ตอนที่ 1: การตื่นฝันสลาย
ความมืดมิดอันลึกล้ำราวกับห้วงน้ำที่ไม่มีก้นบึ้งพยายามกลืนกินสติสัมปชัญญะสุดท้ายของฉัน... ภาพเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งสุดท้ายในชีวิตเดิมยังคงฉายชัดเสมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำไม่รู้จบ เสียงล้อรถยนต์ที่บดเบรกกับพื้นถนนคอนกรีตจนเกิดควันโขมง แสงไฟหน้ารถบรรทุกคันั์ที่สาดส่องเข้ามาอย่างกะทันหันจนทัศนวิสัยกลายเป็สีขาวโพลน วินาทีที่ร่างกายปะทะเข้ากับแรงอัดของวัตถุเหล็กกล้า แรงกระแทกอันมหาศาลบดขยี้กระดูกและอวัยวะภายในจนแหลกลาญ ความเ็ปแสนสาหัสที่แล่นริ้วเข้าสู่สมองส่วนลึกก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวจะดับวูบและจมดิ่งลงสู่ความเงียบสงบอันเยือกเย็นชั่วนิรันดร์
ในเสี้ยววินาทีแห่งความตายนั้น ฉันคิดเพียงว่าชีวิตวัยยี่สิบสี่ปีอันแสนสั้นของตัวเองได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ความฝันที่จะเปิดร้านอาหารเป็ของตัวเอง ความพยายามในการฝึกฝนทักษะการทำอาหาร และความทระนงตนที่เคยมี... บัดนี้ได้กลายเป็เพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่กำลังจะสลายไปพร้อมกับร่างที่ไร้ิญญา
ทว่า...
กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งพลันแล่นผ่านเส้นประสาทที่ควรจะดับสูญไปแล้ว พร้อมกับอาการเ็ปหน่วงบีบเค้นอย่างรุนแรงที่ขั้วหัวใจด้านซ้าย ความรู้สึกเ็ปนั้นช่างคมปลาบและบีบรัดแน่นจนราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยบิดขั้วหัวใจให้แหลกคามือ มันรุนแรงและทรมานเสียจนต้องยอมลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากับความเป็จริงอีกครั้ง
ฉันค่อย ๆ ขยับเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ทัศนวิสัยรอบข้างที่พร่ามัวค่อย ๆ ปรับโฟกัส แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าบนเพดานสาดส่องเข้ามาจนดวงตาพร่าพราย สิ่งแรกที่ััได้ไม่ใช่กลิ่นเขม่าควันไฟหรือกลิ่นคาวเืที่คุ้นเคยจากอุบัติเหตุ แต่กลับเป็กลิ่นอายอันเย็นชืดและสะอาดสะอ้านจนไร้ชีวิตชีวาของน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์เจือจางที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศรอบกาย มันคือบรรยากาศและกลิ่นอายเฉพาะตัวของสถานพยาบาลระดับสูงที่หรูหรา
"อึก..."
เสียงครางแ่ระโหยหลุดออกมาจากลำคอที่แห้งผากราวกระดาษทราย ความเ็ปที่กลางอกยังคงบีบรัดไม่คลายตัว ฉันยกมือบางที่สั่นเทาขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายโดยสัญชาตญาณ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อบรรเทาอาการ แต่ทุกครั้งที่ทรวงอกขยับขึ้นลง กลับรู้สึกได้ถึงความเ็ปแปลบเหมือนมีเข็มเล็ก ๆ นับพันเล่มทิ่มแทงเข้ากลางหัวใจ มันไม่ใช่ความเจ็บจากการกระแทกอย่างแรงในอุบัติเหตุรถชน ทว่ามันคือความอ่อนล้าและตรอมใจจนขั้วหัวใจบอบช้ำแตกสลาย... ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ฝังรากลึกอยู่ในเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกายนี้ ร่างเดิมที่ยอมแพ้และตรอมใจตายด้วยพิษรักหักหลัง
เมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ฉันก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้กลิ่นหอมประหลาดบางอย่างโชยแตะจมูก กลิ่นนั้นโชยออกมาจากร่างกายของตัวฉันเองตามอุณหภูมิผิวที่กำลังร้อนรุ่ม
มันคือกลิ่นหอมหวานละมุนลุ่มลึกของวนิลาแท้เกรดพรีเมียม (Premium Vanilla) ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และชวนฝัน ทว่าภายใต้ความหวานหยดย้อยนั้น กลับแฝงเร้นไว้ด้วยกลิ่นอายความร้อนแรงของผงอบเชยป่า (Cinnamon) บางเบาที่แล่นริ้วเข้ามาช่วยตัดความเลี่ยน เพิ่มมิติอันเย้ายวน ดื้อรั้น และแฝงไว้ด้วยพิษสงอันลึกลับชวนให้หลงใหล กลิ่นกายนี้ช่างหอมหวานและเข้มข้นจนทำให้ใจดวงที่กำลังปวดหน่วงสั่นไหวระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
"กลิ่นอะไรกัน... หอมหวานขนาดนี้... นี่ฉันกลายเป็ขนมอบเดินได้ไปแล้วหรือไง?"
ฉันพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบแห้งทว่าน้ำเสียงที่หลุดออกมากลับนุ่มนวล หวานใส และฟังดูเปราะบางอย่างแปลกหู ฉันพยุงร่างกายที่อ่อนแรงประดุจขี้ผึ้งลนไฟให้ลุกขึ้นจากเตียงนอนคนไข้หลังใหญ่สีขาวสะอาด ก้าวเดินด้วยเรียวขาสั่นเทาไปที่กระจกเงาบานใหญ่ซึ่งติดตั้งอยู่บนผนังห้องพักผู้ป่วยพิเศษระดับ VVIP ของโรงพยาบาลในเครือตระกูลจิรธนากุล
เมื่อมองภาพสะท้อนในกระจก ฉันก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือเด็กหนุ่มผู้มีความงดงามเย้ายวนชวนฝันดั่งรูปแกะสลักสีขาวผุดผ่อง ใบหน้าเรียวรูปไข่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มสลวยดุจเส้นไหมชั้นเลิศ ดวงตากลมหงส์ปนปรือฉายแววเย้ายวนชวนลุ่มหลงแต่ก็ซ่อนประกายคมปลาบ ทระนงตน และมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม ริมฝีปากอิ่มตึงสีเชอร์รีระเรื่อชวนให้ลิ้มลองสั่นน้อย ๆ ตามจังหวะหายใจ ฉันยกมือบางขึ้นลูบไล้ไปตามกรอบใบหน้าและลำคอระหง ผิวกายนั้นเนียนละเอียดลออนุ่มละมุนมือ ทว่าแฝงกระแสเคมีแห่งความปรารถนาลึกลับที่พร้อมจะลุกโชน
เรือนร่างนี้ซ่อนอยู่ใต้ชุดคนไข้สีฟ้าอ่อน สะโพกกลมกลึงผึ่งผายและเอวคอดกิ่วบอบบางชวนให้โอบรัดบดเบียด สัญชาตญาณบางอย่างในสมองแล่นพล่านบอกให้รู้ว่าร่างกายนี้คือชนชั้นสูงสุดที่พิเศษยิ่งกว่าใคร... 'โอเมก้า ระดับ S' (Pure / Dominant Omega) เพศสภาพหายากที่มียีนเย้ายวนและฟีโรโมนเข้มข้นสะกดใจอัลฟ่าทุกคนให้ยอมสยบแทบเท้า
ขณะที่ฉันกำลังจ้องมองตัวเองในกระจกด้วยความสับสนและเรียบเรียงความคิด จู่ ๆ ก็มีแสงสว่างวาบสีฟ้าครามปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมหน้าต่างอินเทอร์เฟซโปร่งแสงที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ และเสียงสังเคราะห์ที่ฟังดูขี้เล่นแต่เจือไปด้วยความกวนประสาทก็ดังขึ้นในหัวสมองของฉันโดยตรง
[ยินดีต้อนรับโฮสต์สู่ระบบสูตรรักทวงคืนหมายเลข 009 ครับผม! ร่างกายนี้ใกล้จะมอดไหม้ แต่ถ้าโฮสต์แซ่บพอ... เรามาร่วมมือกันกระชากหน้ากากไอ้สามีเฮงซวยนั่นกันเถอะ!]
ฉันสะดุ้งตัวโยนด้วยความใ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวและจ้องมองหน้าต่างระบบโปร่งแสงนั้นอย่างระแวดระวัง ทว่าด้วยประสบการณ์การเอาตัวรอดและการมีสติที่สั่งสมมาจากชีวิตเก่า ฉันจึงสามารถสยบความตื่นตระหนกและถามระบบกลับในใจได้อย่างรวดเร็ว
'แกคือระบบงั้นเหรอ? แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ในร่างนี้ได้?'
[ถูกต้องแล้วครับโฮสต์!] เสียงของระบบ 009 ตอบกลับมาอย่างร่าเริง [คุณเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนในโลกเดิมแล้ว และิญญาของคุณถูกดึงมารวมเข้ากับร่างของ 'รินภัทร จิรธนากุล' โอเมก้าระดับ S วัยยี่สิบสี่ปี ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลผู้ดีเก่าจิรธนากุล ร่างเดิมเพิ่งจะสิ้นใจไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าเนื่องจากสภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน... อ้อ ไม่ใช่โรคหัวใจธรรมดาหรอกนะครับ แต่มันคือการตรอมใจช้ำรักอย่างรุนแรงหลังจากจับได้ว่า 'ธีรภัทร ชาญวิจิตร' อดีตสามีอัลฟ่าระดับ A แอบนอกใจไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ 'เกลลิกา พิพัฒน์วรดา' โอเมก้าระดับ A ที่มีกลิ่นกุหลาบขาวเคลือบน้ำผึ้งอันแสนหวาน]
เมื่อได้ฟังคำอธิบาย ความรู้สึกบีบรัดที่ทรวงอกด้านซ้ายก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ใช่เพียงความเ็ปจากอาการทางกายภาพ ทว่ามันคือความโกรธแค้น ความเศร้าเสียใจ และความรู้สึกถูกทรยศหักหลังที่ร่างเดิมหลงเหลือไว้ก่อนตาย ความรักวัยเด็กที่เคยคิดว่าเป็รักแท้กลับกลายเป็เพียงเครื่องมือที่ธีรภัทรและตระกูลชาญวิจิตรใช้เกาะเพื่อฉุดดึงตระกูลจิรธนากุลลงมาเกื้อหนุนธุรกิจของตัวเอง
"ช่างโง่เขลาและน่าเวทนาจริงๆ..." ฉันเอ่ยเสียงเ็า แววตาจ้องมองกระจกด้วยความว่างเปล่าและสมเพช "แล้วเงื่อนไขในการมีชีวิตอยู่ต่อของฉันล่ะคืออะไร?"
[ฉลาดมากครับโฮสต์ที่เข้าใจสถานการณ์ได้เร็วขนาดนี้!] เสียงของระบบ 009 ชมเชย [เงื่อนไขในการหลอมรวมจิติญญาของคุณเข้ากับร่างนี้อย่างสมบูรณ์แบบ 100% เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างถาวร มีเงื่อนไขหลักสองข้อใหญ่ ๆ คือ:
ข้อแรก คุณต้องทำให้สามีเก่า (ธีรภัทร) เสียใจ สำนึกผิด และชดใช้ต่อความรักและความไว้ใจที่เขาเหยียบย่ำอย่างสุดซึ้ง
ข้อสอง คุณต้องค้นพบและได้รับ 'รักแท้ที่รักตัวตนที่แท้จริงของคุณ' ไม่ใช่เพราะความหลงใหลในฟีโรโมนหรือสัญชาตญาณทางกายภาพเท่านั้น]
ระบบกะพริบหน้าจอแสดงสถานะและค่าพลังชีวิตขึ้นมาตรงหน้า:
[สถานะสุขภาพปัจจุบัน: อ่อนแอและชำรุด (ระบบกำลังช่วยประคองอาการโรคหัวใจไว้ชั่วคราว หากไม่ทำภารกิจเพื่อแลกของรางวัลประคองอาการ หัวใจดวงนี้จะหยุดเต้นอย่างถาวร)]
[และเพื่อต้อนรับการเกิดใหม่ของโฮสต์ผู้น่ารัก... ระบบขอเสนอภารกิจย่อยแรกทันที!]
ตัวอักษรสีทองสว่างวาบขึ้นบนอินเทอร์เฟซสีฟ้าคราม:
[ภารกิจย่อย M-01: ก้าวแรกสู่หนทางทวงคืน
รายละเอียด: ทำการเช็กอินภารกิจและเผชิญหน้าอดีตสามี (ธีรภัทร ชาญวิจิตร) ที่กำลังจะเดินเข้ามาปั่นประสาทและเรียกร้องผลประโยชน์ในห้องพักฟื้น VVIP แห่งนี้!
เงื่อนไขความสำเร็จ: ถ่วงเวลาอดีตสามีโดยไม่เปิดเผยความลับเื่ชู้รัก แสร้งทำเป็สยบแต่แอบเก็บหลักฐานความเห็นแก่ตัวของเขาไว้
ของรางวัล: แต้มระบบ 100 คะแนน และยาประคองอาการหัวใจทำงานปกติ 3 วัน (Vitality Booster)]
ฉันยิ้มมุมปากอย่างมีแผนการ แววตาในดวงตากลมหงส์ปรือฉายแววยั่วยวนแต่เย็นะเื "ถ่วงเวลาเก็บหลักฐานงั้นเหรอ... ได้สิ เล่นละครเป็คนโง่ที่โดนสามีเหยียบย่ำนี่ฉันถนัดอยู่แล้ว"
[ยินดีด้วยครับ! โฮสต์ทำการเช็กอินภารกิจ M-01 เรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวรับบทคนขี้โรคผู้น่าสงสารได้เลยครับ หมาป่าหน้าหนากำลังจะเปิดประตูเข้ามาแล้ว!]
สิ้นเสียงของระบบ 009 เสียงลูกบิดประตูโลหะก็หมุนดังแกรก บานประตูไม้โอ๊กเนื้อดีของห้องพักผู้ป่วยพิเศษระดับ VVIP ถูกผลักเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ โดยไม่มีการเคาะบอกกล่าวหรือขออนุญาตตามมารยาทอันดีงาม ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูททำงานเนื้อดีทว่าเนกไทเบี้ยวและมีรอยยับย่นก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าท่าทางหงุดหงิดระคนรำคาญใจ
นั่นคือ **ธีรภัทร ชาญวิจิตร (ธีร์)** อดีตสามีอัลฟ่าระดับ A ของฉัน
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ธีรภัทรก็แผ่ซ่านฟีโรโมนข่มขู่ออกมาอย่างจงใจ มันคือกลิ่นหญ้าแฝกแห้งๆ ผสมควันบุหรี่ (Vetiver & Tobacco smoke) ซึ่งเป็กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าระดับ A กลิ่นนั้นแห้งกระด้าง หยาบคาย และฉุนกึก มันลอยอบอวลปะทะเข้าจมูกเพื่อกดดันและข่มขู่โอเมก้าในห้อง หวังจะใช้แรงกดดันทางเพศสภาพตามสัญชาตญาณสะกดให้ฉันเกิดความกลัวและยอมโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี
สำหรับโอเมก้าร่างเดิม กลิ่นควันบุหรี่ผสมหญ้าแฝกแห้ง ๆ นี้อาจทำให้หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก อ่อนแรง และยอมสยบสัญชาตญาณด้วยความรักและความกลัว ทว่าสำหรับฉันคนใหม่ที่มีจิติญญาแข็งแกร่ง กลิ่นนี้กลับส่งกลิ่นเหม็นฉุน หยาบคาย และไร้รสนิยมจนรู้สึกรังเกียจราวกับกลิ่นสุนัขเปียกฝน
ทว่า... ฉันไม่ได้ตอกกลับทันที ฉันแอบเอื้อมมือบางหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ใต้ผ้าห่มมากดเปิดเครื่องมือบันทึกเสียงและซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปรับท่าทีให้ปวกเปียก อ่อนนุ่ม และซบใบหน้าเรียวงดงามชื้นเหงื่อลงบนหมอนหนานุ่มดุจคนไข้ใกล้ตาย
ธีรภัทรเดินเข้ามาหยุดที่ข้างเตียง สายตากวาดมองฉันที่นอนหอบหายใจแ่อยู่ด้วยความเฉยชาและสมเพช แววตาของเขาไม่ได้มีร่องรอยของความห่วงใยแม้แต่น้อย มีเพียงความ้าที่จะเอาชนะและฉกฉวยผลประโยชน์ทางธุรกิจ
"ฟื้นแล้วก็ดี ริน..." ธีรภัทรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความถือดีและหงุดหงิดระคนเฉยเมย "เื่หย่าที่เราคุยค้างไว้ พี่อยากให้รินเซ็นยกหุ้นส่วนร้านอาหารในส่วนของรินให้พี่ด้วย ถือเป็ค่าเสียเวลาที่พี่อุตส่าห์ดูแลรินมาตลอด ไม่อย่างนั้นตระกูลชาญวิจิตรจะไม่ยอมเซ็นใบหย่าให้เงียบ ๆ และพี่จะแฉเื่ที่รินทำตัวอ่อนแอ เรียกร้องความสนใจจนต้องเข้าโรงพยาบาลให้คนอื่นเขารู้กันทั่วสังคม"
ชายหนุ่มขยับเนกไทเล็กน้อย ปล่อยฟีโรโมนกดดันเข้มข้นขึ้นอีกเพื่อหวังข่มขวัญคนไข้ที่นอนหน้าซีด "อย่ามาเล่นตัวหน่อยเลยริน สภาพร่างกายขี้โรคแบบนี้ ถ้าไม่มีพี่คอยดูแล ใครเขาจะเอาโอเมก้าจืดชืดอย่างรินกันล่ะ? เซ็นยกหุ้นมาซะดี ๆ จะได้จบกันด้วยดี"
ธีรภัทรคงคิดในใจอย่างลำพองและมั่นใจว่า ฉันจะต้องร้องไห้ฟูมฟาย กอดขาเขาอ้อนวอนขอความรักเหมือนที่เคยทำ หรือไม่ก็ยอมเซ็นเอกสารทุกอย่างให้ง่าย ๆ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้ไว้เพราะความอ่อนแอและหัวใจที่ชำรุด
แทนที่จะตอกกลับอย่างแสบสัน ฉันกลับค่อย ๆ ปรือดวงตากลมหงส์ช้อนขึ้นมองเขาด้วยแววตาหยาดเยิ้มปนเปราะบาง หยาดน้ำตาสีใสค่อย ๆ รื้นเอ่อคลอเคล้าดวงตาคู่สวยชวนให้น่าสงสารและน่าทะนุถนอม ริมฝีปากอิ่มสีเชอร์รีสั่นน้อย ๆ พยายามเปล่งน้ำเสียงสะอื้นไห้แ่เบาเพื่อถ่วงเวลา
"พี่ธีร์... รินปวดหัวใจเหลือเกิน..." ฉันเค้นเสียงพูดแ่เบาจนดูแหบแห้งน่าเวทนา มือบางเอื้อมแตะแผงอกซ้ายสั่นเทา "เอกสารพวกนี้ขอรินอ่านทบทวนตอนกลับคอนโดได้ไหมครับ ตอนนี้รินไม่ไหวแล้ว... รินมองแทบไม่เห็นอะไรเลย..."
น้ำเสียงสั่นเครือระคนออดอ้อนนั้นช่างฟังดูเปราะบางดุจแก้วบางที่พร้อมจะแตกสลาย ธีรภัทรชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นฟีโรโมนวนิลาผสมอบเชยระดับ S ของฉันที่โชยมาจาง ๆ ท่ามกลางหยาดน้ำตาช่างยั่วยวนประสาทของเขาอย่างลึกซึ้งจนเผลอกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เขามองฉันที่ดูไร้ทางสู้อย่างพอใจ สัญชาตญาณอัลฟ่าของเขาลำพองใจคิดว่าโอเมก้าคนนี้ยังคงไร้สมองและโอนอ่อนผ่อนตามเขาเหมือนเดิม
"เฮ้อ... รินนี่ล่ะก็ อ่อนแอตลอดเวลาจริง ๆ" ธีรภัทรโยนปึกเอกสารไว้บนเตียงอย่างไม่ไยดี "ก็ได้ พี่จะวางเอกสารทิ้งไว้ที่นี่ พรุ่งนี้รินออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ก็รีบเซ็นแล้วโทรหาพี่ทันที อย่าให้พี่ต้องโมโหไปมากกว่านี้ล่ะ"
ธีรภัทรปัดฝุ่นตามเสื้อสูท หันหลังแล้วเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยพิเศษ VVIP อย่างถือดีและลำพองใจว่าตนเองเป็ฝ่ายควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด
เมื่อเสียงฝีเท้าของธีรภัทรเงียบหายไปและบานประตูปิดสนิท ฉันก็สลัดคราบโอเมก้าผู้อ่อนแอทิ้งทันที แววตากลมหงส์ปรือฉ่ำน้ำตากลับเปลี่ยนเป็คมกริบและเ็าราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ฉันลุกขึ้นนั่งตัวตรงโดยไม่เหลือความหวาดกลัวหรือปวดร้าวใด ๆ นิ้วเรียวบางดึงสมาร์ทโฟนออกมาจากใต้ผ้าห่ม กดบันทึกไฟล์เสียงสนทนาที่ยาวนานและส่งข้อมูลทั้งหมดขึ้นระบบคลาวด์คัดลอกเก็บไว้เงียบ ๆ
[สุดยอดไปเลยครับโฮสต์! การแสดงของโฮสต์นี่มันระดับรางวัลตุ๊กตาทองคำเลยนะครับ! ไอ้หน้าหนานั่นหลงเชื่ออย่างสนิทใจเลย!] เสียงระบบ 009 ร้องะโอย่างสะใจ
"นี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้นแหละ 009... การให้ความหวังแล้วกระชากมันลงเหวน่ะ ทรมานกว่าการโดนด่าตรง ๆ หลายเท่า" ฉันยิ้มพรายอย่างมีชัย
แต่แล้ว จังหวะที่ฉันจะก้าวลงจากเตียงเพื่อยืดเส้นยืดสาย สายตาคู่สวยกลับเหลือบไปเห็นกระดาษสี่เหลี่ยมผืนเล็ก ๆ แผ่นหนึ่งตกอยู่บนพื้นข้างเตียง ซึ่งน่าจะเป็เอกสารที่ธีรภัทรทำตกไว้ตอนขยับตัวดึงเอกสารหย่า
ฉันเอื้อมมือบางไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ทันทีที่ปลายนิ้วััและสายตาไล่อ่านรายละเอียด ตัวเลขมูลค่าสิบล้านบาทพร้อมชื่อ 'เกลลิกา พิพัฒน์วรดา' บนใบเสร็จค่าชำระสร้อยคอเพชรแบรนด์หรูก็เด่นชัดขึ้นมา และที่เด่นชัดไปกว่านั้นคือเลขบัตรเครดิตที่ใช้จ่ายเงินนั้น... มันคือบัตรเครดิตเสริมที่ผูกกับบัญชีกองกลางของตระกูลจิรธนากุล!
ฉันแสยะยิ้มยั่วยวน ั์ตาสีรัตติกาลฉายประกายเพลิงแค้นลุกโชนอย่างน่ากลัว
"แกกล้าเอาเงินของตระกูลฉันไปประเคนซื้อสร้อยคอสิบล้านให้ชู้รักระดับ A อย่างเกลลิกางั้นเหรอ... ธีรภัทร" ฉันขยำใบเสร็จในมือแน่นจนยับยู่ยี่ น้ำเสียงทุ้มหวานทว่าเยือกเย็นกังวานก้องทั่วทั้งห้องเงียบงัน "เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ ฉันจะทวงคืนทุกบาททุกสตางค์ และทำให้แกกับชู้รักนั่นต้องกระอักเืและตกต่ำยิ่งกว่าสุนัขข้างถนนอย่างสาสม!"
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วยครับโฮสต์! ภารกิจย่อย M-01 สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์แบบ! ได้รับคะแนนระบบ 100 คะแนน และยาประคองอาการหัวใจทำงานปกติ 3 วัน เรียบร้อยแล้วครับ!]
หน้าจอโปร่งแสงกะพริบแจ้งเตือนสีทองวาววับ พร้อมกับกระแสความอุ่นซ่านที่ไหลริ้วเข้าเยียวยาหน้าอกข้างซ้ายให้หัวใจเต้นหนักแน่นอีกครั้ง ฉันยกยิ้มพราย ดวงตาปรือฉายเสน่ห์ล่อลวงดุจปีศาจจำแลงยามคิดถึงจุดจบของคนทรยศ!