วันถัดมาจากเมื่อวาน คราวนี้ผมเดินทางออกจากที่พักในเช้าตรู่ วันเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เมื่อนานมาแล้วผมยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ณ โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่งอยู่เลย ความทรงจำผมเกรียน โดนมิตรสหายตบหัวเป็ว่าเล่นยังคงย้ำเตือน
ผมไม่เคยเป็นักเรียนเลวเลยแม้แต่ครั้งเดียว
อย่างไรก็ดี วันนี้ผมมาแอบดูเหล่านักเรียนที่ประกาศตนเองว่าเลว เลวในสายตาของชนชั้นปกครอง เลวในสายตาของคุณครูแสนดี เลวในสายตาของระบบการศึกษา พวกเขาแสดงกิริยาท่าทางในลักษณะที่ชนชั้นนำไม่อาจยอมรับได้ พวกเขาแสดงออกซึ่งความเท่าเทียมอย่างถึงที่สุด พวกเขาออกมาส่งเสียงประกาศว่านักเรียนก็เป็มนุษย์เหมือนกัน นักเรียนไม่ใช่ตุ๊กตาไว้ให้ผู้ใหญ่ชื่นชมอีกต่อไป
ชุดนักเรียน ทรงผม องค์ความรู้ ถูกรื้อสร้างใหม่ ด้วยอัตราเร่งของโลกยุค 4G ที่ระบบอันล้าหลังไม่อาจตามทัน พวกเขาแสดงศิลปะกลางแจ้ง ประท้วงต่อเื่ราวเหล่านี้ พวกเขาเข้าร่วมการชุมนุมครั้งใหญ่ ประกาศกร้าวบนเวที พวกเขาแสดงให้เห็นว่า กลุ่มเด็กที่คนดีทั้งหลายเรียกว่ากเฬวรากนั้น มีความคิดก้าวหน้าขนาดไหน
-- นี่ เราว่าเราอยากกลับไปเป็เด็กอีกครั้งล่ะ
-- หรอ
-- อื้อ แต่ไม่ใช่ว่าการกลับไปเป็เด็กครั้งนี้จะทำไปเพื่อได้สบายนะ
-- นายอยากร่วมชุมนุมงั้นสินะ?
-- แน่อยู่แล้ว เราอยากเป็ผู้ใหญ่มาเหมือนทุกๆ คนแหละ เราไม่รู้หรอกว่าเด็กที่เรามองอยู่ตรงนี้ เขาอยากโตเป็ผู้ใหญ่ไหม แต่สำหรับเรา เราชื่นชมพวกเขามากเลย
-- ทำไมนายไม่สร้างขบวนการแบบพวกเขาขึ้นมาล่ะ?
ผมตอบไม่ได้
ขบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนในระยะหลังนี้ สร้างความผิดหวังให้กับผมพอสมควร แน่นอนว่าพวกเขาทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้ว แต่ลึกๆ ของผมก็ยังรู้สึกถึงความขาด ขาดประเด็นด้านปากท้อง ขาดความคิดสร้างสรรค์อยู่พอสมควร ถ้าพูดไปก็คงโดนด่าว่าขัดแข้งขัดขากัน แต่เื่นั้นยังไม่สำคัญเท่ากับการขาดความเป็มืออาชีพในทางจัดตั้ง
-- เราว่าเด็กนักเรียนเขาจัดตั้งกันดีมาก ใช้มาตรฐานของผู้ใหญ่เลย
-- อาจเป็ด้วยจิติญญาด้วยมั้ง?
-- ก็เป็ไปได้แหละ
การชุมนุมของเหล่านักเรียนเลว จบลงเนื่องจากมีความปั่นป่วนพอสมควร ไม่ว่าจะจัดตั้งดีอย่างไร เด็กก็ไม่มีอำนาจเปิดประตูที่ปิดไว้โดยผู้ใหญ่ได้
-- ไปกินไรดี?
-- เื่ของนายสิ ฉันไม่ได้กินด้วยเสียหน่อย
ผมเดินหาร้านอาหารเจละแวกนั้น แต่ก็ไม่พบร้านที่เปิดอยู่เลย น่าเสียดายที่ร้านอาหารเจในเมืองหลวงของเรา ปิดค่อนข้างไว สุดท้ายผมจึงเข้าร้านข้าวต้มแถวนั้นแทน ยังไม่ทันได้นั่งก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง
++ อ้าว สวัสดี เป็ไงมั่งสน
++ เอ๊ะ ขอโทษที จำชื่อไม่ได้ละ เราอยู่โรงเรียนเดียวกันตอนมัธยมใช่ปะ?
++ ใช่ๆๆ ที่เล่นบาสด้วยกันไง
++ อ๋อ... ไมค์นี่เอง
++ ใช่แล้ว เป็ไงมาไง ทำงานอะไรอยู่
++ เอ่อ พูดยาก ก็เขียนอะไรไปเรื่อยนั่นแหละ
++ อะไรวะ ตอนเรียนก็อยู่ห้องคิงนี่หว่า ทำไมตกอัพขนาดนี้เนี่ย
++ ี้เีน่ะสิ...
ผมจะตอบอะไรได้? ภายใต้อุดมการณ์ทุนเป็ใหญ่ เราเรียกร้องให้โอบรับอุดมการณ์ 'งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข' ั้แ่สมัยปลายพุทธศตวรรษ 2500 เป็ต้นมา ภายใต้ปีกอินทรีย์หาญกล้าสีน้ำเงิน ผมไม่มีคำดีๆ ให้เลือกใช้ ทางที่ปลอดภัยไม่ทำให้วงสนทนาพังก็คือตอบคำถามด้วยคำตอบในหัวของอีกฝ่ายไปนั่นแหละ น้อยนักที่จะมีคนจริงจังเื่คำถามเหล่านี้
-- ว่าไงสหาย หรือว่าเราควรตอบอย่างอื่นไป?
-- ไม่รู้
นั่นสินะ แม้กระทั่งเสียงในหัวยังไม่สนใจใยดีคำถามที่้าคำตอบเหล่านี้เลย ผมคุยสัพเพเหระไปเรื่อย ตอบคำถามตามสูตรที่คนทั่วไปมักจะตอบกัน เื่เหล่านี้เราต้องพยายามศึกษาให้ดี มันมีรหัสลับในการสนทนาที่เราต้องแกะตลอดเวลา การคุยกับเพื่อนเก่าที่รุ่นราวคราวเดียวกันในวัยทำงานไม่ต่างจากเล่นเกมจีบสาวเท่าใดนัก เราต้องมองหารหัสที่ซ่อนอยู่ และตอบไปตามสูตรที่เข้าล็อคการยอมรับของสังคมก็เท่านั้นเอง
++ โอเค ไปก่อนนะ มีอะไรปรึกษาได้ ยกเว้นเื่เงิน
++ อื้อ แน่นอน โชคดีว่ะ
เ้าไม้เดินไปขึ้นรถยนตร์คนทำงานทั่วไป ผมไม่อยากบอกยี่ห้อเนื่องจากบอกไปผมก็ไม่ได้เงินเพิ่มแต่อย่างใด หลักการของทุนมันเข้ามาแม้กระทั่งจะเล่าให้คุณฟังก็ตามที ขอโทษด้วยก็แล้วกัน
-- กลับไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าจะดีไหม
-- โรงเรียนที่ปลูกฝังความคิดฟาสซิสม์น่ะหรอ?
-- แน่ล่ะ ปกติไปมหาวิทยาลัยออกจะบ่อย แวะไปโรงเรียนหน่อยไม่เห็นจะเป็อะไร
-- เงินล่ะ คิดว่ารวยนักหรอ เดินทางไปโน่นนี่นั่น อีกอย่าง เท่าที่ดูข่าวกับนาย ก็ไม่เห็นว่าโรงเรียนนายจะมีอะไรพิเศษ แค่นายบริจาคหนังสือไม่กี่เล่ม ใช่ว่าเขาจะบูชานายสักหน่อย นายไม่ได้เป็นายกรัฐมนตรีนะ
-- รู้น่า...
วันนี้ก็เป็อีกวัน ที่ผ่านไปโดยไม่ได้งานเขียนสักชิ้น เศษเงินในกระเป๋าร่อยหรอเต็มที แต่ด้วยอะไรก็ตามแต่ ผมกลับนอนหลับได้เต็มอิ่มกว่าเดิม
-- เราว่าอนาคตคงสดใสกว่านี้แหละ อย่างน้อยพวกเขาก็เป็ความหวังของเรา
-- อื้อ