เอริกนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึงเขาไม่คิดเลยว่าเมอร์ลินจะครอบครองอาวุธวิญญาณ
อย่างที่รู้กันว่าอาวุธวิญญาณนั้นจะเลือกผู้ครองครอบและการมีอยู่ของอาวุธวิญญาณนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยาก
ใช่ว่าผู้ใดจะสามารถครอบครองสิ่งนี้ได้
“อาวุธวิญญาณสมควรปะทะกับอาวุธวิญญาณท่านว่าจริงหรือไม่” เมอร์ลินยิ้มบางๆ และมองไปที่เอริก
บัดนี้เอริกสามารถตระหนักได้แล้วว่าลูกศิษย์ของเขานั้นยังอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับเด็กน้อยคนนี้
พลังเวทย์ขั้นผู้ใช้เวทย์ถูกเรียกใช้จนปะทุท่วมร่างของเอริกทันทีเขานั้นจำกัดความสามารถไว้ที่ผู้ใช้เวทย์เพื่อให้มีพลังเท่าเทียมกับระดับการบ่มเพาะของเมอร์ลิน
แต่ในสายตาของคนภายนอกแม้เอริกจะจำกัดความสามารถอย่างไร มันก็ยังไม่ยุติธรรมอยู่ดีตัวตนยอดฝีมือผู้หนึ่งกำลังท้าทายเด็กรุ่นหลานที่มีระดับบ่มเพาะเพียงแค่ขั้นผู้ใช้เวทย์
ไม่ว่าจะมองมุมไหนนี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยุติธรรมอยู่ดี
แต่หากว่าคนที่ทำนั้นคือเอริกกฎเกณฑ์ใดๆ ก็ล้วนถูกยกเว้น
ตอนนี้เอริกมองเมอร์ลินด้วยสายตาที่รู้สึกสนใจเป็นอย่างมากแววตาของเขาเปล่งประกายเมื่อเมอร์ลินเปิดเผยความแข็งแกร่งออกมา
“มันควรเป็นเช่นนั้นเจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริงๆ เมอร์ลิน”เอริกพูดและระเบิดเสียงหัวเราะในเวลาเดียวกัน
การที่อาเธอร์ผู้เป็นบุตรของดยุกโควมีโชคได้รับอาวุธวิญญาณนั้นถือว่าไม่แปลกใจแต่เมอร์ลินซึ่งเป็นอดีตผู้รับใช้ของอาเธอร์กลับมีอาวุธวิญญาณครอบครองนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ
อาจารย์ลึกลับผู้อยู่เบื้องหลังเด็กน้อยคนนี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาเขานั้นร่ำรวยสมบัติถึงกับมอบโชคที่ดีให้กับเด็กที่มีฐานะต่ำต้อยผู้หนึ่งได้
เอริกยิ่งมีความต้องการอยากรู้ในตัวตนของอาจารย์ผู้ไม่ธรรมดาของเมอร์ลิน
เอริกคิดและจ้องมองเมอร์ลินด้วยสายตาที่ซับซ้อนยากจะคาดเดา
เมอร์ลินเมื่อเห็นว่าเอริกเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้เขาจึงตัดสินใจใช้พลังเวทย์
เวิง!
พลังเวทย์ระดับสูงสุดของผู้ใช้เวทย์ถูกเรียกใช้งานจนปะทุออกมาท่วมร่างกายของเมอร์ลินไม่เท่านั้นเขายังได้เพิ่มพลังปราณเซียนให้ครอบคลุมร่างกายของเขาเข้าไปอีกด้วย พลังทั้งสองสายจึงหมุนวนรอบๆร่างของเขาปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าเกรงขามออกมา
พลังเวทย์ของเมอร์ลินในสายตาของเอริกจึงมีลักษณะพุ่งบิดเกลียวเป็นช่วงๆนั่นเพราะพลังปราณเซียนและพลังเวทย์ที่ปล่อยออกมาพร้อมกันแน่นอนว่าผู้คนในดินแดนนี้ย่อมไม่อาจมองเห็นรูปลักษณ์ของพลังปราณเซียน
เมื่อเอริกเห็นพลังของอีกฝ่ายจู่ๆ เขาก็เกิดความรู้สึกสั่นสะท้าน นี่เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมากที่คนอย่างเขาจะเกิดความรู้สึกเช่นนี้ คนตรงหน้าเขานั้นไม่ใช่ตัวตนที่ยิ่งใหญ่แต่กลับเป็นเด็กน้อยที่เป็นแค่ผู้ใช้เวทย์ผู้หนึ่ง
การที่เมอร์ลินสามารถบังคับให้เอริกใช้แมนติคอร่านั้นว่าประหลาดใจแล้วแต่เมื่อเขาได้สัมผัสกับพลังที่เมอร์ลินปลดปล่อยออกมาเขานั้นกลับรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งกว่า กลิ่นอายพลังอันลึกลับที่แผ่ออกมานั้นทำให้เขาอดที่รู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
เอริกไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้มานานเท่าไหร่แล้ว
หลังจากที่ได้สัมผัสกับพลังที่สามารถทำให้เขารู้สึกกดดันได้เขานั้นจึงกระหายที่จะประลองกับเมอร์ลินเป็นอย่างมาก
เมอร์ลินวาดหอกลองกินุสไปเบื้องหน้าเพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้กลิ่นอายอันทรงพลังของหอกนั้นแผ่ออกอย่างต่อเนื่องราวกับว่ามันกำลังจะกดขี่ผู้คนให้สยบต่อมัน
เอริกกระชับดาบยักษ์ในมือพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกสายตาของเขาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเด็กน้อย
พริบตาร่างของเมอร์ลินก็หายไปจากสายตา
“การเคลื่อนไหวนี้”เอริกพรึมพรำเสียงต่ำและดวงตาของเขาถูกกวาดไปทั่วบริเวณ
“ตรงนั้น!”
ซูม
เสียงของการโจมตีโผล่มายังด้านข้างของเอริกดาบยักษ์ถูกกวัดแกว่งอย่างรวดเร็วแขนอันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนั้นบังคับดาบยักษ์ให้ปักลงในทิศทางนั้นอย่างฉับไว
คลื่นพลังหอกที่ทำให้อากาศถึงกับบิดม้วนพุ่งมายังทิศทางที่เอริกคาดการณ์ไว้อย่างรวดเร็ว
ตึง!
ซูม ซูม ซูม
พลังอันร้ายกาจของหอกลองกินุสพยายามจะบุกทะลวงดาบยักษ์แมนติคอร่าที่ขวางกันไว้
การปะทะของสองอาวุธวิญญาณก่อให้เกิดแรงระเบิดอากาศออกมาเป็นช่วงๆ
สิ่งที่ได้ชื่อว่าอาวุธวิญญาณนั้นหาใช่สิ่งสามัญพวกมันทั้งสองนั้นไม่มีวันแตกหักนอกจากจิตวิญญาณที่อยู่ภายในอาวุธวิญญาณนั้นจะถูกทำลายลง
ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะหาคนที่มีความสามารถทำลายจิตวิญญาณได้
ว่ากันว่าในอดีตเคยมีชนเผ่าหนึ่งที่มีวิชาการต่อสู้ที่สามารถทำลายพลังของจิตวิญญาณได้ในยุคหนึ่งผู้ครอบครองอาวุธวิญญาณนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาแต่ในวันหนึ่งเผ่านั้นก็หายสาบสูญไปจากดินแดนแห่งนี้
ผู้ที่ใช้วิชาที่สามารถทำลายจิตวิญญาณได้จึงหาได้ยากว่ากันว่าคนเหล่านั้นล้วนเกี่ยวข้องกับผู้ใช้อักขระและเรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้อักขระนั้นเป็นที่น่าเกรงขามของผู้คนในดินแดนแห่งนี้
ตูม!
เอริกอัดพลังลงไปเพื่อทำการต่อต้านการโจมตีของเมอร์ลิน
ด้วยการกระทำนี้จึงทำให้ทั้งสองนั้นถูกแรงระเบิดดีดออกจากกัน
เมอร์ลินนั้นถูกทำให้ล่าถอยไปสิบกว่าก้าวส่วนเอริกเขานั้นถอยออกไปเพียงห้าก้าวเท่านั้น นี่คือผลจากช่องว่างระดับชั้นของเมอร์ลินและเอริก
แม้เอริกจะจำกัดพลังให้อยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์เท่ากับเมอร์ลินแต่ยังไงเสียเขานั้นก็เป็นจอมเวทย์ผู้หนึ่งความแข็งแกร่งของเขานั้นเมอร์ลินจึงไม่อาจเทียบได้
เอริกยิ้มออกมาและเอ่ย
“เจ้าหนูโจมตีได้ดี” เสียงต่ำของเอริกนั้นสร้างความเกรงขามแก่ผู้ได้ยิน
แต่นั้นไม่สามารถใช้ได้กับเมอร์ลินเด็กน้อยใช้หอกที่มีความยาวเกินรูปร่างของเขาได้อย่างคล่องแคล่วร่างเล็กนั้นเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ความเร็วเขานั้นทิ้งเพียงเงาไว้ดั่งภูตผี
หอกลองกินุสถูกถือครูดไปกับพื้นก่อให้เกิดประกายไฟแลบออกมาเป็นสาย
เพียงเวลาไม่กี่วินาทีร่างของเมอร์ลินก็เข้าประชิดเอริกหอกที่เต็มไปด้วยอำนาจของพลังปราณเซียนนั้นถูกฟาดออกไปอย่างดุดัน
ปัง!
ดาบยักษ์ถูกนำออกมาใช้ยับยั้งหอกอันน่าเกรงขามนี้อีกครั้งเสียงจากการปะทะของอาวุธทั้งสองนั้นดังสนั่นไปทั่วท้องห้อง
การโจมตีนี้รุนแรงเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเอริกจะสามารถสกัดกั้นการโจมตีไว้ได้ แต่พื้นที่เขายืนอยู่นั้นกลับเป็นรอยแตกร้าวราวกับใยแมงมุมไม่จำเป็นต้องเอ่ยก็รู้ว่าการโจมตีของเมอร์ลินในครั้งนี้รุนแรงมากแค่ไหน
หากคนที่ปะทะกับเมอร์ลินไม่ใช่เอริกไม่แน่ว่าคนผู้นั้นอาจจะกลายเป็นกองเลือดเมื่อเจอกับการโจมตีนี้
นัยน์ตาของเอริกนั้นเกิดไฟที่ลุกโชนด้วยความตื่นเต้นเขานั้นไม่คาดหวังเลยด้วยซ้ำกับการประลองในครั้งนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเข้มข้นของการต่อสู้ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เอริกไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยรุ่นหลานอย่างเมอร์ลินจะมีความสามารถถึงเพียงนี้การโจมตีเมื่อครู่นั้นเทียบได้กับระดับนักรบเวทย์ ทั้งๆที่เมอร์ลินนั้นยังอยู่เพียงแค่ระดับผู้ใช้เวทย์
สายตาของเอริกนั้นจึงเต็มไปด้วยความน่าชื่นชม
หลังจากการโจมตีเมื่อครู่เมอร์ลินนั้นทิ้งระยะถอยห่างจากเอริกอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศของทั้งสองนั้นเต็มไปด้วยความเงียบไม่มีใครที่เอ่ยคำพูดใดออกมา
เวลาผ่านไปหลายอึดใจพวกเขาทั้งสองก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่มีใครคิดที่จะขยับเขยื้อนร่างกาย บรรยากาศถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ
จนกระทั่งเหงื่อที่ผุดออกจากใบหน้าของเมอร์ลินค่อยๆ ไหลลงมาจนหยดถึงพื้น
ติ้ง!
ทันใดนั้นเองร่างของทั้งสองก็หายไปจากจุดที่พวกเขายืนอยู่
ปัง ปัง ปัง!
การปะทะกันนับไม่ถ้วนส่งเสียงดังออกมาราวกับฟ้าร้อง
ร่างเงาสองสายถูกเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว ทุกครั้งที่ปะทะกันจะเกิดแรงกดดันอากาศระเบิดออกมา จนพื้นบริเวณนั้นบังเกิดหลุมที่ถูกทำลายนับหลายหลุม
ทั้งสองต่างรุกรับกันอย่างดุเดือดนี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่สามัญ ราวกับว่าพวกเขาทั้งสองนั้นผ่านการต่อสู้เช่นนี้มากนับร้อยๆครั้ง
ปัง!
การปะทะครั้งสุดท้ายทำให้อากาศบริเวณนั้นแตกร้าวและเกิดการระเบิดอันรุนแรงจนทำให้ทั่วทั้งห้องนั้นเกิดการสั่นไหว
เมอร์ลินถูกทำให้ร่นถอยออกไปในขณะที่เขาทรงตัวได้ เขาก็ปลดปล่อยพลังที่ลี้ลับออกมา บรรยากาศรอบๆ ตัวเขาเกิดละลอกคลื่นที่กระเพื่อม
เมอร์ลินทะยานร่างขึ้นไปบนอากาศด้วยความรวดเร็วที่ราวกับปีศาจ
ผุบ ผุบ ผุบ!
บนอากาศเกิดภาพร่างของเมอร์ลินสี่ห้าร่างร่างเหล่านั้นคือการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของเมอร์ลิน เขานั้นได้ใช้เคล็ดวิชาตัวเบาเดินชมจันทร์กลางอากาศร่างที่เห็นนั้นจึงเป็นแค่ภาพความเร็วที่เมอร์ลินหลงเหลือไว้
“รับมือ!”เมอร์ลินคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
คลื่นพลังประหลาดที่ไม่ใช่พลังเวทย์ถูกแทงลงมานับไม่ถ้วนทุกๆ การแทงนั้นทำให้อากาศเกิดการแตกร้าวเหมือนดั่งแก้ว แรงลมนั้นเสริมส่งกับการโจมตีของเมอร์ลินจนก่อเกิดเป็นรูปร่างที่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้
หอกลองกินุสถูกใช้แทนกระบี่
เพลงกระบี่ธุลีดินกระบวนท่าฝนธุลีทั่วหล้า
ซูม ซูม ซูม!
พลังปราณเซียนบวกด้วยความแข็งแกร่งของลองกินุสนั้นส่งแรงกดดันพุ่งผ่านอากาศโจมตีเอริกการโจมตีนี้ถูกทำให้เกิดคลื่นพลังอันรุนแรงอย่างนับไม่ถ้วน
เดิมทีแล้วกระบวนท่านี้คือการกระหน่ำแทงกระบี่จนกลายเป็นห่าฝนกระบี่พลังปราณกระบี่ที่เฉียบคมจะทำให้พลังของมันนั้นไร้ผู้ต้านทาน เพียงแต่ตอนนี้เมอร์ลินนั้นไม่ได้มีกระบี่อยู่ในมือ เขาจึงดัดแปลงโดยใช้หอกลองกินุสในการต่อสู้
ด้วยการใช้หอกลองกินุสแสดงกระบวนท่านี้กลายเป็นว่ามันสามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม พลังปราณกระบี่ที่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังปราณหอกนั้นถูกแทงโหมกระหน่ำลงมาเบื้องล่าง
พลังปราณหอกเหล่านั้นถูกทำให้กลายเป็นห่าฝนพุ่งเข้าใส่ศัตรูลำแสงสีเงินนั้นส่องประกายออกมานับไม่ถ้วน
เอริกแม้เขาจะเป็นจอมเวทย์ผู้หนึ่งแต่ในตอนนี้นั้นเขาสามารถรับรู้ถึงความร้ายกาจของกระบวนท่านี้ได้ เขานั้นตื่นตะลึงในฝีมือของเด็กน้อยผู้นี้เป็นอย่างมาก
เอริกสังเกตเห็นได้ว่าการโจมตีนี้ไม่ได้ใช้พลังเวทย์ออกมาแม้แต่นิดเดียวแต่มันกลับแสดงพลังอย่างหนึ่งที่ทรงอำนาจเป็นอย่างมากกลิ่นอายพลังลี้ลับที่ไม่สามารถระบุที่มาได้กำลังจู่โจมเขา
เอริกต้องการทราบที่มาของพลังประหลาดนี้แต่หากเขาถามออกมาโดยตรง แน่นอนเขาจะไม่ได้รับคำตอบจากเมอร์ลิน
อาจารย์ลึกลับของเด็กน้อยคนนี้ช่างสร้างความน่าสนใจแก่เขาเป็นอย่างมาก
“เยี่ยม” เอริกคำรามออกมาอย่างพึงพอใจใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้ม