หลังจากนั้นทีมของคาซุโอะต้องใช้เส้นทางตัดผ่านบึง หลีกเลี่ยงทับที่ฮันเตอร์กลุ่มอื่น ๆ ที่พบเจอตามรายทาง พวกเขาใช้เวลาฟาร์มวัตถุดิบเกือบสามชั่วโมง จนสุดท้ายคาซุโอะสั่งให้ทุกคนหยุดพักใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ยืนต้นตายบนเนินเขาลูกหนึ่ง มีพื้นที่ด้านล่างของเนินเป็นแนวป่าทึบ
ริงโกะใช้ชิคิงามิช่วยกันนำก้อนหินมาก่อเรียงเป็นวงกลม เหลือช่องว่างไว้สำหรับจุดไฟใส่ถ่านไม้ และนำตะแกรงปิ้งย่างมาวางปิดรูตรงกลาง จัดเตรียมทุกอย่างให้เพียบพร้อมสำหรับเตรียมมื้ออาหาร
จากนั้นหยิบเนื้อส่วนซี่โครงของจิ้งจอกไฟที่มีลายไขมันแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่เหลือจากดันเจี้ยนรอบก่อนห้าชิ้นใหญ่ ๆ มาทาน้ำมันมะกอกบนเนื้อให้ทั่ว และย่างบนตะแกรงเหล็ก ต่อจากนั้นปรุงรสด้วยการเหยาะเกลือและพริกไทย ช่วยดึงกลิ่นควันให้ชัดและเข้าถึงเนื้อได้ดีตอนย่าง
ริงโกะคอยกลับด้านโดยดูแต่ละฝั่งขึ้นสีพอ ๆ กัน จี่ข้างละประมาณสองนาทีจนปรากฏลายตะแกรงอยู่บนผิวชั้นนอกที่เกรียมได้ที่ ไขมันละลายออกติดตะแกรง แสดงถึงความชุ่มฉ่ำ
เนื้อที่ได้จากพวกมอนสเตอร์มีคุณสมบัติของชี่ดินช่วยในการฟื้นฟูปราณแห่งชีวิตได้ดี ยิ่งเนื้อที่ได้มาจากมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ คุณสมบัติแฝงก็ยิ่งทรงคุณค่าและมาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นตาม
ในขั้นตอนสุดท้ายริงโกะนำเนื้อที่กำลังส่งกลิ่นหอมอบอวลใส่ลงในกระทะร้อนและเสิร์ฟให้สมาชิกทุกคนในทีม
จากนั้นจึงแยกตัวออกมาด้านนอก ปล่อยเวลาให้ทุกคนได้พักฟื้นฟูเอาแรง รอให้กลุ่มแกนนำกิลด์ใหญ่ของพวกเขาพิชิตราชา เธอใช้เวลาที่เหลือนำเอาวัตถุดิบที่ได้ในวันนี้มาจดบันทึกและคัดแยก เพื่อให้คาซุโอะนำไปจำหน่าย
“...คาซุโอะ ถึงเวลาลงมือได้แล้วมั้ง”
หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยเสียงใครคนหนึ่งก็ทักขึ้นเหมือนต้องการเอ่ยเตือน
“เออ ฉันรู้แล้วล่ะน่า”
คาซุโอะสบตากับทุกคน หัวเราะในลำคอดั่งนายพรานที่กำลังจ้องมองกระต่ายป่า
“ยัยเด็กนั่นไม่รู้หรอกว่าความสามารถของตัวเองมีค่าแค่ไหน และเพื่อการันตีว่าจะไม่มีทีมอื่นดึงตัวเธอไปได้หลังจากนี้… เราต้องรีบผูกมัดเธอเอาไว้”
นักเวทประจำกลุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องไปยังแผ่นหลังของหญิงสาวซึ่งกำลังนั่งจดวัตถุดิบที่หามาได้ในวันนี้
“ฮ่าฮ่า วันนี้ลาภปากจริง ๆ ผมขอต่อจากคุณคาซุโอะนะครับ”
ชายในกลุ่มอีกคนกล่าวขึ้น ขณะเริ่มปลดชุดเกราะตัวนอกออก
“พวกนายนี่มันทุเรศจริง ๆ”
สาวนักธนูประจำกลุ่มพึมพำออกมาอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก แม้จะทราบพฤติกรรมของคนพวกนี้ดีก็ตาม
“พวกแกออกไปดูต้นทางไว้ เสร็จแล้วเดียวฉันเรียกเอง ส่วนเธอไปเรียกริงโกะมานี่หน่อยสิ”
รุ่นพี่สาวของริงโกะรับคำสั่งมาอย่างรู้งานแม้ไม่ค่อยเต็มใจ เธอเดินเข้าไปหาริงโกะที่นั่งอยู่ไกลออกไป
“นี่ยัยเด็กใหม่... ช่วยเอาน้ำไปให้คาซุโอะทีสิ”
“เอ๊ะ… เอ่อ... ได้ค่ะ”
ริงโกะที่ได้ยินเสียงจึงหันกลับมาทำหน้ารับคำแบบงุนงง เพราะก่อนหน้าที่เธอจะปลีกตัวออกมา เธอจำได้ว่าตนเองจัดหาน้ำดื่มไว้ให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว แต่เธอก็ได้ตัดความสงสัยทิ้งไปและรับคำอย่างไม่เรื่องมาก
“นี่น้ำค่ะ คุณคาซุโอะ”
ริงโกะเดินนำน้ำเปล่าสองขวดมามอบให้ โดยที่รุ่นพี่สาวไม่ได้เดินตามมาด้วย และรอบ ๆ ใต้ต้นไม้ก็มีเพียงแค่เธอกับคาซุโอะอยู่เพียงสองคนเท่านั้น
คาซุโอะไม่ได้รับน้ำจากมือเธอทันที แต่ตบมือลงบนพื้นที่ว่างข้าง ๆ ตัวเป็นสัญญาณให้เธอนั่งลง
“เอ่อ...”
“นั่งลงก่อนสิ ฉันจะคุยกับเธอเรื่องผลประเมินของวันนี้สักหน่อยน่ะ”
ริงโกะได้ยินเช่นนั้นจึงนั่งลงอย่างจำใจโดยเขยิบออกห่างจากคาซุโอะเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ใกล้ชิดกันจนเกินไป
“อืม... เด็กดี เด็กดี~”
คาซุโอะเป็นฝ่ายเขยิบเข้าไปหาริงโกะพร้อมกับลูบศีรษะ ก่อนจะยืดแขนโอบไหล่เธอที่กำลังนั่งชันเข่าไว้หลวม ๆ
ริงโกะเมื่อถูกสัมผัสอย่างใกล้ชิดจึงกอดเข่าตัวเองแน่นร่างเขม็งเกร็ง
“หลายวันที่ผ่านมาเธอทำผลงานได้ดีมากเลยนะ พรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับพวกแกนนำให้รับเธอเข้ากิลด์อย่างเป็นทางการ... เป็นไง ดีใจไหม?”
ขณะพูดมือก็ลูบไล้ไปมาบนแขนของเธอเบา ๆ โดยที่เธอพยายามขยับตัวแสดงให้เห็นถึงการปฏิเสธ
“ขะ... ขอบคุณ ...มากค่ะ”
“ยังไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับเธอต่อจากนี้ต่างหาก...”
เธอรับรู้ได้ถึงลมหายใจอันน่าสะอิดสะเอียนของอีกฝ่ายที่กระซิบอยู่ข้างหู คาซุโอะเริ่มแสดงท่าทีคุกคามชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมือของเขาข้างหนึ่งเอื้อมมาบีบคลำหน้าอกพร้อมกับยื่นใบหน้าเข้ามาชิดใกล้จนริมฝีปากเกือบแตะกัน
ริงโกะคิดว่านี่ไม่ถูกต้อง ตลอดมาเธอคิดว่าตนเองใช้ความสามารถเพื่อให้ได้รับการยอมรับ ไม่ใช่วิธีแบบนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้นมือก็เกิดปฏิกิริยาตอบสนองผลักหน้าของอีกฝ่ายออก โดยที่ปลายนิ้วจิ้มลงไปถูกดวงตาของคาซุโอะอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“โอ๊ย! ทำอะไรของเธอนะยัยบ้าเอ๊ย!”
คาซุโอะผงะจนเผลอคลายวงแขน ริงโกะซึ่งตั้งหลักขึ้นได้จึงรีบลุกถอยห่างออกมาด้วยอาการลนลาน แต่ก็ถูกใครบ้างคนรวบตัวไว้จากด้านหลังก่อนจะกดเธอนอนหงายลงกับพื้น
“ฉันบอกให้แกดูต้นทางไว้ไม่ใช่รึไง”
“เอาน่า มีคนดูให้แล้วอยู่ตั้งสามคนจะกลัวอะไร รีบ ๆ —ทำให้เสร็จเหอะ ฉันจะได้ต่อ”
นักเวทในกลุ่มที่กำลังรวบมือริงโกะไว้เอ่ยขึ้นอย่างหื่นกระหาย
“หึ ทำไมไม่บอกล่ะว่าไม่ชอบแบบนุ่มนวลน่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลากล่อม”
คาซุโอะกล่าวอย่างหงุดหงิด ก่อนจะต่อยลงมาที่บริเวณท้องน้อยของริงโกะหนึ่งหมัดจนเธอหยุดดิ้นด้วยความจุกเสียด ร่างบางอ่อนระทวย
“—อึ๊ก”
คาซุโอะคุกเข่าลงแทรกกลางระหว่างขาของหญิงสาว ใช้มือปลดสายรัด พลางกลกเสื้อของเธอขึ้นไว้เหนือเนินอก และดึงรั้งบราสีครีมลงต่ำไว้ด้านใต้
“จุ๊จุ๊~ ไม่น่าเชื่อว่าเห็นตัวแค่นี้ก็ซ่อนรูปใช้ได้เหมือนกันนะริงโกะจัง”
ชายอีกคนที่กำข้อมือของหญิงสาวเอาไว้กล่าวขึ้นพร้อมกับผิวปากชื่นชม
ส่วนคาซุโอะหัวเราะในลำคอพลางใช้มือบีบเค้นหน้าอกทั้งสองข้างอย่างมันมือ ก่อนจะใช้ลิ้นสากเลียไปตามลำตัวของเธออย่างกักขฬะ
ริงโกะทำได้เพียงร่ำไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา ด้วยแรงของผู้ชายถึงสองคนและความจุกเสียดที่ถูกชก ทำให้ตัวเธอไม่สามารถขยับได้อย่างใจนึก ได้แต่ถูกตรึงไว้กับพื้น เธอเม้มปากสะบัดหน้าหนีขณะที่คาซุโอะพยายามสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปาก เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความตะกละตะกลาม มือของเขาเอื้อมลงมาดึงกางเกงของเธอรูดลงไปกองที่ปลายเท้า และจากนั้นใช้นิ้วอันหยาบโลนล้วงแหย่เข้าไปยังจุดซ่อนเร้นใต้กางเกงชั้นใน
“จะทำอะไรก็รีบ ๆ ทำหน่อยสิวะ ฉันเองก็อยากบ้างเหมือนกันนะเว้ย”
“ใจเย็นหน่อยสิวะ ยัยนี่ยังไม่แฉะเลยสักนิดไม่เห็นรึไง ฉันคิดว่าเธอน่าจะยังไม่เคยเลยสักครั้งว่ะ”
คาซุโอะกล่าวขณะกำลังพยายามใช้สองนิ้วชอนไชชักเข้าชักออกโพร่งอันคับแคบ
“ฮึก... ไม่นะ.... ได้โปรด.... อย่าทำ —ฮึก แบบนี้”
ริงโกะอ้อนวอนทั้งน้ำตา
“ไม่ต้องห่วงนะ อีกไม่นานเธอก็จะรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เอง”
เธอไม่แน่ใจแล้วว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นของใคร ตอนนี้ทำได้เพียงเม้มปากสะบัดใบหน้าดิ้นรนให้หลุดอย่างไร้ความหวัง
“เอาล่ะ แค่นี้คงแฉะพอประมาณแล้ว”
สิ้นคำพูด คาซุโอะก็เปลี่ยนท่ามานั่งคล่อมร่างของเธอไว้
ขณะที่กำลังปลดซิปกางเกงของตัวเองอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงอะไรหนัก ๆ ดังตกกระทบอะไรบางอย่างจากทางทิศตะวันออก ที่มีเพื่อนในกลุ่มของตนกำลังยืนดูลาดเลา
เมื่อลุกขึ้นพยายามเพ่งมอง ก็เห็นเพื่อนของตนคนดังกล่าวนอนหมอบอยู่ใต้แถบเท้าชายปริศนาสองคน