วาดชีวิต ลิขิตชะตา #เกิดใหม่ครั้งหน้า ขอข้าเป็นนางเอก [Ebook เล่ม 7 เล่มจบออกแล้วจ้า)

    บทที่ 39  สตรีวัยกลางคน

    เมื่อพร้อมออกเดินทางแล้ว เสิ่นเชียนเกอจึงเดินนำเหลียงเฉินขึ้นรถม้าของเสิ่นฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งจอดเทียบอยู่หน้าประตูรั้ว จากนั้นรถม้าก็เคลื่อนตัวไปยังคฤหาสน์นอกเมืองหลวง ตำหนักของเทียนหยวนจ่างกงจู่ สถานที่ที่ใช้จัดงานเลี้ยงอย่างรวดเร็ว


    คฤหาสน์ที่ใช้จัดงานเลี้ยงนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก นั่งรถม้าเพียงครึ่งชั่วยามก็ถึงที่หมาย


    ขึ้นชื่อว่าตำหนักของจ่างกงจู่ก็ย่อมมีพื้นที่กว้างขวางใหญ่โต ตัวตำหนักโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ ขุนเขาป่าไม้และสายธาร พื้นที่โล่งว่างโดยรอบล้วนเป็นที่ดินที่ซึ่งเป็นที่ตั้งคฤหาสน์ของปรมาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในศาสตร์ด้านต่าง ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นการตรวจสอบก่อนเดินทางเข้าสู่พื้นที่ภายในจึงค่อนข้างเข้มงวด ทันทีที่ล่วงสู่เขตเคหสถานก็จะมีทั้งนางกำนัลและขันทีคอยตรวจดูป้ายแสดงสถานะและจดหมายเชิญเพื่อป้องกันไม่ให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญแฝงตัวเข้ามาก่อความวุ่นวายในงานหรือก่ออันตรายแก่ผู้คนในงานได้


    ยามที่เสิ่นเชียนเกอเดินทางมาถึงพื้นที่ตำหนักนั้น เสิ่นฮูหยินก็ได้พาบุตรชายและบุตรสาวทั้งสองเข้าไปภายในแล้ว เสิ่นเชียนเกอมาถึงงานเลี้ยงค่อนข้างสาย เมื่อได้รับการตรวจจดหมายเชิญและตราประทับเสร็จเรียบร้อย รถม้าคันน้อยที่นางนั่งก็แล่นล่วงเข้าสู่สถานที่จัดงาน 


    เมื่อเดินทางมาถึงด้านหน้าประตูรั้วใหญ่เสิ่นเชียนเกอก็พบว่ามีรถม้าจากจวนตระกูลต่าง ๆ จอดเรียงรายอยู่อย่างแน่นขนัด ทั้งนายทั้งบ่าวแห่งจวนเหล่านั้นเดินไปมาขวักไขว่ หากเทียบรถม้าที่ตกแต่งอย่างหรูหรากับรถม้าคันเก่าทรุดโทรมของเสิ่นฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว รถม้าของเสิ่นฮูหยินผู้เฒ่าทั้งดูผิดแผกแปลกตาและยังคล้ายจะอยู่ผิดที่ผิดทางไปในทันที


    หลังจากก้าวลงจากรถม้า เสิ่นเชียนเกอก็สัมผัสได้ทันทีว่ามีสายตาประหลาดจากทั่วทุกสารทิศกำลังจับจ้องมาที่นางอย่างไม่ลดละ 


    เหลียงเฉินเองก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อยเช่นกัน ทว่าพริบตาต่อมานางกลับพบว่าคุณหนูของตนเดินผ่านกลุ่มบุคคลสูงศักดิ์เจ้าของแววตาดูแคลนเหล่านั้นไปอย่างสบาย ๆ ไม่คิดสนใจสายตาเหยียดหยามจากผู้ใด ราวกับพื้นที่ตรงนั้นเป็นลานโล่งไร้ซึ่งผู้คน …และเพียงไม่นานนักเสียงซุบซิบนินทาก็ดังอื้ออึงไปทั่ว


    “แม่นางผู้นั้นเป็นคุณหนูจากตระกูลไหน? เหตุใดจึงได้มีเพียงนางและสาวรับใช้เดินลงรถม้าเก่า ๆ มา? แล้วผู้อาวุโสของตระกูลล่ะ? ปกติแล้วไม่ว่าคุณหนูคนใดก็จะต้องมีผู้อาวุโสเป็นผู้พามาสิ นี่ไม่ใช่ว่าไม่ได้รับจดหมายเชิญแต่แอบมาร่วมงานเองหรอกนะ? ”


    “ข้ารู้จักนาง นางคือคุณหนูรองตระกูลเสิ่น ว่ากันว่านางซุ่มซ่ามจนทำให้ใบหน้าเสียโฉม ถึงต้องคาดผ้าบางปิดบังใบหน้าไว้ทั้งวันอย่างที่เห็นนั่นแหละ เอ…แต่เมื่อครู่ข้าเห็นเสิ่นฮูหยินเพิ่งพาลูก ๆ ของนางเข้าไปข้างในนี่ แล้วเหตุใดแม่นางเสิ่นผู้นี้จึงเพิ่งมาถึงล่ะ? ”


    “ออ! เป็นเช่นนี้เอง …แหม น่าเสียดายจริง! เห็นนางสวมอาภรณ์ราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ข้าก็นึกว่าที่นางคาดผ้าบางไว้ ก็เพื่อต้องการทำให้ดูลึกลับเสียอีก! พูดก็พูดเถอะ ชุดกระโปรงที่คุณหนูรองผู้นี้สวมใส่งดงามมากจริง ๆ ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือตัดเย็บของร้านผ้าร้านใดในเมืองหลวง ราคาคงจะสูงไม่เบาสินะ …ข้าล่ะอยากได้สักชุดจัง”


    “ราคาสูงอะไรกัน! นี่เจ้าไม่สังเกตหรือว่าทั้งเนื้อทั้งตัวคุณหนูรองเสิ่นไม่มีเครื่องประดับแม้แต่ชิ้นเดียวเลยนะ? @#$%Z^&”


     “…#@%$Z&%!”


    “…..”


    “…”




    ในโลกใบนี้ ว่ากันว่าสิ่งที่น่ากลัวสำหรับมนุษย์ก็คือวาจามนุษย์ เหลียงเฉินก้มหน้าก้มตาพลางเดินตามคุณหนูของตนไปและปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังอยู่จะหยุดลงเสียที นางอยากป่าวประกาศบอกคนเหล่านั้นเหลือเกินว่าให้หยุดวิพากษ์วิจารณ์คุณหนูของตนได้แล้ว ถึงแม้คุณหนูจะมาสายไปสักหน่อย และถึงแม้นางจะไม่ได้มาพร้อมเสิ่นฮูหยิน หรือกระทั่งเรื่องที่นางไม่ได้สวมใส่เครื่องประดับใด ๆ ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคนเหล่านั้นทั้งสิ้น และใช่ว่าพวกเขาจะสามารถเอาสิ่งที่ตาเห็นเพียงผิวเผินมาคาดเดาคุณหนูรองของนางไปต่าง ๆ นานาได้ แต่น่าเสียดายสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุมนุมของบุคคลสูงศักดิ์ ผู้ที่เอ่ยคำวิจารณ์น่าหงุดหงิดก็ล้วนมีบรรดาศักดิ์สูงส่ง สาวใช้ต้อยต่ำอย่างนางจึงไม่มีสิทธิ์ไปต่อปากต่อคำกับคนเหล่านั้นได้เลยแม้แต่น้อย


    หลังจากผ่านเข้าประตูห้องโถงก็จะมีนางกำนัลที่คอยประจำการตรวจดูจดหมายเชิญอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเสิ่นเชียนเกอเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่มีสาวรับใช้คอยติดตามมาเพียงคนเดียวเท่านั้น สายตาของนางกำนัลที่ใช้มองผู้มาเยือนจึงแฝงไปด้วยความระแวงเจือแววดูแคลน จนกระทั่งเสิ่นเชียนเกอได้ยื่นจดหมายเชิญให้แก่นางกำนัลผู้นั้น เมื่อพบว่าจดหมายเชิญนั้นเป็นของแท้และถูกต้อง ท่าทีของนางกำนัลก็เปลี่ยนแปลงไปในชั่วพริบตา


    “คุณหนูรองเสิ่น เชิญตามบ่าวมาทางนี้เจ้าค่ะ”


    จดหมายเชิญร่วมงานเลี้ยงของจ่างกงจู่มีสองประเภท ประเภทแรกเป็นจดหมายเชิญสำหรับตระกูลขุนนางในราชสำนักและบุคคลชั้นสูงจากตระกูลต่าง ๆ จดหมายเชิญประเภทนี้จะถูกส่งถึงฮูหยินของแต่ละจวน และฮูหยินเหล่านั้นก็จะสามารถพาบุตรหลานของตนมาร่วมงานเลี้ยงได้ตามแต่ต้องการ ส่วนจดหมายเชิญอีกประเภทหนึ่งเป็นจดหมายเชิญส่วนบุคคล ผู้ที่จะได้รับจดหมายประเภทนี้มีจำนวนน้อยเป็นอย่างยิ่ง บ่งบอกได้ถึงความพิเศษของบุคคลผู้ได้รับจดหมาย และโดยส่วนมากแล้วก็จะถูกส่งให้กับผู้มีชื่อเสียงหรือมีความสามารถสูงส่ง หรือไม่ก็เป็นพระญาติหรือพระสหายที่จ่างกงจู่ให้ความสนพระทัยเป็นพิเศษเท่านั้น


    ซึ่งจดหมายเชิญที่เสิ่นเชียนเกอยื่นให้นางกำนัลตรวจสอบคือจดหมายเชิญประเภทที่สอง


    เนื่องด้วยเสิ่นเชียนเกอได้รับจดหมายเชิญส่วนบุคคล สีหน้าท่าทางของนางกำนัลผู้นั้นจึงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สายตาที่ทอดมองมาก็ดูเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น ท่าทีของนางก็ดูต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี 


    เสิ่นเชียนเกอที่เห็นเช่นนั้นก็เกิดความฉงน นางรู้สึกว่าก่อนหน้านี้นางกำนัลผู้นั้นค่อนข้างระแวดระวังนางพอสมควร แต่เมื่อได้เห็นจดหมายเชิญแล้วความระแวดระวังที่เคยมีก็ลดทอนลงไปมากราวกับไม่เคยเกิดขึ้น และจนกระทั่งถูกนางกำนัลผู้นั้นพาเข้าไปด้านใน สาวน้อยก็ยังคงคิดว่าจดหมายเชิญของตนไม่ได้แตกต่างไปจากของผู้อื่น


    นางกำนัลเดินนำเสิ่นเชียนเกอมายังห้องโถงห้องหนึ่ง ห้องโถงแห่งนี้มีบ่าวไพร่คอยต้อนรับบรรดาผู้ที่ได้รับจดหมายเชิญส่วนบุคคลโดยเฉพาะ ซึ่งจ่างกงจู่จะเสด็จออกมาต้อนรับคนเหล่านี้ด้วยตนเองเป็นการพิเศษอีกครั้ง ก่อนที่พระนางจะเสด็จออกไปพบปะบรรดาขุนนางชั้นสูงและตระกูลสูงศักดิ์จากทั่วทั้งเมืองหลวงเป็นลำดับถัดไป


    เสิ่นเชียนเกอถูกเชิญให้ไปนั่งยังเก้าอี้กุหลาบเรียบหรูตัวหนึ่งภายในห้องโถง ทันทีที่นางนั่งลงอย่างเรียบร้อยก็มีนางกำนัลเข้าปรนนิบัติรับใช้เป็นอย่างดี ทั้งรินน้ำชาและยกขนมมาให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง


    บรรยากาศภายในห้องโถงแห่งนี้แสนสงบเงียบ แต่ความวิจิตรงดงามนั้นกลับอลังการตระการตาเป็นอย่างยิ่ง ห้องโถงขนาดใหญ่โล่งกว้าง ถูกตกแต่งประดับประดาด้วยเครื่องใช้และเครื่องประดับมีราคา ทว่าแม้กระนั้นก็มีเพียงนางและสตรีอีกคนหนึ่งเท่านั้นที่นั่งอยู่ในห้องโถงแห่งนี้ คนผู้นั้นเป็นสตรีวัยกลางคนหน้าตางดงาม และในขณะนี้กำลังนั่งอยู่ตรงข้ามนาง ผมสลวยถูกเกล้าขึ้นเป็นทรงก้นหอย บนเรือนผมมีปิ่นลายดอกไม้ที่ส่วนปลายมีทับทิมเม็ดหนึ่งห้อยระย้าประดับอยู่เพียงชิ้นเดียว แม้กระทั่งต่างหูก็ไม่มี บริเวณข้อมือก็มีเพียงกำไลหยกธรรมดาคล้องไว้ให้ดูไม่โล่งจนเกินไปเท่านั้น


    เมื่อพบว่าเสิ่นเชียนเกอกำลังลอบมองมา สตรีวัยกลางคนผู้นั้นจึงหันมาหาแล้วส่งยิ้มอ่อนหวานให้ด้วยท่าทางเป็นมิตร 


    ถึงแม้เสิ่นเชียนเกอจะไม่ทราบว่าฮูหยินผู้นี้คือใคร แต่อย่างไรเสียก็ดูมีอายุมากกว่าตน ซึ่งนั่นก็หมายความว่านางเป็นผู้อาวุโส อีกทั้งยังเป็นแขกของจ่างกงจู่ เช่นนั้นแล้วสถานะของบุคคลตรงหน้าย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน


    จบความคิด คุณหนูรองเสิ่นจึงผุดลุกขึ้น แล้วยอบกายให้สตรีวัยกลางคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความนอบน้อม


    สตรีผู้นั้นแย้มรอยยิ้มกว้างขึ้นพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลดุจสายน้ำไหล “ลุกขึ้นเถอะ เด็กน้อย เจ้าสามารถมายังที่แห่งนี้ได้ แสดงว่าเจ้าเองก็คงจะเป็นแขกคนสำคัญของจ่างกงจู่เช่นกัน อย่าได้เกรงใจนักเลย รีบนั่งลงเสียเถอะ”


    ขณะนั้น นางข้าหลวงผู้หนึ่งได้เดินนำนางกำนัลคนอื่น ๆ เข้ามาภายในห้องโถง เมื่อพบว่าแขกทั้งสองกำลังนั่งรออยู่ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัด นางกำนัลวัยกลางคนจึงรีบก้าวเท้าเดินเข้ามาข้างในอย่างรวดเร็ว “แขกผู้มีเกียรติทั้งสอง ต้องขออภัยด้วยที่ทำให้รอนาน ข้าน้อยสกุลซู เป็นนางกำนัลประจำกายจ่างกงจู่ พวกท่านเรียกข้าน้อยว่านางกำนัลซูก็ได้เจ้าค่ะ”


    ฝ่ายเสิ่นเชียนเกอ เมื่อยอบกายคำนับแล้วก็เปล่งเสียงเรียกขานนางกำนัลซูเพื่อเป็นการรับคำครั้งหนึ่ง ทว่าฝ่ายสตรีวัยกลางคนเพียงแค่ส่งยิ้มให้นางกำนัลซูเท่านั้น ไม่เรียกขาน นี่แสดงให้เห็นว่าคนทั้งสองต้องเคยพบเจอกันมาก่อนและอาจจะสนิทสนมกันก็เป็นได้


    เสิ่นเชียนเกอรับกล่องอาหารมาจากเหลียงเฉิน แล้วยื่นให้กำนัลซูด้วยความระมัดระวัง “นี่เป็นขนมที่ข้าน้อยนำมาถวายจ่างกงจู่ รบกวนนางกำนัลซูช่วยนำไปถวายจ่างกงจู่ด้วยนะเจ้าคะ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นขนมที่ข้าน้อยทำด้วยตัวเองทั้งสิ้น ถึงแม้จะไม่ได้มีค่ามากมายแต่ก็เป็นสิ่งที่ข้าน้อยตั้งใจทำอย่างดี ขอนางกำนัลซูช่วยรับไว้ด้วยเจ้าค่ะ”


    นางกำนัลซูคาดไม่ถึงว่าเสิ่นเชียนเกอจะนำสิ่งของมาถวายจ่างกงจู่ด้วย …สาวน้อยผู้นี้ช่างเป็นเด็กดีรู้จักมารยาทเสียจริง


    ด้วยฐานันดรเช่นนี้ จ่างกงจู่จึงได้รับสิ่งของที่ผู้คนนำมาถวายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งผ้าไหมแพรพรรณ ภาพวาด อัญมณี หรือแม้กระทั่งสิ่งของที่ทำขึ้นจากทองคำแท้ แต่มีสิ่งหนึ่ง และเป็นเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ยังไม่เคยได้รับ นั่นก็คืออาหาร


    นี่จึงทำให้นางกำนัลซูให้ความสนใจกับสิ่งที่เสิ่นเชียนเกอมอบให้เป็นพิเศษ และเมื่อหวนนึกถึงขนมที่องค์หญิงห้านำมาถวายจ่างกงจู่ในครั้งก่อนแล้ว ข้ารับใช้ข้างกายจ่างกงจู่ก็อดรู้สึกตื่นเต้นกับอาหารที่ถูกเก็บไว้ภายในกล่องไม่ได้


    นางกำนัลซูจึงรับกล่องอาหารใบนั้นมาด้วยความยินดี พลางกล่าวขอบคุณแทนจ่างกงจู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และบอกกล่าวให้เสิ่นเชียนเกอนั่งพักที่ห้องโถงแห่งนี้ก่อนสักครู่ อีกประเดี๋ยวนางกำนัลผู้ดูแลงานจะพาไปพบปะกับบรรดาสตรีสูงศักดิ์ที่รวมตัวกันอยู่ในเรือนอีกหลังหนึ่ง รวมถึงองค์หญิงห้าด้วยเช่นกัน


    เมื่อจัดแจงเรื่องต่าง ๆ แก่แขกพิเศษอายุน้อยเสร็จสิ้นแล้ว นางกำนัลซูจึงออกปากเชื้อเชิญและเดินนำสตรีวัยกลางคนผู้นั้นออกไปจากห้องโถง


    ก่อนจะจากไป สตรีวัยกลางคนเจ้าของรอยยิ้มเป็นมิตรยังหันกลับมาส่งรอยยิ้มหวานให้เสิ่นเชียนเกอด้วยความอ่อนโยน ที่สุดแล้วเสิ่นเชียนเกอก็ยังไม่ทราบเลยว่า สตรีผู้นั้นเป็นผู้ใดกันแน่ ถึงแม้จะพยายามขุดค้นเอาความทรงจำเมื่อภพก่อนออกมามากเพียงใดก็ยังนึกไม่ออก ดูเหมือนว่านางยังไม่เคยพบเจอแขกพิเศษของจ่างกงจู่ผู้นี้มาก่อน


    *************************




    วันนี้เทียนหยวนจ่างกงจู่สวมใส่ชุดกระโปรงสีม่วงไพลิน ดูสูงส่งและสง่างามเป็นที่สุด กระโปรงผืนงามมีนกเฟิ่งหวงห้าหางประดับอยู่หนึ่งตัว นกตัวนี้ถูกปักลายอย่างประณีตราวกับจะสามารถโฉบบินออกมาจากผืนผ้าได้ บริเวณปีกแต่งแต้มด้วยดิ้นเหลืองสุกปลั่ง ยามทอดมองไปแล้วก็ดูโดดเด่นและสง่างามเกินผู้ใด


    ขณะนี้ องค์หญิงผู้เฒ่ากำลังเอนกายพักผ่อนอยู่บนตั่ง ไม่นานนักนางกำนัลซูก็เดินนำแขกคนสำคัญเข้ามาหายังที่ประทับ


    สตรีสูงศักดิ์กิริยาท่าทางสง่างาม รอยยิ้มอ่อนหวานชวนหลงใหล แน่นอนว่านางคือสตรีวัยกลางคนที่ยิ้มให้เสิ่นเชียนเกอเมื่อครู่ 


    “คารวะจ่างกงจู่” ผู้มาเยือนยอบกายให้จ่างกงจู่ด้วยท่าทางสง่างาม


    จ่างกงจู่ถลึงตาใส่นางเล็กน้อย “อินเอ๋อร์ เหตุใดยังต้องทำตัวสำรวมกับข้าอีก”


    “ท่านเป็นจ่างกงจู่ หม่อมฉันผู้น้อยมิอาจล่วงเกินเพคะ”


    “แต่ข้าก็เป็นป้าสะใภ้เจ้านะ”


    สตรีวัยกลางคนหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะรีบเข้าไปนั่งข้างกายผู้ที่ทักท้วงว่าตนเป็นป้าสะใภ้แล้วกอดแขนนางไว้ด้วยท่าทางสนิทสนม “เจ้าค่ะป้า ข้าก็เพียงแค่เย้าท่านเล่นเท่านั้นเอง”


    เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของจ่างกงจู่ก็ปรากฏเป็นรอยยิ้ม “ตอนนี้เจ้าเป็นโหวฮูหยินแล้ว จะไปไหนมาไหนกับป้าคนนี้ไม่ได้แล้วใช่หรือไม่? ถึงแม้ท่านลุงของเจ้าจะจากไปตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่ที่ตำหนักจ่างกงจู่แห่งนี้ก็ยังคงเป็นของท่านลุงเจ้าอยู่ตั้งครึ่ง หากไม่ใช่เพราะวันนี้มีงานเลี้ยงวสันตกาล เจ้าก็ไม่คิดจะมาพบป้าคนนี้แล้วใช่หรือไม่?”


    สตรีวัยกลางคนที่ถูกจ่างกงจู่เรียกขานนั้น แท้จริงแล้วคือ ‘โหวฮูหยิน’ มีนามว่า ‘โต้วอิน’ มีศักดิ์เป็นหลานสะใภ้ของเทียนหยวนจ่างกงจู่ และเป็นมารดาของจิ้งหย่งโหวกู้เฉินอวี้


    ครั้นโต้วอินยังเป็นหญิงสาววัยสะพรั่ง ความงามและสถานะของนางก็ทำให้เกือบจะได้ครองตำแหน่งกุ้ยเฟยของฝ่าบาท…


    .


    .


    .



    คล้ายกับเรื่องวาดชีวิต ลิขิตชะตา #เกิดใหม่ครั้งหน้า ขอข้าเป็นนางเอก [Ebook เล่ม 7 เล่มจบออกแล้วจ้า) ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452