มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 157 : ผู้อยู่เบื้องหลัง

    ตอนที่ 157

     

    เมื่อได้ยินคำพูดของชิงเทียน ชายชราที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป ดวงตาเรียวเล็กของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้าเหี่ยวย่น


     

    “เส้นชีพจรพลังคือแหล่งพลังงานธรรมชาติที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผืนดิน เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของโลกใบนี้ การควบคุมเส้นชีพจรพลังจะทำให้บุคคลนั้นได้รับพลังงานไร้ขีดจำกัด อย่างไรก็ตามการจะควบคุมพลังงานอันมหาศาลนี้ได้ จำเป็นต้องเชื่อมเส้นชีพจรที่กระจัดกระจายทั่วผืนทวีปเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเพียงคนเดียวจะกระทำได้“

     

    ชายชราปรบมือช้าๆ ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาปรากฏรอยยิ้มที่น่าขนลุก

     

    "ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมจริงๆ" ชายชรากล่าวด้วยความชื่นชมอย่างแท้จริง 

     

    "สติปัญญาของเจ้าช่างเฉลียวฉลาดเกินอายุมากนัก ในเมื่อเจ้ารู้มากขนาดนี้ เห็นทีข้าคงจะปล่อยเจ้าไปไม่ได้แล้ว"

     

    ลูกแก้วสีดำบนแท่นหินยังคงส่งเสียงหึ่งต่ำๆ พลังมืดถูกดูดซับเข้าไปในนั้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับเป็นหัวใจที่กำลังสูบฉีดความชั่วร้ายไปทั่วทั้งโถงถ้ำ 

     

    ในตอนนี้ชิงเทียนรู้แล้วว่านั่นคือแหล่งพลังที่เชื่อมโยงกับร่างแยก หากต้องการกำจัดชายชราเขาก็ต้องทำลายลูกแก้วเป็นอันดับแรก

     

    'ศาสตราเทพฝ่าเวหา' 

     

    ชิงเทียนพุ่งตัวฝ่าวงล้อมของเงาทั้งสาม มุ่งตรงไปยังลูกแก้วสีดำทมิฬ ปีกเปลวเพลิงปรากฏขึ้นกลางแผ่นหลัง ส่งผลให้ความเร็วของชิงเทียนเพิ่มขึ้นจนแทบมองตามไม่ทัน

     

    ร่างของชิงเทียนวูบไหวราวกับภาพลวงตา เขาหลบหลีกการโจมตีของร่างเงาตนแรกด้วยความเร็วดุจสายฟ้า

     

    หลังจากที่เห็นชิงเทียนเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ลูกแก้ว นัยตาร่างแยกที่เหลือเต็มไปด้วยจิตสังหาร พวกมันเหวี่ยงมือ ปล่อยพลังมืดจำนวนมหาศาลเข้าโจมตีชิงเทียนอย่างฉับพลัน ถึงแม้ชิงเทียนจะใช้ศาสตราเทพฝ่าเวหาเร่งความเร็วถึงขีดสุด แต่พลังมืดของชายชราก็รวดเร็วและรุนแรงเกินไป สุดท้ายเขาจึงพลาดท่า ถูกพลังมืดพุ่งเข้าใส่บริเวณหน้าอกอย่างจัง แรงปะทะรุนแรงจนเขากระเด็นไปชนกับผนังถ้ำ

     

    ตูม!!!

     

    ชายชราแสยะยิ้มด้วยความพึงพอใจ คิดว่าการโจมตีครั้งนี้จะต้องสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับชิงเทียนได้อย่างแน่นอน ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย ทั้งที่พลังมืดปะทะเข้ากับร่างของชิงเทียนโดยตรง แต่มันกลับไม่สามารถทะลวงร่างเนื้อชายหนุ่มเข้าไปได้ นอกจากรอยฟกช้ำจากแรงกระแทรก ชิงเทียนแทบจะไม่มีบาดแผลเลยด้วยซ้ำ

     

    สีหน้าชายชราแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ปกป้องร่างของชิงเทียนอยู่ ภายใต้อาภรณ์ผืนนั้น มีเกราะไหมเงินบางเบาแต่แข็งแกร่งซ่อนอยู่ มันคือ 'เกราะพยัคฆ์ขาว' หนึ่งในศาสตราของเหล่าสัตว์เทพ

     

    "เป็นไปได้อย่างไร!?" ชายชราอุทานด้วยความตกตะลึง

     

    ‘เนตรสะกดเทพ’

     

    ดวงตาทั้งสองข้างของชิงเทียนเปล่งแสงสีฟ้าสว่างวาบ พลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากร่างของ เขาฝืนใช้เนตรสะกดเทพเกินขีดจำกัด ทำให้มีเลือดไหลซึมออกมาจากดวงตา การกระทำที่บ้าบิ่นเช่นนี้ยังกระทบไปถึงเส้นลมปราณ แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ 

     

    เงาสามร่างถูกตรึงอยู่กับที่ แม้จะพยายามขัดขืน แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อไม่ตอบสนอง 

     

    "เฉือนจันทร์ดับดารา!" ชิงเทียนตะโกน เขาพุ่งตัวไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ดาบชิงหลงในมือเปล่งแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า ฟาดฟันเป็นเส้นโค้งลงบนร่างเงาทั้งสามอย่างรุนแรง

     

    ร่างเงาทั้งสามที่ถูกพันธนาการด้วยเนตรสะกดเทพก็ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พลังมืดที่เคยห่อหุ้มพวกมันเริ่มจางลง 

     

    ชิงเทียนใช้จังหวะนี้สร้างดอกบัวเพลิงเผาร่างเงาไปหนึ่งร่าง ก่อนจะตะโกนไปทางกลุ่มของซินเมิ่งหยู

     

    "จุดศูนย์กลางพลังอยู่ที่ลูกแล้ว รีบทำลายมันเร็ว!"

     

    "เข้าใจแล้ว!"

     

    ซินเมิ่งหยูพนักหน้าตอบรับ ถึงอย่างนั้นสถานกาณ์ที่ต้องรับมือกับเงาดำจำนวนมากพร้อมกันส่งผลให้พวกเธอไม่สามารถเข้าใกล้ลูกแก้วได้เช่นกัน

     

    ร่างเงาที่เหลือผงะถอยหลัง ตอนนี้ชายชรารู้แล้วว่าเขาประเมินพลังของเด็กหนุ่มผู้นี้ต่ำเกินไป ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน พลังปราณอันร้อนระอุราวกับดวงอาทิตย์ก็แผ่ขยายออกมาจากร่างของกู่ไท่หยาง เปลวเพลิงสีทองคำแผดเผา กลืนกินความมืดมิดและร่างเงาดำเหล่านั้นไปกว่าครึ่ง เปิดทางให้ซินเมิ่งหยูที่กำลังจับจ้องอยู่ที่ลูกแก้วสีดำทมิฬที่สถิตอยู่ใจกลางโถงถ้ำ  

     

    ซินเมิ่งหยูพุ่งทะยานไปเข้าหาเป้ามหมายอย่างรวดเร็ว ราวกับธนูที่ถูกปล่อยออกจากแล่ง พลังปราณสีขาวบริสุทธิ์ห่อหุ้มกระบี่ ก่อนจะแทงทะลุเข้าไปในลูกแก้วที่อัดแน่นไปด้วยวิญญาณแค้น

     

    พลังงานแปลกประหลาดก็พลุ่งพล่านออกมา กระแสของวิญญาณนับร้อยนับพันที่ไหลทะลักออกมาจากรอยร้าวบนผิวลูกแก้ว ราวกับเขื่อนที่พังทลาย

     

    วิญญาณเหล่านั้นมีรูปร่างเลือนราง บางดวงกรีดร้องอย่างเวทนา บางดวงร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศก แต่ที่น่าแปลกคือ ก่อนที่พวกมันจะสลายไปในอากาศธาตุ ซินเมิ่งหยูสังเกตเห็นรอยยิ้ม... เป็นรอยยิ้มของการถูกปลดจากพันธนาการอันแสนโหดร้าย ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันเลือนลางเหล่านั้น

     

    ภาพเหล่านั้นปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่วิญญาณทั้งหมดจะจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงเศษซากลูกแก้วที่แตกละเอียด ซินเมิ่งหยูจมอยู่กับความรู้สึกอันหลากหลาย แม้จะช่วยให้ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นกลับมามีชีวิตไม่ได้ อย่างน้อยเธอก็เป็นคนทำให้วิญญาณพวกเขาไปสู่สุขคติ

     

    ไม่กี่อึกใจต่อมาร่างแยกของชายชราก็เริ่มสั่นคลอน แสงสีดำที่เคยปกคลุมค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นร่างที่แท้จริง ผิวหนังซีดเซียวราวกับคนตาย ดวงตาที่เคยเปล่งประกายอำนาจเริ่มหม่นแสงและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

     

    ชิงเทียนย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เขานิ้วเรียวชี้ตรงไปยังชายชราที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า  

     

    "ดัชนีเพลิงพิโรธ!" 

     

    ลำแสงสีแดงเพลิง พุ่งตรงออกจากปลายนิ้วของชิงเทียน มันผ่าอากาศด้วยแรงกดดันมหาศาล เปลวเพลิงลุกโชนราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า 

     

    ชายชราเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาพยายามเบี่ยงตัวหลบลำแสงที่พุ่งเข้ามาอย่างสุดกำลัง ร่างกายที่อ่อนแรงเชื่องช้าลงราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งความหวาดกลัว แม้ชายชราจะหลบทัน แต่ลำแสงก็เฉียดเข้าที่แขนขวาของเขาอย่างจัง

     

    "อ๊าก!"

     

     เสียงร้องโหยหวนดังไปทั่วโถงถ้ำ แขนขวาของชายชราตั้งแต่ช่วงไหล่ลงไปถูกเผาทำลายไปจนหมดสิ้น

     

    ชายชราร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เขาทรุดเข่าลงกับพื้น กุมไหล่ขวาที่ไร้แขนด้วยมือซ้ายอันเหี่ยวแห้ง

     

    เหล่าพวกพ้องที่เดินทางมาด้วยกันไม่ค่อยประหลาดใจกับชัยชนะของชินเทียนเท่าไหร่นัก หรืออีกนัยหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาชินชากับเรื่องแบบนี้ไปเสียแล้ว พวกเขารู้ดีว่าชายผู้นี้ยังคงมีพลังที่เก็บซ่อนไว้ แม้กระทั่งซินเมิ่งหยูที่มีระดับบ่มเพาะขอบเขตเซียนขั้นต้นระดับแปด ซึ่งมีพลังสูงกว่า ยังต้องจับตามองเด็กหนุ่มด้วยความระมัดระวัง ไม่แน่ว่าหลังกลับสำนักตำแหน่งหัวกระทิลำดับสามของเธออาจถูกสั่นคลอนก็เป็นได้

     

    ชิงเทียนก้าวเข้าไปใกล้ชายชราก่อนจะใช้ปลายกระบี่จี้ไปที่ลำคอเหี่ยวย่น 

     

    "บอกมา" ชิงเทียนเอ่ยเสียงเย็นชา "ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเจ้า"

     

    ชายชราเงยหน้าขึ้นมองชิงเทียนด้วยสีหน้าเย้ยหยัน 

     

    ชิงเทียนกดปลายกระบี่ลึกลงไปอีกเล็กน้อย ปรากฏรอยแดงเป็นทางยาวบนลำคอของชายชรา หยดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา

     

    "ไม่ได้ยินที่ข้าถามรึ" 

     

    ชิงเทียนย้ำคำถาม น้ำเสียงเด็ดขาดและไร้ความปรานี

     

    ชายชราหัวเราะออกมาอย่างเย็นเยียบ "เปล่าประโยชน์ จะฆ่าก็รีบฆ่าจะมัวถามให้เสียเวลาทำไม"

     

    ชิงเทียนลดกระบี่ลงเล็กน้อย เขาสูดหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจใช้ศาสตร์ลับ เพื่อค้นหาความทรงจำที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำของชายชรา

    นิ้วเรียวของชิงเทียนสัมผัสลงบนศีรษะสีขาวโพลน พลังปราณสายหนึ่งไหลซึมเข้าไปในจิตวิญญาณของอีกฝ่าย เขาพยายามแทรกซึมเข้าไปในห้วงความทรงจำ ค้นหาภาพหรือข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม ทันทีที่พลังปราณของชิงเทียนสัมผัสกับส่วนลึกของจิตใจชายชรา พลังลึกลับสีดำทะมึนก็ปรากฏขึ้น ราวกับกำแพงที่แข็งแกร่ง มันเข้าปะทะกับพลังของชิงเทียนอย่างรุนแรง และพยายามขับไล่เขาออกมา

     

    ชิงเทียนรู้สึกถึงแรงต้านทานอันทรงพลัง พลังลึกลับนั้นแข็งแกร่งและซับซ้อนเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้ ในขณะที่ชิงเทียนต่อต้านพลังลึกลับ ชายชราก็เบิกตากว้าง เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากปาก ร่างกายของเขากระตุกอย่างรุนแรง ก่อนที่จะแน่นิ่งไป

     

    "เกิดอะไรขึ้น!" กู่ไท่หยางอุทานด้วยความตกใจ รีบเข้ามาดูอาการของชายชรา

     

    ซินเมิ่งหยูขมวดคิ้วมุ่น มองไปยังร่างที่แน่นิ่งก่อนจะหันกลับมาถามชิงเทียนด้วยแววตาเป็นกังวล

     

    "เป็นอย่างไรบ้าง"

     

    ชิงเทียนถอนมือออกจากศีรษะของชายชรา ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย 

     

     "มีคนวางกลไกบางอย่างไว้ในจิตสำนึกของเขา หากมีคนพยายามล้วงข้อมูล มันจะทำลายเขาจากภายใน"

     

    "หมายความว่า..." กู่ไท่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจ "เราจะไม่มีทางรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เลยงั้นหรือ"

     

    ชิงเทียนส่ายหน้าอย่างจนปัญญา 

     

    "คนที่อยู่เบื้องหลังระมัดระวังตัวมาก พวกเขาไม่ยอมให้ข้อมูลรั่วไหลง่ายๆ"

     

    ความตายของชายชราทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด พวกเขากำจัดศัตรูไปได้ แต่ปริศนาเบื้องหลังยังคงน่ากังวลยิ่งกว่าเดิม

     

    ห่างออกไปนับหมื่นลี้ ในหุบเขาลึกที่ปกคลุมด้วยไปด้วยโครงกระดูกของสัตว์อสูรและมนุษย์ ร่างหนึ่งที่ถูกโอบล้อมด้วยความมืดสนิทพลันลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดงก่ำคู่นั้นเปล่งประกายราวกับโลหิต

     

    รอบร่างในเงามืดนั้น ปรากฏชายชรานับสิบคน พวกเขาล้วนปล่อยไอพลังที่น่าเกรงขามออกมา 

     

    "เกิดสิ่งใดขึ้นหรือท่านเจ้าสำนัก"

     

    ร่างในเงามืดตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบ 

     

    "โม่ซาน... ตายแล้ว"

     

    ความสับสนปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันดำมืดของเหล่าผู้อาวุโส 

     

    "โม่ซาน… ท่านหมายถึงผู้ควบคุมชีพจรใต้ดินทางทิศตะวันออกอย่างนั้นรึ"

     

    ร่างในเงามืดพยักหน้าช้าๆ ความมืดรอบกายเขาราวกับจะเข้มข้นขึ้นเล็กน้อย 

     

    "ใช่... ดูเหมือนแผนการของเราจะถูกขัดขวาง"

     

    ความเงียบปกคลุมทั่วหุบเขา เหล่าผู้อาวุโสต่างพากันครุ่นคิดถึงความหมายของการตายของโม่ซาน พวกเขารู้ดีว่าโม่ซานไม่ใช่คนอ่อนแอ การที่เขาถูกกำจัดได้ บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของศัตรู ทว่า ร่างในเงามืดกลับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย 

     

    "น่าสนใจ..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ราวกับกำลังพิจารณาสิ่งที่น่าสนุก "ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ลงมือสังหารโม่ซาน แล้วรีบมารายงานข้า"

     

    "ขอรับ ท่านเจ้าสำนัก!" เหล่าผู้อาวุโสขานรับพร้อมกัน เสียงของพวกเขาดังก้องกังวานในความมืดมิด ก่อนที่ร่างเงาเหล่านั้นจะค่อยๆ เลือนหายไป

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน