หลังจากกินขนมรองท้องเสร็จเนย์ก็เข้าไปหยิบแท็บเล็ตของตนออกมาเปิดรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนไปแล้วให้คีย์ดู
“อืม วิชาบังคับครบหมดแล้วนะเหลือแค่เก็บหน่วยกิตให้ครบแต่จากเท่าที่ดูถ้าเราอยากทำงานคงต้องปรึกษากับอาจารย์อีกทีว่าพอจะลงวิชาไหนได้บ้างที่ไม่ใช้คะแนนเข้าห้องแล้วค่อยไปสอบเอาไม่ก็อาจจะต้องทำเื่ดรอปไปก่อนในเทอมหน้า”
“เฮ้องั้นเดี๋ยวไว้พรุ่งนี้เนย์เข้าไปคุยกับอาจารย์ดูครับถ้าไม่ได้อาจจะต้องดรอปไปก่อน”
“งานนี้สำคัญมากเลยหรอ”คีย์ถามเพราะถึงตัวเขาเองจะเรียนเร็วกว่าปกติแต่เขายังเข้าคงเข้าเรียนตลอดไม่เคยโดดหรือไปทำงานแล้วไม่เข้ามาเรียน
“ครับเป็โปรดักชันละครเวทีจากต่างประเทศเข้ามาแคสและเปิดการแสดงครับตัวบทจะถูกแปลเป็ไทยด้วย ถ้าได้เข้าไปทำคงได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะเลยแต่ก็ไม่แน่ว่าจะได้ทำหรอกครับเดี๋ยวต้องยื่นเรซูเม่เข้าไปให้ทางทีมงานเขาคัดอีกทีเขาอาจจะไม่รับเด็กนักศึกษาก็ได้” เป็เื่ปกติที่เนย์เจออยู่บ่อย ๆ
ไม่ว่าจะละครเวทีหรืองานคอนเสิร์ตที่จัดโดยทีมงานต่างประเทศพวกนี้จะค่อนข้างเข้มงวดในการคัดสรรทีมงานยิ่งเป็ตำแหน่งสำคัญยิ่งเื่เยอะกว่าที่เขาจะขึ้นมายืนตำแหน่งสเตจเมเนเจอร์ในแต่ละคอนเสิร์ตได้ก็ไม่ง่ายยิ่ง่แรกทีมงานฝั่งโลคอล (Local Crew = ทีมงาน/แรงงานในประเทศที่ถูกจ้างมาสำหรับซัพพอร์ตโปรดักชันทีมที่บินมาพร้อมกับศิลปิน)ก็ไม่ค่อยเคารพเพราะมองว่าเขาเป็เด็กจนได้ทำงานร่วมกันได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความสามารถนั่นแหละทุกคนถึงได้เริ่มยอมรับ
“พรุ่งนี้เข้าไปคุยกับอาจารย์แล้วไปไหนต่อหรือเปล่า”
“ไม่มีครับ พี่คีย์มีอะไรหรอ”
“พี่จะให้เราไปเป็เพื่อนหน่อย ไม่นานหรอก” ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่เนย์กลายเป็ความสบายใจของเขาไม่เคยเลยที่เขาจะรู้สึกอึดอัดบางทีเขาอาจจะชอบน้องมาั้แ่เด็กแล้วไม่รู้ตัวก็ได้
เขากับน้องออกจากคอนโดตอนสิบเอ็ดโมงกว่าเพราะเป็วันธรรมดาและเป็่เวลาก่อนพักเที่ยงทำให้บนถนนยังมีรถไม่เยอะมากใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบ้านของน้อง
“สวัสดีครับ”คีย์สวัสดีพ่อกับแม่ของน้องทันทีที่เดินเข้ามาภายในบ้าน
“แม่ คิดถึงจังเลยครับ”เนย์วิ่งเข้าไปกอดผู้เป็แม่
“อ้อนเอาอะไรกันเด็กคนนี้อยากเข้าครัวช่วยแม่มั้ย หืม” น้องพยักหน้าแล้วเดินตามแม่ออกไป
“เป็ยังไงบ้างล่ะเรา น้องกวนอะไรมั้ย”
“ไม่เลยครับ น้องทำให้ผมคิดได้เยอะเลย”เขานั่งคุยกันที่ห้องรับแขก
“ถ้าน้องทำอะไรให้ไม่สบายใจก็บอกมาได้เลยนะไม่ต้องกลัว”
“ผมตั้งใจว่าเดี๋ยวจะพาน้องไปเลือกแหวนหมั้นนะครับ”คีย์ตัดสินใจมาั้แ่เมื่อคืน ในเมื่อทั้งเขาและน้องต่างตกลงว่าจะหมั้นกันแล้วก็จะไม่ทำให้น้องต้องโดนใครว่า
“อืม อย่าลืมบอกพ่อกับแม่เราด้วยล่ะ”ผมพยักหน้า คุยกันต่อได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถ คงจะเป็พ่อกับแม่ของผมที่เข้ามา
“คีย์ มาเร็วจังลูก” แม่เป็คนทักขึ้นมาก่อนหลังพูดคุยทักทายคุณพ่อของเนย์แล้วแม่ก็เดินหายเข้าไปในครัวได้ยินเสียงหัวเราะลอดออกมาเป็ระยะ
“คุณพ่อ คุณอาครับ อาหารพร้อมแล้วไปทานข้าวกันครับ” เนย์เดินออกมาเรียกเมื่อเตรียมอาหารเสร็จแล้ว
“เดี๋ยวพี่คีย์ไปก่อนเลยครับเนย์จะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อหน่อย เหม็นไปทั้งตัวเลย”เขาไม่ได้ตอบอะไรน้องแต่เดินตามขึ้นไปบนห้อง
ที่คุณอาบอกว่าพี่คีย์ดื้อนี่ท่าจะจริงแฮะดื้อตาใสด้วย ไม่หือไม่อือแล้วทำตามใจตัวเองแบบนี้เนี่ย
“พี่คีย์ตามผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ”
“แค่จะบอกว่า พี่ตัดสินใจแล้วนะ เื่หมั้นเดี๋ยวพี่จะพาไปเลือกแหวนหมั้น พี่จะยังไม่บอกว่าพี่รักเราแต่ตอนนี้พี่รู้สึกดีที่มีเราอยู่ด้วย ได้มองเราตอนทำงานมีสมาธิกับอะไรบางอย่างมันก็สบายใจดี อย่างน้อยก็ให้พี่ได้ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง”
ประโยคนี้แทบจะเป็ประโยคที่ยาวที่สุดที่พี่คีย์เป็คนพูดแล้ว
“ได้ครับ”ตัวเขาเองก็รู้สึกดีกับพี่คีย์มาั้แ่เด็กแล้วแม้จะรู้ว่านี่ยังไม่ใช่ความรักเหมือนกัน แต่เขารู้ว่ามันพัฒนาไม่ยากหรอกแค่เขาไปอยู่กับพี่คีย์มาไม่กี่วันยังรู้สึกดีที่พี่เขาคอยดูแลเลยจะว่าเขาเป็คนใจง่ายก็ได้ แต่พี่คีย์น่ะเป็พี่ชายที่น่ารักมาั้แ่เด็ก พอโตมาแล้วยังได้รับการดูแลอยู่มันก็ทำให้เขารู้สึกเป็คนสำคัญได้ไม่ยากก็ได้แต่หวังว่าเขาและพี่คีย์จะพัฒนาความสัมพันธ์กันและจับมือกันแน่นพอเพื่อก้าวผ่านอะไรหลายๆ อย่างในอนาคต
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเรียกได้ว่าเต็มไปด้วยรอยยิ้มของทั้งสองครอบครัวเพราะทั้งคีย์และเนย์ต่างก็ร่วมบทสนทนาอย่างธรรมชาติแม้จะไม่ได้หวานใส่กันเหมือนคนรักแต่ก็เป็การเริ่มต้นที่ดี
หลังทานอาหารกันเสร็จคีย์ตัดสินใจพาเนย์ออกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเพราะของที่ห้องบางอย่างใกล้หมดแล้วรวมถึงวัตถุดิบและอาหารสดในตู้เย็นด้วย
“ไปดูแหวนกันก่อน”คีย์เดินนำไปยังร้านเครื่องเพชรแบรนด์หรูแห่งหนึ่ง
“มาดูแหวนหมั้นครับ”บอกพนักงานในร้านก่อนที่จะเดินตามไปนั่งที่โซฟารับแขก
“ผมว่าแบบนี้สวยดีครับ”เนย์ชี้แหวนทองคำขาวเรียบ ๆ ให้ดูเพราะถึงยังไงก็ต้องใส่ติดนิ้วตลอดมันไม่ควรจะเป็แหวนที่อลังการหรือมีเพชรแวววาวเม็ดใหญ่แบบนั้นจะทำงานทีคงต้องถอดไว้ในห้อง
“เดี๋ยววัดขนาดเลยครับ ผมเอาแบบนี้”คีย์ตามใจน้องแต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาเองก็ชอบแบบที่เนย์เลือกมาไม่น้อย
“เรียบร้อยนะคะทางเราจัดทำการปรับขนาดแหวนให้พรุ่งนี้่บ่ายสามารถเข้ามารับได้เลยค่ะ”เพราะแบบไม่ยุ่งยากและมีของอยู่แล้วจึงได้เร็ว
“เราอยากได้โต๊ะทำงานเอาไว้ในห้องมั้ยจะได้นั่งสบาย ๆ” ถามไปอย่างนั้นแต่เ้าตัวเดินนำน้องไปยังร้านขายเฟอร์นิเจอร์แล้ว
“สวัสดีครับ ดูอะไรเป็พิเศษมั้ยครับ”พนักงานในร้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับทันที
“เอ่อ มาดูโต๊ะทำงานครับ”
“เชิญด้านนี้เลยครับ”ภายในร้านมีโต๊ะอยู่หลากหลายรูปแบบจะโมเดิร์นหรือแบบทางการก็มีครบจนเนย์เลือกแทบไม่ถูก
“ที่นี่มีแบบที่ปรับระดับอัตโนมัติมั้ย”พี่คีย์เห็นผมเลือกไม่ถูกก็เข้ามาช่วย
“มีครับ ถ้าแบบนั้นจะอยู่ด้านนี้ครับ สามารถปรับระดับได้จากการกดปุ่มที่อยู่บนโต๊ะสามารถปรับได้ตามใจชอบเลยครับตัวนี้เป็แบบใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเข้ามาเลยครับ”
“งั้นเอาตัวนี้ครับเนย์ไปลองนั่งเก้าอี้ก่อนสิ”ผมเดินเข้าไปลองนั่งเก้าอี้ก่อนจะลองขยับและปรับระดับดู สบายใช้ได้แฮะ
“เอาแบบนี้เลยครับแต่ขอเป็สีขาวให้เข้ากับโต๊ะ” เขาหันไปบอกพนักงาน
“ได้เลยครับยังไงเชิญคุณลูกค้าชำระเงินและแจ้งสถานที่จัดส่งได้เลยครับ”
“เอ่อ พี่คีย์ เดี๋ยวเนย์จ่ายเองครับ”เขารีบเดินไปยังเคาท์เตอร์แต่ก็ไม่ทัน พี่คีย์ยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานแล้ว
“พี่จ่ายให้”
“ขอบคุณนะครับ” เขาพูดขอบคุณ
“เื่แค่นี้ไม่เป็อะไรหรอกถ้ายังไงวันนี้เราออกมาแล้ว ไปกับพี่อีกที่หนึ่งได้มั้ย” เขาพยักหน้ารับวันนี้ไม่มีงานอะไรต้องทำอีก งานที่ต้องส่งเคลียร์ร์หมดแล้วพรุ่งนี้เข้าไปคุยกับอาจารย์เื่เทอมหน้าแล้วก็เหลือแค่เตรียมตัวสอบไฟนอล
คีย์ขับรถมายังตึกแห่งหนึ่งห่างจากคอนโดไม่ไกลถ้าเดินมาก็ใช้เวลาเพียงห้านาทีเท่านั้น ด้านหน้ามีป้ายเขียนไว้ว่า‘สถาบันสอนศิลปะการแสดง’
“พี่จะมาสมัครเรียนเต้นและการแสดงที่นี่พี่เพิ่งไปออดิชันที่ค่ายเพลงมาเมื่อวันก่อน”
“สุดยอดไปเลยครับพี่คีย์เข้าใกล้ความฝันอีกก้าวหนึ่งแล้วนะ” น้องยังจำความฝันของเขาได้
“แต่พี่ยังไม่มั่นใจว่าจะผ่านหรือเปล่าค่ายยังไม่ประกาศผลเลย”
“ถึงรอบนี้ไม่ได้ พี่คีย์ห้ามเสียใจนะเนย์จะเป็กำลังใจให้ สักวันมันต้องสำเร็จแน่ ๆ เนย์เชื่อ”คีย์ใจเต้นกับรอยยิ้มของเนย์ ตกหลุมรักคู่หมั้นตัวเองแล้วสิเรา
คีย์ใช้เวลาตัดสินใจไม่นานก็สมัครคลาสการแสดงและคลาสเต้นแบบไพรเวทไปเขา้าเริ่มจากพื้นฐาน ถ้าพื้นฐานแน่นทุกอย่างจะไปได้เร็ว
เนย์มองคนที่นั่งฟังเ้าหน้าที่แจ้งเื่ตารางเวลาเรียนทำไมเขารู้สึกว่าคนตรงหน้าน่าเอ็นดูจัง ทั้ง ๆ ที่พี่คีย์แก่กว่าเขาตั้งสองปีแถมยังไม่ใช่เด็กตัวเล็ก ๆเขาอดใจไม่ไหวต้องแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อแอบถ่ายภาพคนตรงหน้าเก็บเอาไว้
“พี่คีย์ไม่ลงเรียนร้องเพลงด้วยหรอครับ”เนย์ถาม
“ถ้าพี่คีย์ไม่อยากตอบก็ไม่เป็ไรนะครับ”แบบนี้เสียมารยาทแย่เลย
“ไม่เป็ไร เราอยากรู้อะไรก็ถามได้พี่แค่ไม่อยากให้การร้องของตัวเองถูกกำหนดตัวตนโดยครูแล้วสไตล์ตัวเองหายไป” อืมแต่เสียงพี่คีย์ก็ดีอยู่แล้วฝึกเองก็คงพัฒนาได้ไม่ยาก
“รีบกลับกัน ใกล้เวลาเขาเอาโต๊ะมาส่งแล้ว”เพราะมีสินค้าเลยทำให้ร้านสามารถเข้ามาส่งให้ภายในวันนี้ การบริการก็ค่อนข้างดีแต่ก็นะราคาขนาดนั้นถ้าบริการไม่ดีอีกคงต้องคอมเพลนกันหน่อยตอนแรกเขาอยากได้โต๊ะธรรมดาแต่พี่คีย์ดันเลือกให้เป็แบบปรับระดับได้เลยทำให้ราคาสูงลิ่วราคามาพร้อมกับคุณภาพที่สูงเพื่อสุขภาพของเขาในระยะยาว
ก่อนที่โต๊ะทำงานตัวใหม่จะมาส่งเขากับพี่คีย์เข้ามาจัดของในห้องก่อนเพื่อเตรียมพื้นที่โชคดีที่ห้องของเขาเป็เตียงห้าฟุตทำให้เหลือพื้นที่พอสมควรแค่ขยับและจัดวางใหม่เล็กน้อยเท่านั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่คีย์ได้เข้ามาในห้องของเนย์ร่างสูงของคีย์มองไปรอบ ๆ ห้องเขาไม่ได้เข้ามาในห้องนี้เท่าไหร่มีเพียงแม่บ้านที่ให้เข้ามาทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งเรียกได้ว่าถ้าไม่บอกก็แทบจะไม่รู้ว่าเนย์อยู่ในห้องทุกอย่างถูกจัดเป็ระเบียบเรียบร้อย ไม่มีเสื้อผ้าหรือข้าวของกระจัดกระจายอยู่เลยคีย์ไม่รู้ตัวหรอกว่าได้ชอบนิสัยของน้องเข้าอีกอย่างแล้ว
ความเป็ระเบียบของคนนั้นดูกันไม่ยากถึงเขาจะไม่ใช่คนเ้าระเบียบที่ต้องเป๊ะทุกอย่างแต่การที่ได้คนมีระเบียบอยู่ใกล้ ๆมันก็ทำให้เขามีระเบียบในชีวิตแถมยังไม่ต้องมานั่งกังวลหรือเป็ห่วงว่าจะต้องมาคอยเก็บให้อีกฝ่ายด้วยคีย์ไม่รู้ตัวหรอกว่าเผลอคิดไกลไปถึงการใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคตเรียบร้อยแล้ว