ย้อนกลับไปไม่นาน
กลุ่มคนหลายพันคนที่อยู่ในชุดสีดำและมีสัญลักษณ์ประหลาดที่หน้าอกกำลังเร่งเดินทางไปให้ถึงยังบริเวณเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยความรู้สึกอันตราย
พวกเขาคือเหล่าคนที่เรียกตนเองว่า“กลุ่มต่อต้านมนุษย์” พวกเขาไม่ใส่ใจในเรื่องของเผ่าพันธุ์ของตนเองทำให้สามารถเห็นทั้งคนที่มีหูสุนัขและหูแมวกำลังเดินปะปนกัน
ที่กึ่งกลางของรูปขบวน ที่นั่นมีกรงที่สร้างจากเหล็กหนาสีดำขนาดใหญ่ด้านในมีเด็กน้อยชาวมนุษย์สองคนที่กำลังจับมือกันและมองไปยังรอบด้านด้วยความหวาดระแวงนั่งอยู่
เป็นฮุ่ยเอ๋อและถังเย่เย่
พวกเธอเป็นสองคนที่ตกลงมาบริเวณใกล้เคียงกันในป่า เด็กน้อยทั้งต้องพยายามเอาตัวรอดด้วยการหาผลไม้และดื่มน้ำจากลำธารแม้ว่าร่างกายของพวกเธอจะเหมือนเด็กที่อายุไม่มากแต่ความแข็งแกร่งนั้นถูกไป่ฟานเซียนใช้โอสถขัดเกลาทุกวันในระหว่างที่พวกเธออาบน้ำ จึงทำให้แม้จะตกอยู่ในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้พวกเธอก็ไม่ใช่แค่เด็กน้อยอ่อนแอ
และแม้ว่าจะมีบางครั้งที่บังเอิญไปพบเจอเข้ากับสัตว์อสูรหน้าตาน่ากลัว แต่ในยามที่พวกเธอตกอยู่ในอันตรายพวกเธอจะรู้สึกว่ามีพลังบางอย่างออกมาปกป้องพวกเธอเอาไว้ทุกครั้ง ขนาดการตกลงมาจากที่สูงขนาดนั้นก็ยังไม่เป็นไร
มันต้องเป็นนายหญิงที่ช่วยพวกเธอเอาไว้แน่ๆ
เด็กทั้งสองคนเน้นอาศัยอยู่ในป่าจึงไม่มีใครสามารถจะเจอตัว และพวกเธอเองก็ยังไม่เคยเจอมนุษย์คนอื่นนอกจากสัตว์ป่าหรือสัตว์อสูรเลย เรียกได้ว่าเป็นโชคไม่ดีที่คนแรกที่พวกเธอเจอกลับเป็นคนจากกลุ่มต่อต้านมนุษย์เสียอย่างนั้น
เขาทั้งหลอกล่อและเกลี้ยกล่อมจนแม้ว่าพวกเธอจะยังระแวงแต่ก็ยอมเชื่อใจ ก่อนที่จะยกพลจำนวนมากมาเพื่อควบคุมตัวเด็กแค่สองคน
พวกเขาทั้งตื่นเต้นและยินดีที่สามารถค้นพบมนุษย์ในยุคสมัยนี้ จนอยากจะป่าวประกาศออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะกับพวกกลุ่มสนับสนุนนั่น พวกเขาอยากให้พวกนั้นรู้สึกราวกับจะอกแตกตายที่มนุษย์ซึ่งพวกเขาทั้งเคารพและสำนึกในบุญคุณกลับมาอยู่ในมือของกลุ่มต่อต้านเช่นนี้
แต่สิ่งที่ทำให้หัวเสียเป็นอย่างยิ่งกลับกลายเป็นว่าพวกเขาไม่สามารถจะทำอันตรายอะไรกับเด็กทั้งสองคนนี้ได้เลย!
ไม่ว่าจะการโจมตีหรือพยายามจะทรมาณหากเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายกับพวกเธอแล้วละก็จะมีพลังงานบางอย่างออกมาจากร่างของทั้งสองคนนั้นมาคอยปกป้องไว้ เหล่ากลุ่มต่อต้านได้แต่มองดูด้วยความอับจนหนทาง
สุดท้ายหลังจากที่ผ่านการตกลงกัน จึงเลือกที่จะใช้อำนาจและพลังของราชินีมังกรในการแก้ปัญหา!
ตามปกติราชินีมังกรจะไม่ออกมาจากรังและอยู่ในสภาวะหลับใหลเพราะยังไม่ถึงช่วงเวลาที่นางจะตื่นขึ้นมาในทุกๆปี แต่ถ้านางรับรู้ถึงตัวตนของมนุษย์ถึงสองคนละก็นางต้องตื่นขึ้นมาด้วยความดุร้ายแน่นอน
แล้วพวกเขาที่เป็นดั่งสาวกที่ภักดีก็ย่อมได้รับสิ่งตอบแทน ทั้งยังได้ทำลายความเชื่อมั่นของศัตรูไปในเวลาเดียวกัน
“ท่านหัวหน้านักบวช...เราเริ่มจะเข้าอาณาเขตของท่านราชินีมังกรแล้วครับ”
ชายคนหนึ่งมีสีหน้าตื่นๆยามที่รายงานเพราะหลังจากนี้มันจะมีอันตรายอยู่ทุกฝีก้าว ส่วนผู้ที่ถูกเรียกว่าหัวหน้านักบวชนั้นคือชายวัยกลางคนที่มีรอยบากอยู่บนใบหน้าเขาเดินอยู่ด้านข้างกรงที่ขังเด็กสาวทั้งสองคนไว้อยู่
“อืม...ระวังด้วยล่ะ นอกจากคนที่ฉันเลือกไว้ที่เหลือถอยไปเฝ้าข้างนอกหุบเขาให้หมด”
เขาหันไปสั่งการ ทำให้ต่อจากนี้จะมีคนประมาณสิบคนเท่านั้นที่ได้ขึ้นไปจนถึงยอดเขา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิบัติเป็นธรรมเนียมยิ่งคนมากก็ยิ่งวุ่นวาย หากท่านราชินีมังกรไม่พอใจขึ้นมามันจะกลายเป็นปัญหา
ปกติจึงมีแค่สิบคนที่มีตำแหน่งสูงที่สุดเท่านั้นที่ได้เข้าไปในพิธี
ขณะเดียวกันฮุ่ยเอ๋อที่อยู่ด้านในกรงแม้จะกลัวแต่ก็ยังต้องทำตัวเข้มแข็ง
“พวกคุณปล่อยเราไปจะดีกว่านะคะ”
ถังเย่เย่เองก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยแล้วพูดเสริมว่า
“ถ้านายหญิงของพวกหนูรู้ละก็จะต้องรีบมาที่นี่แน่!”
คำขู่ของเด็กน้อยไม่ได้ผ่านเข้าหูของหัวหน้านักบวชคนนั้นเลยแม้แต่น้อยเขาหัวเราะออกมาเสียงดังราวกับกำลังฟังเรื่องตลก
“พรรคพวกของพวกเธอไม่มีทางจะมาทันหรอก! พวกเราพึ่งจะปล่อยข่าวออกไปก็ตอนที่เดินทางมาถึงที่นี่แล้ว ต่อให้ได้ข่าวกว่าจะเดินทางมาถึงพวกเธอก็กลายเป็นศพกันหมดแล้วล่ะ!”
เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม เด็กน้อยที่ได้ฟังรู้สึกตัวสั่นขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุสัญชาตญาณของพวกเธอกำลังร้องเตือนว่าบางสิ่งที่อยู่ด้านบนของภูเขานี้มันทั้งแข็งแกร่งและน่ากลัวกว่าที่พวกเธอจะสามารถจินตนาการได้แน่นอน
พวกเขาใช้เวลาสักพักถึงจะมาถึงยอดเขานั่นทำให้ฮุ่ยเอ๋อสามารถเห็นหลุมลึกขนาดใหญ่เหมือนดั่งปล่องภูเขาไฟที่ดับไปแล้ว เธอไม่สามารถมองเห็นพื้นด้านล่างได้แต่แรงสั่นสะเทือนเบาๆที่พุ่งออกมานั้นเหมือนกับว่ากำลังมีสัตว์ร้ายที่กำลังหลับใหลอยู่ที่ข้างล่างนั่น
“วางกรงลง”
กรงที่ขังเด็กน้อยทั้งสองคนไว้ถูกวางลงที่ลานกว้างเบื้องหน้า เหล่าสาวกของกลุ่มต่อต้านมนุษย์ที่ตามมานั้นถอยหลังออกไปนิดหน่อยแล้วนั่งคุกเข่าลง
หัวหน้านักบวชที่มีรอยบากบนใบหน้าเดินตรงไปมันมีบางสิ่งที่คล้ายคลึงกับแท่นพิธีตั้งเอาไว้อยู่
เขาคุกเข่าลงเช่นเดียวกันกับคนอื่น แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า
“ท่านราชินีมังกรที่เคารพพวกเราสาวกของท่านนำของขวัญมามอบให้ขอรับ!”
คำพูดของเขาถ้าเป็นคนอื่นมาได้ยินมาได้ยินจะต้องตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแน่ๆตามปกติไม่มีคนบ้าที่ไหนกล้าที่จะรบกวนการหลับไหลของราชินีมังกร แต่ชายคนนี้นั้นมีทั้งความกล้าและความแค้นอยู่เต็มเปี่ยมทั้งเขายังเคยเผชิญหน้ากับราชินีมังกรมาหลายครั้ง แววตาของเขาจึงไม่มีท่าทีลังเล
“...”
น่าแปลกที่มันไม่มีสิ่งใด้เกิดขึ้น ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุม หัวหน้านักบวชของกลุ่มผู้ต่อต้านขมวดคิ้ว หรือว่าถ้าไม่ใช่ช่วงเวลานั้นของปีท่านจะไม่ยอมตื่นแล้วปรากฏตัวออกมาจริงๆ
“ท่านราชินีมังกรขอรับ?”
เขาตะโกนขึ้นอีกครั้งอย่างลังเล แต่ก็เหมือนกับเมื่อครู่ไม่มีเสียงตอบรับอย่างที่ควรจะเป็นกลับมา
ถ้าเช่นนั้นมันก็อาจจะมีปัญหาแล้ว
เพราะข่าวลือเรื่องนี้มันเริ่มแพร่กระจายออกไป กลุ่มคนที่สนับสนุนมนุษย์พวกนั้นเองก็เริ่มเคลื่อนไหว อีกไม่นานที่หุบเขาแห่งนี้ต้องเต็มไปด้วยผู้คนแน่ๆ
ขณะที่พวกเขายังไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกันต่อไปเด็กน้อยสองคนที่เห็นโอกาสที่จะหลบหนีก็หันมาพยักหน้าให้กัน พวกเธอสองคนที่ไม่ได้ถูกพันธนาการเพราะคิดว่าเป็นแค่เด็กจับมือกันแล้วตัดสินใจจะฝ่าออกไปหรือไม่ก็หลบหนีเข้าไปในป่า!
แม้ว่าพวกเขาจะมีจำนวนมากมายกว่าพันคนแต่นั่นมันคือก่อนหน้านี้ พวกเขาถูกสั่งให้เฝ้าอยู่ด้านล่าง
คนที่อยู่ตรงนี้มีแค่สิบคน
และพวกเขาบางคนก็ไม่ได้มีตำแหน่งสูงเพราะความแข็งแกร่ง ถ้าวัดกันแค่ร่างกายเฉยๆฮุ่ยเอ๋อคิดว่าเธอยังเหนือกว่าบางคนด้วยซ้ำ
ที่ต้องระวังนั้นจึงมีเพียงไม่กี่คน พวกเธออาศัยจังหวะที่กลุ่มคนที่ดูเหมือนจะมีพลังมากที่สุดกำลังสุมหัวเพื่อพูดคุยกันอยู่ร่วมมือกันโจมตีไปยังลูกกรงที่ทำจากเหล็ก
ลมปราณของถังเย่เย่นั้นพัฒนาไปจนถึงจดสูงสุดของขั้นรวมปราณแล้ว ไม่คาดคิดว่าในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานมันจะสามารถทะลวงไปสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างราบรื่น!
ฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณที่เย็นเยียบของเธอปะทะเข้ากับลูกกรงดังเปรี้ยง!
ก่อนที่ฮุ่ยเอ๋อจะสูดลมหายใจแล้วเคลื่อนไหวด้วยท่วงท่าที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เท้าของเธอถ่ายเทน้ำหนักทั้งร่างกายและเหนี่ยวนำกระแสพลังจากพื้นโลกขึ้นมาสู่ขา เอว หน้าอก และเวียนไปจนถึงหมัดขวา หมัดเล็กๆของเธอเหวี่ยงเข้าไปปะทะในจุดเดียวกัน เด็กน้อยรู้สึกว่าการโจมตีของตนถูกเสริมพลังจากภายนอก แค่เพียงการปะทะกันเบาๆลูกกรงเหล็กพวกนั้นก็กระเด็นหักกระจัดกระจาย!
ชายหนุ่มที่รับหน้าที่ในการเฝ้าพวกเธอตาโตเป็นไข่ห่าน
“เด็กสองคนนั่นกำลังจะหนี!”
ที่แล้วมาพวกเขาคิดว่าพวกเธอเป็นเด็กน้อยธรรมดาที่แข็งแรงกว่าปกติเท่านั้น นั่นเพราะว่าหากมีอันตรายมันก็จะมีบางสิ่งคอยปกป้องพวกเธอเอาไว้ เขาไม่คิดว่าทั้งสองคนจะมีพลังซ่อนเอาไว้ร้ายกาจขนาดนี้!
ทั้งถังเย่เย่และฮุ่ยเอ๋ออาศัยจังหวะนั้นรีบพุ่งเข้าไปในป่า ระหว่างทางก็มีชายคนหนึ่งที่มีพลังทัดเทียมกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบเคลื่อนกายมาขวางเอาไว้
“จะหนีไปไหน!”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมสำหรับเขาที่ถูกสอนมาให้เกลียดชังมนุษย์แล้วถึงจะเป็นเด็กแต่ชายคนนี้ก็ไม่มีท่าทีสงสาร
เขาลงมืออย่างเต็มกำลังขวานขนาดใหญ่เหวี่ยงเข้าใส่ถังเย่เย่อย่างไร้ปราณี
แต่วินาทีที่ขวานจะกระทบกับร่างของเด็กน้อยก็มีกระแสพลังบางอย่างพุ่งออกมาจากร่างมันรับการโจมตีจากขวานของเขาไว้จนชายหนุ่มต้องเซถลา เขาลืมไปได้อย่างไรว่าเด็กสองคนนี้มีการปกป้องจากบางอย่างที่น่ารำคาญอย่างยิ่งนั่น!
เพราะพึ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ถังเย่เย่จึงยังไม่คุ้นชินกับพลังปราณที่ไหลทะลักออกมาจากในร่างเธอเริ่มควบคุมให้มันไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกายทั้งยังควบรวมไปเน้นเฉพาะที่ขาทั้งสองข้างเป็นพิเศษ
สิ่งที่เธอทำมันคือการใช้พลังปราณเสริมพละกำลังอย่างที่ระดับผู้ฝึกยุทธ์นั้นชอบทำกัน
และนั่นทำให้เธอสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นแค่ครู่เดียวขาสั้นๆนั่นก็วิ่งปรู๊ดไปจนใกล้จะถึงชายป่าแล้ว
แต่กับฮุ่ยเอ๋อนั้นแตกต่างกัน เด็กคนนี้ยังไม่มีแม้แต่พลังปราณในร่าง สิ่งที่เธอทำได้คือการใช้พละกำลังของตัวเองผสานกับการเคลื่อนไหวแบบแปลกๆที่เธอเริ่มจะเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆเท่านั้นเอง
ทำให้ก่อนจะรู้ตัวอีกทีฮุ่ยเอ๋อก็ถูกชายที่ได้ชื่อว่าหัวหน้านักบวชคนนั้นตามทันเสียแล้ว
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังที่รุนแรงจนถึงระดับจอมยุทธ์พลุ่งพล่านออกมาจากร่าง
“อย่าคิดว่าจะหนีไปได้!”
หมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังของเขาต่อยเปรี้ยงเข้าไปกลางหลังของฮุ่ยเอ๋อโดยไม่ปราณีร่างเล็กๆนั้นกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ที่อยู่ไกลจนถังเย่เย่ต้องรีบววิ่งไปช่วยด้วยความเป็นห่วง
แต่เพราะเจตจำนงของไป่ฟานเซียนยังคงปกป้องอยู่ฮุ่ยเอ๋อจึงเหมือนแค่หกล้มจนร่างกายสกปรกนิดหน่อยเท่านั้น เด็กน้อยไม่ปรากฏบาดแผลใดๆบนร่างเลยสักจุด
“ฮึ่ม! น่ารำคาญเหลือเกิน”
เขาสบถอย่างหงุดหงิดก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเด็กน้อยทั้งสองเพื่อหวังจะจับตัวพวกเธอไว้อีกครั้ง
ไม่ว่ายังไงก็ปล่อยให้เด็กสองคนนี่หนีไปไม่ได้!
กลุ่มของผู้ต่อต้านเริ่มล้อมพวกเธอเอาไว้ตรงกลางถังเย่เย่มีสีหน้ากังวลนิดหน่อยผิดกับฮุ่ยเอ๋อที่พยายามสูดลมหายใจเข้าไปอย่างใจเย็น
ตูม!
หมัดขวาของหัวหน้านักบวชพุ่งเข้ามาถูกเธอหลบไปได้แต่แรงลมปะทะนั้นทำให้เธอกระเด็นไปด้านข้างฮุ่ยเอ๋อม้วนตัวแล้วยืนลงกับพื้นอย่างมั่นคง ในระหว่างนั้นถังเย่เย่ก็กำลังรับมือกับการโจมตีของผู้ต่อต้านคนอื่นอยู่
ฟุ่บ!
คราวนี้ฮุ่ยเอ๋อสามารถหลบได้อย่างหมดจดสมาธิของเธอกำลังเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจของเธอนั้นช้าลงและช้าลงเรื่อยๆ
จนมันแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกับสภาพแวดล้อม
เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดสายตาของเธอจับจ้องไปที่การโจมตีของหัวหน้านักบวชที่เข้ามาเป็นชุด
ในครั้งแรกๆเธอมีผิดพลาดจนโดนโจมตีกระเด็นไปบ้าง แต่เพราะมีพลังของไป่ฟานเซียนคอยช่วยเหลือทำให้เธอไม่บาดเจ็บ เด็กน้อยกำลังทำเหมือนกับว่าฝึกซ้อมอยู่อย่างไรอย่างนั้น เธอกำลังพัฒนาขึ้นในทุกกระบวนท่าที่กำลังเคลื่อนไหว
หัวหน้านักบวชกำลังประหลาดใจในตอนแรกเขาสามารถโจมตีโดนเด็กคนนี้ได้สบาย แต่ยิ่งนานขึ้น นานขึ้นเขากลับพึ่งมารู้ตัวว่าการโจมตีของเขาถูกเด็กคนนี้หลบหรือไม่ก็เบี่ยงออกไปได้จนหมด!
นี่จึงจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อฮุ่ยเอ๋อและดีต่อเธอจริงๆ!
ที่แล้วมาเพราะเป็นการฝึกซ้อมทำให้ฮุ่ยเอ๋อไม่ได้รับความรู้สึกกดดันเพียงพอ เมื่อได้สัมผัสกับการต่อสู้จริงแบบนี้เข้าจึงทำให้เธอสามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว!
เปรี้ยง!
หมัดเล็กๆของเด็กน้อยอยู่ๆก็เคลื่อนไหวอย่างสวยงามมันซัดเข้าไปที่ใบหน้าของหัวหน้านักบวชผู้นั้นโดยที่ดวงตาของเขายังคงเบิกกว้างเพราะความตกใจอยู่!
ฮุ่ยเอ๋อเองก็พลันได้สติขึ้นมาเช่นเดียวกัน
เด็กน้อยมองหมัดของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะสามารถรับมือกับการต่อสู้กับตัวตนระดับจอมยุทธ์ได้อย่างสูสีแบบนี้
ถึงส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะการปกป้องของนายหญิงก็เถอะไม่งั้นเธอคงลงไปกองและลุกไม่ขึ้นตั้งแต่ที่รับหมดแรกของเขาเข้าไปแล้ว
...หรือว่าสภาวะนี่จะเป็น“ปรมัตถ์” ?
เมื่อครู่นี้ฮุ่ยเอ๋อรู้สึกเหมือนกับว่าสติของตัวเองกำลังล่องลอย สิ่งที่เธอสนใจมีเพียงร่างกายของตนและคู่ต่อสู้ตรงหน้า มันเป็นเหมือนกับสภาวะพิเศษที่ทุกการเคลื่อนไหวในร่างกายจะถูกเชื่อมต่อถึงกัน ทั้งยังสามารถดึงพลังจากสภาพแวดล้อมเข้ามาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ถ้าไป่ฟานเซียนมาเห็นย่อมต้องประทับใจ
เพราะเด็กน้อยนี่ข้ามผ่านหลักการของปรมัตถ์ในขั้นหนึ่งมาได้เร็วกว่าที่นางคิดเสียอีก!