมื่อได้เดินสำรวจทั่วทั้งบริเวณหมู่บ้านก็ใช้เวลาไปหลายชั่วยามกว่าจะเสร็จเรียบร้อยจนหมด หลินซานได้เดินกลับมาที่บ้านของท่านใหญ่ลี่ที่เป็นที่พักของเขาแล้วกลับมานั่งพักบริเวณด้านหน้า“ เฮ้อ~ ข้าขอบใจเจ้ามากนะลี่อินที่ยอมช่วยเหลือคนพิการอย่างข้าแล้วก็พาข้าไปเดินเล่นภายในหมู่บ้านแห่งนี้อีก ” หลินซานที่ทิ้งกายนั่งลงบริเวณโต๊ะเล็กๆด้านหน้าบ้านก็ได้กล่าวขึ้นมาทันที การเดินมันชั่งยากลำบาก ถ้าตัวของเขาไม่ได้ลี่อินช่วยเหลือหลายๆอย่างเขาคงจะไม่สามารถรอดมาได้จนถึงในตอนนี้ ก่อนหน้านี้นางบอกว่านางติดรถม้าของเถ้าแก่ร้านขายของชำประจำหมู่บ้านออกไปด้านนอกแล้วก็พบเจอเขาเลยช่วยเหลือกลับมา และสองยายหลานผู้นี้ก็ช่วยเหลือตัวของเขาเป็นอย่างดีดูแลราวกับคนในครอบครัว ตัวของเขาก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักบุญคุณคน ภายในยุทธภพแห่งนี้บุญคุณความแค้นถือเป็นเรื่องที่เหนือสิ่งอื่นใด มีบุญคุณก็ต้องทดแทนแค้นก็ต้องชำระ แน่นอนว่าถ้าผู้ใดไม่รู้จักบุญคุณคนมันจะถูกตราหน้าว่ากลายเป็นสัตว์เดรัจฉาน“ ไม่เป็นอันใด~ ” นางส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้ม“ แล้วต่อจากนี้เจ้าจะเอาเช่นไรต่อล่ะ...”“ หื้ม? ” หลินซานหันไปมองลี่อินเอ่ยปากถามขึ้นมา“ หมายความว่าเช่นไรที่บอกว่าจะเอาอย่างไรต่อ? ”“ ก็เรื่องของเจ้าเช่นไร ข้าถามว่าต่อจากนี้เจ้าจะเอาเช่นไรต่อ จะอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เลยก็ได้ท่านยายกับข้าไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว ” นางพูดออกมาด้วยใบหน้าที่จริงใจ คนภายในหมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นมิตรยิ่งนัก “ ไม่ๆข้าคงจะไม่รบกวนพวกเจ้าขนาดนั้นหรอก ข้าขอเวลาอีกเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้นที่พักฟื้นที่นี่แล้วข้าก็จะออกจากหมู่บ้านแห่งนี้โดยที่ไม่รบกวนเจ้าอีก ” หลินซานตอบกลับ ตัวของเขาคิดเอาไว้หมดแล้วว่าเขาจะใช้เวลาพักฟื้นอยู่ที่นี่อีกเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้นแล้วก็จะกลับออกไปจากหมู่บ้านซ่อนลึกแห่งนี้ เขามีหลายเรื่องที่จะต้องทำแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่เขาจะต้องสะสางให้สำเร็จแต่ว่า1 เดือนที่เขาจะเก็บตัวอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้เขาจะใช้เวลาเหล่านั้นในการฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายของตนเอง อย่างน้อยถ้าระดับของมันเพิ่มพูนขึ้นไปมันก็จะทำให้ตัวเขาแข็งแกร่งมากขึ้นและสามารถโต้ตอบกับเหล่าศัตรูของเขาได้ถ้าพวกมันรู้ว่าเขามีชีวิตอยู่คงจะต้องส่งคนมาเล่นงานเขาอย่างแน่นอน ตอนนี้ข่าวของเขาภายในเมืองหลวงคงจะมีแต่ผู้คนเลื่องลือว่าหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา พาคนพวกนั้นไม่ได้ลอบกัดเขาเขาไม่มีทางที่จะพลาดถ้าอย่างนี้อย่างแน่นอน อีกอย่างมันก็เป็นเพราะว่าเขาไว้ใจคนผิดด้วยหลินซานคนก่อนเป็นผู้ที่อ่อนต่อโลกเกินไปแล้วยังทะนงตนในพรสวรรค์ของตนเองที่ได้รับมา ตอนนี้ไม่ใช่แล้วเขาก็กำเนิดขึ้นจากการหลอมรวมดวงจิตกับดวงจิตของจักรพรรดิโอสถและเทพสงครามมันทำให้เขากลายเป็นคนใหม่ครั้งนี้มันจะต้องไม่เหมือนเดิมโชคชะตาของเขาจะต้องเปลี่ยนไป “ เข้าใจแล้ว.. ”ในวันถัดมาหลินซานตื่นขึ้นมาตั้งแต่ในยามเช้า เขาได้ทานอาหารเช้าที่ได้ลี่อินยกมาให้เขาถึงห้องจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เริ่มลงมือในการฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ปราณทั้งสี่ของตนเองทันที ตอนนี้สิ่งที่เขาควรจะมุ่งมั่นในการฝึกฝนมันยังไม่ใช่เคล็ดบ่มเพาะหรือว่าวรยุทธแขนงใดแต่ว่าสิ่งที่เขาควรจะฝึกฝนในตอนนี้มากที่สุดคือส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายของเขา มันเป็นเพราะว่าถ้ารากเหง้าปานกเขายังอยู่ในระดับแรกเช่นนี้ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางที่จะสามารถฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะอื่นๆขึ้นไปให้รวดเร็วได้อย่างแน่นอนเด็กหนุ่มลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งดวงตาทั้งสองข้างของเขาปิดลง มือทั้งสองข้างประสานกันอยู่บริเวณหน้าตักแล้วเข้าอยู่ในท่าทางนั่งสมาธิ หลินซานเริ่มทำการฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายของตนเองทันที ตอนนี้สิ่งที่เขาคิดเอาไว้ว่าเขาจะเริ่มทำการฝึกฝนรากเหง้าปราณของตนเองเป็นอันดับแรก เพราะว่ารากเหง้าปราณของเขามันยังอยู่ในระดับแรกเริ่มเท่านั้นซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่สุด จากส่วนประกอบปราณอีกสามส่วนภายในร่างกายของเขามันถูกฝึกฝนมากในระดับหนึ่งแล้วทำให้พวกมันอยู่ในระดับที่อยู่เหนือกว่ารากเหง้าปราณของเขา หลินซานเข้าสู่ท่านั่งสมาธิก่อนที่พลังปราณภายในร่างกายมันจะเริ่มไหลออกมาจากรากเหง้าปราณบริเวณหน้าอกแล้วเริ่มแทรกซึมไปทั่วทั้งร่างกายตามความคิดของเขา มันคือวิธีการฝึกฝนรากเหง้าปราณเขาจะต้องปลดปล่อยออกมาจากรากเหง้าแล้วเริ่มใช้มันในการขัดเกลาตัวของมันเอง โดยการใช้พลังของมันหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปตามระดับและความเหมาะสมเพื่อที่จะให้มันเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆตามลำดับตอนนี้พลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขามันเริ่มเด่นชัดมากขึ้น พลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาเริ่มปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของหลินซาน ดวงจิตของเขาเข้าสู่ห้วงสมาธิอย่างรวดเร็วพร้อมกับตั้งมั่นในการฝึกฝนพลังที่อยู่ตรงหน้าของตนเอง “ เริ่มแล้ว... ”จบตอน 

    คล้ายกับเรื่องหมื่นโอสถกลืนสวรรค์ ที่คุณอ่าน