"อันหลานซิ่ว!"
เย่ฉวนเองก็ใเช่นกัน
เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ในแคว้นเจียงนับได้ว่ามิมีผู้ใดไม่รู้จักอันหลานซิ่ว นั่นก็เพราะว่าชื่อเสียงของนางนั้นระบือไปไกล
นางคืออัจฉริยะคนแรกแห่งแคว้นเจียง!
นางได้บรรลุพลังขั้นหลอมรวมลมปราณั้แ่ก่อนอายุ 18 ปี ไม่เพียงเท่านั้นแต่นางยังเป็สตรีผู้ใช้หอกที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคว้นเจียงอีกด้วย และที่น่ากลัวที่สุดคือ นางเข้าใจศิลปะแห่งหอกอย่างลึกซึ้งและสามารถเข้าถึงแก่นแท้นหอกด้วยวัยไม่ถึง 18 ปี!
นี่หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ?
หมายความว่า นางมีโอกาสมากถึงเก้าในสิบส่วนที่จะเข้าถึงเต๋าแห่งหอกที่ยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้า
นี่คืออัจฉริยะที่ไม่เคยมีปรากฏในประวัติศาสตร์แห่งแคว้นเจียงมาก่อนในรอบห้าร้อยปี!
นอกจากนั้นยังมีบันทึกและตำนานมากมายเกี่ยวกับอันหลานซิ่ว... เป็ต้นว่า นางเป็นักเรียนคนแรกที่ได้รับเชิญให้เข้าศึกษาที่ฉางมู่โดยเ้าสำนัก นางคือผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งแคว้นที่มีอายุน้อยที่สุดในแคว้นเจียงบ้าง นางคือชนรุ่นหลังคนแรกแห่งแคว้นเจียงที่สามารถฝึกฝนจนเลื่อนขั้นสำเร็จได้บ้าง...
ในสายตาของนางแล้ว กับแค่เื่ที่ผู้ถูกเลือกคนหนึ่งดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมาได้นั้นไม่ควรค่าพอให้กล่าวถึงจริงๆ!
เย่ฉวนไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่นางมาเยือนถึงเมืองชิงได้
บนหลังม้า อันหลานซิ่วถือหอกยาวขึ้นมาและชี้ตรงไปที่เย่ฉวน ในแววตาไม่มีร่องรอยของการแสดงของความดูถูก ชื่นชมหรืออวดอ้างความหยิ่งยโสแต่อย่างใด ดวงตาทั้งคู่ของหญิงสาวมันช่างสงบนิ่ง
เย่ฉวนดึงสติของตัวเองกลับมาก่อนจะส่ายหน้า "ท่านทักผิดคนแล้ว"
คิ้วสีเข้มของอันหลานซิ่วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "เ้าหมายความว่าอย่างไร?"
เย่ฉวนอธิบาย "ขอตอบท่านว่า ข้ามิใช่ผู้ที่ดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมาที่นี่หรอก เย่หลางอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ ท่านจะสามารถพบเขาได้ที่นั่น!"
อันหลานซิ่วเลิกคิ้วเรียวงามของนางเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ "เ้ามิใช่เย่หลางหรอกหรือ?"
เย่ฉวนพยักหน้ารับ
ทันใดนั้น เย่หลิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เย่ฉวนก็พูดขึ้นว่า "พี่สาว แต่พี่ชายของข้าก็ยอดเยี่ยมมากเหมือนกันนะ!"
เย่ฉวนอมยิ้มและยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็ก ๆ ของน้องสาว ส่วนเย่หลิงคลี่ยิ้มหวานและจับแขนพี่ชายไว้แน่น
เห็นทีอันหลานซิ่วจะต้องมองเย่ฉวนเสียใหม่แล้ว นางกล่าวขึ้นว่า "ข้าล่ะประหลาดใจนัก เมืองชิงเล็ก ๆ แห่งนี้กลับมีผู้ที่ดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมาได้อย่างเย่หลางแล้ว ยังมีคนอื่นที่บรรลุขั้นกายาซ่อนเร้นอยู่ด้วย"
เย่ฉวนเพียงยิ้มแต่ไม่กล่าวอะไร
อันหลานซิ่วไม่สนใจ "เ้าจะใช่เย่หลางหรือไม่ก็ช่างเถอะ แต่เ้ามีคุณสมบัติมากพอที่จะโจมตีหอกของข้าได้ครั้งหนึ่ง อยากจะลองไหมล่ะ?"
"ว่าไง?"
เย่ฉวนนิ่งเงียบ แล้วคิดในใจ "ข้าไม่ได้สนใจเื่ชื่อเสียงหากข้ารับคำท้า คนอื่นๆอาจรู้เื่ความแข็งแกร่งของข้าหากผู้เฒ่าตระกูลเย่และผู้าุโคนอื่น ๆ รู้เข้า พวกมันจะต้องรีบหาทางกำจัดข้าด้วยกำลังทั้งหมดที่มีแน่ หรือเผลอ ๆ อาจจะเริ่มลงมือที่เย่หลิงก่อนก็ได้ แต่หากข้าไม่รับคำท้า นั่นก็ไม่ใช่ข้า เย่ฉวนแล้วน่ะสิ! ข้าไม่ใช่ขี้ขลาด ใครกล้าท้า ข้ากกล้าสู้" เย่ฉวนอยากจะรู้นักว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่
เมื่อไตร่ตรองทั้งหมดแล้ว เย่ฉวนก็มองไปที่อันหลานซิ่ว "อีกสองวันให้หลังแล้วข้าจะไปสู้กับท่าน ท่านตกลงหรือไม่?"
"สองวันให้หลังอย่างนั้นหรือ?"
อันหลานซิ่วส่ายศีรษะเล็กน้อย "ด้วยความเคารพเลยนะคุณสมบัติของเ้านั้นไม่เพียงพอจะทำให้ข้าต้องอดทนรออีกสองวันหรอก"
ว่าแล้วอันหลานซิ่วก็ตั้งท่าจะควบม้าจากไป
เมื่อมาถึงตอนนี้ เย่ฉวนก็คว้ากระบี่ไม้ที่พิงอยู่ด้านข้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาดึงผมออกมาเส้นหนึ่งแล้วยกกระบี่ขึ้นเพื่อตัดมันไปที่ด้านข้าง
ฉับพลัน ผมเส้นนั้นได้แยกออกเป็สองท่อนโดยไร้สุ้มเสียง!
อันหลานซิ่วหยุดชะงักและหันกลับไปมองเย่ฉวนอีกครั้ง ความแปลกใจสะท้อนขึ้นในดวงตา "นับว่าแปลกยิ่งนัก ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน เ้าไม่เพียงบรรลุไปถึงขั้นกายาซ่อนเร้นได้ แต่ยังเป็ผู้ฝึกฝนกระบี่อีกด้วย ผู้ฝึกฝนกระบี่ที่ยังหนุ่มเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในแคว้นเจียงแห่งนี้"
เย่ฉวนมองตรงไปที่อันหลานซิ่ว "อีกสองวันให้หลังข้าจะไปสู้กับท่าน ท่านตกลงหรือไม่?"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยของอันหลานซิ่วคิดในใจ "ชายตรงหน้านี้กำลังบอกว่าเขาจะสู้กับข้า แทนที่จะรับการโจมตีเพียงครั้งเดียวจากข้า!"
อันหลานซิ่วมองเย่ฉวนใหม่อีกครั้งก่อนจะกล่าวว่า "ได้ เช่นนั้นข้าจะรอเ้าอีกสองวัน แต่ตอนนี้ข้า้าจะไปพบเย่หลาง พวกเ้ารู้ไหมว่าคฤหาสน์ตระกูลเย่นั้นอยู่ที่ใด?"
เวลานี้เย่หลิงฉีกยิ้ม "พี่สาว พวกข้าเองก็มาจากคฤหาสน์ตระกูลเย่ ท่านสามารถมากับพวกเราได้นะ!"
อันหลานซิ่วจ้องไปที่เย่ฉวน "นี่พวกเ้าก็เป็ลูกหลานตระกูลเย่หรอกหรือ?"
เย่ฉวนพยักหน้า "ก็ประมาณนั้น!"
อันหลานซิ่วพยักหน้ารับเบา ๆ "ตระกูลเย่นั้นโชคดีนักที่มีจอมยุทธ์อัจฉริยะมากถึงสองคน ดูท่าว่าอีกไม่นานนักตระกูลเย่คงได้เลื่อนขั้นเป็ตระกูลชนชั้นสูงระดับสองแล้ว"
เย่ฉวนยิ้มแต่ไม่กล่าวอะไร
เมื่อเป็เช่นนี้ เหล่าพี่น้องทั้งหมดก็เดินทางกลับไปยังคฤหาสน์พร้อมกับอันหลานซิ่ว การมาเยือนของนางครั้งนี้ทำให้คฤหาสน์ตระกูลเย่สั่นะเื กระทั่งแม้แต่ผู้เฒ่าตระกูลเย่ยังต้องรีบร้อนออกมาต้อนรับ
ปัจจุบันคนในตระกูลเย่คิดร้าย ดูถูกและเหยียดหยามคนอื่นเป็อย่างมาก อย่างไรเสียอันหลานซิ่วก็คือคนที่มาจากเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิ นอกจากนี้แล้วถึงแม้มีตระกูลเย่อีกนับร้อยตระกูล ก็ไม่อาจเทียบเคียงเศษเสี้ยวพลังที่อยู่เื้ัของนางได้เลยแม้แต่นิด ดังนั้นผู้เฒ่าตระกูลเย่และคนอื่น ๆ จึงแทบจะสำลักความสุขออกมาเมื่อได้รู้ว่าอันหลานซิ่วบุกมาท้าทายเย่หลางถึงที่นี่!
เมื่อเย่ฉวนและอีกสองสามคนมาถึงที่ประตูคฤหาสน์ ผู้เฒ่าตระกูลเย่และคนอื่น ๆ ก็ออกมาให้การต้อนรับขับสู้ คิ้วของผู้เฒ่าตระกูลเย่นั้นยับย่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้เห็นเย่ฉวนและน้องสาว แต่กระนั้นก็เลือกที่จะทำเป็ไม่สนใจทั้งคู่และเดินตรงไปที่อันหลานซิ่วเพื่อกล่าวทักทาย "นับเป็เกียรติอย่างยิ่งของพวกข้าแล้วที่ท่านเมตตามาถึงนี่ อย่างไรโปรดเข้ามานั่งพักผ่อนจิบชาที่ข้างในคฤหาสน์เสียก่อนเถิด"
อันหลานซิ่วส่ายหน้าเบาๆ "เื่นั้นน่ะช่างเถิด เย่หลางอยู่ที่นี่หรือไม่?"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่ตอบรับอย่างรวดเร็ว "แน่นอน เขาอยู่ เขาอยู่"
เขาหันไปมองผู้าุโคนอื่นที่อยู่ข้างๆและสั่งว่า "ไปพาเย่หลางมาที่นี่สิ!"