เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 31 ก่อสร้างแล้วเสร็จ

        กลุ่มผู้หญิงจางเฉินให้คัดลอกหลังสือเกี่ยวกับการทำอาหาร สมุนไพร และการรักษาโรคต่างๆจางเฉินเชื่อว่าผู้หญิงเป็นพวกละเอียดอ่อน และเรียนรู้ได้เร็วกว่าผู้ชายที่นิยมแต่ใช้กำลังการเก็บสมุนไพรของจางเฉินเป็นวิธีแบบใหม่ไม่ได้ขุดมาทั้งหมด เอาแต่ที่ใช้เพื่อให้สมุนไพรโตได้อย่างต่อเนื่องซึ่งมีรายละเอียดเยอะมากจัดให้คนที่มีประสบการณ์เป็นหัวหน้าหน่วยย่อย ให้แม่ดูแลกลุ่มเกี่ยวกับการทำอาหารและน้องสาวดูแลเกี่ยวกับกลุ่มสมุนไพรและยารักษาโรคต่างๆกลุ่มผู้หญิงมีหนังสือจำนวนมากสำหรับเรียนรู้ หลังจากจัดเวรการทำงานแล้วก็จะเหลือเวลาสำหรับฝึกวิชาและเรียนร่วมกัน


       จางเฉินเล่าเรื่องราวในส่วนของงานก่อสร้างๆ ต่างๆ การฝึกและส่งตำราหมัดอัคคีพิโรธ เพลงกระพี่วายุกระชิบ ท่าเท้าท่องเมฆา  ให้กลุ่มนี้คัดลอกให้กับพวกผู้ชายด้วย


       วันรุ่งขึ้นจางเฉินก็พากลุ่มก่อสร้างมาฝึกท่าเท้าท่องเมฆากันพร้อมแนะนำการแบกหินจากแหล่งหินเป็นการฝึกไปด้วยในด้วยมีจุดพักเหนื่อยที่ทีมผู้หญิงเตรียมไว้ให้ ทั้งน้ำ ขนมขบเขี้ยวพอทุกคนเริ่มฝึกได้ครบถ้วนก็พาไปที่เหมืองหินซึ่งเป็นภูเขาอยู่ไม่ไกลสองลูกถ้าขุดภูเขาทั้งสองลูกแล้วพื้นที่นี้ก็จะกลายเป็นที่เพราะปลูกในกำแพงชั้นที่ 2ไปด้วยในตัวแล้วก็พาอีกกลุ่มหนึ่งไปที่เส้นเลือดแร่เหล็กเพื่อให้ช่างเหล็กทำอุปกรณ์ต่างๆทุกคนจะต้องสับเปลี่ยนตำแหน่งการทำงานกันเรื่อยๆ เพื่อหาจุดที่เหมาะกับตัวเองบางคนอาจถนัดงานไม้ บางคนอาจฉนัดงานเหล็กจางเฉินให้พวกเขาเรียนรู้ทั้งหมดเพื่อหาสิ่งที่ถนัดกันเอง


       หนึ่งเดือนผ่านไป กำแพงคลองส่งน้ำ ท่อน้ำเสีย ถนน ก็แล้วเสร็จ เริ่มจัตุรัส โรงแรม ตลาด โรงเหล็กและโรงหมอ จากนั้นก็สร้างโรงเรียน แล้วสร้างบ้านเป็นอันดับสุดท้ายระหว่างนี้จางเฉินได้ความรู้มากมายจากการลงมือทำ ทั้งการตีเหล็กทำอุปกรณ์ต่างๆการก่อสร้าง การปรุงยา เพราะมีคนที่มีประสบการณ์เป็นตัวอย่าง ถึงแม้จะเพียงระดับต่ำแต่ก็มีคุณต่ามากศิลปะการต่อสู้ต่างๆ ก็พัฒนาขึ้นมาจนเกือบเชี่ยวชาญ  พอภายในแล้วเสร็จก็ทำกำแพงภายนอกสำหรับเขตการเกษตร


       เกือบสองเดือนทุกอย่างก็แล้วเสร็จมันง่ายมากเพราะทุกคนถึงระดับก่อเกิดกันหมด แข็งแรง รวดเร็วแล้วก็มีความชำนาญวิชาชีพพวกนี้มากขึ้นทุกวัน จางเฉินเองก็ถึงขั่นก่อเกิดระดับ 2แล้ว จางเฉินเรียกประชุมอีกครั้ง


       “ขอบคุณทุกคนมากตอนนี้ถือได้ว่าแล้วเสร็จแล้ว ทุกคนก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติแต่ละบ้านมีพื้นที่เยอะมาก ถ้าไม่ได้ใช้ก็ปลูกผักสวนครัว ต้นไม้และก็เลี้ยงสัตว์กันครับ ผมแนะนำให้เลี้ยงไก่ กระต่าย ตำราต่างๆ จะอยู่ในหอตำรานะครับยิ่งอ่านยิ่งมีประโยชน์”


       ในตอนกลางคืนจางเฉินกับโสมแดงก็เริ่มวางอาเรย์ และอาคมเวทย์กับกำแพงเมืองนอกจากอาเรย์ลวงตาอสูรแล้ว โสมแดงเพิ่มอาเรย์รวบรวมพลังวิญญาณด้วย เพื่อดึงพลังวิญญาณรอบๆเข้าไปในเมืองเพื่อให้มีพลังวิญญาณหนาแน่นจางเฉินลงอาคมรวมพลังสวรรค์และโลกไปในกำแพง เพื่อให้มันดูดซับและพัฒนาตัวเองได้แล้วก็ลงอาคมเวทย์สะท้อนกลับ ถ้าใครโจมตีกำแพงก็จะโดนพลังตัวเองเล่นงาน จางเฉินและโสมแดงใช้เลือดอสูร แกนอสูร หินวิญญาณ จนเกือบหมด ถึงแม้ว่าโครงสร้างจะเป็นเมื่องขนาดกลางแต่จางเฉินก็ยังใช้ชื่อหมู่บ้านสกุลจางอยู่หลังจากเขียนป้ายชื่อหมู่บ้านเสร็จจึงเปิดใช้งาน กำแพงส่องแสงในยามค่ำคืนทำให้เหมือนตอนกลางวันมีแสดงจากดวงดาวส่องมาที่กำแพงเกิดประกายระยิบระยับอากาศเกิดการหมุนเวียนทำให้เกิดพลังวิญญาณไหลมารวมกันชาวบ้านรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงจึงออกมาชมดู ต่างก็ปิติยินดีกันคุยกันเสียงดังไม่ขาดสาย


     “ที่เหลือขึ้นอยู่กับคนในหมู่บ้านแล้ว พ่อ แม่ ญาติพี่น้องคงอยู่สบาย ผมต้องเดินทางไม่งั้นผมจะตาย”