“ยัง…ยังจะขำอีก” ซอว์กรอกตานึกโมโห
“แต่พี่ซอว์ก็รอดมาได้ไม่ใช่หรอคะ? ระดับลมปราณแค่สิบเอง ทำไมเก่งแบบนี้เนี๊ย~” พลอยเข้ามาพูดยิ้ม ๆ รีบบีบไหล่อย่างออดอ้อน เพราะเธอรู้ว่าเรื่องนี้เธอผิดเต็ม ๆ ซอว์ที่เห็นก็เค้นเสียงใส่
“หึ! ไอ้น้องรัก…พลังแห่งความรักทำได้ทุกอย่าง” อสูรลวงตายิ้มขำ
“ฉันรู้นะว่านายมีเส้นทางไปต่อ งั้นฉันขอเหตุผลดี ๆ ได้ไหมที่นายไม่อยากให้เราไปมากกว่านี้”
ชายหนุ่มยักไหล่ยิ้มนิด ๆ
“ไม่คิดว่าอยู่ที่นี่นานมันจะไม่เบื่อหรอ? ว่ากันตามจริงนะถึงฉันจะให้เธอไปยังโซนนักยักษ์เลเวล 60 ได้ แต่นั่นก็คงไม่สนุกอะไรถ้าเราไม่รู้สึกความท้าทายตอนไปอยู่ที่อื่น…ยกตัวอย่างเช่น ทำไมเราไม่ลองเปลี่ยนสถานที่ดูล่ะ? ” อสูรลวงตาครางในลำคอเลิกคิ้วสงสัย
“แล้วจะให้เราไปเก็บเวลที่ไหนล่ะ? ” ซอว์กล่าวยิ้ม ๆ
“สายธารแห่งหมอก” คนอื่นมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ไม่ใช่ว่าที่นั้นใบบัวมันสิ้นสุดแค่โซนนางเงือกเลเวล 40 ไม่ใช่หรอ? แล้วเราก็เลเวลกันมากกว่านั้นด้วย ฉันว่ามันไม่มีอะไรหรอกนะ” ซอว์ที่ได้ยินก็ราวกับได้ความรู้ใหม่ อื่ม~ ดูเหมือนใบบัวที่ยืนสู้กับซอมบี้ได้จะสิ้นสุดตรงโซนเลเวลสี่สิบสินะ แต่…นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
“ใครบอกว่าเราจะไปฆ่าซอมบี้เวล 40 กันล่ะ” พลอยเริ่มสงสัย
“แล้วพี่ซอว์จะพาเราไปที่ไหนอะ? ” เขายกมือลูบหัวหญิงสาวยิ้มเจ้าเล่ห์
“เราจะลงไปในสายธารแห่งหมอกไงล่ะ”
ช็อก!!! ทุกคนเบิกตากว้างตกตะลึง ต่อให้โง่แค่ไหนพวกเขาก็รู้ว่าสายธารแห่งนั้นมีความสามารถในการกัดกร่อนที่สูง ซึ่งพวกเขาเดากันว่ามันถูกออกแบบให้ผู้เล่นอยู่บนใบบัวเท่านั้น เราไม่สามารถขัดคำสั่งของระบบเกมได้ แต่คราวนี้ไหงผู้ชายที่นามว่าซอว์คนนี้ถึงคิดแบบนั้น? ดูรู้ก็ว่ามันเป็นการกระทำที่โง่เขลาเบาปัญญา
หากไม่ใช่ซอว์ที่รู้เส้นทางที่ถูกต้องของหุบเหวกระจกแห่งโศก พวกเขาคงเดาว่าอีกฝ่ายนั้นไม่เคยที่จะไปแม้แต่สายธารแห่งหมอกหรือสถานที่เก็บเวลกาก ๆ เลย เนื่องจากระดับลมปราณเพียงแค่สิบเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้นการสนทนาก่อนหน้านี้ก็ได้เปิดเผยว่าซอว์นั้นกว่าจะมาถึงจุดที่พวกเขาอยู่ก็ต้องผ่านดงนกยักษ์จำนวนมากที่มีระดับลมปราณตั้งแต่ 31 ยันโคตรมหาโหดเลเวล 48 ได้ง่าย ๆ แต่ก็สามารถเอาตัวรอดได้ราวกับปฎิหารย์
“ลงไปในน้ำหรอพี่ซอว์? ” พลอยถามตาปริบ ๆ
“ใช่แล้วครับตัวเล็ก” ชายหนุ่มยิ้ม สำหรับเขาแล้วสายธารแห่งนี้อันตรายมาก ๆ แต่หลังจากที่เขากลายเป็นฝ่ามือราชาปีศาจที่มีความสามารถในการกันการกัดกร่อนได้สูง ก็พบว่ามันคล้ายกับผิวมนุษย์ระดับลมปราณที่ 45 เลย ฉะนั้นใครที่จะลงน้ำนั้นคงจะต้องมีระดับลมปราณที่ 45 ก่อน
แน่นอนว่าสำหรับผู้เล่นเหล่านี้ที่ไม่เคยและคิดไปว่าสายธารแห่งนี้มันคือที่สุดของความฉิบหาย และหลังจากที่เคยอยู่ใต้น้ำมานานเขาก็รู้ว่าต้องอยู่ในน้ำระยะเวลานึงลมปราณถึงจะกลับมา จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ลบล้างถาวร แต่เพียงแค่ลบล้างลมปราณชั่วคราวเท่านั้น
ที่เขาบอกกับอสูรลวงตา ธิดาศักดิ์สิทธิ์ บวกกับคนภายในสำนักลวงตานั่นก็เพราะเขาต้องการให้อีกฝ่ายเป็นหมากในการสำรวจโลกใต้น้ำ หรือบางทีพวกหล่อนอาจจะหาทางเข้าอาณาจักรใต้น้ำได้ก็ได้ ในเวลานั้นเองเทพอสูรสายฟ้าที่ฟังมานานก็ถามขึ้น
“คุณซอว์ครับ ไม่ใช่ว่าสายธารนั้นมีกัดกร่อนสูงไม่ใช่หรอครับ? ถ้าหากสมมุติเราลงน้ำไปได้จริง ๆ ลมปราณก็จะหายไม่ใช่หรอ? ” ชายหนุ่มหันไปมองยิ้มนิด ๆ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะคิดว่าเขาเป็นพี่ชายที่แสนวิเศษเลยเอ่ยถ้อยคำสุภาพขนาดนี้ เขาไม่อยากคิดเลยว่าหากอีกฝ่ายรู้ว่าเขาคิดกับพลอยไม่ใช่พี่น้อง หมอนี้จะมีท่าทีอย่างไง?
“เป็นคำถามที่ดีนิคุณไลท์” ซอว์อธิบาย
“สายธารแห่งหมอกนั้นกัดกร่อนสูงก็จริง แต่นั้นก็ทำอันตรายได้แค่พวกที่ระดับน้อยกว่า 45 เท่านั้น ส่วนสายธารนั้นก็ไม่ใช่การลบล้างถาวร มันเป็นเพียงการลบล้างชั่วคราว หากเราดำน้ำลงไปไม่นานเดี๋ยวลมปราณก็จะกลับมา ถ้าไม่งั้นพวกคุณที่เคยเจอนางเงือกมาก่อน พวกมันตัวแห้งรึเปล่าก่อนมาสู้กับพวกคุณ? ก็ไม่…ดังนั้นเลิกกังวลได้แล้วครับ ผมไม่ใช่พวกชอบโกหกสักเท่าไหร่” สิ้นคำกล่าวของเขาทุกคนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
แต่เวลานั้นเองราพิสก็ตัวสั่นเบา ๆ ไม่ต่างจากดินแดนและบลู อสูรลวงตาที่เห็นก็ขมวดคิ้วมอง ด้วยการมองของเธอทำให้เทพอสูร ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ซอว์ รวมไปถึงคนภายในสำนักจำนวนมากอดสงสัยไม่ได้ แต่พวกเขาก็พอเดาว่าทั้งสามคนมีอาการหวาดกลัวได้เพราะอะไรหากไม่ใช่ซอมบี้ประหลาดที่เธอนึกถึง
ซึ่งแน่นอนว่าในความคิดของทุกคนคือ ซอมบี้เทพสายฟ้า
แต่สำหรับราพิส ดินแดน และบลูนั้นคือ ซอมบี้ฝ่ามือราชาปีศาจ
และความเข้าใจผิดที่ว่าเจ้าสำนักกับธิดาศักดิ์สิทธิ์ฆ่ามันไปแล้ว…
“เลิกกลัวได้แล้วราพิส หนูพลอยเป็นคนฆ่ามันกับมือจนไม่เหลือแม้แต่เศษเนื้อเลยนะ” ราพิส และสองหนุ่มที่ได้ยินก็นึกขึ้นแล้วพร้อมสูดลมหายใจระบายออกมาอย่างคลายกังวล ซอว์ที่เห็นก็แอบหัวเราะในใจ เขาไม่คิดว่าการโดนกินเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับนางเงือกที่หยอกล้อพวกเขา จะทำให้ทั้งสามเกือบสติแตกแบบนี้
‘ชักจะน่าสนใจซะแล้วสิ’ ซอว์คิดว่าในน้ำนั้นชั่งน่าสนใจเหลือเกินในการสังหารทั้งสอง
‘น่าเสียดายจริง ๆ ’
น่าเสียดาย…เขามีระดับลมปราณที่ 40 ในร่างมนุษย์ ดังนั้นเขาไม่สามารถกันการกัดกร่อนของสายธารแห่งหมอกได้ ดังนั้นเขาก็ไม่ต่างจากเด็กน้อยริมชายฝั่งที่มองเหล่าเพื่อน ๆ สนุกกับทะเลสาป แน่นอนว่าพลอยที่สังเกตุจุดนี้ดีก็เอาแต่เขย่าแขนเขาไปมา
“พี่~ แบบนี้พี่ซอว์ก็ไม่ได้ไปกับพวกเราน่ะสิ” ชายหนุ่มเบะปากแกล้งงอน
“ไอ้ทีหลายชั่วโมงเมื่อกี้ก็ไม่คิดจะตามหา พอทีพี่จะอยู่นิ่ง ๆ ก็โอดครวญใหญ่เลยนะเราอะ…” ซอว์ละความสนใจก่อนจะหันไปมองคนรอบ ๆ เมื่อเล็งเห็นว่าผู้เล่นทั้งหมดให้ความสนใจกลับมาเขาก็พยักหน้าเบา ๆ กล่าว
“จำไว้ว่ายิ่งลึกซอมบี้ก็ยิ่งมีเลเวลที่สูง ยิ่งไกลชายฝั่งก็ยิ่งแข็งแกร่ง…จำไว้หลังจากเก็บเลเวลไปถึงโซน 60 และเจอกองกระดูกหนึ่งกิโลเมตรของซอมบี้ก็อย่าเข้าใกล้ พวกนายควรหลีกเลี่ยงพวกมันมากที่สุดจะเป็นเรื่องที่ฉลาด และในสายธารแห่งหมอกก็มีอาณาจักรใต้น้ำอยู่ จำไว้ว่าอย่าเสล่อไปโจมตีปราณล่องหนที่คลุมตัวอาณาจักรอยู่ ไม่งั้นพวกนายจะตายทันที และตายเหมือนกับกระจกแห่งโศกด้วย ฉะนั้น…ถ้าพวกนายโชคดีหาวิธีเข้าไปได้ก็ขอแสดงความยินดีด้วย”
ทุกคนฟังข้อมูลตาก็เปล่งประกาย แต่อสูรลวงตา ธิดาศักดิ์สิทธิ์ กับเทพอสูรสายฟ้าไม่ใช่
“นายไม่ถามตัวเองหรอว่า ทำไมรู้เรื่องเยอะขนาดนี้? ไหนนายบอกว่าลงน้ำไม่ได้ไง แต่ทำไมนายดูรู้เรื่องนี้ดีราวกับเข้าไปสำรวจแล้ว” เจ้าสำนักลวงตากล่าว คนอื่น ๆ ก็พยักหน้า ชายหนุ่มแสยะยิ้มไม่สนใจพร้อมนึกกลยุทธรูปแบบนึงออก
“จริง ๆ ผมก็ลงไปได้อะนะ แต่ใครจะใจดีคลุมปราณผลักดันสายธารให้ผมล่ะ? ” เขานึกขึ้นได้ว่าหากส่งคนลงไปในน้ำจนปราณกลับมา ก็เอาปราณนั้นมาครอบตัวเขาเพื่อดันน้ำออก เท่านี้เขาก็ไม่ถูกสายน้ำที่มีฤทธิ์การกัดกร่อนสูงทำลายแล้ว เพียงแต่…หากไอ้เวรนั้นมันคลายปราณออก เขาก็เตรียมลงโลงได้เลย