เทียนกลับมาคราวนี้ก็ไปหาอารยาที่คอนโดทันที แล้วนำกระดูกของพระเธียรวรมันกับนางพญาแก้วฟ้า ออกมาให้ อารยาดู พอนางเห็นก็ร้องไหโฮ เทียนเห็นแล้วยังตกใจ ไม่คิดว่า อารยายังยึดติดถึงเพียงนี้ เทียนค่อยเล่าเหตุการณ์หลังจากที่พระเธียรวรมันเดินทางจากอาณาจักรฟูนัน ไปที่อาณาจักรวิมายปุระ จนกระทั่งสิ้นพระชนม์
“ ต้องเป็นการยุยงของ ปุโรหิตเวชยันต์แน่ เสด็จพี่ถึงได้งมงาย เช่นนั้น” เทียนได้แต่กอดอารยาปลอบใจ แล้วเทียนก็พาอารยาออกไปดินแดนสวรรค์ แล้วปล่อยเถ้ากระดูกทั้งสองเอาไว้แดนสวรรค์ อารยามองแดนสวรรค์แล้วชอบมาก เทียนพาไปที่พักของเทียนบนเจดีย์ที่พักชั้นบนสุด อารยาบอกอยากอยู่ที่นี่ไม่อยากกลับไปแล้ว
“ ที่นี่น่าอยู่ก็จริง แต่คุณจะไม่มีเพื่อน คุณไม่มีงาน คุณจะอยู่ได้อย่างไร ที่แดนสวรรค์เป็นแดนฝึกตน ถ้าคุณอยากฝึกตนคุนต้องฝึกในแดนเทพยุทธ์ก่อน จากนั้นขึ้นมาฝึกแดนเซียน แล้วผมจะพามาที่แดนสวรรค์เอง”
“ฝึกตนรึ ฝึกยังไง หนักไหม?”
“เริ่มแรกก็ต้องฝึกเดินลมปราณทุกคืนวันละไม่น้อยว่า สองชั่วโมง จากนั้น ก็ต้องฝึกร่างกายอีกวันละชั่วโมง พอร่างกายแข็งแรงพอรับพลังเทพได้ ก็ต้องฝึกพลังฟ้าดิน เตรียมพร้อมโดนทัณฑ์อัสนี เพื่อผ่านขั้นเซียน”
“ เดี๋ยวนะ ต้องโดนฟ้าผ่าด้วยเหรอ”
“ ใช่แล้ว”
“ ถ้าเช่นนั้น หม่อมฉันแค่มาขอเที่ยวเฉพาะวันหยุดเท่านั้นก็พอ ขออยู่สบายๆ ที่โลกมนุษย์ดีกว่า” อารยากลัวโดนฟ้าผ่าเลยไม่ยอมฝึก เทียนได้แต่ยิ้ม หลังจากนั้นเทียนก็พา อารยากลับมายังโลกมนุษย์
จากนั้นเทียนก็กลับเข้ามาฝึกตนต่อที่ห้องฝึกตนภายในเจดีย์สวรรค์ เทียน ลองนำพลังท่าสุดท้ายของ ฝ่ามือยูไลมาฝึก เป็นท่าฝ่ามือยูไลถล่มโลกา ซึ่งท่านี้สามารถทำลายล้างได้อย่างมหาศาล พอ ๆ กับ พลังหมัดจากดาวนพเก้าขั้นสูงสุด ที่ผ่านมาเทียนมีพลังไม่พอจึงไม่ได้ใช้ท่าที่เก้านี้ โดยที่การใช้ฝ่ามือนี้ ผู้ใช้ต้องมีพลังจิตขั้นสูง และ พลังยุทธขั้นเซียนสวรรค์ขั้นสูงเป็นอย่างต่ำ ซึ่งการปล่อยพลังออกมาต้องมีจิตแห่งธรรมะขั้นสูงสุด และมีบทสวดกำกับด้วย เทียนลองใช้พลังจากอัฐิธาตุพระโมคลาณะเข้ามาใส่ร่าง แล้วปล่อยฝ่ามือถล่มโลกาออกไปแค่ 10% พลังที่ปล่อยออกไปทำให้เจดีย์สวรรค์ถึงกับสะเทือน เทียนหยุดปล่อยพลังนี้ทันที
“ โอ้โห พลังนี้ถ้าปล่อยออกไปเป็น ร้อยฝ่ามือ โลกคงได้พังพินาศแน่ ถึงว่าก่อนปล่อยพลังไปต้องมีบทสวดนี้คอยกำกับจิตใจเราให้มีเมตตาต่อสรรพสิ่งเอาไว้ก่อน”
ในขณะที่เทียนอยู่ในเจดีย์ ก็มีความรู้สึกว่า กำลังมีปีศาจชั่วร้าย กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหาเทียน ถึง 10 ตน
“ มาจากโลกวิญญาณอย่างง่ายดาย อย่างนี้เลยรึ?”
เทียนออกไปปรากฏร่างบนท้องฟ้า มองทิศทางที่มีเงาปีศาจ ทั้งสิบเคลื่อนตัวมาหาอย่างรวดเร็ว จนมาเผชิญหน้ากับเทียน มีขุนพลนรกโลกันต์ คนแรกเอ่ยกับเทียนก่อนว่า
“ ที่แท้เป็นเพียงแค่มนุษย์ ต้องให้พวกเรา ขุนพลนรกโลกันต์ทั้งสิบต้องลงมือ ทุกคนไม่ต้องเข้ามายุ่ง ข้าขอจัดการไอ้หนูนี่เอง” ขุนพลนรกคนแรก คิดจะลุยกับเทียนคนเดียว
“ อืม กำลังอยากทดลองใช้ฝ่ามือยูไลท่าสุดท้ายอยู่พอดี เจอปีศาจระดับเซียนสวรรค์ดูซิว่าจะทนได้สักแค่ไหน” เทียนเริ่มดึงพลังของอัฐิพระโมคลานะ แล้วปล่อยฝ่ามือออกไปต้าน กรงเล็บของขุนพลปีศาจคนแรก ตูม ! พลังทั้งสองปะทะกัน กรงเล็บปีศาจพร้อมร่างระเบิดกลายเป็นขี้เถ้าไปพร้อมกันอย่างง่ายดาย
นี่เทียนเพียงแค่ใช้พลังแค่ 20 % เท่านั้น ปีศาจอีกเก้าตนเห็นเช่นนั้นก็ตกใจยิ่งนัก รีบกระจายตัว ล้อมกรอบเทียนพร้อมกัน เทียนหลับตาท่องบทสวดเพื่อแผ่เมตตาเหล่าสัตว์โลกทั้งหลาย แล้วปล่อยพลังฝ่ามือออกไปเบาๆ ฝ่ามือยูไลสยบโลกา ค่อยๆ แบ่งฝ่ามือจากหนึ่งเป็นสองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ออกกระจายออกไปนับร้อยฝ่ามือ มีเสียงบทสวดกำกับมากับฝ่ามือ ขุนพลปีศาจนรกโลกันต์ทุกตน ถึงกับหยุดนิ่ง ณ จังงัง ปล่อยให้ฝ่ามือเข้ากระแทกกายหยาบ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ร่างกาย ทั้งหมดล้วนสลายกลายเป็นฝุ่นแม้แต่วิญญาณก็ไม่เหลือซาก แม้แต่ตนเดียว เทียนสัมผัสได้ถึงความทรงจำของพวกมัน
“ จ้าวนรกมูจิน จ้าวกวงเทียนจุน อีกไม่นานพวกเราได้เจอกันแน่”
ทันใดนั้น เทียนก็ไปหาร่างอวตารร่างหนึ่งที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
บ้านตระกูลเซี่ย
ร่างอวตารของเทียนมากำเนิดเป็นบุตรชายโทน ของหัวหน้าตระกูลเซี่ยชื่อว่า เซี่ยอู่เทียน ปัจุจุบันมีอายุได้ 18 ปี มีคู่หมั้นชื่อว่า หมิงหมิง เป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่ซางอู่จี้ บิดาอู่เทียนเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับแม่ทัพใหญ่ซางอู่จี้ เมื่อ15ปีก่อน ทั้งสองหมั้นหมาย ตั้งแต่เยาว์วัย แต่หลังจากเซี่ยอี้ พ่อของเซี่ยอู่เทียนถูกฆ่าตายโดยหาคนร้ายไม่ได้ ทำให้ ความสัมพันธ์ของสองตระกูลก็เริ่มเปลี่ยนไป
หมิงหมิง วัยสิบห้าปี กำลังร่ำเรียนวิชาที่สำนัก ต้าเซียน ซึ่งเป็น สำนักอันดับ 1 ของแผ่นดิน กลายเป็นศิษย์หลักของท่านเซียนมู่ชวี ของสำนักต้าเซียน มีชื่อติดบันทึกทำเนียบฟ้า เจ้ายุทธ์วัยไม่เกิน 20 ปีติดอันดับที่15 ขั้นราชันยุทธ์ ของบันทึกทำเนียบฟ้าซึ่งจะรวบรวมรายชื่อผู้มีทักษะยุทธ์แต่เยาว์วัย ทั้งแผ่นดิน โดยมี องค์ชายสี่ หยวนซื่อ เป็นอันดับ 1 มีพลังขั้นจักรพรรดิยุทธ์ ส่วนเซี่ยอู่เทียน มีพลังเทพแค่ระดับ 5 เพียงเท่านั้น ทำให้ทางตระกูลซางของแม่ทัพอู๋จี้ ไม่พอใจนักที่เซี่ยอู่เทียน เป็นคู่หมั้นกับหมิงหมิง จึงพยายามล้มเลิกการหมั้นหมายในครั้งนี้
โดยมีองค์ชายสี่ คอยสนับสนุน เพราะว่าตนเองหวังจะได้ครองคู่กับหมิงหมิง ที่ทั้งสวยเลิศล้ำ ทางหน้าตา และ พลังยุทธ์ และที่สำคัญ หากได้การสนับสนุน จากแม่ทัพใหญ่ซางอู่จี้ จะทำให้เขามีโอกาสได้ ครองตำแหน่งรัชทายาทได้มากขึ้น
ปัญหาทั้งหลายจึงตกมาอยู่ ฮูหยินเซี่ย กับ เซี่ยอู่เทียน วันนี้จวนแม่ทัพใหญ่
ภายใต้การนำ ของแม่ทัพซางอู๋จี้ ประกาศกร้าวกับทุกคนว่า พอทุกคนภายในตระกูลว่า หมิงหมิง พออายุได้ 18 ปี ยังไงก็ต้องแต่งกับ เซี่ยอู่เทียน เพราะเขาเป็นลูกผู้ชายไม่ยอมเสียคำสัตย์ที่ให้ไว้กับเพื่อน อย่างแน่นอน แต่ภรรยาของเขารีบเอ่ยค้านว่า
“ ท่านพี่ เซี่ยอู่เทียนนั่น มันมีสติปัญญาแค่ เด็กอายุ 8 ขวบ แถมยังอ้วนขนาดนั้นท่านพี่จะให้ลูกของเราแต่งงานไปกับคนปัญญาอ่อนเช่นนั้น ท่านพี่ไม่ห่วงความรู้สึกของหมิงหมิงเลยหรือไง”
“ ใช่แล้ว ข้าในฐานะลุงของหมิงหมิง อยากให้เจ้าลองพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง องค์ชายสี่ได้ส่งผู้ใหญ่มาทาบทาม หมิงหมิง ไปเป็นพระชายา อนาคตอาจได้เป็นถึง ราชินีครองอาณาจักร ต้าฮั่น เรื่องนี้เกี่ยวพันกับความรุ่งเรืองของตระกูลของเรา หากว่าแต่งงานกับเจ้าขยะแบบนั้น ข้านึกถึงอนาคตตระกูลของเราไม่ออกจริง ๆ”
แม่ทัพซางอู๋จี้ถอนหายใจยาวๆออกมา
“ ข้าไม่เคยคิดหวังให้หมิงหมิง ต้องแต่งกับเชื้อพระวงศ์ เพื่อทำให้ตระกูลของเรารุ่งเรือง แต่ความสุขของหมิงหมิง ข้าก็อดห่วงไม่ได้ มีทางเดียว ขอให้ฮูหยินเซี่ย บอกให้เซี่ยอู่เทียน เขียนหนังสือยกเลิกการหมั้นเอง ข้าก็ไม่ขัดอะไร” แม่ทัพซางอู่จี้เริ่มใจอ่อน เพราะห่วงลูกสาวเหมือนกัน ทันใดนั้นบ่าวรับใช้ก็เข้ามาให้ห้องโถง บอกว่าเซี่ยอู่เทียนมาขอพบ คุณหนูหมิงหมิง ซึ่งตั้งแต่เด็กมาแล้ว เซี่ยอู่เทียนก็จะเข้านอกออกใน จวนแม่ทัพเพื่อเข้ามาเล่นกันกับ หมิงหมิงตลอด ทุกคนได้แต่ส่ายหน้า แต่ไม่ได้ห้ามปรามอะไร เพราะท่านแม่ทัพเคยสั่งไว้ เพราะเห็นความสัมพันธ์กับพ่อของเซี่ยอู่เทียน
“ ไล่มันกลับไป แล้วบอกทหารเฝ้าประตูต่อไปห้ามมันมาเหยียบจวนแม่ทัพอีก”
ลุงของหมิงๆ ออกคำสั่งเพราะเห็นทุกคนไม่กล้าพูดอะไร
“ ลุงจง ทำไม ไม่เห็นหมิงหมิง ออกมาเล่นกับข้าเลย นี่ข้ามารอนานแล้วนะ”
เซี่ยอู่เทียนหนุ่มวัย 18 ปี รูปร่างอ้วนเต็มพิกัด แต่อายุสมองเท่ากับเด็กวัย 8 ปีเท่านั้นเอ่ยกับพ่อบ้านจงที่มาเป็นเพื่อน ที่ได้แต่ลูบหัวปลอบใจคุณชายของเขา
“ ออกไปจากจวนแม่ทัพซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเจ้า ต่อไปก็ห้ามมาที่นี่อีก” ทหารรับคำสั่งมาบอก เซี่ยอู่เทียน กับ ลุงจง
“ หมิงหมิง เจ้าไม่ออกมาเล่นกับข้าแล้วเหรอ” เซี่ยอู่เทียนตะโกนร้องไห้ เรียกหาหมิงหมิง
“ ออกไป ไอ้อ้วน ไอ้ปัญญาอ่อน ไม่รู้จักเจียมตัวบ้างเลย” ทหารเฝ้าประตูหัวเราะเยาะเซี่ยอู่เทียน แล้วตะโกนไล่เซี่ยอู่เทียนออกไปแบบไม่เกรงใจ ลุงจงจึงพยายามดึง เซี่ยอู่เทียนให้กลับบ้าน แต่ว่าเซียอู่เทียนไม่ยอม วิ่งเข้าไปเตะหน้าแข้งของทหารหนึ่งคนจนร้องเสียงหลง แล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องโถง เพื่อตามหาหมิงหมิง ข้างใน
แม่ทัพใหญ่ ฮูหยิน ลุงของหมิงหมิง และผู้ใหญ่ในตระกูลหลายคนยังอยู่ในห้องโถงยังไม่จากไปไหน พอเห็นเซี่ยอู่เทียนบุกเข้ามา ร้องหาหมิงหมิงก็ไม่พอใจยิ่งนัก
“ทหาร ลากตัวมันออกไป ทุบตีมันให้เข็ดหลาบ” ลุงของหมิงหมิง ชื่อว่า ซางจื่อคุน ตะโกนสั่งออกไป ยังไม่ทันที่แม่ทัพใหญ่จะห้ามปราม ไม้พลองของทหารก็ฟาดเข้ากลางหลังของ เซี่ยอู่เทียนดัง เปรี้ยง ! เซี่ยอู่เทียนกระอักเลือดล้มคว่ำไปกับพื้น ทหารจะเข้าไปซ้ำอีก แต่ก็มีพลังปล่อยออกมาจากสาวงามผู้หนึ่งกระแทก ทหารถอยออกไป ที่แท้เป็นหมิงหมิงนี่เอง
“ หมิงหมิง เจ้าออกมาแล้ว พี่อู่เทียน ซื้อพุทราเชื่อมมาฝากเจ้าด้วย” ซี่ยอู่เทียนยืนพุทราเชื่อมที่ห่อกระดาษยื่นให้กับหมิงหมิง และตนเองก็กระอักเลือดสลบไป
“ ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุงทุกท่าน พี่อู่เทียนเขามีสติปัญญาแค่เด็กน้อย พวกท่านไม่ควรออกคำสั่งทำร้ายกับเขาแบบนี้ ลุงจง ช่วยพาพี่อู่เทียนไปที่ห้องข้า”
หมิงหมิงเอ่ยจบก็พาอู่เทียนไปที่ห้องของตนเพื่อช่วยรักษาทันที
ผู้ใหญ่ทั้งหมดได้แต่ยืนเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ลุงซางจื่อคุน ให้คนไปแจ้งเรื่องนี้ต่อองค์ชายสี่
หมิงหมิงให้ เซี่ยอู่เทียนกินยาไปเม็ดหนึ่ง เป็นยารักษาบอกช้ำภายใน พอเซี่ยอู่เทียนกินไปก็หายทันที
“ น้องหมิงหมิง เจ้าจะรังแกข้าเหมือนพวกของท่านลุงหรือไม่” เซี่ยอู่เทียนเกาะแขนหมิงหมิง เขย่าไปมา
“ พี่อู่เทียน ข้าไม่รังแกท่านหรอก แต่ว่าพวกเขาไม่ชอบใจนัก ที่ท่านมาหาข้า ถ้ายังไงท่านรอข้าที่บ้านให้ข้าไปเยี่ยม จะดีกว่าไหม”
“ ได้ ได้ หมิงหมิงว่าไง ข้าจะทำตามที่หมิงหมิงบอกทุกอย่างเลย”
“ ดีดี ถ้าเช่นนั้น ท่านกลับไปก่อน ข้าต้องไปเรียนที่สำนักต้าเซียน เดือนหน้าข้ากลับมาบ้านข้าจะซื้อขนมมาฝากนะ”
“ ได้ ได้ ข้าจะรอหมิงหมิง” หมิงหมิงฟังแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวไม่คิดว่า เซี่ยอู่เทียนจะเชื่อคำพูดของนางไม่แปรเปลี่ยน
“ ท่านลุงจง พาพี่อู่เทียนกลับไปเถอะ แล้วเดือนหน้าข้าจะเยี่ยมป้าเซี่ยที่บ้านนะ”
ลุงจงพาเซี่ยอู่เทียนกลับบ้าน แต่ว่าระหว่างทางกลับมีคนคลุมหน้าชุดดำเกือบสิบคน ถือดาบเป็นอาวุธ บุกเข้ามาต่างรุมฟันร่างของเซี่ยอู่เทียนจน ร่างถูกฟันไปหลายสิบแผล คมดาบหลายเล่มถูกแทงเข้ากลางอก ของเซี่ยอู่เทียน ส่วนลุงจงก็ถูกฟันแทง สภาพไม่ต่างกัน จนคนร้ายเห็นสภาพแบบนี้คิดว่าทั้งสองไม่รอดแล้ว จึงรีบหนีหายไป ร่างของเซี่ยอู่เทียน หายใจรวยริน แต่ยังไม่ตาย เพราะว่าเขามีหัวใจเซียน แล้วเทียนก็ปรากฏร่างขึ้น แล้วให้ยาเม็ดสวรรค์ให้กับทั้งสองคนกิน ไม่นานลุงจง กลับเซี่ยอู่เทียนก็ฟื้นกลับมาเป็นปกติ
เทียนพาทั้งสองคนกลับบ้าน ฮูหยินเซี่ยพอรู้เรื่องก็ตกใจยิ่ง ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายกลายเป็นเช่นนี้ จึงรีบเขียนจดหมายยกเลิกงานหมั้นส่งไปที่ จวนแม่ทัพซางอู่จี้ แล้วขอให้ปล่อยตระกูลเซี่ยไป อย่าส่งคนมาทำร้ายกันอีกเลย
แม่ทัพซางอู่จี้อ่านจดหมายจบ ก็ทุบโต๊ะจนพังทลาย
“ ใครกัน ส่งคนไปทำร้ายสองคนแม่ลูกตระกูลเซี่ย นี่คือ จดหมายยกเลิกงานหมั้นทุกคนคงสมใจกันแล้วซินะ” แม่ทัพซางอู่จี้โยนจดหมายให้พวกผู้ใหญ่ในตระกูลเสร็จ ก็เดินออกไปไม่หันหลังกลับมามองผู้ใหญ่ของตระกูล ที่เริ่มมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างพอใจ โดยเฉพาะลุงซางจื่อคุน
บ้านตระกูลเซี่ย
“ เซี่ยอู่เทียน เจ้าอยากเป็นศิษย์ของข้าไหม” เทียนเอ่ยถาม เซี่ยอู่เทียนที่ยังคงกินซาลาเปาไปแล้วห้าลูกต่อหน้าเทียน
“ หากข้าเป็นศิษย์ของท่าน ข้าจะได้อะไร”
“ เอ่อ.. เจ้าอยากได้อะไรล่ะ”
“ ข้าอยากพบหมิงหมิง ท่านทำให้ข้าพบหมิงหมิงได้ไหมล่ะ”
“ เฮ้อ...เจ้าอยากพบหมิงหมิง ขนาดนี้เลยหรือนี่ ก็ได้ ข้ารับปากเจ้าอยากพบเจ้าก็ได้พบ”
“ ดีเลย ข้าเซี่ยอู่เทียน ขอคารวะท่านอาจารย์”
เทียนเริ่มรักษาสมองของเซี่ยอู่เทียนเป็นอันดับแรก มิเช่นนั้นสอนไปคงเสียเที่ยวเปล่า เทียนเริ่มรักษาสมองของเซี่ยอู่เทียน โดยปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์เข้าไปฟื้นฟู สมองที่มีปัญหา โดยใช้เวลาไม่นานนัก โครโมโซมที่เกินมา จนทำให้ระบบการพัฒนาเป็นไปได้ช้า ก็ถูกกำจัดไป ทำให้เซลส์สมองทำงานอย่างก้าวกระโดด
เซี่ยอู่เทียนลืมตาขึ้นหลังจากที่เทียนนำมืออกจากหัวเขาไปแล้ว
“ ขอบคุณท่านอาจารย์” เซี่ยอู่เทียนเอ่ยขอบคุณ โดยที่แววตาของเขาในตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนใหม่
“ ตามอาจารย์มา ต่อไปนี้เจ้าต้องปรับปรุงตัวเองใหม่ ไม่ใช้ปล่อยให้อ้วนตุ๊ต๊ะเช่นนี้” เทียนเอ่ยจบก็พาเซี่ยอู่เทียนมาห้องฝึกฝน ให้แช่ในบ่อพลังกระดูกฟีนิกซ์ล้านปี แล้วถ่ายทอดการเดินลมปราณเบื้องต้น แล้วให้ฝึกพลังยุทธ์ในห้องมิติฝึกฝน 10 วันผ่านไป แต่โลกภายในห้องฝึกฝนใช้เวลาไปประมาณสามปี
มีชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมา จากห้องฝึกฝนรูปร่างของเขามีแต่มัดกล้ามปราศจากไขมันเลยแม้แต่น้อย หน้าตาคมสันปานเทพบุตรมาจุติ ดวงตามีประกายพลังยุทธ์อยู่ระดับเทพ 100 ขั้นจักรพรรดิยุทธ์ เหลืออีกแค่ระดับเดียวเขาก็สามารถบรรลุขั้นเซียนได้เลย เขาคือเซี่ยอู่เทียน บัดนี้เขากลับมาอีกครั้ง ชีวิตใหม่ของเขาได้เริ่มต้นแล้ว...