ตอนที่ 16 การต่อสู้กับิญญา
แสงจันทร์สีเืสาดส่องลงมายังเส้นทางลูกรังที่ทอดยาวมุ่งสู่หมู่บ้านไร้เงา บรรยากาศรอบตัวธีรภพและลลินทิพย์หนักอึ้งจนััได้ถึงแรงกดดันิญญาที่เข้มข้นขึ้นทุกก้าวที่เดิน เสียงฝีเท้านับร้อยนับพันที่มองไม่เห็นดังแว่วมาจากพงหญ้าข้างทาง ราวกับว่าป่าทั้งป่ากำลังเคลื่อนที่ตามพวกเขามารอเวลาจู่โจม
“พวกมันมาแล้ว” ธีรภพพึมพำ มือขวากระชับด้ามดาบนิรันดร์โลหิตไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เนตรอสูรบนฝ่ามือขยับสั่นระริก มันไม่ได้สั่นด้วยความกลัว แต่สั่นด้วยความกระหาย “จำนวนมันมากเกินกว่าที่ผมคิดไว้”
“ธีรภพคะ ดูนั่น” ลลินทิพย์ชี้ไปที่ทุ่งนาเบื้องหน้า
ท่ามกลางความมืด ปรากฏดวงไฟสีเขียวหม่นและสีแดงฉานนับพันดวงผุดขึ้นมาจากผืนนา มันไม่ใช่หิ่งห้อย แต่เป็ดวงจิตอาฆาตของเหล่าทหารกล้าที่ล้มตายในสมรภูมิโบราณรอบอยุธยา ซึ่งถูกอาคมของธีรเทพปลุกขึ้นมาจากการหลับใหล
เสียงกลองรบดังกึกก้องขึ้นในมิติิญญา ร่างเงาสีดำทะมึนของเหล่านักรบโบราณเริ่มปรากฏตัวขึ้น พวกเขาสวมเกราะที่ขาดวิ่น ถือดาบและทวนที่เต็มไปด้วยรอยบิ่น แต่สิ่งที่เป็เอกลักษณ์ของกองทัพนี้คือดวงตาที่ว่างเปล่าและออร่าสีม่วงดำที่แผ่ออกมา
“ฆ่า ฆ่าผู้ตรา” เสียงขู่คำรามดังก้องมาจากปากของขุนพลิญญาร่างั์ที่ควบม้ากระดูกออกมาจากเงามืด
“ลลินทิพย์! กางอาณาเขตจันทราคุ้มกันตัวเองไว้” ธีรภพะโสั่ง พร้อมกับชักดาบนิรันดร์โลหิตออกจากฝักทันที ใบดาบสีแดงทับทิมส่องแสงเจิดจ้าตัดกับความมืดมิด
เคร้ง!
ดาบของธีรภพปะทะกับทวนของขุนพลิญญา แรงกระแทกส่งผลให้พื้นดินรอบตัวะเิออกเป็วงกว้าง ธีรภพพบว่าิญญาเหล่านี้ไม่ได้ไร้สติเหมือนผีพรายที่เขาเคยเจอ
แต่พวกเขามีทักษะการต่อสู้ระดับสูง และมีพลังงานมหาศาลหนุนหลังมาจากรอยแยกมิติที่บ่อน้ำร้าง
“พวกแกไปสู่สุขคติไม่ได้เพราะถูกคำสาปบังคับสินะ” ธีรภพกัดฟันกรอด เขาหมุนตัวหลบคมดาบจากนักรบิญญาอีกสามคนที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน
“อาคมเื : คลื่นดาบสุริยันสีเื”
ธีรภพตวัดดาบเป็วงกลม คลื่นพลังงานสีแดงเพลิงพุ่งกระจายออกไปตัดร่างเงาเ่าั้จนขาดกระจุย แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือ ร่างที่ถูกฟันจนขาดกลับค่อยๆ หลอมรวมกลับมาเป็เหมือนเดิมในเวลาไม่กี่วินาที
“มันไม่จบสิ้นค่ะ” ลลินทิพย์ร้องบอกขณะร่ายมนต์สกัดกั้น
“พวกเขามีแหล่งพลังงานถาวรเชื่อมต่ออยู่กับิญญาของคุณธีรเทพ ถ้าเราไม่ตัดวงจรนั่น เราจะถูกรุมจนตาย!”
ธีรภพมองไปรอบๆ กองทัพิญญาเริ่มโอบล้อมพวกเขาเข้ามาเรื่อยๆ จนพื้นที่เหลือน้อยลงทุกที เขาเห็นลลินทิพย์ที่เริ่มหอบหายใจอย่างหนักจากการใช้พลังป้องกันอย่างต่อเนื่อง
“หากเ้า้าชนะาิญญา เ้าต้องกลายเป็ส่วนหนึ่งของมัน” เสียงกระซิบของเนตรอสูรดังขึ้นในหัว
“ธีรภพ! อย่าฟังมันนะ!” ลลินทิพย์ััได้ถึงไอร้อนที่พุ่งสูงขึ้นจากตัวเขา
“ถ้าคุณปล่อยให้เนตรอสูรคุมร่างตอนนี้ คุณจะดึงความโกรธของิญญานับพันเข้าหาตัว”
“ไม่มีทางเลือกแล้วลลินทิพย์” ธีรภพหันมาสบตาเธอ ดวงตาข้างขวาของเขาเริ่มมีวงจรสีแดงหมุนวน
“ผมจะไม่ปล่อยให้คุณเป็อันตราย ผมจะแบกรับความแค้นของพวกมันไว้เอง”
ธีรภพเก็บดาบเข้าฝัก และทำสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด เขาอ้าแขนออกกว้าง แบฝ่ามือที่มีเนตรอสูรออกสู่กองทัพิญญา
“เนตรอสูร : สังสารวัฏกลืนกิน”
วูบบบบบบบบ
แรงดึงดูดมหาศาละเิออกจากฝ่ามือของธีรภพ มันทำหน้าที่เหมือนหลุมดำที่พยายามจะดูดดวงจิตอาฆาตนับพันดวงเข้าสู่ร่างกายของเขาเพียงคนเดียว
ิญญาเ่าั้กรีดร้องด้วยความใก่อนจะถูกกระชากเข้าหาธีรภพราวกับใบไม้ที่ถูกพายุหมุนพัดพา
ในพริบตานั้น สติของธีรภพถูกเหวี่ยงเข้าไปในมิติที่มืดมิด เขาไม่ได้ยืนอยู่บนทุ่งนาอีกต่อไป แต่เขายืนอยู่กลางสนามรบโบราณที่มีกลิ่นคาวเืคลุ้งไปหมด รอบตัวเขาคือิญญานักรบนับพันที่พุ่งเข้ามารุมทึ้งร่างของเขา
ฉึึก! ฉับ!
ความเ็ปที่เกิดขึ้นในจิติญญานั้นรุนแรงยิ่งกว่าความตาย เขาถูกฟัน ถูกแทง และถูกกัดกินด้วยความแค้นของดวงิญญาแต่ละดวงที่พยายามจะยึดครองร่างของเขา
“แก แกทิ้งพี่ชายไว้” “แกพลังที่ควรจะเป็ของข้า” “ส่งร่างกายแกมา”
เสียงสาปแช่งดังระงมไปหมด ธีรภพเกือบจะพ่ายแพ้ต่อแรงกดดันนั้น
แต่ในวินาทีที่แสงสว่างในใจเขากำลังจะมอดดับ แสงสีนวลจากภายนอกมิติก็พุ่งทะลุเข้ามา
“ธีรภพ อย่าหลงทางในความแค้นของคนอื่น คุณคือผู้ใช้อาคมศราวิญญ์ คุณคือผู้สั่งการ” เสียงของลลินทิพย์ทำให้เขากลับมามีสติ
ธีรภพลืมตาขึ้นในโลกิญญา บัดนี้ร่างกายของเขาไม่ได้เป็สีเนื้อธรรมดา แต่มันกลายเป็ร่างสีแดงทองที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณ เขาใช้มือขวาคว้าคอของขุนพลิญญาที่กำลังจะแทงทวนใส่เขา
“ข้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าพวกเ้า” ธีรภพกล่าวเสียงกึกก้อง “แต่ข้ามาเพื่อนำทางพวกเ้าไปหาคนที่บังคับพวกเ้า”
ธีรภพทำการย้อนศรพลังงานิญญา แทนที่จะให้มันกัดกินเขา เขาใช้เนตรอสูรเป็เลนส์ควบแน่นความแค้นของิญญานับพันดวงให้กลายเป็พลังงานสายเดียว แล้วยิงกลับออกไปทางรอยแยกมิติที่ธีรเทพเปิดไว้
เปรี้ยงงงงงง
ลำแสงสีดำม่วงผสมสีแดงเพลิงพุ่งทะลวงผ่านกองทัพิญญาที่เหลืออยู่ มุ่งหน้าสู่ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านไร้เงา แรงะเิของพลังงานทำให้มิติดูบิดเบี้ยวจนเห็นร่างของธีรเทพที่นั่งอยู่ในวิมานเงาถึงกับกระเด็นตกจากบัลลังก์
กองทัพิญญาเริ่มสลายตัวไป พวกเขาไม่ได้หายไปเฉยๆ แต่ถูกปลดปล่อยจากการควบคุมด้วยพลังที่สะท้อนกลับไปหาเ้าของเดิม
ธีรภพกลับคืนสู่ร่างเนื้อบนทุ่งนา เขาหอบหายใจอย่างหนักจนเืไหลออกจากจมูกและหู สภาพของเขาตอนนี้ดูราวกับเพิ่งรอดมาจากนรกจริงๆ
“ธีรภพ!” ลลินทิพย์รีบพุ่งเข้ามาพยุงเขาไว้ “คุณบ้าไปแล้ว การดึงิญญานับพันเข้าตัวแบบนั้น ถ้าสติคุณหลุดแม้แต่นิดเดียว ร่างคุณจะะเิเป็จุณเลยนะ!”
“ผมรู้” ธีรภพพูดยิ้มๆ ทั้งที่หน้าซีดเผือด
“แต่ตอนนี้ ผมเห็นรอยแยกที่ธีรเทพซ่อนไว้แล้ว มันอยู่ที่ใจกลางหมู่บ้านไร้เงา เราต้องไปปิดมันก่อนที่มันจะเปิดกว้างกว่านี้”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะออกเดินต่อ ร่างเงาสีดำขนาดเล็กนับร้อยก็เริ่มผุดขึ้นมาจากเงาของต้นไม้รอบตัว มันไม่ใช่กองทัพนักรบเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือิญญาเด็กที่มีหน้าตาน่าสงสารและสวมชุดขาวที่เปรอะเปื้อนโคลน
พวกเขายืนล้อมธีรภพและลลินทิพย์ไว้ แต่ไม่ได้โจมตี พวกเขาเพียงแต่ชูมือขึ้นฟ้าและชี้ไปทางหมู่บ้าน
“พวกเขากำลังขอร้อง” ลลินทิพย์สังเกต “พวกเขาคือิญญาบริสุทธิ์ที่ถูกนำมาเป็เครื่องสังเวย เพื่อค้ำยันรอยแยกมิตินี้”
ธีรภพมองเด็กๆ เ่าั้ด้วยความเศร้าใจ “พี่ชายผม เขาทำได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ”
“ความแค้นที่ถูกสั่งสมมาสิบปีในนรก มันเปลี่ยนคนให้กลายเป็ปีศาจได้มากกว่าที่คุณคิดค่ะ” ลลินทิพย์ตอบเสียงเศร้า
ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่เย็นเยียบก็ดังขึ้นจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงของธีรเทพ แต่เป็เสียงของอาคมที่เริ่มทำงานในระดับที่ลึกกว่าเดิม
“คาถา ผนึก ิญญา”
พื้นดินใต้เท้าของธีรภพเริ่มกลายเป็บ่อโคลนสีม่วงดำที่พยายามจะดูดพวกเขาทั้งคู่ลงไป ธีรภพรู้ดีว่านี่คือกับดักสุดท้ายของด่านนี้
หากเขาไม่สามารถปิดรอยแยกนี้ได้ ิญญาทั้งหมดรวมถึงตัวเขาจะถูกผนึกไว้ใต้หมู่บ้านแห่งนี้ตลอดกาล
“ลลินทิพย์ เตรียมตัวให้พร้อม” ธีรภพหยิบยันต์สีทองใบสุดท้ายที่ปู่ทิ้งไว้ให้ออกมา
“เราต้องใช้คาถาผนึกิญญาขั้นสูงสุด ซึ่งเป็วิชาที่ผมยังไม่เคยฝึกสำเร็จมาก่อน”
ธีรภพและลลินทิพย์ก้าวเข้าสู่เขตแดนของหมู่บ้านไร้เงา ที่นี่ไม่มีบ้านเรือนตั้งอยู่เหมือนหมู่บ้านทั่วไป แต่มีเพียงเสาหินสลักนับพันต้นที่ปักเรียงรายเป็เขาวงกต และที่ใจกลางเขาวงกตนั้น มีแสงสีม่วงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนเสาเข็มที่เชื่อมต่อโลกมนุษย์กับโลกิญญา
“นั่นไง จุดเชื่อมต่อ”
ธีรภพััได้ถึงเนตรอสูรบนฝ่ามือที่เริ่มร้อนรุ่มจนเหมือนมีไฟมาเผา เขาต้องแข่งกับเวลาเพื่อรวบรวมสมาธิในการร่ายคาถาที่ยากที่สุดในชีวิต คาถาที่จะไม่เพียงแค่ปราบผี แต่ต้องผนึกรอยแยกมิติที่พี่ชายของเขาเปิดไว้
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การวัดพลังฝีมือ แต่มันคือการวัดพลังใจของผู้ใช้อาคมรุ่นเยาว์ที่จะต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองให้ได้
จบตอนที่ 16
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์