ตอนที่ 20 แมลงวันน่ารำคาญ
ขณะที่ชายยอดฝีมือกำลังมึนงง หลินเยี่ยก็่ชิงจังหวะลงมือเสียแล้ว เพียงแค่ทุบลงที่แขนของอีกฝ่ายเบา ๆ ร่างของชายชุดดำทางซ้ายก็ลอยออกไปราวกับลูกโป่ง
ชายชุดดําลอยเคว้งอยู่ในอากาศครู่หนึ่งก่อนจะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
ใช่แล้ว... มีคน ๆ หนึ่งถูกหลินเยี่ยตบกระเด็นออกไป
ชายชุดดําฝั่งขวายังยืนอยู่ที่เดิม เขาตื่นตระหนกจนเหงื่อไหลอาบหน้าผาก ใบหน้าพลันบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด
คิดไม่ถึงว่าชั่วพริบตาเดียว สหายของตนจะถูกทำให้หายไปอย่างไร้ร่องรอยแบบนี้
เมื่อครู่ยังไม่ทันได้เห็นว่าหลินเยี่ยลงมืออะไรเลย... ดูเหมือนว่ายังไม่ทันได้เริ่ม ทุกอย่างก็จบแล้ว
เมื่อตระหนักได้ถึงสถานการณ์ ชายชุดดําจึงสูญเสียพลังการต่อสู้ในทันที
แม้เขาจะเป็ถึงยอดฝีมือขั้นโบราณแต่กลับกลายเป็คนขี้ขลาด เมื่อได้พบกับหลินเยี่ยที่อยู่ในระดับยอดฝีมือมหากาฬ
"แก..."
ยอดฝีมือชุดดํามองหลินเยี่ยด้วยสายตาที่เหมือนมองสัตว์ประหลาด แล้วถามเสียงสั่นว่า "แก... หรือว่า... แกจะเป็ปรมาจารย์ยุทธ์... ในตํานาน? ”
ในความคิดของเขา มีเพียงปรมาจารย์ยุทธ์เท่านั้นที่มีทักษะที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้
"ใครส่งแกมา?" หลินเยี่ยไม่คิดตอบและยังถามกลับ
"เป็… เป็เฉิงหย่ง" ยอดฝีมือชุดดําตอบตามตรง เขาไม่คิดต่อปากต่อคำ เพราะในตอนนี้ไม่มีความกล้าใดหลงเหลืออีกแล้ว
คนที่อยู่ตรงหน้านี้เป็ถึงยอดฝีมือไร้เทียมทาน อีกฝ่ายสามารถสังหารเขาได้เพียงดีดนิ้ว!
แม้เขาจะเป็ยอดฝีมือโบราณ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหวาดหวั่น
"ถึงเวลาตายของแกแล้ว..." หลินเยี่ยสะบัดมือฟาดลงที่ชายชุดดำส่งเขาลอยออกไปอย่างรวดเร็ว
ที่แท้คนชุดดําก็ถูกส่งมาจากเฉิงหย่ง พูดอีกอย่างก็คือสองวันมานี้เฉิงหย่งเป็คนส่งคนมาแย่งชิงวงแหวนหยก์
สําหรับเฉิงหย่ง เขาเคยได้ยินมานานแล้วว่าอีกฝ่ายเป็หัวหน้ามาเฟียใต้ดินของเมืองหยุนเฉิง
เขาคิดว่าเฉิงหย่งคงถูกคนสั่งการมาให้ช่วยแย่งชิงวงแหวนหยก์อีกที เพียงแต่ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เื้ัเื่ทั้งหมด
หลังจากจัดการยอดฝีมือชุดดําสองคนเสร็จ หลินเยี่ยกลับเข้ามาในรถ จากนั้นจึงปลุกยี่ยี่ที่หลับสนิทขึ้นมา
"ป่าป๊า!"
ยี่ยี่หันหน้าไปมองด้านนอกรถ ดวงตากลมโตกะพริบช้า ๆ อย่างใคร่รู้ "เ้าคนเลวสองคนเมื่อกี้ล่ะคะ? ”
"พวกเขาถูกไล่ไปหมดแล้ว" หลินเยี่ยตอบพร้อมกับนั่งในตําแหน่งขับรถ
"ป่าป๊าเก่งที่สุดเลย ป่าป๊าเป็ฮีโร่" เมื่อได้ยินว่าคนเลวถูกไล่ไปแล้ว ยี่ยี่ก็ะโโลดเต้นอย่างมีความสุข
หลังจากชื่นชมเสร็จ เด็กสาวตัวน้อยก็อดไม่ได้ที่จะขยับหน้าเข้าไปใกล้และจูบที่หน้าของหลินเยี่ย
หัวใจของหลินเยี่ยอบอุ่นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ไม่เคยเผยให้ผู้ใดเห็นมาก่อน
"ยี่ยี่นั่งดีดีนะ เดี๋ยวพ่อจะพาหนูไปกินเคเอฟซี" หลินเยี่ยลูบแก้มน้อยอวบอิ่ม แล้วขับรถไปยังจตุรัสไผ่ทองคำต่อ
หลังจากจอดรถเรียบร้อย หลินเยี่ยโทรหาหลงซือหยิงและชวนเธอมาทานข้าวเย็นที่ร้านเคเอฟซีด้วยกัน
เมื่อนัดหมายเสร็จสิ้น เขาพายี่ยี่ไปที่ร้านเคเอฟซีก่อน
หลังจากสั่งอาหารหลายชุด ไม่นานนักก็เห็นหลงซือหยิงรีบเดินเข้ามา
ดูเหมือนว่าเธอจะเพิ่งออกมาจากที่ทํางานและยังไม่ได้กลับบ้าน เพราะเธอยังสวมชุดทำงานอยู่ ดูสง่าและมีเสน่ห์
ทันทีที่หลงซือหยิงเดินเข้าไปในร้านเคเอฟซี ก็เห็นชายหนุ่มในชุดสูทเดินตามเธอเข้ามาเช่นกัน
"ผู้จัดการโจว?" หลงซือหยิงร้องทักเมื่อเห็นชายที่เดินตามเข้ามาถนัดตา
"ซือหยิง..."
โจวเจี้ยนยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกล่าวตอบเสียงอบอุ่น "บังเอิญจัง คุณก็มากินข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอ?"
แน่นอนว่าเขาจงใจแสร้งทําเป็บังเอิญ
แต่หลงซือหยิงไม่ได้โง่ เธอรู้ว่าโจวเจี้ยนจงใจตามมา แต่ไม่ได้กระโตกกระตากอะไร เธอกล่าวตอบอย่างสุภาพว่า "ผู้จัดการโจว แต่ที่นี่อยู่ไกลจากบริษัทมากเลยนะคะ คุณผ่านมาทางนี้ได้ยังไง? ”
"ผมมาทําธุระกับเพื่อนนิดหน่อยน่ะ" โจวเจี้ยนตอบส่ง ๆ และเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็ว "เราเจอกันที่นี่ก็เพราะโชคชะตาแน่เลย งั้นให้ผมเลี้ยงข้าวคุณนะ"
เป็เขาที่ตามตื้อหลงซือหยิงมาตลอด แต่น่าเสียดายที่หญิงสาวไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแม้สักนิด นัดไปหลายครั้งก็ไม่เคยออกมา เช่นนี้เขาจึงตัดสินใจแอบสะกดรอยตาม
"ขอโทษนะคะ พอดีว่าฉันมีนัดแล้ว" หลังจากที่หลงซือหยิงปฏิเสธอย่างสุภาพ เธอก็เดินไปยังโต๊ะของหลินเยี่ยกับยี่ยี่ทันที
แต่คิดไม่ถึงว่าโจวเจี้ยนจะหน้าด้านเดินตามหลงซือหยิงมาอีก
"แม่ทูนหัว… ลุงคนนี้เป็ใครคะ?" เมื่อเห็นว่าหลงซือหยิงพาชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมา ยี่ยี่ก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
"เขาคือ..."
หลงซือหยิงยังไม่ทันพูดจบ โจวเจี้ยนตอบแทรกอย่างไร้ยางอาย
เขาขยับชุดสูทเล็กน้อยก่อนจะแนะนําตัวอย่างโอ้อวด "ฉันเป็หัวหน้าของแม่ทูนหัวของหนู ชื่อโจวเจี้ยนจ้ะ”
"อ้อ!" ยี่ยี่อุทานแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ชอบลุงโจวคนนี้เอาซะเลย
"เรามากินข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง" โจวเจี้ยนพูดจบก็นั่งลงอย่างไม่เกรงใจ
"คุณ..."
หลงซือหยิงอ้าปากคล้ายอยากจะพูดบางอย่าง แต่แล้วกลืนมันลงไป...
ถึงแม้จะไม่ชอบโจวเจี้ยนมาก แต่เธอก็ไม่สามารถไล่อีกฝ่ายออกไปตรง ๆ ได้ เพราะถึงยังไงผู้ชายคนนี้ก็เป็เ้านายของเธอ
เธอกัดฟันแน่น และนั่งลงข้าง ๆ เขาอย่างไม่เต็มใจนัก
"ซือหยิง กินข้าวเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมพาคุณดูหนังนะ" โจวเจี้ยนชวนหลงซือหยิงอย่างตรงไปตรงมา
หลงซือหยิงกอดอกแล้วปฏิเสธอย่างรำคาญว่า "ฉันยังมีธุระต้องทำอีก คืนนี้คงไม่มีเวลา"
"คืนนี้ยุ่งอะไร?"
"ฉันต้องช่วยยี่ยี่อาบน้ำ ซักเสื้อผ้า และพาเธอเข้านอน"
"คุณพักอยู่กับพ่อเด็กคนนี้สองต่อสองเหรอ?" สีหน้าของโจวเจี้ยนเปลี่ยนเป็ไม่พอใจ
เขารู้ทันทีว่าความสัมพันธ์ของหลงซือหยิงกับพ่อลูกที่อยู่ตรงหน้าไม่ธรรมดา เหมือนว่าจะไม่ใช่เพื่อนธรรมดาทั่วไป…
"ค่ะ!" หลงซือหยิงพยักหน้าอย่างเมินเฉย ตอนนี้แค่อยากกินให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้อยู่ห่างจากผู้ชายน่ารําคาญคนนี้เสียที
"เหอะ!"
โจวเจี้ยนกลืนน้ำลายลงคอแล้วถลึงตาใส่หลินเยี่ยอย่างไม่เป็มิตร
หลังจากไตร่ตรองเล็กน้อยแล้วจึงกล้าสารภาพรักกับหลงซือหยิงว่า "ซือหยิง คุณน่ารู้ความในใจของผมแล้วว่าผมชอบคุณจากใจจริง"
"ห๊ะ?" หลงซือหยิงถึงกับตกตะลึง
เธอรู้มานานแล้วว่าโจวเจี้ยนคิดเกินเลยกับเธอ และเธอก็สามารถหลบเลี่ยงมาตลอด เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ โจวเจี้ยนจะสารภาพรักในเวลาเช่นนี้
โจวเจี้ยนอาศัยจังหวะตีเหล็กกำลังร้อน "ผมยอมรับจากใจจริงว่า ผมตั้งใจสมัครย้ายมาทำงานที่บริษัทสาขานี้ก็เพียงเพื่อตามจีบคุณ หวังว่าคุณจะยอมตกลงเป็แฟนผม"
หลังจากสารภาพรักแล้วก็เอาแหวนที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาจากกระเป๋า
"ไม่" หลงซือหยิงตื่นจากความงุนงงและรีบปฏิเสธทันที "ฉันมีแฟนแล้ว"
"คุณมีแฟนแล้ว?"
"ใช่"
"หรือว่า..." โจวเจี้ยนค่อย ๆ เงยหน้ามองหลินเยี่ยแล้วถามขึ้นว่า "หรือว่าคุณชอบผู้ชายที่เคยแต่งงานแล้ว?”
"เลิกพูดจาเหลวไหลสักที!" หลงซือหยิงถลึงตาใส่โจวเจี้ยน แล้วรีบแก้ตัวว่า "เขาเป็สามีของเพื่อนรักของฉัน"
นี่เป็เื่ซีเรียส จะให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหลินเยี่ยว่ามีอะไรไม่เหมาะสมไม่ได้
"อย่างนั้นบอกผมมาว่าตกลงแฟนคุณเป็ใครกันแน่?" โจวเจี้ยนเริ่มบีบคั้น
"เป็..."
หลงซือหยิงคิดอยู่นานก็ยังคิดหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ จึงี้เีที่จะโกหก แล้วตอบเสียงแข็งว่า “เฮ้อ! ไม่ว่าฉันจะมีหรือไม่มีแฟน ฉันก็ไม่มีทางคบกับคุณอยู่ดี เข้าใจไหม?”