“ไม่ค่ะ” จางจื่อฟ่านตอบ แต่ใบหน้ายังคงเป็สีชมพู
“ถ้าไม่มีอาการอะไร ก็กลับบ้านได้ครับ” หมอหนุ่มกล่าว จางจื่อฟ่านขยับจะก้าวลงจากเตียงทันที แต่เพราะนั่งนานไปหน่อย หญิงสาวจึงเกือบจะพลัดตกจากขอบเตียงในขณะที่พยายามจะลุกขึ้น หมอเฉิงก็ไวพอใช้เขารีบเข้าประคองจางจื่อฟ่านทันที สายตาทั้งคู่พบกันโดยบังเอิญอีกครั้ง ต่างคนต่างรีบก้มหน้าเพื่อหลบสายตากันและกัน จางจื่อฟ่านกล่าวเบาๆเป็การขอบคุณ แล้วหญิงสาวก็เดินตรงไปที่ประตูดึงประตูออกอย่างแรงแล้วเดินออกไป
หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่รถของตัวเองทันที
เธอคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วอดตำหนิตัวเองไม่ได้
“เธอเล่นบ้าอะไรของเธอจางจื่อฟ่าน” หญิงสาวบ่นรำพึงรำพันคนเดียวในรถแล้วขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านทันที
“ทำไมพี่รีบกลับล่ะ ฉันคิดว่าพี่จพรอกลับพร้อมฉันซะอีก” จางจื่อลู่ถามเมื่อเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้าน
“เอ่อ พี่รู้สึกไม่ค่อยสบายนะ” จางจื่อฟ่านตอบไม่เต็มเสียง
“เออ..ใช่สิหมอเฉิงบอกว่าพี่เป็ลม ตอนนี้พี่เป็อย่างไรบ้าง” น้องสาวถามมาด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ไม่เป็อะไรแล้วล่ะ ว่าแต่หมอเฉิงบอกเธอว่าอย่างไรบ้าง” จื่อฟ่านถามน้องสาว
“ก็บอกว่า หลังจากที่รู้อาการของพ่อพี่คงะเืใจมาก และบวกกับที่ไม่ได้กินอะไรั้แ่เช้าก็เลยเป็ลมล้มพับไป” น้องสาวเล่า
“ไม่หนำซ้ำพวกพยาบาลยังเห็นว่าเขาเป็คนอุ้มพี่เข้าไปในห้องพยาบาลเองด้วยน๊า” จื่อลู่พูดอย่างมีเลศนัย พร้อมกับยิ้มๆจ้องหน้าพี่สาวอย่างหาคำตอบ
จางจื่อฟ่านไม่สบตาน้องสาว เธอทำทีเป็ว่าสาระวนหยิบฉวยของต่างๆเก็บให้เข้าที่
“ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรนี่นา เขาเป็หมอก็ควรแล้วไม่ใช่หรือไงที่เห็นคนเป็ลมตรงหน้าก็ต้องเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลน่ะ” จื่อฟ่านพูดกับน้องสาวโดยหันหลังให้
“ก็ไม่เสมอไปหรอก ในโรงพยาบาลหมอเฉิงไม่จำเป็ต้องอุ้มพี่เองก็ได้ มีพยาบาลเยอะแยะไป เขาเรียกใครก็ได้แต่เขาก็อุ้มพี่เอง พี่รู้มั้ยพยาบาลทุกคนอิจฉาพี่กันทั้งนั้น” จื่อลู่พูด
“อิจฉาพี่งั้นเหรอ” จางจื่อฟ่านหัวเราะออกมาดังๆแล้วหันหน้ามาคุยกับน้องสาว
“อิจฉาพี่เื่อะไรกันล่ะ” หญิงสาวถามไปยิ้มไป
“ก็อิจฉาที่พี่ได้อยู่ในอ้อมกอดหมอเฉิงน่ะสิ” จื่อลู่ตอบด้วยเสียงจริงจัง ทำให้จางจื่อฟ่านหัวเราะชอบใจมากขึ้นไปอีก
“หัวเราะไปเถอะ พี่ไม่รู้หรอกว่าหมอเฉิงน่ะเขาฮ๊อตแค่ไหนในเมืองของเรา แต่อันที่จริงจื่อฟ่านพี่เป็คนสวยมากเลยนะดูๆแล้วก็เหมาะสมกับหมอเฉิงมากเลยที่เดียว ถ้าไม่ติดที่ว่า” จื่อลู่พูดไว้แค่นั้นแล้วก็ทำหน้าแหยๆ ทำเอาพี่สาวถึงกับสงสัย
“ติดที่ว่าอะไรล่ะ พูดต่อให้จบสิ” จางจื่อฟ่านเย้าให้น้องสาวพูดต่อ
“ก็ติดที่ว่าดูเหมือนหมอเฉิงเขาจะมีแฟนแล้วน่ะสิ” จื่อลู่บอกพี่สาวด้วยอาการเสียดาย
จางจื่อฟ่านถึงกับอึ้งไปชั่วขณะจากคำบอกเล่าของน้องสาว เธอรู้สึกใจหายอย่างไรชอบกล โดยที่เธอก็ไม่รู้สาเหตุ
“เขามีแฟนแล้วงั้นเหรอ” จางจื่อฟ่านถามเบาๆ พยายามไม่ให้น้องสาวสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ
“น่าจะใช่นะ แต่ก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยไปหรอก เพราะเท่าที่รู้ๆ หมอเฉิงอยู่โรงพยาบาลตลอด และพักอยู่ในโรงพยาบาลด้วย” น้องสาวพูดต่อไป
“เธอจพาไปรู้อะไรแม่เด็กน้อย เขาอาจจะไปหาแฟนเขาตอนเลิกงานก็ได้” จางจื่อฟ่านพูดอย่างรู้ดี แต่ในใจเธอกลับหวิวๆอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่รู้สิ แต่เมื่อก่อนเวลาเลิกงานหมอเฉิงชอบมาขลุกอยู่กับพ่อในสวนนะ เวลาว่างก็เช่นกันเขาชอบมาที่บ้านเรามาคุยเล่นกับพ่อ” น้องสาวเล่า
“เธอเคยเห็นแฟนเขามั้ยล่ะ” จางจื่อฟ่านลองถาม ข่มอาการอยากรู้เอาไว้อย่างแเี
จางจื่อลู่ทำหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าเบาๆ
“เคยสิ เคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่ง นานมากแล้วเขานมาจะอยู่ในเมืองนะ วันนั้นเขาขับรถเก๋งมาที่โรงพยาบาล แล้วหมอเฉิงเป็คนออกมารับด้วยตัวเองเลยล่ะ” น้องวาวเล่าเจื้อยแจ้วไม่หยุด
“งั้นเหรอ” จางจื่อฟ่านถามสอดแทรกขึ้นบางระยะเพื่อไม่ให้น้องสาวสงสัยว่าตัวเธอทำไมถึงสนใจเื่ราวของหมอเฉิง
“ใช่ แต่ดูแล้วเธอน่าจะเป็คนเรียบร้อยมากเลยทีเดียว เพราะดูหมอเฉิงปฏิบัติกับเธอราวกับเธอเป็ลูกคุณหนู แต่หน้าเธอซีดเซียวเหมือนคนขี้โรคซะมากกว่า สวยสู้พี่จื่อฟ่านไม่ได้หรอก” จื่อลู่พูดเสร็จก็หันมาหยอดคำหวานให้พี่สาว
จื่อฟ่านอมยิ้มน้อยๆให้น้องสาว พลางคิดในใจ
“ออ ใช่สิอย่างนี้นี่เอง ถึงว่าตอบว่าชอบคนเรียบร้อย ที่ไหนได้แฟนตัวเองเป็คนเรียบร้อยนี่เอง ก็ไม่แปลกที่จะมองฉันอย่างไม่ชอบใจั้แ่ครั้งแรกที่เห็น” จางจื่อฟ่านคิดในใจ แต่แล้วเธอก็รู้สึกเจ็บจี้ดที่หัวใจอย่างไม่รู้สาเหตุ
เช้าวันต่อมาหญิงสาวไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลปกติ เธอเห็นหมอเฉิงเดินสวนมา หมอหนุ่มจ้องมองมาที่เธอ แต่ทว่าเธอกลับมองเลยไปอย่างไม่สนใจสายตาของเขา ทำเอาหมอเฉิงงุนงงแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ทั่งสองจึงเดินสวนกันไปเช่นนั้นโดยไม่ได้ทักทาย
“พ่อเป็ยังไงบ้างคะ” เมื่อเปิดประตูห้องออก เธอเห็นพ่อของเธอลืมตาแล้ว หญิงสาวถลาเข้าไปหาและถามไถ่ทันที ผู้เฒ่าจางส่งยิ้มเหนื่อยไปให้ลูกสาวคนโตอย่างรักใคร่
“ไม่ตายแล้วล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ผู้เฒ่าเฉิงตอบลูกสาวพลางหัวเราะเบาๆตามนิสัยร่าเริงอยู่เสมอ
จางจื่อฟ่านมองดูหน้าผู้เป็พ่ออย่างเวทนาเพราะยังมีสายอะไรต่อมิอะไรระยูงระยางเต็มตัวของพ่อไปหมด
“อย่าเพิ่งหัวเราะเลยค่ะ เดี๋ยวแผลจะอักเสบขึ้นมาจะทำยังไง” จางจื่อลู่บอกกับผู้เป็พ่อ
“พ่อไม่เป็ไรแล้วล่ะ ไม่ต้องเป็ห่วง เมื่อกี้หมอเฉิงก็เข้ามาดูอาการแล้วเพิ่งออกไปก่อนที่ลูกจะเข้ามานี่เอง ไม่เจอกันหรอกเหรอ” ผู้เฒ่าจางเหมินถามลูกสาว
เมื่อถูกผู้เป็พ่อถามเช่นนั้น จางจื่อฟ่านจึงส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เจอหรอกค่ะ น่าจะไปคนล่ะทาง” หญิงสาวโกหกผู้เป็พ่อ
“หมอเฉิงเป็คนดีมากนะจื่อฟ่าน” ผู้เป็พ่อกล่าวขึ้นอย่างเหนื่อยๆ
“ค่ะ หนูทราบค่ะพ่อ” จางจื่อห่านตอบ ผู้เฒ่าจางยิ้มให้อย่างรักใคร่
“ลูกรู้มั้ยว่าตอนที่พ่อหมดสติพ่อไปเจอกับใครมา” ผู้เฒ่าจางเหมินพูดเนือยๆ จางจื่อลู่เลิกคิ้วจ้องหน้าพ่อเขม็ง เธอวิตกกังวลกับอาการของพ่อ
“พ่อไปเจอใครมาหรือคะ” หญิงสาวถาม
“พ่อไปเจอแม่ของลูกมาน่ะสิ ฮ่าฮ่าฮ่า ยังสาวยังสวยเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่มีผิด ฮ่าฮ่าฮ่า” ผู้เฒ่าจางเหมินพูดพร้อมทั้งหัวเราะแต่ทว่าน้ำตาไหลอาบข้างใบหน้า
“พ่อคะ” จางจื่อฟ่านเรียกชื่อพ่อของเธอเบาๆ แล้วเอามือกุมมือพ่อของเธอไว้
“เื่จริงนะจื่อฟ่าน ที่จริงพ่อบอกแม่ของลูกว่าพ่อจะมาอยู่เป็เพื่อนเขาแล้ว เราจะไม่แยกจากกันอีก แต่เขาไม่ยอมเขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา พ่อต้องอยู่จัดงานแต่งให้ลูกกับหมอเฉิงก่อน แล้วเขาผลักพ่อออกมา แล้วพ่อก็รู้สึกตัวขึ้นนี่แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า” ผู้เฒ่าจางเหมือนพูด จางจื่อฟ่านฟังแล้วถึงกับตะลึงทันที งานแต่งงานของเธอกับหมอเฉิงงั้นเหรอจะเป็ไปได้อย่างไรกัน เธอกับหมอเฉิงไม่ได้คบหากันฉันชู้สาวสักหน่อย และไม่มีวันซะด้วย เพราะว่าหมอเอิงเขามีแฟนเป็ตัวเป็ตนอยู่แล้ว
“พ่อพูดอะไรคะ ถ้าหมอเฉิงเขารู้เขาจะว่าเราได้นะคะ” จางจื่อฟ่านพูดเบาๆ แต่พ่อของเธอกลับส่ายหน้า และบอกขึ้นมาว่า
“ไม่เป็อะไรหรอกจื่อฟ่าน หมอเฉิงเข้ารู้อยู่ก่อนแล้ว” ผู้เฒ่าจางพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยี่หระ
“พ่อเล่าเื่นี้ให้หมอเฉิงฟังแล้วอย่างงั้นเหรอคะ” จางจื่อฟ่านเบิกตาโพลงด้วยความใสุดขีด
“ก็ใช่น่ะสิ ในฐานะเ้าบ่าวพ่อเลยต้องเล่าให้เขารู้ตัวไว้น่ะ ฮ่าฮ่า” ผู้เป็พ่อยังคงพูดอย่างอารมณ์ดี ถึงแม่ว่าจะมีใบหน้าที่ซีดเซียวอันเนื่องมาจากพิษาแจากการผ่าตัดนั่นเอง ในขณะเดียวกันนั้นเองจางจื่อฟ่านก็แทบจะเป็ลมไปด้วยความอับอาย จากการบอกเล่าของผู้เป็พ่อ
“พ่อคะ พ่อไม่น่าไปพูดกับหมอเฉิงอย่างนั้นเลย แล้วนี่เขาจะคิดว่าเราเป็คนยังไงกันคะ” จางจื่อฟ่านบ่นผู้เป็พ่อุบอิบ หญิงสาวใช้มือฟาดลงบนหน้าผากตัวเองอ
ย่างคิดหนัก
“ก็ไม่เห็นเขาจะว่ายังไง ดูเขาก็พอใจออกด้วยซ้ำเห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” ผู้เป็พ่อตอบง่ายๆ