ทั้งคู่เหม่อมองกัน ผู้สัญจรมากมายเดินชนนางจนเบียดเข้ามาชิด หน้าอกแนบตัวเขา แต่ทั้งคู่ยังจ้องหน้ากัน
“ถ้าพวกเ้าไม่ทำอะไรกันต่อ ก็หยุดจ้องแล้วหาที่เงียบกว่านี้ทำอะไรกันต่อได้แล้ว”
ทั้งคู่สะดุ้งหันไป
“แม่นางฟางเหนียง??!”
ฟางเหนียงมาพร้อมผู้ติดตามสตรี 1บุรุษฉกรรจ์ 2
หนิงเอ๋อกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทัก
“ท่านมาได้ยังไงคะ?”
“คุณชายของเ้า...เขาไม่ได้บอกเหรอว่าข้ามีสาชาใหญ่อยู่ที่นี่”
“จริงเหรอคะ? ..โหย...คุณชายมีอะไรไม่ค่อยบอกข้าหรอกค่ะ”
ฟางเหนียงเอียงคอมองผ่านหนิงเอ๋อมายังลู่เอิน ยิ้มแล้วกล่าว
“เ้าเด็กหน้าตาย ไฉนชอบปิดบังอำพรางนาง”
“หึ .. ข้าก็กำลังจะพานางไปทำความรู้จักที่นั่นอยู่แล้ว แต่พอดีท่านกลับมาเจอเราก่อน ก็กล่าวหาว่าข้าปิดบังนาง”
“ถ้าข้าไม่มาเจอ ไม่รู้พวกเ้าจะทำอะไรกันต่อหน้าธารกำนัน”
“จิ๊ส์..นี่ท่าน ... เฮ้อ~ .. แล้วกันไปเถอะ ข้าก็แค่....”
“หรือบนเตียงเ้ายังมองนางไม่มากพอ?”
ลู่เอินไม่ตอบคำเอามือไพร่หลังเบนหน้าไปทางอื่น
หนิงเอ๋อแม้ไม่ได้สมสู่กับเขาจริงๆแต่เมื่อถูกหยอกเย้าลักษณะนี่กลับก้มหน้าขวยเขินยิ่งกว่า
“แม่นางฟางเหนียง ถ้าท่านยังแกล้งข้าแบบนี้ ข้าจะเอาหน้าไปไว้ไหน ข้าอายนะคะ”
ฟางเหนียงเดินมาลูบแก้มนางแล้วเอาปลายนิ้วมือเชิดคางนางเงยขึ้น
“เ้าเพิ่งจะมาอายอะไรเอาป่านนี้? ลำพังแต่เ้าเดินไปเดินมาทั่วเมืองกับเขา ก็หนีไม่พ้นโดนมองเป็สาวใช้สนิทชิดเชื้อแนบกายยามหลับของเขาแล้ว นี่ยังไม่นับ... ...”
ทั้งสองกล่าวพร้อมกัน
“ไม่นับอะไร?”
ฟางเหนียงเลิกตาเอียงคอไปมากล่าว
“ก็ท่านสวีซูเม่ย นายหญิงใหญ่หมู่ตึกสกุลเซียว หลังออกจากการไหว้พระขอพร ก็เที่ยวบอกกล่าวข่าวดีการได้พบว่าที่สะใภ้สกุลเซียวจนแทบจะทราบกันทั่วนครหลวงแล้ว”
“ห๊ะ!! ท่านแม่!? ... นางทำขนาดนั้นเชียว?”
หนิงเอ๋อกล่าวขึ้น
“ดูเหมือนฮูหยินจะพอมีสายข่าวภายในวัง เช่นนั้นจึงรีบปล่อยข่าวลือเื่ข้ากับคุณชาย”
ฟางเหนียงหุบยิ้มลงบ้าง ทว่ายังมีรอยแย้มอยู่เล็กน้อยค่อยกล่าว
“เซี่ยวเอ๋อ .. เ้าลำบากแล้ว ข้าลองถามเ้า ทราบหรือไม่ลำบากเยี่ยงไร?”
“ข้าพอทราบค่ะแต่ไม่ทราบว่าจะตรงกับที่ท่านคาดคิดไว้หรือไม่”
“เ้าลองกล่าว”
“อย่างแรกข้าจะเป็แค่สาวใช้ด้อยราคาไม่ได้แล้ว ต้องแสดงออกถึงความสามารถว่าคู่ควรกับคุณชายเพื่อชดเชยด้านฐานะชาติกำเนิด”
“อย่างที่อสอง?”
“อย่างที่สองคือ...คุณหนูน้อยใหญ่มากมายที่หมายปองคุณชายและบรรดาขุนนางที่อยากได้คุณชายเป็เขยย่อมไม่รอช้าอยู่เฉย ข้ากำลังตกเป็เป้าของพวกเขา”
“แล้วย่างไรต่อ”
“อย่างที่สาม ราชสำนักเมื่อทราบข่าว จะช้าเร็วต้องมีการบีบคุณชายให้แต่งกับองค์หญิงก่อนข้าให้ได้ จากนั้นคุณชายถึงรับข้าเป็อนุภรรยา ก็ไม่ทันการแล้ว แผนการผลักไสคุณชายออกนอกวงกระดานหมากของฝั่งรัชทายาทก็จะประสบผล”
“อืม..สมแล้วที่ลู่เอินยกย่องเ้าให้เดินเคียงคู่ออกหน้าออกตา ไม่ใช่แค่เอาไว้ขึ้นเตียงเก็บซ่อนไว้ที่บ้าน”
หนิงเอ๋ออดเขินที่โดนกล่าวชมพร้อมยกย่องว่าลู่เอินเชิดชูนางไม่ได้
[ทำไมข้าใจเต้นแรงจัง อกสั่นแน่นไปหมด ข้า....]
นางไม่ใช่ตัวโง่งม นางในยามนี้ .... รู้ตัวแล้วว่ารักชอบลู่เอินเข้าแล้ว รักชอบมาพักหนึ่งแล้ว
ยิ่งพอกล่าวถึงการเพ่งเล็งจ้องจับคุณชายของนางจากผู้อื่น นางยิ่งไม่สบอารมณ์ ไม่พอใจ และคล้ายไม่ยินยอมอยู่บ้าง
ถ้าไม่ติดว่าตนเป็แค่สาวใช้ถ้าไม่ติดว่าคนเป็สตรีที่พุดจาต้องระวัง นางแทบอยากรบเร้าให้รีบแต่งนางเป็ภรรยาเป็เมียในอาณัติของเขาโดยไว นางถึงกลับคิดไปถึงตอนเข้าหอทอดกายให้เขาทั้งที่กล้าๆ กลัวๆ
นางกลัวสูญเสียเขาไป
คำของหนิงเซียนที่เคยกล่าวพร่ำสอนนางก็แล่นมาในหัว อดีตให้หวนนึกถึง
“เซี่ยวเอ๋อ หากเ้าเจอบุรุษที่หมายปอง แต่เขาอาจต้องตกแต่งสตรีอื่น เ้าจะทำการใด”
“ข้าไม่รู้หรอกค่ะพี่ใหญ่”
“เ้าอายุเท่าข้าจริงหรือเปล่า ทำไมต้องให้ข้าสอนตลอด ข้าจะบอกให้ เมื่อถึงตอนนั้น ความออดอ้อน มารยา คือสิ่งที่ทำให้เราสมหวัง หากเ้ามันแต่เหนียมอายดุจสตรีบอบบาง รับรองได้ เ้าจะยืนดูเขาเข้าหอกับสตรีนางอื่นแน่นอน”
“แล้วถ้า .. ถ้าเสียตัวให้เขา แต่ก็ไม่อาจหยุดการแต่งงานของเขาได้ล่ะ?”
“คนอื่นอาจเป็เช่นนั้นแต่สำหรับเราสองพี่น้องหาใช่ไม่ เ้าอย่าลืม เรามีสิ่งใดติดตัว จงขับมันออกมา หลั่งมันออกมา มอบมันให้เขา ให้เขาเสพจนพอใจ ให้เขาเข้าถึงส่วนที่ลึกที่สุดของเราจนเขาไม่อาจลืม ครานั้น ต่อให้รับสั่งฮ่องเต้ เขาก็จะหอบเ้าหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว”
“หืม.. ข้ายังเห็นบุรุษที่ทำกับท่านพวกมันยังไม่เลิกกับเมียมารับตัวท่านไปเลยนี่”
“ฮึ..นั่นเพราะข้ายังไม่ได้ใช้หงส์ร่อนสยบั บุรุษเ่าั้แค่เสพร่างข้าตามใจพวกมัน ยังมิได้พบความสุขที่หฤหรรษ์ที่ข้ามอบให้ ข้าจะเก็ยมันไว้กับคนที่คู่ควรที่สุดในชีวิตข้า”
เสียงเฒ่าลู่ดังขึ้น
“เ้าหยุดสอนอะไรที่บัดสีเช่นนี้ให้เซี่ยวเอ๋อนะ ฮึ..นางน่ะ มีความรู้ที่ข้ามอบให้ มิต้องใช้ของแบบนั้นก็อยู่รอดหาคู่ครองที่คู่ควรได้หรอกน่า”
“เอาเถอะตาเฒ่า ข้ารู้ว่า สักวันนางจะได้ใช้มัน”
“เชอะ เรียกอาจารย์แบบนี้ได้ไงเ้าเนี่ย ... ไหน มื้อเที่ยงพวกข้าล่ะ?”
“เอ้า...ข้าไม่ลืมของพวกท่านหรอก”
“แหม่ เ้านี่ แม้จะปากร้ายแต่มีดีตรงทำกับข้าวอร่อยและมากน้ำใจนี่แหล่ะนะ”
“หัวดำ หัวหงอก จะชราแค่ไหนล้วนสงบหว่างขาข้าพวกมันล้วนอลากมุดเข้ามาเชยชมลิ้มชิม ก็มีแค่พวกท่านสองเฒ่านี่ล่ะ ไม่มองข้าแบบนั้น”
เฒ่าหยางเดินออกมาหยิบของกินเข้าปากแล้วกล่าว
“เซี่ยวเอ๋อ ระวังด้วยหากบุรุษนั้นไม่แข็งแกร่งพอ ใจไม่หนักแน่นข่มตนได้พอ เขาจะหลงกามราคะจากตัวเจ่า จนเสียการเสียงาน เสียผู้เสียคน จากคุณชายสง่างาม กลับกลายเป็ตัวบัดซบที่วันๆไม่อาจหักใจถอนเบื้องล่างเขาออกจากเบื้องล่างเ้าลง หนวเคราไม่โกน ผมเผ้าไม่มัด นอกจากดื่มกินพออิ่มนอกจากขับถ่ายพอบรรเทา ก็ไม่นึกถึงอะไรนอกจากสมสู่กับเ้า ... จงคิดให้ถ้วน”
... ...
..
หนิงเอ๋อหวนนึกก็อมยิ้มขึ้นมา
แต่ก็ต้องกลับมาสู่ความเป็จริง
มันจะเร็วไปมั้ย หากนางมัดลู่เอินด้วยสิ่งนี้ เขาจะคลั่งนางจนเป็ดั่งที่อาจารย์เตือนมั้นนางกลับเริ่มกลัว กลัวบุรุษอันเป็ที่รักจะเสียความเป้นตัวตนของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
นางอาจจะพอใจใน่แรก ที่เขาพึงพอใจในตัวนางทุกสัดส่วน ทุกจุดนาง ทุกอย่างที่นางมี แต่เมื่อนานไป เขาจะเป็บุรุษที่ใช้ไม่ได้ขึ้นมา
นางจะทำเช่นไรดี?
ลู่เอินเห็นทางทีท่ามิสู้ดีจึงจับต้นแขนนางดึงเข้ามาหาแล้วถาม
“เ้าเป็อะไร?”
หนิงเอ๋อยามคึดถึงอาการรัก ยามนึกถึงเื่ในร่มผ้าที่พี่สาวเคยสอน เมื่อต้องมือบุรุษหนุ่มที่เข่มแข็งสง่างามและนางก็รักเขาจับต้องกายก็สะท้านจนลืมควบคุมตัว
“ค..ค..คูรชาย..ย.ย.ยยยคะ”
นางโผเข้ากอดลู่เอินโดยลืมควบคุมตัวเอง นางถึงกับเบียดเนื้อตัวทุกส่วนให้ชิดเขาให้มากที่สุดโดยไม่รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ ลู่เอินเกิดการเปลี่ยนแปลง เขาแข็งตัว เนื้อตัวนางนุ่มเกินไป หอมเกินไป ละมุนเกินไป น่ารักเกินไปนางที่แนบตัวมาเงยหน้าอ้อดอ้อนเขา มันช่างน่ารักสุดบนนยาย
ลู่เอินถึงกับทำสิ่งที่ไม่คิดจะทำ เขารวบก้นกลมกลึงนุ่มนิ่มของนางรั้งเอวนางบดเข้าหาตัวเขาทั้งยังช้อนยกให้สูงขึ้นแล้ว....
..จูบนาง..
ยังดีตรงนี้ที่พวกนางเดินมาหาฟางเหนียงคนน้อย และมีฟางเหนียงกับบริวารบังผู้คนให้ ฟางเหนียงถึงกับใลู่เอินที่แข็งกระด้างกลับกล้าแสดงออกเช่นนี้
ปากทั้งสองไม่ทราบจูบบดกันนานเท่าใดค่อยคลายออก แววตาหยาดเยิ้มแทบจะกลืนกินอีกฝ่าย กลิ่นหอมบางอย่างพวยพุ่งจากตัวนาง เขาทราบว่ากลิ่นนั้นมาจากที่ใด กลับยิ่งทวีคูณอารมณ์เป็เท่าทวี นางโอบมือล้อมคอเขา ลูบผมเผ้าเขา
“คุณชายรักข้ามั้ยคะ?”
“ข้า......”
“ตายแล้ว ผู้คนยังเดินไปมาพวกเ้าก็ไม่หัดอดใจรอถึงบ้าน”
เสียงนี้ดังขึ้นที่หลังฟางเหนียงลู่เอินคุ้นเสียงที่สุดทุทานออกมา
“ท่านแม่!!”