หญิงสาวนอนมองหน้าของฮัวหยางจนเผลอหลับไปอีกครา ผ่านไปครู่ใหญ่ ฮัวหยางจึงตื่นขึ้น เขามองสีหน้าของอู๋จือก็เห็นว่านางดีขึ้นมากจึงลุกไปล้างหน้าล้างตา เขาออกไปว่าจ้างรถม้าเพื่อนำอู๋จือที่นอนสลบไสลไปรักษาต่อ
จางเจิ้งจีกับหวังหวั่นตามไปหาฮัวหยางที่เรือนปรุงยาชานเมือง ฮัวหยางจึงขอให้หวังหวั่นไปตามอู๋เสี่ยวถงจากบ้านของนาง ระหว่างนั้นสหายทั้งสองก็หารือเื่คนร้าย
“คนที่ลอบทำร้ายพวกเ้า ข้าสอบสวนแล้ว เป็นักฆ่ามือใหม่ทั้งสิ้น พวกมันถูกพ่อค้าที่ปลอมยาของเ้าว่าจ้างมา”
“ข้าระแวงอยู่แล้วเชียว กลุ่มคนที่ขายยาปลอม ทำมาแล้วหลายขนาน ผลประโยชน์มากมายถึงเพียงนี้ ยากนักที่พวกเขาจะวางลงได้ ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้เอาเื่เอาราวเพราะเห็นว่าพวกเขาทำยาสูตรใกล้เคียงแม้ไม่ได้ผลมาก แต่ก็ไม่เป็อันตราย ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็ยาเอาชีวิตคน นี่คงจะหวังทำลายชื่อเสียงของร้านยาเฉี่ยนซือ”
“ถึงขนาดคิดจะฆ่าคน คงจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ข้าแจ้งเื่นี้ให้ท่านโหยวทราบแล้ว อีกไม่นานก็คงจะสาวถึงตัวผู้บงการ”
ท่านโหยวหรือโหยวอีที่จางเจิ้งจีเอ่ยถึงก็คือรองผู้บัญชาการสำนักมือปราบ คนผู้นี้ขึ้นชื่อเื่ทำงานอย่างดุดันและตรงไปตรงมา คนร้ายทั้งหลายได้ยินชื่อเสียงของคนผู้นี้ล้วนอกสั่นขวัญแขวน
“ดีๆ มีเ้ากับท่านโหยวช่วยเหลือ ครั้งนี้ต้องกำจัดคนชั่วได้แน่” ฮัวหยางหันไปมองร่างที่นอนหลับสงบอยู่บนเตียง “ดีที่อู๋จือได้รับพิษเพียงครึ่ง หากสูดดมเข้าไปเต็มปอดหรือถูกซัดเข้าเต็มสองตาเห็นทีข้าคงช่วยไม่ได้ นางเป็ผู้ฝึกยุทธ์จึงรอดพ้นคืนวิกฤตมาได้ อาการหนาวเข้ากระดูกนั้น หากเป็คนทั่วไปก็คงต้องรักษากันนานนับปี”
“สูตรยาของเ้า ช่วยรักษาพิษไม่ได้ชะงักหรือ ”
“ช่วยได้บางส่วน แต่คนที่ได้รับพิษจะต้องต่อสู้กับอาการหนาวภายในกระดูกด้วยตนเอง ข้าจึงต้องใช้ร่างกายของข้าช่วยนางบรรเทาพิษหนาว”
จางเจิ้งจีหรี่ตามองสหาย พอเห็นสายตาแสดงความรู้สึกรักใคร่ไม่ปิดบังก็ร้องออกมา “อืม...เ้าช่างเป็คนใช้หน้าที่การงานในทางที่ชอบเสียจริง”
ฮัวหยางหัวเราะหึๆ เมื่อสหายรู้ทัน
“ข้าเสียสละจะตายไป ต้องนอนเฝ้านางอยู่ทั้งคืน กอดไว้ไม่ยอมวาง เพิ่งได้งีบหลับไปเมื่อใกล้จะเช้า ข้ากำชับเสี่ยวถงไว้ ไม่ให้นางบอกมารดา”
“ดีแล้ว อู๋ฮูหยินจะได้ไม่ใตาย”
“อู๋จือจะหายเร็วหรือไม่ ”
“เ้าไม่ต้องห่วง ให้นางแช่น้ำยาอีกสักหน่อย ไม่เกินสองวันก็หายเป็ปกติ ที่เหลือต้องคอยบำรุงร่างกายให้ดี”
“อืม...ข้าชักอยากมีท่านหมอฮัวเป็ของตัวเองเสียแล้ว” จางเจิ้งจีเอ่ยกระเซ้า
ฮัวหยางอมยิ้ม พอใจกับถ้อยคำเย้าหยอกของสหายรัก
“เหล่าจาง ทั้งเื่ยาปลอมและเื่ลอบสังหาร ข้าสงสัยว่าในร้านยาเฉี่ยนซือจะมีเกลือเป็หนอน”
“เ้าหมายถึง ”
“คนที่ปลอมยาพวกนั้นอาจจะเป็คนที่อยู่ในร้านค้าของข้า”
“เหตุใดเ้าจึงคิดเช่นนั้น ”
“ข้านำคำร้องเรียนของลูกค้าทุกคนมาอ่านดูแล้ว ยาตัวอย่างที่พวกเขานำมาด้วยจำนวนมาก ข้าก็เอามาลองแยกแยะดู ยาส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้จะมีสูตรใกล้เคียงกับยาที่ข้าทำมาก สมุนไพรบางอย่างข้าปกปิดสูตรเป็ความลับ แม้แต่ในบันทึกก็ไม่มี คนที่จะทำได้ ย่อมต้องเป็คนในโรงงานยาของข้า”
ฮัวหยางมองเห็นหญิงสาวที่กำลังเดินมาถึงหน้าประตูก็ยิ้มน้อยๆ
“เื่สืบภายในร้านข้าว่าเรามีคนช่วย โน่นคนที่จะช่วยเป็หูเป็ตากำลังมาแล้ว”
อู๋เสี่ยวถงได้ยินค่าจ้างที่ฮัวหยางจะให้หากช่วยสืบหาตัวคนที่เป็หนอนบ่อนไส้สำเร็จก็ตาลุกวาว “ตกลงเ้าค่ะ ข้าทำ ตั้งสิบตำลึงแน่ะ”
หวังหวั่นหัวเราะเบาๆ น้องสาวของอู๋จือช่างเหมือนกับที่สหายของเขาเคยเล่าให้ฟัง นางทำทุกอย่างที่จะได้เงินเข้าบ้านจริงๆ
“เสี่ยวถง เ้าไม่กลัวหรือ ”
“มือปราบหวัง เมื่อคืนข้าเป็คนฟาดคนร้ายจนสลบไปสองคนน่ะเ้าคะ นี่หากว่าข้ามีวรยุทธ์ล่ะก็ รับรองไล่จัดการพวกมันจนาเ็หนักกว่านี้แล้ว”
“ไอหยา! เ้าไม่กลัวหรือไร ข้าได้ยินว่าพวกมันมีทั้งดาบทั้งพิษพกติดตัว เกิดพวกมันทำร้ายเ้าเข้า อาจถึงตายได้นะ”
อู๋เสี่ยวถงหน้าเสียเล็กน้อย “เมื่อคืนข้าไม่ได้สนใจเื่ดาบของพวกมันสักนิด ข้าคิดแค่ว่ามันกล้าทำร้ายพี่จือจือ ข้าย่อมไม่ปล่อยมันเอาไว้”
“ที่แท้เ้าก็มัวแต่โมโหจนหน้ามืดตามัวนี่เอง”
หญิงสาวหัวเราะแหะๆ กับคำพูดของมือปราบหญิงหวัง
ครั้นคนอื่นๆ ออกไปจากเรือนปรุงยาแล้ว ฮัวหยางก็ไปสั่งให้บ่าวรับใช้เตรียมข้าวต้มและน้ำอาบมาไว้
อู๋จือตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนบ่าย นางมีเรี่ยวแรงพอจะลุกขึ้นนั่งตักข้าวต้มกินเองได้ นางไม่กล้าสบตาฮัวหยางที่นั่งจ้องอยู่ใกล้ๆ นึกถึงรอยสีกุหลาบที่ต้นคอที่เนินหน้าอกหลายรอย ใบหน้าก็เห่อร้อนราวกับไฟลวก
ฮัวหยางเห็นใบหน้าของอู๋จือแดงก่ำก็นึกเป็ห่วง “เ้าต้องแช่น้ำยาอีกสี่ห้าวันถึงจะสลายพิษออกไปได้หมด ดูสิ ข้าให้กินยาไปตั้งเยอะแต่เ้าก็ยังมีอาการไข้ไม่หาย” ฮัวหยางยกหลังมือขึ้นแตะหน้าผากและแก้มอู๋จือ “ยังร้อนอยู่เลย”
อู๋จือพูดไม่ออก นางรู้สึกอายต่างหากเล่า พอกินข้าวต้มเสร็จ ฮัวหยางก็ไม่ยอมให้นางเดินไปห้องยา หากแต่อุ้มนางอุ้มเดินลิ่วๆ ไปยังห้องอาบน้ำ กลิ่นยาฉุนพอสมควร อู๋จือจึงนิ่วหน้า
“อดทนหน่อยก็แล้วกัน แช่สักสองเค่อ เดี๋ยวก็ดีขึ้น มาๆ ข้าจะช่วยถอดเสื้อผ้าให้”
“ไม่ได้นะ!” นางร้องเสียงหลง “ข้าเป็สตรี จะให้บุรุษมาถอดเสื้อผ้าให้ได้อย่างไร ท่านออกไปเถอะ ข้าถอดเองได้”
“อันที่จริง...” เขาทำสายตาล่อกแล่ก
หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับฮัวหยางมีความลับสำคัญอยากจะบอก “ท่านมีสิ่งใดจะพูดก็พูดออกมาเถอะ”
“อันที่จริงเมื่อคืน เราสองคนก็เลยขั้นนั้นกันมาแล้วนะ”
หญิงสาวหน้าแดงก่ำ รีบยกมือขึ้น “ท่านไม่ต้องพูดแล้ว”
ฮัวหยางเลิกคิ้วทำตาโต “เ้ารู้แล้วหรือ ว่าเมื่อคืนเราสองคน...”
“ถ้าท่านยังขืนพูดอีก ข้าจะลงมือกับท่านแล้วนะ” นางยกกำปั้นขึ้น ทำท่าคล้ายกับจะตรงมาทุบตีเขา แต่พอก้าวเดินไปได้ไม่ถึงสองก้าวก็แทบจะล้ม จนชายหนุ่มต้องเข้าประคองไว้ในอ้อมกอด
“จือจือ เ้าอย่าดื้อได้หรือไม่ ตอนนี้พิษยังไม่หมดจากตัวเ้า ให้ข้าดูแลเ้าเถอะนะ อย่างไรเสียตอนนี้เ้าก็กลายเป็คนของข้าไปแล้ว ข้าย่อมต้องรับผิดชอบเ้าอย่างถึงที่สุด” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน สายตาของชายหนุ่มเจือความห่วงใยอย่างเปิดเผย “มือเ้าแค่ยกช้อนก็สั่นแล้ว ตอนนี้คงถอดเสื้อผ้าเองไม่ไหว และข้าก็ไม่อยากให้ผู้ใดดูแลเ้า”
อู๋จือพยายามจะผลักมือของฮัวหยางออก ทว่าตอนนี้นางไม่มีแรงอย่างที่ฮัวหยางพูดจริงๆ มือไม้ของนางอ่อนแรงจนน่าโมโห “ในเรือนของท่าน ไม่มีสาวใช้สักคนเลยหรือไร ”
ฮัวหยางอมยิ้ม “เรือนนี้น่ะหรือ ไม่มีหรอก ตอนนี้มีแค่เ้ากับข้าแค่สองคน นอกนั้นก็เป็บ่าวชาย หรือว่าเ้าจะใช้สองคนนั้นมาช่วยเล่า ”
อู๋จือใบหน้าร้อนผ่าว “ท่านบีบคั้นคนชัดๆ”
คุณชายใหญ่ฮัวหรี่ตาลง เอียงหน้าเข้าไปใกล้ “ข้าจะยอมให้ผู้อื่นเห็นเรือนร่างของเ้าได้อย่างไร ”
“แล้วท่านเล่า ท่านสมควรจะได้เห็นร่างกายของข้าหรือ ”
ฮัวหยางอมยิ้ม สายตากรุ้มกริ่ม “ข้าเคยเห็น...ทั้งหมดมาแล้ว ให้ข้าทำ เ้าก็ไม่ได้เสียเปรียบเพิ่มนะ”
******************
