ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    บังเอิญ

    หานหมิงยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะสะบัดมือเบาๆ โชคของกองทัพพยัคฆ์ขาวที่เขาพึ่งเอามาเมื่อกี้ ค่อยๆ ถูกใช้ไป พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นอีกครั้ง

    [ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้ลงทุนในศิษย์ที่ไม่สามารถคำนวณโชคได้ชั่วคราว ได้รับการตอบแทน ??? เท่า ได้รับ: โอสถระดับอมตะ +10 ชนิด, อาวุธอมตะ +10 ชิ้น, คัมภีร์ระดับอมตะ +10 เล่ม]

    ทันใดนั้นระบบก็บ่นอย่างติดตลกอยู่ในใจพร้อมปิดกั้นทุกอย่างเอาไว้เพื่อไม่ให้หานหมิงได้ยิน

    [ชีวิตแม่งไม่เอาไรแล้วอะ... แทนที่จะเอาเวลาไปหาศิษย์... แม่งวันๆ มานั่งคิดว่าจะโกงระบบยังไง.. สภาพ...]

    [เฮ่อ.. ข้าก็ยิ่งเป็นระบบที่น่ารักใสซื่อบริสุทธิ์อยู่ด้วย.. ทำไมโฮสต์ของข้าถึงได้วิปริตขนาดนี้กัน]

    หานหมิงยิ้ม ก่อนจะเริ่มลงมือช่วยศิษย์ทั้งสองของเขา เขารักษาร่างกายของพวกเขาเบื้องต้น และให้ฝึกฝนคัมภีร์ พร้อมสอนพื้นฐานของการบ่มเพาะ ตั้งแต่การรวบรวมชี่ การสร้างรากฐาน ไปจนถึงแกนทองคำ

    กวนจื่อซวนและเย่ลี่อินต่างมุ่งมั่นฝึกฝนอย่างไม่หยุดพัก หานหมิงยืนมองพวกเขาด้วยสายตาเรียบเฉย แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง หานหมิงกลับครุ่นคิดถึงพลังใหม่ที่ตกมาอยู่ในมือของเขา

    ย้อนกลับไปในศึกระหว่าง ตระกูลอู๋ กับ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ ระบบของเขาได้แจ้งเตือนถึง ผู้ข้ามโลก คนหนึ่งที่ถือครองระบบเหมือนกัน แต่มันกลับเป็นเพียงระบบอ่อนแอระดับต่ำพร้อมระบุว่าเจ้าของมันก็คือ อู๋จ้าว

    หานหมิงไม่ได้มองข้ามเรื่องนี้ เขาสั่งให้ระบบของตัวเองปิดกั้นระบบของอู๋จ้าวโดยทันที เพื่อรับประกันว่าศิษย์ของเขาจะได้ต่อสู้อย่างยุติธรรม และป้องกันไม่ให้อู๋จ้าวใช้กลโกงจากระบบของตนเองได้

    แต่เขากลับไม่คาดคิดว่า อู๋จ้าวจะพ่ายแพ้ให้กับศิษย์ของเขาง่ายดายขนาดนี้ ในการปะทะกันครั้งแรก!

    แต่ทว่าในช่วงเวลาที่สิ้นหวัง ระบบของอู๋จ้าวก็ฝืนปลดพลังบางอย่างออกมา แลกกับการสละพลังครึ่งหนึ่งของตัวมันเอง และในจังหวะนั้นเอง... หานหมิงก็ได้เก็บพลังในส่วนที่มันปล่อยออกมา เขาไม่ได้คิดจะปิดบัง หรือซ่อนเร้นใดๆ เขาแค่ดึงเศษระบบของอู๋จ้าวมาหน้าตาเฉยเลย และหานหมิงเอง... ก็ได้รับพลังของระบบอู๋จ้าวมาง่ายๆ แบบนี้เลย

    หลังจากสงครามจบลง เขาก็เริ่มต้นศึกษาพลังของระบบของอู๋จ้าวทันที พลังของมันช่างน่าสนใจ โดยความสามารถของมันคือ ขโมยโชคของผู้อื่น และนำมาแลกเปลี่ยนเป็นพลังบ่มเพาะ สมบัติ และอื่นๆ อีกมากมาย

    หลังจากศึกษา หานหมิงก็เข้าใจว่าระบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มันถูกสร้างขึ้นโดยใครบางคน ที่จะใช้อู๋จ้าวเป็นเครื่องมือรวบรวมโชค และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เจ้าของระบบที่ถือครองระบบนี้จะถูกกลืนกิน... หรือถูกทำอย่างอื่นก็ได้ หานหมิงก็ไม่รู้ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา

    สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เขาสามารถนำพลังนี้มาปรับใช้ได้เองโดยที่ไม่ส่งผลเสียต่อเขาแม้แต่น้อย! หลังจากทดลองใช้งาน หานหมิงพบว่าเขาไม่เพียงแค่สามารถขโมยโชคของผู้อื่น มาเพิ่มการบ่มเพาะของตัวเองได้ แต่ยังนำมันมาเพิ่ม ตัวคูณ ให้กับการลงทุนของระบบตัวเขาเองได้อีกด้วย

    ตอนนี้เขายังอยู่ในช่วงศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพลังนี้ ข้อมูลหลายอย่างยังไม่ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดคือ... เขามีความเชื่อใจในระบบของตัวเองมากขึ้น นั้นก็เพราะว่า…

    แต่ขณะนั้นเอง หานหมิงสัมผัสได้ถึงพลังที่เปลี่ยนแปลงไป ออร่าของศิษย์ใหม่ทั้ง 2 กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง นั่นเป็นสัญญาณว่าการฝึกฝนของพวกเขานั้นได้บรรลุผลแล้ว

    กวนจื่อซวนและเย่ลี่อินลืมตาขึ้นพร้อมกัน แววตาของพวกเขาเปล่งประกายด้วยความแข็งแกร่ง ร่างกายของพวกเขาฉายแสงสีทอง ก่อนที่พวกเขาจะก้มลงคำนับหานหมิงด้วยความเคารพ

    "ศิษย์ขอขอบคุณอาจารย์!"

    หานหมิงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโยนอาวุธจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ให้ทั้ง 2 คน กวนจื่อซวนและเย่ลี่อินมองมันด้วยสายตาตื่นเต้น พวกเขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบยื่นมือออกไปทำสัญญากับอาวุธทันที

    ทันทีที่สัญญาสำเร็จ พลังวิญญาณของพวกเขาก็พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง!

    จากนั้น หานหมิงโยนโอสถระดับจักรพรรดิออกมาให้พวกเขา 

    "กินซะ มันจะช่วยฟื้นฟูร่างกายพวกเจ้าให้สมบูรณ์"

    กวนจื่อซวนและเย่ลี่อินรับโอสถไปโดยไม่ลังเล พวกเขากลืนมันลงไป พลังมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วร่าง บาดแผลทั้งหมดหายไปในพริบตาไม่ว่าบาดแผลนั้นจะสาหัสขนาดไหนก็ถูกรักษาให้หายทันที มือที่ขาดไปของกวนจื่อซวนก็งอกขึ้นมาใหม่!

    ไม่เพียงเท่านั้น การบ่มเพาะของพวกเขากลับพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง จากขั้นรวบรวมชี่ระดับ 10... ไปถึงระดับ 11... 12... 13... 14 อย่างต่อเนื่อง!

    แต่ยังไม่จบเพียงแค่นั้น หานหมิงดึงเอาวัตถุดิบระดับจักรพรรดิออกมา 12 ชิ้น ก่อนจะใช้เพลิงบรรพกาลหลอมมันให้กลายเป็นพลังบริสุทธิ์ ศิษย์ทั้งสองไม่รีรอ พวกเขาดูดซับพลังนั้นเข้าไปในร่างกายทันที

    ตูม!

    เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมเสียงระเบิดของพลังดังขึ้น ร่างของพวกเขาส่องแสงสว่าง รากฐานสีแดงเข้มปรากฏขึ้นรอบตัวของพวกเขา ก่อนที่ระดับพลังของพวกเขาจะพุ่งทะลวงไปยัง ขั้นสร้างรากฐานระดับ 9!

    จากนั้นพวกเขาก็ทำตามคำสอนของหานหมิงทุกประการ

    ภายในร่างกายของพวกเขา แกนทองคำ 82 เม็ดถูกสร้างขึ้นมาทันที ก่อนที่มันจะกลายเป็นสีรุ้งและหลอมรวมเข้าสู่ร่างกาย

    ด้วยการบ่มเพาะที่พุ่งทะยาน พวกเขาก้าวขึ้นสู่ แกนทองคำระดับที่ 9 ทันที ก่อนที่การบ่มเพาะจะหยุดลงที่อาณาจักรแกนทองคำ ด้านนอก ซุยจื่อเมิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย นางนั่งมองอยู่นอกโลก มองไปยังพื้นที่ที่ถูกปิดกั้นด้วยม่านพลัง

    ชายคนนั้น... กำลังทำอะไรอยู่กันแน่?

    มันผ่านไปสักพักแล้ว แต่นางยังไม่เห็นหานหมิงออกมาเลย แม้นางจะรู้สึกสงสัย แต่นางไม่กล้าส่งพลังของตนเองเข้าไปตรวจสอบ นางไม่แน่ใจว่าหานหมิงมาจากกองกำลังไหน แต่สัญชาตญาณของนางบอกให้นางระวังตัว

    ทันใดนั้นเอง ม่านพลังสั่นไหวก่อนจะสลายหายไป ภาพที่ปรากฏต่อหน้านางคือ หานหมิงที่ยืนอยู่เพียงลำพัง ส่วนเด็กอีกสองคน... หายไปแล้ว

    แม้นางจะรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก สายตาของนางมองเขาพร้อมกล่าวขึ้น

    "เจ้า... ชื่ออะไรงั้นหรือ?"

    ทว่าหานหมิงไม่ได้ตอบอะไรซุยจื่อเมิ่งแม้แต่น้อย เขายังคงนิ่งเงียบ เขาเพียงยืนนิ่งอยู่บนพื้น... ราวกับกำลัง รอ อะไรบางอย่าง

    ในจังหวะนั้นเอง แสงสว่างสายหนึ่งก็สว่างวาบลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง พุ่งลงมาจากฟากฟ้าเหนือศีรษะของหานหมิง

    ก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นร่างของผู้คนจำนวนมากปรากฏขึ้นในชุดเครื่องแบบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ พวกเขาทั้งหมดยืนอยู่บนพื้นดิน บางคนยังดูมึนงง บางคนกำลังพูดคุยหัวเราะกันด้วยน้ำเสียงแห่งชัยชนะ

    "ฮ่าฮ่า ข้าเกือบเลือกตายไปพร้อมกับนางมู่หนานซือนั่นแล้วไงละ คนแบบนั้นเป็นผู้นำได้ยังไงกันข้าละอย่างรู้จริงๆ" เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยัน

    "จริงๆ ข้าก็ว่าแบบนั้น ผู้นำโง่ๆ แบบนั้น จะพาเราตายกันหมดอยู่แล้วแท้ๆ ยังดีที่พวกเราตัดสินใจหนีออกมา ปล่อยให้เจ้าพวกนั้นต่อสู้ไปคนเดียวเถอะ" อีกเสียงเสริมขึ้นมา

    "ทั้งๆ ที่พวกเราอยู่ฝ่ายเดียวกันแท้ๆ ยัยปีศาจนั่นกลับเลือกจะลงมือทำร้ายท่านจี้อี้เหรินซะเอง...โธ่ ข้าอยู่ในที่แบบนี้มาตั้งนานได้อย่างไงกัน"

    เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นเป็นระลอกตามมา

    "แต่ทั้งหมดนี้ ต้องขอบคุณน้องชายเย่หลินเลยนะ ที่พาพวกเราหนีออกมาจากที่ต่ำทรามแบบนั้นได้"

    "ใช่ๆ ศิษย์น้องเย่สมควรจะได้ชื่ออัจฉริยะอันดับ 1 ของนิกายแทนไอ้คนที่กินโอสถมากมายเพื่อเพิ่มการบ่มเพาะอย่าง หานหมิง"

    "หึ ทรัพยากรมากมายถูกมอบให้กับขยะพันธุ์นั้นแทนที่จะเป็นพวกเรา…ถ้าข้าได้ทรัพยากรมากมายขนาดนั้น 3 วันข้าสามารถไปถึงระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ด้วยซ้ำ"

    เย่หลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางสายตาของคนมากมาย

    "ไม่เป็นไรหรอกศิษย์พี่ และผู้อาวุโสทั้งหลาย ข้าก็แค่... ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้นเอง ส่วนหานหมิงนั้น..ถ้าการบ่มเพาะอยู่ในระดับเดียวกันข้าไม่มีทางพ่ายแพ้เขาแน่นอน"

    หานหมิงที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกยิ้มอย่างบางเบาเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น เขากระซิบกับตัวเองเบาๆ

    “ใครเป็นคนปล่อยข่าวลือ... ทำลายชื่อเสียงของข้าได้ขนาดนี้กัน ไอ้แก่ 4 ตัวนั้นเหรอ หรือว่าเป็นเจ้า… ระบบ”

    [พร้อมเสมอ… ถ้ามีโอกาส… อย่าพลาดก็แล้วกันโฮสต์]

    หานหมิงหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทอง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมพูดขึ้น

    “ข้าไม่คิดเลย... ว่าจะได้เจอพวกเจ้าด้วยความบังเอิญแบบนี้”

    ที่นอกโลก ซุยจื่อเมิ่งมองหานหมิงที่กำลังมีดวงตาสีทองอยู่ นางขมวดคิ้วนิดๆ ส่ายหน้าเบาๆ

    “เรื่องบังเอิญ? ดูจากนอกโลกก็รู้ว่าเจ้ามาดักรอชัดๆ …”

    “เอ้า? แสดงว่าอย่างงี้… ข้าเป็นคนซวยงั้นเหรอ?? … กองทัพพยัคฆ์ขาวของข้า… เวรเอ๊ยย!!”

    ซุยจื่อเมิ่งเริ่มคิดไปเองอีกครั้ง นางเต็มไปด้วยความรู้สึกหลายอย่างปนเปกันไปหมด

    ขณะนั้นเอง ดวงตาของเย่หลินเบิกกว้างขึ้น ใบหน้าซีดเผือด เขาไม่ใช่เพียงคนเดียวที่รู้สึกตกใจ

    เหล่าศิษย์จากยอดเขาไผ่สวรรค์ ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ 6 คน ผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ ผู้อาวุโสรอง ผู้อาวุโสหลักสิบกว่าคน ศิษย์สายตรงจากยอดเขาต่างๆ ศิษย์ที่แท้จริง ศิษย์หลัก สายใน สายนอก แม้กระทั่งผู้อาวุโสจากหอคุมกฎทั้ง 7 คน… และบรรพบุรุษอีก 3 คน ก็ล้วนตกอยู่ในความตกใจเช่นกัน โดยเฉพาะผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่

    หานหมิงมองไปหาทุกคนที่นั่น ก่อนเขาจะเห็น หญิงสาวคนหนึ่งแบกร่างของจี้อี้เหรินที่ยังสลบไสลเอาไว้ในอ้อมแขน รอยยิ้มไม่เคยจางหายจากมุมปากของเขาก่อนจะพูดขึ้น

    “กฎข้อที่ 2,314 ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะคืออะไร... พวกเจ้าคงทราบกันดีใช่หรือไม่?”

    ผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดด้วยเสียงหนักแน่น “กฎของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเราน่ะ มีแค่ 100 ข้อเท่านั้น จะไปมีถึงสองพันกว่าได้….”

    ฟิ่ววว!

    ลำแสงสีทองเส้นหนึ่งพุ่งออกมาจากนิ้วของหานหมิง ก่อนจะทะลุผ่านกลางหน้าผากของชายชราอย่างไร้การความปรานีใดๆ เลือดสีแดงสดสาดออกจากร่างที่ไร้หัวพร้อมเสียงของร่างชายชราล้มกระแทกกับพื้นดัง

    ตุ้บ

    เสียงของหานหมิงดังขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ

    “กฎข้อที่ 2,314... ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะก็คือ จงมอบ ชีวิตของพวกเจ้าทั้งหมด... ให้กับข้าผู้นี้”

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน