ตอนที่ 63 วัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลง
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
การมีอยู่ของเวเกอร์ทำให้เด็กวัยรุ่นเหล่านั้นสงบลงได้
เมื่อเฟิร์สให้คำอนุญาตกลุ่มเวเนเตอร์ของสถาบันพยัคฆ์ครามจึงออกเดินทาง
เวเกอร์ซึ่งเป็นผู้นำก้าวออกมาข้างหน้าและเอ่ยขึ้น
“การกวาดล้างมอนสเตอร์ระลอกแรกนั้นไม่เหมือนกับที่พวกเราเคยพบมา แม้ว่าพวกมันจะเป็นเพียงมอนสเตอร์ระดับต่ำ แต่จำนวนของพวกมันจะมีมากกว่าการกวาดล้างที่พวกเราเคยเจอมาหลายเท่า อย่าได้ประมาทกับพวกมันเป็นอันขาด เพราะถึงแม้ว่าพลังรบของพวกเราจะสูงกว่า แต่ก็สามารถตายด้วยพวกมันได้”
“เอาล่ะ ออกเดินทางได้”
ชายหนุ่มกล่าวเพื่อเรียกสติคนกลุ่มนี้ เพื่อไม่ให้พวกเขาผยองในฝีมือของตนเองจนเกินไป
พวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นอัจฉริยะคนอายุน้อย แม้คำพูดของเวเกอร์จะฟังแล้วขัดหู แต่พวกเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่ไม่พอใจออกมา เพราะเวเกอร์คือผู้มีพรสวรรค์ที่บ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว อีกไม่นานเขาคงจะทะลวงขอบเขตดาราแดงได้
“เนื่องจากเป็นการกวาดล้างระลอกแรก มันมีโอกาสเป็นอย่างมากที่ฝูงมอนสเตอร์จะรุมโจมตี ดังนั้นพวกเราจะไม่สามารถกระจายกำลังได้ จำไว้ว่าให้เกาะกลุ่มอย่างได้แตกแถวเป็นอันขาด ... ไป”
ทันทีที่กล่าวจบ กองกำลังสถาบันพยัคฆ์ครามก็ออกปฏิบัติหน้านี้อย่างเป็นระเบียบ
อบิสแห่งนี้มีพื้นที่เป็นบึงโคลนและหนองน้ำ หากดูด้วยตาเปล่าที่นี่ดูสงบเงียบเป็นอย่างมาก ราวกับเป็นสถานที่พักผ่อนไม่ใช่ดินแดนอันตรายแต่อย่างใด
แต่จริงๆ แล้วที่นี่กลับซ่อนอันตรายไว้มากมาย
ภารกิจในครั้งนี้ไม่มีทาสนักโทษที่เอาไว้ใช้กรุยทาง ดังนั้นพวกเขาจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก กลุ่มของเวเกอร์เดินลุยไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
ในขณะเดียวกันเฟิร์สก็ทำหน้าที่วอชเชอร์ของเขาอย่างเงียบเชียบ สายตาจ้องมองและบันทึกข้อมูลของเวเนเตอร์ รวมถึงภูมิประเทศแห่งนี้ตลอดเวลา
โดรนทั้งสองลำตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างสงบ
“วอชเชอร์ ไม่ทราบว่าคุณพบอะไรที่ผิดปกติระแวกนี้ไหม?” เวเกอร์เอ่ยถาม
ท่าทางของเขาดูใส่ใจเฟิร์สเป็นอย่างมาก นั่นจึงทำให้สาวๆ หรือหนุ่มๆ เริ่มมองเฟิร์สอย่างริษยา แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายก็ตาม
เมื่อพูดถึงวัฒนธรรมในยุคนี้ มันมีการเปลี่ยนแปลงล้ำหน้าไปมาก ความหลากหลายทางเพศนั้นเป็นเรื่องที่ปกติ บางคนถึงขั้นแต่งงานกับสัตว์หรือสิ่งของก็มี
เพราะวิวัฒนาการที่ล้ำหน้าไปไกล ทำให้มนุษย์สามารถมีลูกได้ง่าย แม้ว่าคุณจะอยู่คนเดียวเป็นโสด คุณก็มีความสามารถที่จะมีลูกด้วยตนเองได้เช่นกัน
ด้วยเทคโนโลยีโครนนิ่ง ต่อให้เป็นผู้ชายคุณก็สามารถโครนนิ่งตนเองให้กลายมาเป็นลูกของคุณได้ หรือต้องการสืบเชื้อสายโดยปกติซึ่งเก็บอยู่ในธนาคารสายเลือดก็ทำได้เช่นกัน
ดังนั้นเรื่องความรักในยุคนี้จึงเปิดกว้างจนคนยุคก่อนยากที่จะเข้าใจ
ในช่วงระยะเวลาห้าสิบกว่าปีมานี้วัฒนธรรมได้ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด เมื่อพูดถึงเรื่องเพศมันมีความลื่นไหลไปกว่าเดิมมาก
สาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่แอบปลื้มเวเกอร์เริ่มที่จะไม่พอใจเฟิร์ส
ทว่าเด็กหนุ่มร่างผอมบางตรงหน้ายังคงนิ่งสงบเหมือนดังเริ่มแรก เขาที่เคยใช้ชีวิตมาหลายร้อยปีหาได้สนใจเรื่องพวกนี้ไม่ นับตั้งแต่ที่เขาได้รับมรดกเซียนกระบี่มา จิตใจของเขาก็มีแต่กระบี่ ต้องการไปถึงจุดสูงสุดของวิถีกระบี่ให้ได้
เพราะเหตุนี้จึงทำให้ตลอดเวลาหลายร้อยปีในโลกนั้น เขาจึงไม่เคยมีเนื้อคู่หรือคนรัก แตกต่างจากเหล่าศิษย์น้องของเขาอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งเวเกอร์เองก็ทำไปตามหน้าที่ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ มันไม่ได้มีจิตใจคิดในแบบที่คนพวกนั้นคิด
“ภายในระยะห้ากิโลเมตร พื้นที่ทั้งหมดเป็นหนองบึง มีน้ำขังเป็นจุด ตามภาพที่เห็นฉันยังไม่พบสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่ในระยะนี้” เฟิร์สเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ
ขณะที่เฟิร์สพูด หญิงสาวผู้มีเรือนผมสีทองคนหนึ่งมองเขาอย่างสนใจ ตั้งแต่ต้นจนจบเธอไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมา ผู้คนรอบข้างพยายามจะเว้นระยะห่างจากเธอ ราวกับพวกเขาระมัดระวังที่จะอยู่ใกล้เธอเป็นอย่างมาก
“งั้นก็เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ พวกเราระวังตัวด้วย” เวเกอร์เอ่ยสั่งการ
กลุ่มนับสิบเคลื่อนที่ไปอย่างระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา พวกเขาพยายามสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
เฟิร์สที่ได้เห็นภาพนี้กลับถอนหายใจอยู่เล็กๆ
‘เด็กพวกนี้ระมัดระวังเกินไป ไม่แปลกที่พวกเขาพึ่งจะมีประสบการณ์กวาดล้างครั้งแรก’
เฟิร์สนั้นเคยลงอบิสมาสองครั้งแล้ว ซึ่งแต่ละครั้งเขานั้นเห็นความแตกต่างของมันได้อย่างชัดเจน
การลงอบิสครั้งที่ผ่านๆ มา เวเนเตอร์เหล่านั้นดูจะผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ไม่เหมือนคนกลุ่มนี้
แม้แต่เวเกอร์เองก็ยังรู้สึกขัดใจกับสถานการณ์แบบนี้ไม่น้อย เขาที่เป็นเวเนเตอร์ดาราขาวเก้าแฉก เคยลงเทรดอบิสมาแล้วหลายสิบครั้ง ก็ยังไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้
นี่อาจเป็นเพราะเขาต้องเป็นหัวหน้าทีม ต้องรับผิดชอบชีวิตของคนกลุ่มนี้ จึงรู้สึกกดดันมากขึ้นหลายเท่าตัว
คนอื่นๆ ล้วนมีอาการเช่นนี้ เพราะการลงกวาดล้างอบิสระลอกแรกมักจะมีการตายในทุกๆ ครั้ง แม้ว่าจะเป็นอบิสระดับต่ำก็ตาม
พวกเขาแต่ละคนเดินลุยบึงโคลนอย่างไม่เกรงกลัวความสกปรก แม้แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้รังเกียจมัน
ยิ่งเดินทางชุดเครื่องแบบของพวกเขาก็ยิ่งเปื้อน
โคลนนั้นเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของพวกเขาเป็นอย่างมาก
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังเปื้อนไปด้วยโคลน แต่กลับไม่มีใครได้สังเกตเด็กหนุ่มร่างผอมบางที่เดินรั้งท้าย ร่างของเขาทั้งร่างยังคงสะอาด ชุดสูทสีขาวนั้นยังบริสุทธิ์ไม่เปื้อนโคลนเลยแม้แต่น้อย
ทว่าในตอนนี้พวกเขานั้นหาได้สนใจในจุดนี้ไม่ แต่ละคนนั้นได้แต่ระมัดระวังอันตรายรอบข้างอยู่ตลอดเวลา
แล้วตอนนั้นเอง เสียงกรีดร้องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ดังขึ้น
อ๊ากกกกกก
“ช่วยฉันด้วย!”
แม้จะระมัดระวังเป็นอย่างดีแต่ก็ยังมีคนพลาดท่า
เด็กหนุ่มคนนั้นถูกสิ่งลึกลับดึงเข้าไปในโคลน เสียงนั้นเป็นเสียงก่อนที่เขาจะจมลงไป
กลุ่มเด็กวัยรุ่นเหล่านี้เดิมทีก็ตื่นตัวกันอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าพวกพ้องมีภัย คนที่อยู่ข้างๆ ก็ทำการช่วยเหลือในทันที
บอลคลื่นกดดัน!
หญิงสาวคนหนึ่งนำไอเทมสปีริตที่เหมือนลูกบอลสีขาวออกมา เมื่อเธอขว้างบอลสีขาวลูกนั้นออกไป ทะเลโคลนก็ถูกแหวกออกด้วยพลังของบอลลูกนั้นเผยให้เห็นถึงร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกมอนสเตอร์รูปร่างประหลาดกำลังตวัดหางลากดึงเขาลงไปในโคลน
คลื่น!
มอนสเตอร์ตัวนั้นมีรูปร่างคล้ายกับงูสีน้ำตาล แต่มันกลับมีขางอกออกมาหกขาและมีเขาสองข้าง
มันหันกลับมามองกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้แล้วแสยะเขี้ยวที่เต็มไปด้วยเมือกสีดำ
โฮกกกกกกก
หางสีน้ำตาลตวัดม้วนแล้วลากเด็กหนุ่มที่โชคร้ายไปอีกครั้ง
ทว่าตอนนั้นเองหญิงสาวอีกคนกลับถือหอกแล้วพุ่งออกไป ปลายหอกทอแสงประกายสีขาวออกมาวาบหนึ่ง
ตูม!
หางที่รัดม้วนเด็กหนุ่มถูกตัดขาดในทันที
“รีบนำตัวเขาไปรักษาก่อน” หญิงสาวแม้จะรูปร่างบอบบางแต่กลับมีพละกำลังมหาศาล เธอคว้าจับเด็กหนุ่มแล้วโยนเข้าไปในกลุ่มของพวกเขาทันที
เมื่อเด็กหนุ่มโชคร้ายถูกส่งตัวเขามา เด็กหนุ่มที่ตัดผมทรงสกีนเฮ็ดก็ก้าวเข้ามา เขาพบว่าเด็กหนุ่มที่โชคร้ายถูกมอนสเตอร์รัดจนหน้าซีด แล้วเข้าก็นำไอเทมสปีริตของตนเองออกมา
“ถอยไป ฉันจะรักษาเขาเอง”
มันคือกระถางต้นไม้สีขาวอันหนึ่ง หลังจากที่เด็กหนุ่มหัวสกีนเฮ็ดกระตุ้นพลัง ดอกไม้ดอกหนึ่งก็งอกออกมาแล้วเบ่งบาน
เกษรของดอกไม้นั้นเผยละอองสีขาวพัดเข้าไปปกคลุมร่างเด็กหนุ่มโชคร้าย
ไม่นานเด็กหนุ่มคนนั้นก็ค่อยๆ มีอาการดีขึ้นมาลำดับ
เด็กหนุ่มหัวสกีนเฮ็ดคนนี้เป็นสายสนับสนุนของทีม
จากสายตาของเฟิร์สแล้ว ไอเทมสปีริตของเด็กคนนี้น่าสนใจมาก มันดูดีกว่าไอเทมสปีริตของพ่อเขาด้วยซ้ำ
เหตุการณ์ทุกอย่างเฟิร์สได้เฝ้ามองดูอย่างเงียบๆ เขาจดบันทึกรายละเอียดทุกอย่างเอาไว้ตามหน้า
“ทุกคนระวังตัว มันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาแล้ว” เอเกอร์เอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงอึกทึกมาจากระยะไกล
“มันเป็นไปอย่างที่อาจารย์พูด การกวาดล้างระลอกแรกมักจะเรียกให้กองทัพมอนสเตอร์ออกมาโจมตี”
“เมื่อได้โจมตีไปครั้งหนึ่งแล้ว มอนสเตอร์ที่อยู่โดยรอบจะพุ่งเข้ามาโจมตีทันที”
เหล่านักเรียนของสถาบันพยัคฆ์ครามพูดขึ้น นี่คือสิ่งที่ในห้องเรียนของพวกเขาสอนมา
ผู้คนมักจะตายตกเป็นการถูกกองทัพมอนสเตอร์รุมแบบนี้ ต่อให้มีฝีมือดีแค่ไหนหาถูกรุมโจมตีแล้วไม่รู้จังหวะถอย ก็สามารถตายตกได้
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
มอนสเตอร์ในอบิสนั้นราวกับมีการสื่อสารกันทางโทรจิต มันมีสัญชาตญาณเช่นเดียวกับสัตว์ที่ไม่อาจอธิบายออกมาได้
เมื่อพวกพ้องของมันถูกโจมตี มันก็จะรีบมาช่วยเหลือในทันที โดยที่ไม่เกรงกลัวว่าศัตรูตรงหน้าจะแข็งแกร่งกว่าพวกมันหรือไม่
ซึ่งทั้งหมดนี้คือลักษณะนิสัยของมอนสเตอร์ระดับต่ำ ซึ่งมีสติปัญญาไม่สูง
ตอนนั้นเองกองทัพมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างเหมือนงูหกขาก็เคลื่อนเข้ามา พวกมันเคลื่อนที่เข้ามารอบทิศ โดยเหล่านักเรียนได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางที่ถูกล้อมเอาไว้แล้ว