นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 28 ออกเดินทาง

             

            ตอนที่ 28 ออกเดินทาง

             

             

            ยามเช้า บริเวณประตูเมืองทิศตะวันออก นิทานและคีตายืนแบกสัมภาระต่อแถวอยู่ที่หน้าตึกทำการ ด้านหลังตึกทำการขนาดเล็กเป็นสนามขนาดใหญ่ ปกคลุมด้วยผืนหญ้ากว้างไกล

             

            ผ่านไปชั่วครู่ นกยักษ์ 8ปีกขนาดมหึมาก็ปรากฏที่ริมของฟ้า นกยักษ์ 8ปีกกระพือปีกตัดผ่านหมู่เมฆมุ่งหน้าเข้าหาตึกทำการ เพียงชั่วลมหายใจ นกยักษ์ที่อยู่ห่างไกลก็มาอยู่เหนือหัวของพวกเขา

             

            ร่างใหญ่โตลดความเร็วลงก่อนลงจอดอย่างนิ่มนวล

             

            นกยักษ์ 8ปีกตัวนี้สวมถุงเท้าและหมวกอย่างน่ารัก ปลายปีกมีการประดับด้วยเกราะขนาดเล็กที่ครอบคลุมผิวปีกอย่างบาง ๆ บริเวณหมวกมีตราสัญลักษณ์ปะไว้

             

            สัญลักษณ์รูปกองสมบัติและเงินตรามากมายที่ทับถมกันราวกับภูเขา ดูแล้วดูเข้ากันกับสีทองดำแวววาวจากเสื้อ หมวก และเครื่องประดับต่าง ๆ

             

            กลุ่มการค้าเชียนเป่า

             

            บนหลังของนกยักษ์มีแท่นที่บรรจุด้วยที่นั่งมากมายหลากหลายขนาดเรียงกันเป็นแผ่นผืน นิทานนับคร่าว ๆ ด้วยสายตาแล้วสมควรมีมากกว่า 200ที่นั่ง

             

            ที่นั่งที่เรียงรายกันเป็นแผ่นผืนนั้นแบ่งออกเป็น 3ระดับอย่างเป็นระเบียบ โดยที่ทางด้านหน้านั้นดูหรูหรากว่าด้านหลัง

             

            บริเวณคอของนกยักษ์ 8ปีกมีที่นั่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่งมัดเข้ากับคออย่างแน่นหนาพร้อมเชือกที่คล้องปากของนกยักษ์ 8ปีก ปลายสายเชือกนั้นอยู่ในกำมือของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนที่นั่งดังกล่าว

             

            ผู้หญิงที่ควบคุมนกยักษ์ 8ปีกแต่งกายด้วยเครื่องแบบสีทองดำของกลุ่มการค้าเชียนเป่า ช่วงหัวมีหมวกใบน้อยใส่ไว้พร้อมตราสัญลักษณ์

             

            “กลุ่มการค้าเชียนเป่ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับใช้ทุกท่านในวันนี้ จุดหมายของนกยักษ์ 8ปีกตัวนี้คือนครรัตนะ เมืองหลวงแห่งอาณาจักรไฟกัลป์” เสียงอันเกรียงไกรของหญิงสาวผู้นั้นดังก้องไปทั่วบริเวณ

             

            "ท่านผู้โดยสารทุกท่านรบกวนต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ ให้ผู้สูงวัยและเด็กเล็กขึ้นก่อน ตามด้วยผู้โดยสารตั๋วสมบัติทอง ตั๋วสมบัติเงิน และตั๋วสมบัติทองแดงตามลำดับค่ะ"

             

            กัปตันหญิงจัดแจงเหล่าผู้โดยสารอย่างเป็นระเบียบพร้อม ๆ กับนกยักษ์ 8ปีกที่ก้มตัวลงมา เอนปีกด้านข้างให้ผู้โดยสารใช้ต่างบันไดเพื่อขึ้นสู่หลังของมัน

             

            "ทางเรารู้สึกขอบคุณผู้โดยสารทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ผู้โดยสารท่านที่ซื้อตั๋วระดับสมบัติเงินจะมีผ้าคลุมกันลมอย่างดีจากหนังวิฬาร์หิมะอยู่ภายใต้ที่นั่งค่ะ เมื่อขึ้นสู่ฟากฟ้า หากท่านรู้สึกหนาว ท่านสามารถหยิบมาใช้สอยได้ตามสะดวก วิฬาร์หิมะอาศัยอยู่ในพื้นที่หนาวจัด ความสามารถในการต้านทานความหนาวสูง ทางเรามั่นใจว่าทุกท่านจะรู้สึกอุ่นสบายตลอดการเดินทาง"

             

            "สำหรับผู้โดยสารสมบัติทองทุกท่าน บริเวณที่นั่งของท่านจะติดตั้งวัตถุเสริมอาคม กระดองเต่าแสงอาทิตย์ วัตถุเสริมอาคมระดับผู้เรียนรู้ที่มอบความอบอุ่นให้แก่พื้นที่ภายในกระดอง ทางเราได้ทำการบุหนังอย่างดีให้ทุกท่านสามารถใช้กระดองเต่านี้ต่างพนัก"

             

            นิทานที่ไม่เคยมีประสบการณ์เดินทางไกลมาก่อนย่อมไม่มีความรู้ใด ๆ เกี่ยวกับระดับของตั๋ว เขาเพียงคิดตามปกติว่า ยิ่งถูกยิ่งดี จะอย่างไรเขาก็คิดว่าการเดินทางแค่ 3ชั่วโมงสมควรไม่ยากเย็นอะไร หากลำบากหน่อยก็อดทนเพียงไม่นาน

             

            ถึงว่าล่ะตั๋วของฉันมันกับคีตามันถึงถูกขนาดนั้น เป็นตั๋วระดับสมบัติทองแดงสินะ นิทานหางตากระตุก

             

            ละตั๋วทองแดงแบบฉันนี่คือต้องทนลมทนหนาวไปเองงั้นสิ แล้วเด็กเล็กกับคนเฒ่าคนแก่จะเอายังไงละเนี่ย นิทานอดบ่นอุบอิบไม่ได้

             

            “สำหรับผู้โดยสารท่านอื่น หากท่านรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวจากอากาศหนาว ทางเรามีผ้าห่มชั้นดีบริการในราคาเพียง 100ไกอาเท่านั้นค่ะ” เสียงประกาศดังต่อเนื่องได้อย่างตรงจังหวะ

             

            หน้าเลือด ทุนนิยมนี่มันน่ากลัวจริง ๆ นิทานสะอึก

             

            ก็นะ ราคา 500ไกอาเอง ถ้าไปรถม้าคงต้องใช้สัก 3วัน ไปกับนกยักษ์ 8ปีกก็ 3ชั่วโมงได้ ถือว่าคุ้มค่าอยู่ แค่ 3ชั่วโมง คงไม่หนาวอะไรขนาดนั้น

             

            "หนาวหน่อยนะคีตา ฉันขอยืมใช้ปราการหน่อยนะ จะได้กันลมได้" นิทานหันไปมองคีตา

             

            "โฮ่ง!"

            คีตาก็หนาวนะ!

             

            "ขนนายหนาขนาดนี้ยังหนาวอีกเนี่ยนะ!"

             

            "โฮ่ง! โฮ่ง!"

            ก็หนาวอะ! ไม่ให้ คีตาใช้เอง!

             

            “แต่ถ้านายใช้ปราการ งี้ฉันก็เข้าไปซุกนายไม่ได้สิ ขนนายแข็งจะตาย!” นิทานบ่น

             

            “โฮ่ง!”

            นิทานใช้ปราการก็ตัวแข็งเหมือนกัน อิงไม่สบายเลย!

             

            “งั้นผลัดกันใช้! คนละหนึ่งชั่วโมง ถ้าเช่าผ้าห่มตั้ง 100ไกอาเลยนะ! ซื้อหมูสามเขี้ยวได้ 2ตัวเลย!”

             

            “โฮ่ง!”

            ขี้งก! งั้นคีตาจะเอาขนมด้วย!

             

            ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเถียงกันอย่างออกรสออกชาติ เสียงหัวเราะจากด้านหลังก็เรียกความสนใจจากทั้งคู่ให้หันไปมอง

             

            "ขอโทษนะคะ พอดีเห็นกำลังคุยกันสนุกอยู่ เลยอดหัวเราะตามไม่ได้" ชายหนุ่มหน้าหวานคนหนึ่งตอบกลับพลางขอโทษขอโพย

             

            ชายหนุ่มผู้นี้แต่งกายด้วยชุดกระโปรงยาวสวยสด ใบหน้าหวานละไม ให้ความรู้สึกนุ่มนวลน่ารัก

             

            "ไม่เคยเดินทางไกลกันมาก่อนใช่มั้ยคะ ปกติคนที่ซื้อตั๋วสมบัติทองแดงน่ะจะพกผ้าคลุมกับผ้าห่มมากันเองทุกคนแหละค่ะ" ชายหนุ่มยิ้มแย้มพลางชี้ไปทางเหล่าคนอื่น ๆ ที่ต่างพากันม้วนผ้าห่มไว้ข้างกายคู่กับสัมภาระต่าง ๆ ที่พกกันมา

             

            "นี่เป็นครั้งแรกที่พวกผมจะออกจากเมืองนี้เลยครับ เลยยังไม่มีความรู้พื้นฐานแบบนั้นเท่าไหร่" นิทานหัวเราะอาย ๆ

             

            "เป็นนักผจญภัยกันรึเปล่าคะ ปกติถ้ายังหนุ่มยังแน่นขนาดนี้แต่กลับจะเดินทางเข้าเมืองหลวงกันแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นรุ่นใหม่ไฟแรงล่าฝันกันทั้งนั้น"

             

            "ก็ประมาณนั้นครับ ผมชื่อนิทานครับ ส่วนนี่ก็คีตา" นิทานยิ้มตอบพลางชี้ไปที่คีตา

             

            "อุ้ย เสียมารยาทจริง ฉันชื่อหมิงค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" หมิงยิ้ม ค้อมหัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท

             

            "ไม่ใช่คนแถวนี้เหรอครับ" นิทานได้ยินชื่อก็เลิกคิ้วสงสัย โดยปกติแล้ว วัฒนธรรมการตั้งชื่อของอาณาจักรไฟกัลป์นั้นมักจะหลากหลาย แต่ชื่อบางประเภทก็แสดงออกถึงต้นกำเนิดหรือวัฒนธรรมจากฝั่งผู้ให้กำเนิดเช่นกัน

             

            ชื่อเช่น หมิง นั้นสมควรเป็นชื่อจากชาวพื้นที่ชายฝั่ง เขตแดนแถบนั้นไม่มีประเทศที่ปกครองโดยตรง แต่แบ่งเป็นเขตการปกครองน้อยใหญ่ ส่วนพื้นที่เกือบทั้งหมดของบริเวณนี้จะติดกับทะเล จึงได้รับอิทธิพลจากเหล่าโจรสลัดต่าง ๆ

             

            นิทานลอบสังเกตหมิง หมิงเป็นมีดวงหน้าหวาน ผมยาวถึงกลางหลัง ดวงตาและโครงหน้าเรียวเล็ก ผิวขาวกระจ่างแสดงถึงการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แม้นิทานจะมีผิวสีขาวเช่นกัน แต่เพราะการเข้าป่าเป็นประจำทำให้ผิวเขาออกขุ่นขึ้นมาบ้าง

             

            หมิงแต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีแดงอ่อน ชุดกระโปรงแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้นิทานรับรู้ว่าหมิงไม่ใช่คนแถวนี้

             

            "ใช่ค่ะ ฉันเกิดที่เมืองเว่ยแถวชายฝั่งตอนใต้น่ะ ครั้งนี้มีธุระกับพื้นที่แถวนี้ เลยเป็นตัวแทนมาทำงานค่ะ" หมิงยิ้ม

             

            "โฮ่ง! โฮ่ง!"

            นิทาน นิทาน พี่คนสวยล่ะ! ดูใจดีมากเลย!

             

            คีตากระดิกหางไปมา สองตาทอประกาย มันยื่นหัวขนาดใหญ่เข้าไปหาหมิง ทำจมูกฟุดฟิด ๆ อย่างสนอกสนใจ ทำท่าเหมือนอยากเข้าไปเล่นกับพี่คนสวยตรงหน้า

             

            นิทานยิ้มขำกับคีตาที่ยังคงรักษามารยาทเป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่วายยื่นหน้าเข้าไปหา 

             

            ยังดีนะที่คุณหมิงเขาไม่กลัวหมายักษ์น่ะ

             

            "ขอโทษแทนคีตาด้วยนะครับ มันบอกว่าพี่คนสวยท่าทางใจดี เลยอยากเข้าไปเล่นด้วยน่ะครับ” นิทานรั้งคีตาเอาไว้เล็กน้อย

             

            "แหม ปากหวานมากเลยนะ คีตาใช่มั้ย สวัสดีนะคะ พี่ชื่อหมิง" หมิงนั่งย่อตัวลงไปเล็กน้อย แต่ด้วยขนาดของคีตา พอหมิงนั่งย่อตัวลง หัวของคีตาจึงอยู่สูงกว่าหัวของหมิง

             

            หมิงยื่นมือออกไปลูบหัวของคีตา พลางทำท่าขอมือ คีตาก็ตอบรับเป็นอย่างดี ยื่นมือข้างหนึ่งให้ พลางสลับไปอีกข้าง

             

            หมิงหัวเราะเบิกบานกับความแสนรู้ของคีตา อดไม่ได้ต้องลูบไล้ขนคอหนานุ่มของคีตา

             

            ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่ แถวเบื้องหน้าที่ทอดยาวเข้าสู่ปีกของนกยักษ์ 8ปีกก็หดสั้นลงจนถึงตาของพวกเขาอย่างว่องไว นิทานส่งตั๋วสีทองแดง 3ใบให้แก่กัปตันตรงหน้า หมิงที่อยู่ข้าง ๆ พลันควักตั๋วสีทองอร่ามออกมายื่นส่งให้

             

            "กัปตันคะ ตั๋วสมบัติทองยังเหลืออยู่มั้ยคะ ฉันขอเพิ่มอีกสองใบให้เพื่อนฉันหน่อยค่ะ" หมิงพูดกับกัปตันด้วยรอยยิ้ม

             

            "ไม่ต้องหรอกครับคุณหมิง พวกผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ" นิทานโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน

             

            "ไม่เป็นไรค่ะ ถือเป็นของขวัญพบหน้าแล้วกันค่ะ" หมิงยื่นบัตรฝังมุกใบหนึ่งให้แก่กัปตันพลางเดินนำเข้าไป

             

            "อีกอย่าง นักธุรกิจที่ดีย่อมต้องอยากสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีศักยภาพในอนาคตไว้อยู่แล้วค่ะ" หมิงขยิบตาให้

             

            "จริงมั้ยคะ คุณนิทาน คีตา อดีตอัจฉริยะแห่งเมืองศิลาลัย"

             

            นิทานนิ่งไปเล็กน้อยพลางยิ้มและออกเดินตามไป ตั๋วสมบัติทองแดงตรงหน้าถูกเก็บกลับเข้ามา นิทานเดินผ่านเขตสมบัติทองแดงและเงิน เข้าสู่ที่นั่งที่ประดับอย่างหรูหราตรงเขตสมบัติทอง

             

            "ที่แท้พวกผมก็ดังเอาเรื่องนะครับเนี่ย ถึงกับมีนักธุรกิจใหญ่จำหน้าได้ด้วย" นิทานชวนคุย

             

            "จริง ๆ ฉันเคยได้ยินชื่อพวกคุณมาก่อนแล้วค่ะ พอได้ยินคุณแนะนำตัวแถมมากับสุนัขสีดำตัวใหญ่ ก็พอจะเดาได้ไม่ยาก" หมิงยิ้มมุมปาก

             

            เก้าอี้โดยสารของบริเวณนี้ชัดเจนว่าหรูหราและใหญ่โตกว่าที่นั่งชั้นอื่น บริเวณสมบัติทองแดงที่นิทานเดินผ่านมานั้นเป็นเก้าอี้ตัวเล็กที่เบียดเสียดกัน ไม่มีพื้นที่เหยียดขาแม้แต่น้อย แม้เขาจะไม่เคยขึ้นมาก่อน แต่นิทานก็คาดไว้ว่าด้วยขนาดตัวของคีตา สมควรต้องนั่ง 2ที่นั่ง

             

            ที่นั่งบริเวณสมบัติทองกลับกว้างขวางกว่าที่เขาคิดไว้มาก เขาสามารถเอนตัวนอนได้อย่างสบายพร้อมกับเหยียดแขนเหยียดขาเต็มที่ บริเวณพนักพิงก็เป็นกระดองขนาดใหญ่ที่นิทานคิดว่าสมควรนั่งได้ถึง 2คน

             

            กระดองเต่าที่ใช้เป็นพนักแผ่ความอบอุ่นสบายออกมา ภายในบุด้วยหนังอย่างดี เมื่อนิทานเอนตัวลงไปแล้วพบว่าสบายยิ่งกว่าเตียงที่บ้านของเขาอีก

             

            "โฮ่ง!"

            นิทาน นิทาน นุ่มมากเลย!

             

            คีตากระโดดขึ้นไปบนที่นั่งข้างตัวนิทาน มันย่ำขาเล็กน้อย เดินวนเป็นวงกลม ก่อนฟุบตัวลงนอน หูตั้งพับลงมาเล็กน้อยด้วยความผ่อนคลาย

             

            หมิงทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้โดยสารข้าง ๆ นิทาน จัดแจงวางสัมภาระเล็กน้อยของตนใส่ไว้ช่องด้านข้างที่นั่ง ใส่เข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งคู่กับเก้าอี้ เอนหลังลงเบาะอย่างผ่อนคลาย

             

            ผ่านไปชั่วครู่นิทานก็ได้ยินเสียงประกาศดังมาจากด้านหน้า

             

            "ขอบคุณทุกท่านที่เลือกใช้บริการของกลุ่มการค้าเชียนเป่าค่ะ ดิฉัน กัปตันเมฆาจะรับหน้าที่นำทุกท่านลงสู่นครรัตนะอันเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรไฟกัลป์โดยสวัสดิภาพ เวลาที่คาดหมายสำหรับการเดินทางคือ 3ชั่วโมง ขอให้ทุกท่านรัดเข็มขัดตลอดเวลาและพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยค่ะ"

             

            เสียงกังวานดังก้องไปทั่วตัวนกยักษ์ 8ปีกจนนิทานอดสงสัยไม่ได้ว่าทำได้อย่างไร จะยังไง นกยักษ์ 8ปีกตัวนี้ก็ใหญ่โตมโหฬารจนสามารถจุผู้โดยสารกว่า 200คนไว้บนหลังได้

             

            หมิงที่สังเกตเห็นสีหน้าของนิทานพลันหันมาอธิบาย

             

            "กัปตันของนกยักษ์8ปีกทุกตัวจะต้องเป็นนักสลักเอกเป็นอย่างน้อยค่ะ โดยที่มีเงื่อนไขคือต้องมีความสามารถในการบิน เผื่อเหตุฉุกเฉินจึงสามารถช่วยผู้โดยสารได้"

             

            “แน่นอนว่าเรื่องความปลอดภัยนั้นสูงมากอยู่แล้ว แต่มาตรการรับมือก็เป็นสิ่งที่สำคัญ หากกัปตันอ่อนแอจนเกินไป ย่อมไม่สามารถกอบกู้สถานการณ์ได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน” หมิงอธิบายพลางหันไปมองกัปตันเมฆาที่ประจำอยู่ที่คอของนกยักษ์ 8ปีก สองมือกำสายคล้องคอไว้แน่น

             

            นิทานเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน นักสลักเอกเป็นตัวตนที่แม้ไม่อาจเรียกได้ว่าหายากหรือแข็งแกร่ง แต่ในเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองศิลาลัยกลับมีไม่ถึง 10คนเท่านั้น การที่มีนักสลักประจำอยู่ที่เมืองเล็ก ๆ เช่นนี้มากถึง 10คน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเมืองแห่งนี้เป็นเมืองชายแดน พวกเขามีหน้าที่ตรวจตราเหล่าสัตว์อสูร

             

            อริยะในเมืองใหญ่รอบด้านนั้นมีความเร็วที่สูงส่ง เมื่อได้รับสัญญาณ อริยะที่ประจำการอยู่ในเมืองใหญ่สามารถเดินทางมาถึงเมืองชายแดนได้ภายในเวลาเพียง 20นาที จึงไม่มีความจำเป็นต้องประจำการในที่ห่างไกลแต่อย่างใด

             

            ถึงแม้จะไม่ได้แข็งแกร่งมากล้น แต่นักสลักเอกประจำเมืองศิลาลัยนั้นต่างมีตำแหน่งสำคัญมากมายเช่นผู้รักษาหรือหัวหน้าหน่วยป้องกันเมือง

             

            แต่กลุ่มการค้าเชียนเป่ากลับใช้เป็นเพียงคนขับนกโดยสาร

             

            "ส่วนเรื่องการต่อสู้ก็ไม่จำเป็นขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะนกยักษ์ 8ปีกเป็นสัตว์อสูรที่ต่อกรกับนักสลักโทได้" หมิงพูดต่อ

             

            ไอ้นกตัวนี้แข็งแกร่งพอ ๆ หรือมากกว่าตาไกรอีกเหรอ? แล้วไม่ใช่ว่ากลุ่มการค้าเชียนเป่ามีนกโดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศมหาอำนาจเกือบทุกประเทศ?

             

            "นิทานพลันขนลุกเมื่อจินตนาการถึงขุมอำนาจของกลุ่มการค้าเชียนเป่า ตัวเขาเองแม้เป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง แต่เมื่อเดินทางออกมาจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน โลกที่เขาเห็นกลับกว้างใหญ่นัก เขาพลันสำนึกได้ว่าตัวเองในตอนนี้เล็กจ้อยเพียงไร

             


    คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810