จ้าวหลีเหว่ยเพิ่งเคยรู้จักว่าการรอคอยนั้นเป็เช่นไร ขณะที่กำลังมองข้อมือบางปลดผ้าคลุมหน้าออกนั้นพลันดวงตาคู่คมก็เหลือบเห็นบางอย่าง ชายหนุ่มซัดอาวุธแล้วะโเตือนเด็กสาวทันที
“ระวัง!!...”เสียงปริศนาที่ดังออกมาทำให้ หยินน่าชะงักมือทั้งสอง แล้วหันไปมองด้านหลังตามสัญชาตญาณเช่นเดียวกับลี่ตง ที่หันกลับมามองท่านหญิงของนาง
“ว้าย!!ท่านหญิง”สิ่งที่ปรากฏอยู่ในดวงตาของลี่ตงตอนนี้คือบุรุษปริศนาที่ยืนห่างจากท่านหญิงเพียงหนึ่งจั้ง(1จั้ง ประมาณ 3.33 เมตร)ไวเท่าความคิดร่างท้วมของลี่ตงวิ่งเข้าไปยืนขวางไม่ให้บุรุษผู้นั้นเข้ามาใกล้ท่านหญิงของนางได้ ลี่ตงใช้ร่างหนาของนางยืนบังท่านหญิงไว้จนมิดแล้วเงยหน้ามองบุรุษที่อุกอาจจะเข้าใกล้ท่านหญิง
“หยุด...หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!เ้าเป็ใครกัน จะทำอะไรท่านหญิงของข้า” แม้จะไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย แต่เมื่อมองสบเข้าไปในแววตาคมลึกที่เปี่ยมไปด้วยไอสังหารคู่นั้นก็อดที่จะทำให้ลี่ตงสั่นกลัวไม่ได้ ถึงแม้ว่านางจะต้องตายนางก็จะปกป้องท่านหญิงไว้ด้วยชีวิตของนางเอง
ไม่มีคำตอบและการเคลื่อนไหวใดๆจากคนตรงหน้า ลี่ตงจึงฉุกใจคิดขึ้นมา แล้วมองดูอีกครั้งก็พบว่าสายตาของคนตรงหน้าไม่ได้มองมาที่พวกนางลี่ตงจึงหันไปมองตามสายตาของบุรุษผู้นั้นและก็เห็นท่านหญิงมองที่ต้นไม้ใหญ่และสิ่งที่อยู่บนต้นไม้ใหญ่คือมีดเล่มเล็กปักตรึงร่างของแมงมุมสีน้ำตาลตัวใหญ่ที่ตอนนี้ขาทั้งแปดยังขยับไหวไปมา แม้ลำตัวจะถูกตรึงไว้ด้วยมีดเล่มเล็กก็ตาม
“ว้ายท่านหญิงระวังเ้าค่ะ!” ด้วยความใกับขนาดตัวที่ใหญ่ของแมงมุมตรงหน้าและการไม่ทันระวังตัวของหยินน่า เด็กสาวก็ถูกลี่ตง คว้าร่างบางเหวี่ยงให้หลบไปทางด้านหลังโดยที่ลี่ตงอาจจะลืมไปว่า ด้านหลังของพวกนางนั้นมีคนแปลกหน้ายืนอยู่
เพราะอาการลนลานตื่นตระหนกของหญิงรับใช้ทำให้ร่างบางของหยินน่าที่โดนเหวี่ยงออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเพียงชั่วเวลาพริบตาเดียวเด็กสาวก็เซล้มไปทางด้านหลังร่างสูงของชายหนุ่มก็โผเข้ารับร่างบอบบางของเด็กสาวไว้ทันที
ชั่วขณะที่ร่างเล็กบางของเด็กสาวตกอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของบุรุษแปลกหน้าดวงตาสีนิลคมลึกใต้ผ้าคลุมได้มีโอกาสเห็นดวงตากลมโตสีน้ำตาลของเด็กสาวในระยะประชิดเช่นนี้
ก่อนที่จะมีใครได้ทันตั้งตัวร่างสูงก็ตวัดโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมอกด้วยมือเพียงข้างเดียวส่วนมืออีกข้างก็พุ่งออกไปปะทะกับฝ่ามือปริศนาที่พุ่งเข้ามา
“เ้าคนชั่วปล่อยท่านหญิงของข้าเดี๋ยวนี้นะ!”
“ลี่ชิว!..”
“พี่ลี่ชิว!”หยินน่าและลี่ตงหันไปมองคนที่เข้ามาและตั้งท่าจะต่อสู้กับบุรุษที่ยังโอบกอดเด็กสาวไว้ในอ้อมกอดอยู่เมื่อหายใหยินน่า ก็รีบเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดของชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วแล้วรีบเข้าไปห้ามลี่ชิวที่เตรียมจะสู้กับชายคนนี้
จ้าวหลีเหว่ยรู้สึกไม่อยากปล่อยร่างบางนุ่มนิ่มในอ้อมกอดไป แม้จะรู้ว่าถ้าใครมาเห็นเข้าจะทำให้นางดูเป็สตรีไม่ดีในสายตาของคนอื่นก็ตามชายหนุ่มรู้ดีว่าเขาสามารถปกป้องชื่อเสียงของนางได้ แต่มันยังไม่ถึงเวลาตอนนี้เขาจำต้องปล่อยนางออกไปจากอ้อมกอดตนไปก่อนความรู้สึกวูบโหวงชาวาบ แล่นไปทั่วร่างเมื่อหญิงสาวผละตัวออกไปทำให้ดวงตาคู่คมมองไปที่ฝ่ามือของตน ก็เห็นรอยแดงเล็กที่ยังปรากฏอยู่กลางฝ่ามือและภาพสุดท้ายที่ชายหนุ่มได้เห็นก็คือ สตรีทั้งสามวิ่งเข้ามาหาเขา
หยินน่ารีบเข้าไปห้ามลี่ชิว ก่อนที่นางจะลงมือทำอะไรที่รุนแรงกว่านี้ด้วยการที่ต่างฝ่ายไม่รู้จักกัน และไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างซึ่งอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันได้อย่างเช่นตอนนี้ ที่ลี่ชิวคิดว่าชายหนุ่มแปลกหน้าจะทำร้ายนางแต่แท้ที่จริงแล้วชายหนุ่มต่างหากที่เป็คนช่วยนางไว้เช่นเดียวกับลี่ตง ก็รีบเข้ามาห้ามลี่ชิวเช่นกัน
“หยุดก่อนพี่ลี่ชิวท่านเข้าใจผิดแล้ว”
“ใช่ลี่ชิวเ้ากำลังเข้าใจผิดนะ”
“เข้าใจผิดอะไรลี่ตงก็เห็นอยู่ว่าเ้าคนต่างถิ่นผู้นี้กำลังล่วงเกินท่านหญิง”
“ไม่....ไม่ใช่นะพี่ลี่ชิวคนผู้นี้เขาช่วยชีวิตข้าไว้ต่างหาก” หยินน่าอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นพร้อมใบหน้านวลปรากฏริ้วสีแดงขึ้นมา เมื่อนึกถึงสาเหตุที่ตนไปอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษแปลกหน้าส่วนลี่ตงก็ชี้มือไปที่ตัวต้นเหตุของเื่ทั้งหมด
ลี่ชิวฟังที่ท่านหญิงและลี่ตงพูดก่อนจะหันไปมองตัวต้นเหตุที่ตอนนี้ ขาทั้งแปดหยุดขยับไปมาเพราะได้ตายไปแล้วนั่นเองเมื่อเข้าใจทุกอย่าง ลี่ชิว หยินน่าและลี่ตงก็มองอาวุธบนมือบางของลี่ชิวก่อนที่จะหันไปมองบุรุษผู้ที่ช่วยชีวิตหยินน่าเอาไว้ด้วยแววตาที่ตื่นตะลึงแล้วทั้งสามคนก็รีบวิ่งเข้าไปรับร่างสูงที่กำลังเซล้มลงพื้นอย่างทุลักทุเล
................................................
......................................
เรือนรับรอง
“อืม......”จ้าวหลีเหว่ยยกมือขึ้นคลึงขมับของตนที่คล้ายจะยังมึนงง สติไม่แจ่มชัดแล้วหยัดกายลุกขึ้น ทำให้เส้นผมสีกาน้ำแผ่สยายราวม่านน้ำตกยามราตรีปิดบังใบหน้าคมสันจากสายตาคนมองข้ารับใช้คนสนิทอย่างซงฉีรีบเข้าไปหยิบหมอนหนุนใบใหญ่มาวางรองไว้ด้านหลังของชายหนุ่มให้ได้พิงทันทีจ้าวหลีเหว่ยยังคงคลึงขมับไปมาแล้วค่อยๆ เอนหลังพิงหมอน ร่างสูงหายใจลึกๆสองสามครั้งก่อนลืมตาขึ้นมา เผยให้เห็นดวงตาสีนิลคมลึกที่เหลือบมองไปยังคนสนิทของตน
“ข้าหมดสติไปนานแค่ไหน”
“เอ่อถ้านับั้แ่ที่พวกข้าหาท่านชายพบก็จนถึงตอนที่ท่านชายฟื้นขึ้นมาก็ประมาณหนึ่งชั่วยามขอรับ”(1 ชั่วยามเท่ากับ 2 ชั่วโมง)
“เฮ่อ......แล้วระหว่างนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง”เมื่อไม่ได้ยินคำตอบใดๆ จากคนสนิทชายหนุ่มก็หันไปมองแล้วพบว่าของสามสิ่งที่วางบนถาดถูกยื่นส่งมาให้
“ตอนที่พวกข้าหาท่านชายพบท่านชายก็นอนหมดสติอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ บนร่างมีขวดยาและจดหมายฉบับนี้ผูกติดไว้แล้วก็....แล้วก็....” เมื่อเห็นคนสนิทพูดจาติดขัดต่างจากปกติใบหน้าคมสันจึงเงยขึ้นมอง ส่งผลให้ คนสนิทรีบเปิดปากบอกทันที
“แล้วก็ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้วางปิดใบหน้าของคุณชายขอรับ”
จ้าวหลีเหว่ยนิ่งงั้นไปชั่วครู่ก่อนจะหยิบของทั้งหมดมาดู จดหมายหนึ่งฉบับ ขวดยาใบเล็กหนึ่งใบผ้าเช็ดหน้าของสตรีหนึ่งผืน ในห้วงความคิดพลันปรากฏใบหน้าเล็กจ้อยของใครบางคนขึ้นมาชายหนุ่มรีบคลี่จดหมายขึ้นอ่านทันทีเนื้อหาด้านในมีเพียงคำขอบคุณและขออภัยที่สาวใช้ของนางล่วงเกินเขาและอธิบายถึงยาที่อยู่ภายในขวดชายหนุ่มคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่จะยื่นส่งขวดยาใบเล็กให้คนสนิทของตน
“นี่คือยาจิ่วเว่ย์เชียงหัวทัง ที่ถูกทำเป็เม็ดเ้านำไปให้อาหูองครักษ์ของท่านพ่อตรวจสอบถ้ายาขวดนี้ปลอดภัยเอาไว้ให้ท่านพ่อทานตอนอาการกำเริบบอกเขาว่ายาตัวนี้ข้าเป็คนส่งมา”
“ไม่ใช่ว่ายาจิ่วเว่ย์เชียงหัวทังต้องนำมาต้มก่อนไม่ใช่หรือขอรับ”เพราะตนก็อยู่ที่แผงขายสมุนไพรเช่นกัน จึงได้ยินที่เ้าของแผงพูดทุกคำ”
“เ้าหมอปลอมนั่นเชื่อถือไม่ได้ไม่ต้องพูดมาก เ้าออกไปได้แล้ว”
“ขอรับคุณชาย”
เมื่อซงฉีออกไปจากห้องชายหนุ่มก็หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนบางคลี่ออกพลันได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของยาสมุนไพรโชยมาจ้าวหลีเหว่ยจึงยกผ้าขึ้นมาดมใกล้ๆ กลิ่นหอมเย็นสดชื่นโชยออกมา ทำให้อาการมึนศีรษะของชายหนุ่มบรรเทาลงไปมากแต่เมื่อนำผ้าเช็ดหน้าออกห่างถึงแม้ว่าอาการมึนจะทุเลาลงไปแล้วบางส่วนแต่ก็ไม่ดีเท่าตอนที่ได้กลิ่นหอมเย็นที่จากผ้าผืนนี้จ้าวหลีเหว่ยนิ่งคิดเพียงครู่ก่อนจะหยิบจดหมายของเด็กสาวขึ้นมาอ่านท่อนสุดท้ายอีกครั้ง“หวังว่าท่านจะใช้ผ้าผืนนี้” นี่ไม่ใช่ประโยคที่สตรีนิยมส่งของกำนัลเพื่อบุรุษหวังเชื่อมสัมพันธ์ฉันหนุ่มสาวแต่ที่นางมอบผ้าผืนนี้ให้ เพราะผ้าผืนนี้มีคุณค่ามากกว่านั้น
“เมื่อเราได้พบกันอีกครั้งเ้าจะยังจำข้าได้หรือไม่”ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงวันพรุ่งนี้ที่จะได้พบนางอีกครั้งในฐานะคู่หมั้นไม่ใช่บุรุษแปลกหน้าที่ช่วยชีวิตนางไว้
..............................................................
ก๊อก ก๊อกก๊อก
“เข้ามา”
“เรียนท่านชายท่านอ๋องให้มาแจ้งว่าวันนี้ยามอู่ (เวลา 11.00 น. จนถึง 12.59น.) ชานหยูเตียโถ่มั่วเกาและนายหญิงใหญ่ฟูอัน จะมาเข้าพบเพื่อคุยเื่งานหมั้นหมายที่จะประกาศในงานเลี้ยงเย็นวันนี้ขอรับ”ซงฉี แจ้งข่าวตามที่ได้รับมอบหมาย
“อืมแล้วท่านพ่อ ได้ทานยาที่ข้าส่งไปให้หรือไม่”
“ทานแล้วขอรับแล้วอาการก็ดีขึ้นกว่าตอนทานยาต้มมากนัก ท่านหมอยังถามข้าน้อยมาด้วยว่าท่านชายนำยาขวดนี้มาจากที่ใดขอรับ”
“ตอนนี้ท่านพ่ออยู่ที่ใด”
“ท่านอ๋องทรงอยู่ในห้องหนังสือขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปพบท่านพ่อก่อนแล้ว พวกเ้าเตรียมตัวกันให้พร้อม”
“ท่านชายจะไปที่ใดหรือขอรับ”
“ข้าจะไปที่เผ่าหรวนตี้”
จ้าวหลีเหว่ยเข้ามาพบบิดาแล้วเล่าถึงเื่ราวขอยาที่ได้มาในครั้งนี้รวมถึงการยินยอมหมั้นหมายของชายหนุ่มและท่านหญิงแห่งเผ่าหรวนตี้
ครั้นท่านอ๋องได้ทราบที่มาของยาและสตรีที่ทำให้บุตรชายของตนยอมหมั้นหมายแต่โดยดีต่างจากครั้งแรกที่อีกฝ่ายปฏิเสธการหมั้นหมายในครั้งนี้ ก็ทำให้ท่านอ๋องคลายใจแต่ก็มีเื่ที่สงสัยอยู่เช่นกันเพราะจากการที่ให้คนไปสืบมาท่านหญิงแห่งเผ่าหรวนตี้ไม่ได้มีความสามารถด้านการรักษาแต่มีความสามารถที่สตรีทั่วไปพึงมีเท่านั้น หรือว่าคนของเขาจะสืบมาไม่หมด
ก๊อก ก๊อกก๊อก
ขณะที่ท่านอ๋องจ้าวหยางหลีและท่านชายจ้าวหลีเหว่ยปรึกษาเื่การหมั้นหมายในครั้งนี้ อาหูองครักษ์ของท่านอ๋องจ้าวหยางหลีก็นำข่าวจากพิราบสื่อสารของอ๋องแดนใต้จ้าวหยางชวีส่งข่าวว่าทหารเผ่าตงหูมีการเคลื่อนไหวผิดปกติเกิดขึ้นจึงขอให้ท่านชายจ้าวหลีเหว่ยพาทหารส่วนหนึ่งไปเป็กำลังเสริมโดยด่วน
“หลีเว่ยเ้ามีความเห็นเช่นไรบ้าง กับเื่เดินทัพ”
“เรียนท่านพ่อข้าคิดว่าจบเื่หมั้นหมายแล้วจะรีบเดินทางกลับทันทีเพราะยังมีเื่ให้ต้องเตรียมการหลายอย่าง
“อืม..ถ้าเช่นนั้นจบเื่วันนี้ พรุ่งนี้พวกเราทั้งหมดก็เดินทางกลับกันเถอะ”
“ไม่ได้นะขอรับท่านพ่อยังป่วยอยู่ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของลูกเอง ท่านพักรักษาตัวให้หายก่อนค่อยเดินทางกลับก็ยังไม่สาย”
“ฮ่าฮ่า ฮ่าไม่เป็ไรเพราะยาที่เ้าให้มา ทำให้อาการป่วยของข้าทุเลาลงอย่างมากทีเดียว”
“แต่ถึงอย่างนั้นข้าว่า..”
“พอพอได้แล้ว ข้าบอกว่าจะกลับก็คือกลับ เ้าไม่ต้องโต้แย้งใดๆ ทั้งนั้น”
“ขอรับ”
ยามอู่(เวลา 11.00 น. จนถึง 12.59น.)
“เรียนท่านอ๋องชานหยูเตียโถ่มั่วเกาและนายหญิงใหญ่ฟูอัน มาแล้วขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นพวกเ้าเชิญแขกให้ที่ห้องรับรองเถอะเดี๋ยวข้าจะตามไป”
“ขอรับ”
“ท่านพ่อถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวไป สั่งงานก่อนขอรับ เมื่อเสร็จแล้วข้าจะตามไป”
“อืมอย่าช้าละ”
“ขอรับ”
“ท่านหญิงดูที่สวนดอกไม้ซิเ้าคะมีดอกไม้งดงามมากมายยิ่งนัก อีกทั้งเรือนรับรองแห่งนี้ช่างงดงามขนาดเรือนรับรองยังใหญ่โตงดงามขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจวนท่านอ๋องจะใหญ่โตงดงามขนาดไหน”
“ท่านหญิงดูทางนี้เร็วมีบ่อปลาด้วย”เสียงสาวใช้ดังก้องไปทั่ว เพื่อชักชวนนายของตนให้มาชมความงดงามด้วยกันเรียกความสนใจจากนางกำนัลและองครักษ์ที่เดินไปมาหันไปมองรวมทั้งร่างสูงของจ้าวหลีเหว่ย ก็หยุดยืนมองเช่นกัน
ภาพดรุณีน้อยใบหน้าพริ้มเพราแต่งกายตามแบบของสตรีเผ่าหรวนตี้อย่างงดงามปรานีต ค่อยๆเดินอย่างไม่เร่งรีบเข้าไปหาสาวใช้ของนางก่อนจะชี้ชวนกันดูปลาในสระอย่างสนุกสนาน ช่างเป็ภาพที่งดงามสบายตาแต่ว่างเปล่าในความรู้สึกของชายหนุ่ม
ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะเดินจากไปก็มีเสียงเรียกดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“ท่านหญิงหยินฮู”หัวหน้านางกำนัลประจำเรือนรับรองเดินออกมาเพื่อพาสาวน้อยตรงหน้าไปเข้าเฝ้าท่านอ๋อง ก่อนจะเหลือบเห็นท่านชายนางจึงหันกลับไปทำความเคารพ
“คารวะท่านชายเ้าค่ะ”
“อืมซงฉีพวกเราไปที่คอกม้ากันเถอะ”
“ขอรับ”
“ท่านหญิงหยินฮูเชิญตามข้าน้อยมาเ้าค่ะ”
ขณะเดินตามหัวหน้านางกำนัลหยินฮูนึกถึงคำเรียกนามบุรุษแปลกหน้าผู้นั้นได้อย่างชัดเจน ท่านชายภายในจวนอ๋องนั้น ผู้ที่จะถูกเรียกว่าท่านชายมีเพียงคนเดียวพอนึกถึงตอนที่ตนลอบมองร่างสูงที่กำลังเดินจากไป ใบหน้าคมสันหล่อเหล่าแววตาลึกล้ำคมกริบดุจกระบี่ รอบกายที่แผ่กลิ่นอายสูงศักดิ์ออกมาเมื่อคิดพวงแก้มและใบหน้าพริ้มเพราของหยินฮูก็ร้อนวูบขึ้นมา
บนรถม้า
“ิลู่เมื่อกลับถึงเผ่าแล้วเ้าช่วยหยินฮูเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนนี้ด้วยคืนนี้เป็งานสำคัญผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาดเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจเ้าค่ะนายหญิงไม่ต้องกังวลไป”
“ท่านแม่ท่านคิดว่าท่านชายจะชอบข้าหรือไม่เ้าค่ะ”
“ท่านชายต้องชอบเ้าอยู่แล้วเพราะท่านอ๋องบอกเองว่า ท่านชายตอบตกลงที่จะหมั้นกับบุตรสาวชานหยูแห่งเผ่าหรวนตี้ด้วยตัวเองบุตรสาวของบิดาเ้า นอกจากเ้าแล้วจะเป็ใครไปได้อีกเหล่า”
รอยยิ้มเขินอายของหยินฮูค่อยๆเลือนหายไปเมื่อนึกถึงใครบางคนขึ้นคน “หยินน่า หยินน่า เหล่าเ้าค่ะท่านแม่ท่านลืมนางไปแล้วหรือ”
ใบหน้ายิ้มแย้มดีใจเื่คู่ครองของบุตรสาวหายไปจากใบหน้าของนายหญิงใหญ่แห่งเผ่าหรวนตี้เมื่อได้ยินชื่อของเด็กสาวที่นางไม่ค่อยได้พบเจอมากนัก ั์ตาคมดุของฟูอันก็ปรากฏแววเคียดแค้นขึ้นมา
“สิ่งใดที่จะอาจจะเป็การทำลายความสุขของเ้าแม่จะกำจัดมันให้สิ้นซากก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
“แล้วท่านพ่อเล่าเ้าคะ”
“ไม่ต้องกลัวท่านพ่อของเ้าจะไม่มีวันรู้เื่นี้แน่นอน”
ท่ามกลางเสียงร้องเพลงเฉลิมฉลองแววตาคู่คมมองข้ามการแสดงตรงหน้า เพ่งมองไปยังร่างบอบบางของดรุณีในดวงใจที่นั่งเคียงข้างมารดาของนางบนใบหน้าของทั้งสองมีผ้าปิดบังไว้เช่นเดียวกันหลังจากประกาศการหมั้นหมายอย่างเป็ทางการ ก็ทำให้จ้าวหลีเหว่ยรู้ว่าตนเองพลาดเพราะใจร้อนไม่ฟังข่าวที่คนสนิทของตนไปสืบมาให้ครบถ้วนเสียก่อน ทำให้คิดไปเองว่าพวกนางเป็คนเดียวกันจนเมื่อรู้ความจริงเมื่อคู่หมั้นของเขาปรากฏตัวขึ้นมานั่งเคียงข้างกันตอนนี้เขาไม่มีเวลาแก้ไขในเื่นี้เพราะศึกที่กำลังจะเกิดขึ้น เพียงได้แต่คิดว่าเขาต้องรีบกลับมาให้ไวที่สุดเพื่อมาแก้ไขเื่นี้โดยเร็วก่อนที่จะมีใครหมายปองนางเช่นเดียวกับเขา
การกระทำของบุรุษข้างกายไม่สามารถรอดพ้นสายตาที่มองตามอย่างหยินฮูไปได้ ความริษยาเกลียดชิงชังที่มีให้บุตรสาวอีกคนของบิดาเพิ่มขึ้นมามากมายนัก มารดาของหยินน่าแย่งท่านพ่อไปจากท่านแม่ของนางและคราวนี้กลายเป็คู่หมั้นของนางก็กำลังจะถูกหยินน่าแย่งชิงไปเช่นกันไม่ได้นางยอมให้เกิดเื่เช่นเดียวกับท่านแม่ของตนไม่ได้เหมือนเมื่อครั้งที่ท่านแม่เคยกล่าวไว้ ต้องทำลาย ต้องกำจัดให้สิ้นซาก ก่อนที่อะไรจะสายเกินไป