ตอนที่ 65
แคว้นเจิ้ง
หลังจากสังหารทั้ง3คนเรียบร้อยอี้เฟยที่ได้เห็นพลังที่แท้จริงของพ่อบ้านโจวซึ่งต่างจากที่ให้คนอื่นเห็นที่ผ่านมานางตกตะลึงอยู่ไม่น้อยไม่คิดว่าคนใกล้ชิดของตระกูลจะแอบซ่อนพลังที่แท้จริงไว้ ไม่รู้ว่าบิดาของนางจะรู้เรื่องนี้หรือไม่
“พ่อบ้านโจข้าไม่คิดเลยนะว่าท่านจะซ่อนพลังที่แท้จริงไว้แถมพลังของท่านดูเหมือนจะอยู่เหนือบิดาของข้า”
พ่อบ้านโจวค้อมศีรษะลงเอามือประสานกันก่อนจะเอ่ยตอบคนตรงหน้า“ข้าต้องขอโทษเรื่องนี้ด้วยที่ได้ปิดบังพลังที่แท้จริงไว้แต่เรื่องนี้ท่านประมุขรู้อยู่แล้วข้าไม่เคยปิดบังท่านประมุขได้”
พ่อบ้านโจวเอ่ยกล่าวแม้ตัวเขาเองจะอยู่เหนือชั้นประมุขแต่การหยั่งรู้การสัมผัสการมองเห็นนั้นประมุขเหนือกว่าเขาเยอะและคิดว่าอีกไม่นานท่านประมุขจะต้องอยู่เหนือกว่าเขาอย่างแน่นอน
“เรื่องนี้ข้าไม่ถือสาท่านคงมีเหตุผลของท่านและข้าก็ดีใจอย่างมากอย่างน้อยในตระกูลโจวก็มีท่านพอพึ่งพาได้แล้วอีกอย่างท่านไป๋หลงล่ะอยู่ที่ใดเดินทางออกจากแคว้นหยวนแล้วหรือไม่”
เมื่อไม่ได้พบคนที่มาด้วยหญิงสาวก็นึกเป็นห่วงขึ้นมาทีแรกนางไม่ได้ตั้งใจจะมาด้วยซ้ำแต่เพราะอยากเห็นว่าเขาจะเดินทางออกจากแคว้นหยวนอย่างปลอดภัยนางถึงได้ตามมาติดๆ และก็ได้พบกับพ่อบ้านโจวพร้อมกับศัตรูที่นางเคียดแค้นคิดอยากสังหารและก็ได้ทำอย่างที่นางต้องการ
“ท่านไป๋หลงตอนนี้ออกไปจากแคว้นหยวนเป็นที่เรียบร้อยแล้วขอรับ”
พ่อบ้านโจวเอ่ยตอบเรื่องที่มีคนมาขวางอยู่ตรงนี้ที่เขารู้ได้เพราะไป๋หลงเป็นคนบอกเขายังอึ้งในความสามารถที่มองเห็นระยะไกลของชายหนุ่มผู้นี้ดูท่าแล้วจิตของคนผู้นี้แข็งแกร่งเหมือนกับท่านประมุขแน่ช่างเป็นคนที่มีพรสวรรค์นัก
อี้เฟยมองออกไปทางด้านแคว้นเจิ้งเป็นสถานที่ที่ชายผู้นั้นจะไปหวังว่าเขาจะปลอดภัยไปถึงที่หมายได้และหวังว่าเขาจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นพอที่จะปกป้องตนเองได้แค่นี้นางก็หายห่วงแล้ว
ทางด้านไป๋เหอหลังจากที่ถูกคนของท่านประมุขพาข้ามเขตแดนได้สำเร็จพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ตั้งของสำนักเมฆาสวรรค์โดยได้รับการปกป้องคุ้มครองจากคนที่ประมุขส่งมา
“ข้าขอบใจพวกท่านมากที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่ข้าฝากบอกท่านประมุขด้วยว่าทุกสิ่งที่ท่านประมุขทำให้ข้าไม่ลืมบุญคุณอย่างแน่นอน”
“ขอรับข้าจะกลับไปรายงานท่านประมุข”
เมื่อคนของตระกูลโจวจากไปไป๋เหอก็กลับสภาพมาเป็นคนเดิม
“พี่ไป๋เหอที่นี่คนพลุกพล่านมากเลยนะเจ้าคะดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาที่นี่ก็เพื่อมาเข้าเรียนที่สำนักเมฆาสรรค์ที่จะเปิดอีก 5วันข้างหน้า ”
ซวงเอ๋อร์ได้ยินการสนทนาหลายคนที่พูดถึงการจะเข้าเรียนที่นี่หากไม่มีป้ายหยกผ่านเข้าก็ต้องไปต่อสู้แย่งชิงกับคนอื่นดูท่าแล้วคนไม่น้อยที่ต้องผ่านการทดสอบเข้าไปโดยการต้องแข่งขันทำคะแนนและหนึ่งในนั้นก็รวมทั้งนางด้วยที่นางก็ไม่มีป้ายหยกเช่นกัน
“ใช่แล้วอีก5 วันพวกเราก็จะได้เข้าไปเรียนในนั้น” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ เขาไม่ได้เกรงกลัวว่าจะผ่านเข้ารอบไม่ได้เขามีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะเข้าไปด้วยความสามารถตนเองล้วน ๆ
“แต่ข้าไม่มีป้ายหยกหากข้าเข้าไปไม่ได้ท่านอย่าโกรธข้านะ”ซวงเอ๋อร์ที่เป็นกังวลในความสามารถของตนเองนางกลัวว่าจะทำให้พี่ชายผิดหวังแล้วพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันนี่คือสิ่งที่นางกลัวที่สุดหากต้องห่างไกลพี่ชาย
“อะไรกันเจ้าเป็นน้องของข้าย่อมที่จะเข้าได้อยู่แล้วข้าอยู่ไหนเจ้าก็ต้องอยู่ที่นั่น อย่ากังวลเรื่องนี้เดี๋ยวข้าจัดการให้เจ้าเอง”
นางมองพี่ชายอยากซาบซึ้งในน้ำใจที่ไม่เคยคิดทอดทิ้งนางไว้แต่จะทำยังไงให้นางเข้าไปในนั้นหญิงสาวไม่อาจจะรู้ได้แต่นางขอเพียงแค่ได้อยู่กับเขานางก็ไม่ขออะไรแล้วไม่ต้องการห่างไกลพี่ชายเพราะเขาเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของนาง
“เอาล่ะเราพักที่นี่แล้วกันดูเงียบกว่าฝั่งโน้น”
ไป๋เหอพาหญิงสาวเดินออกมาไกลพอสมควรเขาต้องการที่พักที่สงบเงียบและที่นี่ก็ใช่เลย แม้ดูภายนอกโรงเตี๊ยมแห่งนี้จะทรุดโทรมไปหน่อยแต่เขาคิดว่ามันเงียบดีเหมาะแก่การพักผ่อนดีนัก
ซวงเอ๋อร์มองเห็นเช่นนั้นก็นึกแปลกใจว่าเมื่อกี้เดินผ่านมาก็หลายที่แต่พี่ชายไม่เลือกกลับมาเลือกสถานที่ไกลผู้คนแห่งนี้ทำให้หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะทำอะไร
“ว่าแต่พี่ไป๋เหอคิดดีแล้วเหรอเจ้าคะที่เราจะเข้าไปมันดูเงียบเกินไปนะเจ้าคะ”หญิงสาวนึกเป็นห่วงสถานที่ที่เงียบเช่นนี้มันดูแปลกสำหรับนางมาก
“ใช่มันดูเงียบเกินไปแต่เจ้าไม่ต้องกลัวไปหรอกนะไม่มีใครมาทำร้ายพวกเราได้”
ไป๋เหอที่ใช้จิตสัมผัสและดวงตาวิเศษมองมาตลอดทางก็เห็นว่าที่นี่คนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมนี้มีสตรี5 คน นอกนั้นมีบุรุษอยู่อีก13 คน และคนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีวรยุทธสูงกว่าเขาเลยแต่มีคนเดียวที่อยู่เหนือเขาแต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะเขามีของดีอยู่ในตัวย่อมที่จะปกป้องตัวเองและคนรอบข้างได้
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปก็ได้มีชายคนหนึ่งรูปร่างผอมเดินมาต้อนรับใบหน้าดูยิ้มแย้ม
“เชิญขอรับนายท่านทั้งสองไม่ทราบว่าต้องการกี่ห้องดีขอรับ”
“ข้าต้องการพักสองห้อง 2 ห้อง”
“อย่างนั้นก็เชิญเลยขอรับที่โรงเตี๊ยมเราคิดไม่แพงแค่ห้องคืนละ 50 เหรียญขอรับ”
ซวงเอ๋อร์ที่ได้ยินถึงกับหูผึ่งนั่นมันปล้นกันชัดๆ โรงเตี๊ยมซอมซ่อแบบนี้ที่นางไม่เคยพักแต่รู้ว่าถูกกว่านี้มาก แค่ 5เหรียญก็พอแล้วนี่เล่นถึง 50 เหรียญมันเอาเปรียบกันจนเกินไป หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
“พี่ไป๋เหอข้าว่ามันแพงไปมากเลยเขากำลังเอาเปรียบพวกเราอยู่นะเจ้าคะ” นางไม่เห็นด้วยที่จะให้พี่ชายเสียเงินจำนวนมากเพื่อมาอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้
“ไม่เป็นไรแค่50 เหรียญเองแล้วที่นี่ก็เงียบสงบมาก”
เขาต้องการพักที่นี่จนกว่าที่โรงเรียนสำนักเมฆาสวรรค์จะเปิดแล้วอีกอย่างแค่50 เหรียญต่อคืนเองไม่มีปัญหา เขาได้เงินมา 5ล้านเหรียญจากการขโมยคนผู้นั้นที่อยู่บนเขาก็เหลือเฟือแล้วพอให้เขาได้ใช้อีกนานกว่าจะหมด
“ใช่แล้วขอรับที่นี่เงียบสงบจริงๆ และยิ่งอยู่ในช่วงที่สำนักเมฆาสวรรค์กำลังเปิดรับสมัครคนเข้าร่วมมากมาย โรงเตี๊ยมแต่ละที่คนเต็มทุกที่ท่านไม่ต้องพูดถึงเหลือแต่ที่นี่เท่านั้นแม่ดูจะซ่อมซ่อแต่ก็พอให้ท่านอยู่ที่นี่อย่างสบายมีอาหารให้ท่านกินทุกมื้อ”ชายผู้นั้นกล่าวต่ออีก
ไป๋เหอรู้เรื่องนี้อยู่แล้วเขาจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่แล้วการอยู่ห่างไกลผู้คนก็ดีเหมือนกันเพราะเขายังไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับความแข็งแกร่งให้ตนเองได้เพิ่มมากกว่าเดิมด้วยพลังลมปราณที่รับเข้าไปในตัวมันต้องหามากกว่าคนอื่นพอดูดเข้าไปก็เหมือนราวกับว่าไม่เกิดอะไรขึ้นส่วนหนึ่งก็มาจากจุดตันเถียนที่มันดูดเข้าไปด้วย
‘น่าจะเป็นเจ้านั่นแหละที่อยู่ในร่างของเขา’