คนที่ยังอยู่ข้างใน
เสียงลมพัดผ่านช่องเขาเบา ๆ
นัทนั่งยอง ๆ อยู่ข้างชายที่เพิ่งหนีออกมาจากด้านใน
แขนของชายคนนั้นเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน เสื้อผ้าขาดจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม
มาร์โกกำลังใช้ปราณฟื้นฟูรักษาบาดแผลให้
พลังปราณไหลผ่านปลายนิ้วอย่างช้า ๆ
เลือดที่ไหลจากแผลบริเวณแขนเริ่มหยุดลง
ชายคนนั้นกัดฟันแน่น
“เจ็บไหม?”
นัทถาม
ชายคนนั้นหอบ
“นิดหน่อย”
นัทมองแผล
“นิดหน่อยของนายเลือดออกขนาดนี้เลยเหรอ?”
ชายคนนั้นเงียบ
มาร์โกเหลือบมองนัท
“นายอย่าพูดให้คนเจ็บเครียด”
“ผมไม่ได้ทำให้เครียด”
นัทชี้แผล
“ผมแค่บอกว่ามันเยอะ”
มาร์โกถอนหายใจ
“เหมือนกันนั่นแหละ”
ชายที่บาดเจ็บมองสองพี่น้องสลับกัน
ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี
มาร์โกจึงหันกลับมาสนใจแผล
“เสร็จแล้ว”
ชายคนนั้นขยับแขน
เลือดหยุดไหลแล้ว แม้แผลยังไม่หายสนิท
“ขอบคุณ”
“ไม่เป็นไร”
มาร์โกเก็บมือ
“ตอนนี้บอกเราได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น?”
ชายคนนั้นเงียบ
เขาหันกลับไปมองช่องทางด้านหลัง
แววตาเปลี่ยนไปทันที
เหมือนเพียงแค่เห็นความมืดตรงนั้นก็ทำให้ร่างกายกลับไปจำสิ่งที่เกิดขึ้นได้อีกครั้ง
“พวกเราสี่คนเข้าไป”
“แล้ว?”
“ตอนแรกไม่มีอะไร”
“เดินเข้าไปตามทาง”
“ไม่มีมอนสเตอร์”
นัทขมวดคิ้ว
“ไม่มีเลย?”
ชายคนนั้นพยักหน้า
“ไม่มีแม้แต่ตัวเดียว”
มาร์โกมองนัท
ทั้งสองไม่พูดอะไร
ชายคนนั้นพูดต่อ
“พวกเราเดินเข้าไปเรื่อย ๆ”
“จนเจอห้องหนึ่ง”
“ห้อง?”
“ครับ”
“มันเป็นห้องแบบไหน?”
ชายคนนั้นส่ายหน้า
“อธิบายไม่ถูก”
“เหมือนห้องที่ถูกสร้างขึ้น”
“แต่ไม่มีประตู”
“ไม่มีหน้าต่าง”
“มีแค่ทางที่พวกเราเดินเข้ามา”
นัทถาม
“แล้วหลังจากนั้น?”
ชายคนนั้นกลืนน้ำลาย
“มีบางอย่างอยู่ในห้องนั้น”
มาร์โกถามทันที
“มอนสเตอร์?”
“ไม่รู้”
“ตัวใหญ่ไหม?”
ชายคนนั้นส่ายหน้า
“ผมไม่เห็นตัวมัน”
นัทกับมาร์โกมองหน้ากัน
“แล้วนายรู้ได้ยังไงว่ามีบางอย่างอยู่?”
ชายคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“เพราะเสียง”
“เสียงอะไร?”
เขามองกลับเข้าไปในช่องทาง
“เสียงโลหะลากพื้น”
นัทนิ่ง
มาร์โกเองก็ไม่ได้พูดอะไร
กึง...
เสียงจากในความมืดดังขึ้นราวกับจงใจตอบคำถาม
ชายคนนั้นสะดุ้งจนแทบลุกขึ้น
นัทหันไปทันที
มาร์โกยืนขึ้น
มือขวาจับอาวุธ
ทุกคนเงียบ
เสียงนั้นดังอีกครั้ง
กึง...
ครั้งนี้ช้ากว่าเดิม
แต่ใกล้กว่า
นัทกลืนน้ำลาย
เขาไม่ได้รู้สึกกลัวแบบตอนเป็นเด็ก
แต่ร่างกายกลับเตือนเขาอย่างชัดเจน
สิ่งนั้นกำลังเคลื่อนที่
มาร์โกพูดเสียงต่ำ
“ถอยออกจากทาง”
ทุกคนทำตาม
นัทถอยหลังหนึ่งก้าว
แต่ยังมองเข้าไปในความมืด
ไม่มีอะไร
มีเพียงทางเดินหิน
และความมืดที่ลึกจนมองไม่เห็นปลายทาง
เสียงหยุด
ผ่านไปหลายวินาที
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มาร์โกจึงลดอาวุธลงเล็กน้อย
“กลับเมือง”
นัทหันมอง
“ตอนนี้?”
“ใช่”
ชายที่บาดเจ็บรีบพูด
“แต่คนอื่นยังอยู่ข้างใน”
มาร์โกชะงัก
“กี่คน?”
“สาม”
“ยังมีชีวิต?”
ชายคนนั้นนิ่งไป
“ผมไม่รู้”
มาร์โกมองหน้าเขา
“นายไม่รู้?”
“ผมวิ่งออกมาก่อน”
“แล้วพวกเขาล่ะ?”
“พวกเขายังอยู่ในห้อง”
นัทเงียบ
มาร์โกมองทางเดิน
จากนั้นมองชายที่บาดเจ็บ
“เราออกไปแจ้งกิลด์ก่อน”
ชายคนนั้นรีบพูด
“ถ้ารอถึงตอนนั้น...”
เขาหยุด
“พวกเขาอาจตาย”
คำพูดนั้นทำให้นัทนิ่ง
ภาพบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
ไม่ใช่ภาพของสถานที่นี้
แต่เป็นภาพจากอดีต
ภาพของหญิงชราคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีฝูงสัตว์ร้าย
ขาที่เดินแทบไม่ไหว
กล้าหันกลับไป
ทั้งที่รู้ว่าตัวเองกำลังเสี่ยง
นัทจำภาพนั้นได้
จำเสียงของกล้าได้
จำความรู้สึกตอนนั้นได้
ช่วยได้ไหม?
ตอนนั้นพวกเขาเองก็กลัว
ทุกคนกลัว
แต่กล้าก็ยังกลับไป
และนัทก็เข้าไปด้วย
สุดท้ายพวกเขาช่วยทุกคนไม่ได้
คุณยายต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
มันเป็นหนึ่งในความทรงจำที่นัทไม่เคยลืม
เพราะตอนนั้นเขาเข้าใจแล้วว่า
การช่วยคนหนึ่งคน...
บางครั้งอาจหมายถึงการเอาชีวิตของทุกคนไปเสี่ยง
แต่สิ่งที่เขาจำได้อีกอย่างคือ
เขาไม่เคยเสียใจที่หันกลับไปช่วย
นัทกำมือแน่น
มาร์โกมองเขา
“นัท”
นัทไม่ตอบ
“นัท”
“ครับ”
“นายคิดอะไรอยู่?”
นัทมองช่องทางนั้น
“พี่”
“ว่าไง?”
“ถ้าเรากลับเมืองตอนนี้...”
มาร์โกเงียบ
“สามคนนั้นจะเป็นยังไง?”
ไม่มีคำตอบ
เพราะทั้งคู่รู้คำตอบอยู่แล้ว
มาร์โกหลับตาลงครู่หนึ่ง
ก่อนถอนหายใจ
“ฉันรู้”
นัทหันมอง
มาร์โกมองกลับ
“ฉันรู้ว่านายกำลังคิดอะไร”
“แล้ว?”
“ฉันยังคิดว่าเราควรแจ้งกิลด์”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
มาร์โกหันกลับไปมองช่องทาง
“แต่...”
เขาหยุด
“ถ้าเราเข้าไปช่วยพวกเขาก่อน”
นัทเงยหน้า
“พี่?”
“เรารู้เส้นทางช่วงนี้”
มาร์โกชี้เข้าไปด้านใน
“เราเคยเข้ามาแล้ว”
“เราไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร”
“แต่รู้ว่าตรงไหนแคบ”
“รู้ว่าตรงไหนมีทางแยก”
“และรู้ว่าต้องกลับออกทางไหน”
นัทพยักหน้า
มาร์โกพูดต่อ
“เราเข้าไป”
“ช่วยคนที่ยังอยู่”
“แล้วออกมาทันที”
เขาหันมองนัท
“ไม่สำรวจ”
“ไม่ตามเสียง”
“ไม่เข้าไปลึกเกินกว่าที่จำเป็น”
“ถ้าเจอสิ่งที่เราสู้ไม่ได้...”
นัทตอบทันที
“ถอย”
มาร์โกพยักหน้า
“ใช่”
นัทมองพี่ชาย
“พี่พูดเหมือนรู้ว่าผมจะตอบ”
มาร์โกยิ้ม
“เพราะฉันเป็นพี่นาย”
นัทเงียบไป
“งั้นไปกัน”
มาร์โกมองเขา
“เดี๋ยว”
“อะไร?”
“ฉันยังพูดไม่จบ”
“อ้าว”
มาร์โกชี้หน้า
“ห้ามทำอะไรเสี่ยง ๆ”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
“ห้ามวิ่งตามอะไรที่ไม่รู้จัก”
“ครับ”
“ห้ามแยกจากฉัน”
“ครับ”
“ถ้าฉันบอกให้ถอย นายต้องถอย”
“ครับ”
มาร์โกหรี่ตา
“รับคำง่ายเกินไป”
นัทตอบหน้าตาย
“เพราะพี่พูดถูกทุกข้อ”
มาร์โกนิ่ง
ก่อนหัวเราะออกมา
“ไปเถอะ”
กลับเข้าไปอีกครั้ง
นัทลุกขึ้น
คราวนี้เขาไม่ได้ถือหอก
ง้าวถูกเก็บเข้าไปในคลังมิติ
ดาบใหม่ถูกชักออกมา
เสียงโลหะเสียดสีกับฝักดังเบา ๆ
แกร๊ก
นัทจับด้ามดาบแน่น
มาร์โกตรวจมีดคู่ของตัวเอง
จากนั้นทั้งสองหันไปทางช่องทาง
ชายที่บาดเจ็บพยายามลุก
“ผมไปด้วย”
มาร์โกหันกลับ
“ไม่”
“แต่...”
“นายบาดเจ็บ”
“แต่ผมรู้ทาง”
นัทพูดขึ้น
“ไม่ต้องไป”
ชายคนนั้นมองนัท
นัทพูดต่อ
“ถ้าพี่กับผมต้องพาคนเจ็บกลับออกมาอีก จะลำบาก”
มาร์โกเหลือบมองน้องชาย
“พูดดี”
นัทพยักหน้า
“ผมคิดมาดีแล้ว”
มาร์โกหัวเราะ
“งั้นฝากเขาไว้ตรงนี้”
ชายคนนั้นพยักหน้า
“ครับ”
มาร์โกเดินนำ
นัทเดินตาม
ทั้งสองก้าวเข้าสู่ความมืดอีกครั้ง
ช่วงแรกยังเป็นทางเดิม
พื้นหิน
ผนังแคบ
รอยเลือดจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ยังอยู่
นัทเดินช้าลง
“พี่”
“อะไร?”
“ตรงนี้”
มาร์โกหัน
นัทชี้พื้น
“รอยเท้า”
รอยเท้าของพวกนักล่ากลุ่มก่อนหน้านี้ยังเห็นชัด
แต่มีบางอย่างเพิ่มขึ้น
รอยลาก
ยาวจากด้านใน
ผ่านพื้นหิน
ลากต่อไปตามทาง
มาร์โกย่อตัวลง
“นี่ไม่ใช่รอยจากคน”
นัทมอง
“รู้”
“หนักมาก”
“ใช่”
มาร์โกยืนขึ้น
“เดินต่อ”
ทั้งสองไม่พูดมากอีก
ทางเดินค่อย ๆ แคบลง
นัทต้องเอียงดาบเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ปลายดาบชนผนัง
“ดีที่เอาดาบมา”
มาร์โกพูด
“ถ้าเอาง้าวมานายคงติดอยู่ตรงนี้”
นัทตอบ
“รู้แล้ว”
“ยังจะเอามาไหม?”
“ไม่”
“ดี”
“แต่ถ้าพื้นที่กว้างขึ้น ผมจะเอากลับ”
“อืม”
“พี่อย่าห้าม”
“ไม่ได้ห้าม”
“ดี”
ทั้งสองเดินต่อ
แล้วเสียงหนึ่งดังขึ้น
ครืด...
นัทหยุดทันที
มาร์โกยกมือ
ทั้งคู่ยืนนิ่ง
เสียงดังอีกครั้ง
ครืด...
มาจากด้านหน้า
นัทกำด้ามดาบแน่น
มาร์โกขยับเข้าใกล้ผนัง
“เงียบ”
นัทพยักหน้า
เงาดำบริเวณผนังขยับเล็กน้อย
มาร์โกหายเข้าไปในเงา
เงาแฝงร่าง
ร่างของเขาจมหายไปกับความมืด
นัทอยู่คนเดียว
เขารอ
ไม่ถึงสามวินาที
มาร์โกปรากฏตัวด้านหลัง
“ไม่มีอะไร”
“แน่ใจ?”
“แน่”
“แล้วเสียง?”
“น้ำหยด”
นัทนิ่ง
“...”
มาร์โกมอง
“อะไร?”
“ผมคิดว่าจะมีอะไร”
“ฉันก็คิด”
“แล้ว?”
“ไม่มี”
นัทพยักหน้า
“เสียเวลาเลย”
มาร์โกหัวเราะ
“อย่างน้อยก็ยังไม่โดนกิน”
ทั้งสองเดินลึกขึ้น
ไม่นานก็พบห้องที่ชายคนนั้นพูดถึง
ท