(หนึ่งวันก่อน..)
สิ่งที่ทำให้แพรขวัญยืนตัวแข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูกก็คงหนีไม่พ้นความจริงที่เพื่อนรักของเธอพิมพ์มาในกลุ่ม ในตอนนี้ร่างกายของเธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงโดยอัตโนมัติ ขอบตาร้อนผ่าวของเขาเริ่มมีน้ำใสๆเอ่อคลอ มันเหมือนกับว่าตอนนี้เธอหายใจไม่ออก มันเป็ความรู้สึกเ็ปที่แล่นเข้าสู่ร่างกายโดยฉับพลัน
ก่อนหน้านี้เธอแฟนหนุ่มของเธอมีพิรุธเื่ผู้หญิงคนอื่น ซึ่งเซนต์ของเธอก็บอกแบบนั้น ทั้งแก๊งเพื่อนสนิทของเธอก็เริ่มเตือนให้ปล่อยมือเขา เพราะแพรขวัญเริ่มร้องไห้บ่อยขึ้นทุกวันโดยที่แฟนของเธอไม่ได้สนใจเลยสักนิด.. และนี่ก็คงจะเป็เหตุผลที่ทำไมคนที่เธอรักถึงได้เปลี่ยนไป
พี่เวย์มีผู้หญิงคนอื่น..
LINE
แพรขวัญ : ฉันกำลังจะเข้าไร่นะ ถ้าพี่เวย์ตามหาฉันก็บอกไปเลยว่าไม่รู้ ฉันจะเลิกกับเขาเอง แต่ตอนนี้ฉันขอไปทำงานก่อน
ฟาง : เฮ้ยยยยยย ไปทำงานอะไรในไร่
เหมียว : เออจริง ไม่ใช่แกช้ำรักจนหนีเข้าป่านะยัยเพื่อนบ้า!
อบเชย : งานอะไรในไร่อะ
: ยัยแพรขวัญกลับมาตอบก่อนนนนนนน
สุดท้ายหญิงสาวที่ในตอนนี้เธอเ็ปยิ่งกว่าอะไรดีก็เดินตรงไปยังรถเก๋งคันหรูของตัวเอง แพรขวัญพยายามกลั้นน้ำตาที่ใกล้จะไหลเต็มทีให้กลืนกลับไปยังดวงตาแดงก่ำ เธอยังไม่ได้ตอบข้อความของแก๊งเพื่อนสนิทสักประโยคเดียว ในตอนนี้เธอทำได้แค่พาตัวเองไปเก็บของที่คอนโดและรีบตรงไปยังจุดหมาย
แม้ใจเธออยากจะโทรไปหาแฟนหนุ่มเพื่อเคลียร์เื่นี้ให้รู้เื่ก็ตาม แต่แชทที่เธอส่งไปเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน.. สองชั่วโมงก่อน.. หนึ่งชั่วโมงก่อน.. และครึ่งชั่วโมงก่อน ผู้ชายที่ชื่อเวย์ยังไม่ตอบเธอเลยสักประโยค
มันคงชัดเจนว่าเขาหมดรักเธอแล้วอย่างสมบูรณ์..
เพราะคนที่ยังแคร์ความรู้สึกกันจะไม่ละเลยหัวใจอีกฝ่ายแบบนี้
@ไร่ทรกิจ จังหวัดสระบุรี
ครืนนนนนนนนน~
รถเก๋งสีขาวขับเข้ามาภายในทุ่งหญ้าที่มีพื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา กลิ่นอายจากธรรมชาติลอยเข้ามาปะทะจมูกเล็กๆ ของเธออย่างจัง กระจกรถถูกเปิดออกพร้อมกับแววตาที่คอยมองข้างทางไปด้วย ที่นี่สวยงามมากเหลือเกิน สวยจนแพรขวัญลืมเื่ราวเ็ปที่รบกวนใจเธออยู่ไปชั่วขณะ เธอลอบยิ้มและสูดกลิ่นจากธรรมชาติเข้าเต็มปอด
“อ๊ะ..นั่น..”
พอเห็นป้ายที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าเธอก็ชะลอรถในทันที ก่อนที่รถเก๋งคันหรูจะขับเข้าไปจอดยังด้านในตรงข้ามกับคอกวัว น่าแปลกที่เธอไม่เห็นใครออกมาเดินเพ่นพ่านเลย มีเพียงพวกม้ากับวัวที่อยู่ในคอกเท่านั้น แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากความเธอก็ลงจากรถและรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วย
“ไร่ทรกิจ.. ก็ถูกแล้วนี่หน่า.. แต่ที่นี่เหมือนไร่ร้างเลยแฮะ”
ว่าแล้วเธอก็ค่อยๆ เดินสำรวจไปทีละนิดโดยที่ยังไม่ได้กดเบอร์โทรออกหาพี่อู๊ด ขาเรียวสวยเหยียบผืนหญ้าเตียนที่มีความแห้งกรอบบางส่วน ดวงตาคู่สวยกับขนตางอนกะพริบถี่รัวด้วยความสงสัยได้เพียงไม่นานนัก เหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้นโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว
“เอาตัวมันมาตรงนี้!!”
“ได้ครับนายท่าน!”
“ผมขอโทษครับคุณคิรา! ผ..ผมผิดไปแล้วครับ!ตอนนี้ผมไม่มีเงินจริงๆครับ!!”
จู่ๆ เสียงโหวกเหวกโวยวายของกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ดังขึ้นมาจนทำให้แพรขวัญสะดุ้งโหยง เธอเหลือบไปมองทางต้นตอของเสียงที่ดังอยู่ไม่ไกล ดวงตากลมเบิกโพลงทันทีเมื่อเห็นว่าผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ๊ตลายสก็อตยืนค้ำหัวใครบางคน ซึ่งเขากำลังเอาปืนจ่อหัวผู้ชายที่นั่งคุกเข่าบนพื้นคนนั้น!
และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ไกลจากเธอ..แน่นอนว่ากลุ่มผู้ชายพวกนั้นเริ่มหันมามองเธอกันทีละคน เริ่มต้นด้วยบรรดาลูกน้องที่ใส่ชุดธรรมดา
แกร๊ก..
จนเ้าของปืนที่เพิ่งเหลือบแววตาคมหันมามองหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่อ เพียงแค่ชั่ววินาทีที่แววตาทั้งสองสบกัน..หัวใจของแพรขวัญก็เต้นแรงขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกันมันก็เต็มไปด้วยความไหวหวั่น เมื่อใบหน้าของผู้ชายที่ใส่เสื้อลายสก็อตคนนั้น..หล่ออย่างไร้ที่ติ สีผิวแทน หุ่นสูงใหญ่มีกล้ามเนื้อเป็มัด ใบหน้าคมกริบ สันจมูกโด่งรับกับริมฝีปาก แถมดวงตานั้นยังมีแต่ความเืเย็น..และดุดันจนน่ากลัว
“เอ่อคือ.. ฮ่าๆ ฉะ..ฉันมาผิดไร่น่ะค่ะ! เอ่อ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่รบกวน เดี๋ยวฉันต้องขอตัวก่อน พอดีรีบน่ะค่ะ มะ..เมื่อกี๊ฉันไม่เห็นอะไรเลยจริงๆนะคะ!!”
แพรขวัญรีบะโบอกกลุ่มผู้ชายแก๊งใหญ่แบบนั้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สองมือเรียวบางของเธอโบกไปมาตามประโยคที่โกหกไม่เนียน แต่ทว่าร่างกายอันสั่นสะท้านที่กำลังจะหมุนตัวเดินไปยังรถ ใจของเธอก็กระตุกวูบเมื่อเสียงทุ้มได้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“เดี๋ยวก่อน”
กึก
เสียงทุ้มใหญ่ของผู้ชายที่เธอคาดว่าจะเป็เสื้อลายสก็อตสีดำก็ทำให้เธอทำตามโดยอัตโนมัติ แพรขวัญหยุดนิ่งและค่อยๆ หันหลังกลับไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆที่เดินใกล้เข้ามา ในวินาทีนี้เองที่เธอได้ัักับความกลัวอย่างสุดขีด แม้มือข้างขวาจะกำโทรศัพท์เอาไว้ แม้ในใจจะกำลังกดเบอร์โทรออกหาตำรวจ แต่ความจริงแล้วเธอแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงทำแบบนั้นเลย
“อะเอ่อ.. มีอะไรเหรอคะ”
แพรขวัญเอ่ยถามออกไปด้วยความกลัว เธอควบคุมเสียงสั่นๆของตัวเองไม่ได้เลยสักนิด
“มาหาเ้าของไร่หรือเปล่า”
“คะ?”
“ถ้ามาหาเ้าของไร่ก็ไอ้เวรนั่นแหละ หึ.. มันชื่อทรกิจ”
ชายรูปร่างสูงใหญ่ช้อนสายตาไปทางด้านหลังที่มีลูกน้องบางส่วนยืนคุมตัวเ้าของไร่ไว้อยู่
“มันติดหนี้ผมมาหลายเดือนแล้ว วันนี้ผมก็แค่มาสั่งสอนมัน”
“…..”
ริมฝีปากสวยพูดไปแต่แววตาคมที่ดูมีเลศนัยก็จ้องมองเนื้อตัวของหญิงสาวตรงหน้าไม่ละสายตา เริ่มจากใบหน้าขาวที่หวาดหวั่น เลื่อนลงมายังเนินอกใหญ่ภายใต้เสื้อยืด และเบื้องล่างที่มีกางเกงยีนส์รัดแน่นทุกส่วน
ซึ่งทางแพรขวัญเองก็เริ่มเห็นท่าไม่ดีเข้าแล้ว.. ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมากเกินไป เขากำลังจะฆ่าคนต่อหน้าเธอ..และกำลังจะลวนลามเธอด้วยสายตาหื่นกามนี่ด้วย
“อ๋อเหรอคะ.. งะ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกันนะคะ”
“คุณเป็เมียไอ้เวย์ใช่ไหม”
หนุ่มหล่อผู้น่าเกรงขามเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น น่าแปลกที่คำถามนั้นถูกถามด้วยสีหน้าคาดเดาอารมณ์ได้ยาก นั่นจึงทำให้แพรขวัญใจหล่นวูบเมื่อได้ยินเขาเรียกชื่อแฟนของเธอ
“นี่คุณรู้จักแฟนฉันเหรอคะ” เธอถามพลางมองพวกผู้ชายที่ยืนขนาบข้างหัวหน้าแก๊งป่าเถื่อนอย่างระมัดระวัง
“รู้สิ ตอนนี้มันอยู่ที่บ้านผม”
“ว่าไงนะคะ!”
อะไรกัน.. ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงรู้จักแฟนหนุ่มของเธอ..
“หึ.. มากับผมสิ รถคุณก็ทิ้งไว้นี่แหละ”
“มะ ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวฉันว่าฉันโทรหาพี่เวย์ก่อนดีกว่า”
แต่แล้วประโยคที่ดูเหมือนจะขัดใจผู้ชายเบื้องหน้าก็ทำให้บรรยากาศเริ่มแย่ลงทุกที เมื่อสีหน้าของเขาเริ่มมีความโกรธเคืองเข้ามาแทนที่อย่างช้าๆ สันกรามเริ่มขบเข้าหากันแน่นจนเป็สันนูน หน้าตาอันหล่อเข้มไร้ที่ติไปทุกสัดส่วน..แต่มันกลับทำให้แพรขวัญหายไม่ทั่วท้อง
“ประโยคเมื่อกี๊ของผมมันดูเหมือนขอร้องคุณเหรอ? ผมไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆนะ เผื่อคุณยังไม่รู้”
เสียงทุ้มที่ลอดไรฟันของคนตรงหน้านั้นทำให้ลมหายใจของเธอติดขัดขึ้นมาดื้อๆ ก่อนที่ดวงตาคมนั้นจะจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ ราวกับเป็การบังคับให้เธอเดินตามเขาไป แน่นอนว่าแพรขวัญไม่สามารถขัดขืนหรือพยายามหลีกหนีได้เลย เพราะบรรดาลูกน้องร่างสูงใหญ่ก็เดินมาขนาบข้างเธอกันหมด
มันเหมือนกับว่าความหวาดกลัวกำลังกัดกินเธออย่างช้าๆ มือและแขนขาสั่นไหวจนแทบไม่มีแรง ดวงตากลมโตสั่นระริกนั้นมีน้ำใสๆเอ่อคลอเบ้าทั้งสองข้าง แม้เธออยากจะะโขอความช่วยเหลือมากแค่ไหน..เธอก็รู้ดีว่าไม่มีทางหนีพวกคนเลวนี้ได้แน่ๆ
“งานแต่งงานของผมเพิ่งพังไม่เป็ท่าเมื่ออาทิตย์ก่อน..”
ตึกๆๆๆ
เสียงฝีเท้าของคนข้างหน้าเริ่มชะลอพร้อมกับคำอธิบายที่เริ่มทำให้หญิงสาวใจสั่น น้ำตาของเธอโรยรินอาบแก้มทั้งสองอย่างห้ามไม่อยู่
“เมียของผมหนีออกจากงานไปกับชู้”
“ฮึก..”
แล้วเื่นี้มันไปเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย?ทำไมเธอต้องมายืนอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว มายืนฟังเื่บ้าบออะไรนี่ด้วยล่ะ?
“หึ.. สองคนนั้นรักกันมากเลยนะ คงจะแอบรักกันมานานแล้ว”
“…..”
“ชู้ของเมียผมก็คือไอ้เวย์ไง.. ผัวคุณน่ะ”