ตอนนี้อวี้เฉิน พาทหารในสักกัด3คน รวมทั้งเพื่อนหัวหน้าอย่างลู่เหวิน และลั่วหนิงฟง ออกมาเดินเล่นแก้เบื่อในอำเภอ พอเดินไปสักพักก็เจอเป้าหมายที่ตัวเองกำลังมองหา กำลังที่จะหาข้ออ้างหลีกตัวอยู่คนเดียวเพื่อเจอกับลั่วอิง ก็ได้ยินเสียงทหารในสังกัดอย่าง หลิวฮั่น ะโออกมาซะก่อน
พอหลิวฮั่นรู้ตัวว่าตัวเองะโซะเสียงดัง ก็หันมายิ้มให้กับหัวหน้าอย่างอวี้เฉินว่า “หัวหน้า ผมขอโทษครับ พอดีผมเห็นน้องสาวผม ผมใจนะโออกมา”
“น้องสาว?” อวี้เฉินหันไปมองทางลั่วอิงและจิงจิง
ตอนนี้ลู่เหวินที่ก็เห็นจิงจิงแล้วเช่นกันก็เหลือบมองหลิวฮั่น แล้วมองไปทางจิงจิงอีกครั้ง ก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์
“ครับหัวหน้าผมขออนุญาตไปทักทายน้องสาวผมสักครู่จะได้ไหมครับ แล้วผมจะรีบกลับค่ายวันนี้ ตอนนี้ทางครอบครัวผมยังไม่ทราบว่าผมมาฝึกที่ค่ายทหารใกล้อำเภอแห่งนี้ ผมอยากจะแจ้งข่าวกับทางบ้านครับ” หลิวฮั่นหันไปถาม อวี้เฉิน เพราะตอนที่จะมาฝึกที่นี่ เขายังไม่ทราบด้วยซ้ำ จึงไม่ได้เขียนจดหมายแจ้งที่บ้าน วันนี้เป็วันหยุด เขาที่วางแผนจะกลับไปที่หมู่บ้านชนบทหลังจากที่กลับจากในอำเภอ ก็เจอจิงจิงเข้าซะก่อน
“งั้นก็ไปพร้อมกันเถอะ ฉันจะอยากจะไปถามอาการาเ็ของคุณอวี้จิงอยู่เหมือนกัน ส่วนเ้าพวกนี้ก็ไปกันเองเถอะแล้วค่อยไปรายงานตัวที่ค่ายตอนเย็นกัน” ลู่เหวินหันไปพูดกับทหารอีกสองคนที่ตามมา
“หัวหน้ากงลู่ รู้จักน้องสาวผม?” (อวี้เฉิน ลู่เหวิน หนิงฟง เป็หัวหน้าของทหารแต่ละกอง ซึ่งอวี้เฉินเป็หัวหน้าของหลิวฮั่น) หลิวฮั่นหันมาถามกงลู่เหวินอย่างแปลกใจ แล้วอะไรนะ น้องสาวเขาาเ็?
“จิงจิง ลั่วอิง?”
“พี่รอง?” พอหันไปก็เห็นผู้ชายร่างสูง หลายคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล จิงจิงจ้องมองไปอีกครั้งก็เห็นพี่ชายคนรองของเธอ หลิวฮั่น ยืนอยู่กับพระเอกและนายทหารอีกสองสามคนกำลังเดินมาทางเธอและลั่วอิ่ง แล้วยังมีตาเ้าเล่ห์คนนั้นอีกที่ตามมา กงลู่เหวิน!!
“พี่รอง พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” จิงจิงแสร้งถามอย่างสงสัย พี่รองคนนี้ค่อนข้างฉลาดนิดหน่อยต้องทำเนียนเข้าไว้
“พี่มาฝึกที่ค่ายทหารใกล้อำเภอที่นี่ น่าจะอยู่ประมาณ 1ปีน่ะ วันนี้เป็วันหยุด พี่ว่าจะกลับไปที่บ้านวันนี้แต่เจอน้องซะก่อน” หลิวฮั่นพินิจดูจิงจิงที่ตอนนี้ดูท่าทีที่ที่แปลกไปไม่น้อย เขาไม่ได้กลับบ้านมาเกือบปี น้องสาวเปลี่ยนไปมากทีเดียว สวยและน่ารักขึ้นขนาดนี้แล้ว? แล้วยังดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นอีกมาโข
“วันนี้พี่อยู่ที่ในเมืองเถอะ ตอนนี้ฉันอยู่กับพี่สะใภ้รองในเมือง พี่สะใภ้รองเห็นพี่แล้วต้องดีใจมากแน่ ส่วนบ้านที่ชนบทหากพี่มีเวลาว่างอีกครั้งพี่ค่อยกลับไปกลับพวกเราอีกครั้งก็ได้แล้ว ถ้าฉันกลับไปก่อน ฉันจะบอกทุกคนให้เอง”
“หลิวเหมยมาทำอะไรที่นี่?” หลิวฮั่นถามอย่างสงสัย น้องสาวเขามาเรียนที่นี่หลายปีแล้ว แต่หลิวเหมยมาทำอะไรที่อำเภอ แถมยังมาอยู่กับน้องสาว?
“ฉันเปิดร้านเสื้อผ้าที่นี่ ก็เลยให้พี่สะใภ้รองมาช่วยดู ยังมีหลายเื่ในครอบครัวเราเดียวฉันจะค่อยๆ เล่าให้พี่ฟังแล้วพี่ทานอะไรมาหรือยังคะ ตอนนี้พี่ว่างไหมถ้ายังไงกลับไปที่บ้านเช่าที่ฉันอยู่ก่อนเถอะเดียวฉันจะทำอาหารให้ทาน และหากพี่มาครั้งหน้าพี่สามารถมาที่บ้านหลังนี้ได้เลยเดียวฉันจะพาพี่ไปหาพี่สะใภ้ที่ร้านด้วย” จิงจิงก็ตื่นเต้นเล็กน้อยกับพี่ชายคนนี้ แล้วเธอก็อยากเล่าเื่มากมายให้พี่ชายเธอฟังด้วย
“งั้นมื้อนี้ต้องรบกวนคุณอวี้จิงแล้ว” พอได้ยินเสียงทุ้มของลู่เหวินดังมาด้านข้างจิงจิงก็หันไปมองทันที จากนั้นก็อึ้งไป อะไรนะ? ฉันชวนคุณั้แ่เมื่อไหร่กัน? ฉันพูดให้คุณมาทานอาหารที่บ้านฉันั้แ่เมื่อไหร่? นายคนนี้นี่!! แต่พอหันไปมองหน้าพี่ชายที่ไม่รู้จะพูดอะไรก็ถอนหายใจ ช่างเถอะข้าวมื้อเดียวเองไม่ใช่หรือไง ของกินในมิติเธอมีอีกเพียบ
ตอนนี้ทั้งหมด รวมทั้งลั่วอิงที่พี่รองของเธอบอกให้เธอมาด้วยกันก็เดินมาหน้าบ้านเช่าของจิงจิงแล้ว
“พี่รองถึงแล้ว” จิงจิงพูดพลางเปิดประตูรับแขก “พี่กับทุกคนรอที่ข้างในบ้านเถอะ ฉันมีไก่ย่างอยู่ตัวหนึ่ง กับเนื้อทุบปรุงรส เดียวฉันจะเข้าครัวผัดผักอีกสองสามอย่างมาให้พวกคุณ” พอถึงบ้านจิงจิงก็บอกทุกคนทันที
“จิงจิง ฉันไปช่วยเธอเอง” ลั่วอิงตอนนี้ที่เตรียมจะไปช่วยจิงจิง
“ไม่ต้องๆ เธออยู่คุยกับพี่ชายเถอะ ฉันแค่อุ่นอาหาร กับผัดผักไม่กี่อย่างเอง” ว่าแล้วก็เดินถือผักที่ซื้อจากลั่วอิงเมื่อสักครู่ไปข้างหลังทันที ถ้าเธอมาฉันจะสะดวกเอาของออกมาจากมิติได้ยังไงละ
พอถึงห้องครัว จิงจิงก็นำผักที่ได้มาจากลั่วอิง ล้างทำความสะอาด ซอยพริก แล้วนำซอสปรุงรสใส่พร้อมผัดอย่างง่ายๆ 2จาน นำข้าวมาหุงในหม้อหม้อใหญ่ แต่จากเห็นผู้ชายตัวโต 4คนในบ้าน ก็เทข้าวลงไปในหม้ออีก2ชาม จากนั้นก็นำไก่ย่างและเนื้อปรุงรส ที่เคยซื้อไว้จากร้านอาหาร ออกมาหั่นเป็ชิ้นๆ จัดใส่จาน
แค่นี้คงจะพอแล้วละมั้ง จิงจิงมองอาหารตรงหน้าอย่างพึงพอใจทั้งๆ ทั้งที่ตัวเองทำแค่ผัดผักเท่านั้น แต่ถ้าจะให้เธอทำอาหาร เธอก็ทำเป็อยู่แล้วถึงจะไม่ถึงขั้นอร่อยเหาะ แต่ก็อร่อยก็แล้วกัน แต่ทำไมต้องมาทำอาหารตั้งมากมายให้คนพวกนี้กินด้วย เหอะ
ตอนนี้รอแค่ข้าวสุกเท่านั้น จิงจิงจึงเดินออกมาจากครัวก่อน
พอเห็นลั่วอิงคุยกับพี่รองของเธอ ที่มีเสิ่นอวี้เฉินนั่งอยู่ข้างๆ กับลั่วหนิงฟง ส่วนกงลู่เหวินหายไปไหนไม่รู้ จิงจิงก็เบ้ปาก จะไปไหนก็ช่าง พอพี่รองที่เห็นเธอก็สอบสวนเื่แผลที่คอที่มีรอยจางๆ ทันที พอถูกสอบสวนและสั่งสอนเสร็จเธอก็รีบหลบหลีกออกมาโดยเร็ว พี่รองคนนี้ดูไปก็ขี้บ่นเสียจริงๆ!!
แต่พอเดินมาตรงประตู ก็เห็นกงลู่เหวินยืมมองภาพวาดที่เธอวาดค้างไว้ที่หน้าบ้านอย่างพินิจ จิงจิงจึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองวาดภาพค้างไว้นี่หน่า จิงเดินออกมา
“คุณดูอะไรต้องตั้งใจขนาดนั้นเลยเหรอ” จิงจิงถามกงลู่เหวินขึ้นมา ที่เอาแต่จ้องภาพวาดของเธอ ถึงมันจะต้องออกมาสวยมากแน่นอนแต่มันยังไม่เสร็จเลยนี่หน่า จ้องอะไรขนาดนั้น?
กงลู่เหวินปรายตามาทางจิงจิงเล็กน้อย “ภาพวาดนี้คุณเป็คนวาด? คุณเรียนวาดภาพมางั้นเหรอครับ?”
“ฉันไม่ได้เรียนหรอก แค่ชอบที่จะวาดพอวาดออกมาก็พอดูได้” จิงจิงได้ทีก็โม้นิดหน่อย ที่จริงเธอเรียนวาดภาพั้แ่เด็กแล้วต่างหาก แต่ในมิติใหม่นี้เธอไม่ได้เรียนนี่!!
กงลู่เหวินเห็นจิงจิงคนนี้ทำสีหน้าภาคภูมิใจก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นอีก “ถ้าคุณวาดเสร็จคุณจะขายภาพวาดนี้ให้ผมได้ไหม”
จิงจิงมองหน้ากงลู่เหวินเล็กน้อย ทำไมเธอจะไม่ขายละ อะไรได้เงินเธอก็ขายหมดแหละ แต่คุณจะเอาภาพวาดบ้านหลังนี้ไปทำไม? “ได้สิ แต่ภาพวาดฉันไม่ได้ถูกๆ หรอกนะ” จิงจิงจึงพูดขึ้นดูเชิง ที่จริงเธอไม่รู้ราคาภาพวาดของเธอตอนนี้หรอก ภาพวาดภาพหนึ่งถ้านักศึกษาคนหนึ่งวาดออกมาก็คงขายได้ประมาณ 5 หยวน 10 หยวน ละมั้ง? เธอไม่แน่ใจเพราะเธอยังไม่เคยวาดภาพขายในมิตินี้มาก่อน พอคิดสักพักจิงจิงก็บอกว่า “ภาพนี้ 15 หยวน คุณจะซื้อไหมล่ะ?”
กงลู่เหวินเห็นหน้าจิงจิงและตาที่กลอกไปกลอกมา แล้วบอกราคา 15 หยวนทื่อๆ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอีกครั้ง 15หยวนมันไม่แพงเลยสำหรับลู่เหวิน เห็นสีหน้าของเธอ คิดว่าจะเรียกเยอะกว่านี้ซะอีก “15 หยวน? ได้สิ ผมจะให้เงินคุณก่อนถ้าภาพนี้เสร็จเมื่อไหร่ คุณก็เก็บไว้ให้ผม”
จิงจิงเห็นสีหน้าของกงลู่เหวินแล้วก็เบ้ปาก รู้อย่างนี้เธอน่าจะโก่งราคาขึ้นมาอีกสักหน่อย “ได้ อีกสักครู่ข้าวก็น่าจะได้ที่แล้วคุณเข้าไปเถอะ” ว่าแล้วก็ไม่รอเขาหันหลังเดินไปทันที
“พี่รอง ข้าวน่าจะได้ที่แล้วพี่ช่วยฉันยกหน่อยเถอะค่ะ” จิงจิงะโบอกหลิวฮั่นในห้องครัว