“พี่เซียง พวกท่านมาเมืองหลวงทำไมไม่ส่งจดหมายมาบอกก่อน” หลี่เทียนชื่อบ่นลูกพี่ลูกน้องทันทีที่พวกเขาพบหน้ากัน
“ข้าก็แค่อยากทำให้พวกเ้าประหลาดใจเท่านั้น แต่ไม่คิดเลยทางข้าเองก็ต้องพบเจอเื่ประหลาดใจเช่นกัน ดูเหมือนว่าพวกคุณชายหลิวจะออกจากวังนี้ไปแล้วสินะ” เตียวเซียงพูดขึ้นมาหลังรู้ว่าพวกนางมาช้าเกินไป ที่จะให้ศิษย์น้องของนางได้พบเจอกับหลิวอี้
“เป็เช่นนั้น พวกท่านมาช้าไปครึ่งชั่วยาม” หลี่เทียนชื่อกล่าวออกมาอย่างเข้าใจความหมาย ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “น้องชิง เ้าคลาดกับน้องรองแล้ว”
“มิเป็ไรพี่เทียน…” หลินชิงจ้าวกล่าวออกมาด้วยกริยาเขินอาย หากแต่ในใจลึก ๆ นางก็แอบเสียดายอยู่ไม่น้อย
“ว่าแต่พี่เซียง คุณชายท่านนี้คือ?” หลี่เทียนชื่อกล่าวถามพี่สาวถึงชายหนุ่มอีกคนที่อายุดูแล้วพอ ๆ กันกับเขา
“อ่อ ลืมแนะนำไปเลย นี่น้องชายคนใหม่ข้า ไฮฟง” เตียวเซียงแนะนำชายหนุ่มผู้ร่วมเดินทางมาด้วยกัน
“คารวะท่านอ๋องหลี่…” ไฮฟงกำลังแสดงความเคารพหลี่เทียนชื่อตามศักดิ์ฐานะ หากแต่หลี่เทียนชื่อนั้นเป็คนกันเอง หลังทราบว่าชายหนุ่มคนนี้เป็คนพิเศษของพี่สาวของตน ไหนเลยจะทำให้พี่สาวของตนเสียหน้าได้ เขาจึงรีบเข้าไปห้ามอีกฝ่ายคุกเข่าก่อน โดยรั้งมือไฮฟงไว้ได้ทัน
“คุณชายไฮฟง อย่าได้ทำเช่นนี้ตอนนี้พวกเราเป็คนกันเองแล้ว…”
“ขอบคุณท่านอ๋องที่กรุณา” ไฮฟงตอบตามมารยาท หากแต่ใน่ที่หลี่เทียนชื่อประคองมือไฮฟงให้ลุกยืนนั้น หลี่เทียนชื่อก็สังเกตเห็นแหวนหยกที่นิ้วมือของไฮฟง
“คุณชายไฮฟง แหวนหยกนี้ใช่แหวนหยกผู้ช่วยหรือไม่” หลี่เทียนชื่อถามทันที
“ท่านอ๋องท่านมองเห็นแหวนหยกนี่ด้วยหรือ”
ไฮฟงประหลาดใจพอสมควร เพราะแท้จริงแล้วแหวนหยกในนิ้วมือของเขานั้น ถูกวิชาบางอย่างปกปิดอยู่ยากที่ใครจะพบเห็น หากแต่หลี่เทียนชื่อกับสามารถมองเห็นแหวนยกบนนิ้วได้ จึงทำให้เขาประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ขนาดหญิงสาวทั้ง 2 คนที่ร่วมทางด้วยกันมาร่วมเดือนนั้น หากไม่ใช่เขาเปิดเผยความจริง พวกนางก็ไม่มีทางสังเกตเห็นถึงแหวนวิเศษนี่ได้ แต่ไม่ถึงชั่วอึดใจไฮฟงก็พบว่าแท้จริงแล้ว อ๋องหลี่ผู้นี้เองก็มีแหวนหยกลักษณะเดียวกันสวมอยู่ที่นิ้วมือ เขาจึงตอบคำถามอีกฝ่าย
“ใช่แล้วขอรับ แหวนนี่เรียกว่าแหวนหยกผู้ช่วย” ไฮฟงตอบอย่างตรงไปตรงมา หากแต่หลี่เทียนชื่อแสดงสีหน้าดีใจชั่วครู่ก่อนจะ ออกคำสั่งให้นางกำนัลและคนรับใช้ ออกไปจากพื้นที่ทั้งหมดเหลือไว้เพียงพวกเขา 4 คน
“ข้าขอเรียกคุณชายว่าพี่ฟงได้หรือไม่” หลี่เทียนชื่อเปลี่ยนสรรพนามแทนตนทันที
“ข้ามิบังอาจ แท้จริงแล้ว จากที่พี่หญิงเซียงเคยกล่าวมานั้น ท่านอ๋องอายุมากกว่าข้า 1 เดือน” ไฮฟงพูดออกไป ทำให้หลี่เทียนชื่อยิ้มเล็ก ๆ ความจริงแล้วนั้น ไฮฟงได้ลองตรวจสอบค่าสถานะของหลี่เทียนชื่อด้วยความสามารถของแหวนหยกผู้ช่วย หากแต่นอกจากชื่อและอายุแล้วนั้น เขาไม่สามารถตรวจสอบระดับการบ่มเพาะของหลี่เทียนชื่อได้ ทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้ถามอีกฝ่ายออกไป
“เช่นนั้น ข้าขอเรียกน้องฟงจะได้หรือไม่” หลี่เทียนชื่อเปลี่ยนสรรพนามใหม่อีกครั้ง
“เป็ข้าที่ต้องรับน้ำใจ เช่นนั้นข้าขอเรียกท่านพี่เทียน เช่นกัน"
“ดี ๆ ตอนนี้พวกเราถือเป็คนกันเองแล้ว” แต่ก่อนที่หลี่เทียนชื่อจะได้พูดอะไรออกไป เตียวเซียงก็ขัดจังหวะ 2 หนุ่มขึ้นมา
“พวกเ้า 2 คน จะพูดคุยกันเองข้าไม่ว่า แต่บอกมาดีกว่าเ้าน้องชาย เ้ารู้เื่แหวนหยกผู้ช่วยได้ยังไง” เตียวเซียงถามหลี่เทียนชื่ออย่างสงสัย ก่อนที่หลี่เทียนชื่อจะเล่าความเป็มาของแหวนบนมือตัวเองให้ฟัง กลับกันทางไฮฟงเองก็บอกกล่าวความเป็มาของตนให้หลี่เทียนชื่อฟังเช่นกัน ร่วมทั้งจุดประสงค์ที่เขาได้เดินทางมาในครั้งนี้ ตลอดจนการช่วยเหลือเตียวเซียงและหลินชิงจ้าวที่ถูกกลุ่มโจรดักปล้นในระหว่างการเดินทางมาเมืองหลวง
3 ชั่วยามผ่านไป…
“ที่แท้ น้องฟงได้พบเจอวาสนาบนเกาะไหมทองนี่เอง พวกเราได้พบเจอกับนับว่าเป็วาสนาต่อกัน แท้จริงแล้วคนที่น้องฟงตามหาคือหลิวอี้ หากแต่ว่าตอนนี้น้องรองยังไม่สะดวกมากนัก เพราะต้องจัดการเื่ตระกูลและกลุ่มการค้าหลิวให้เรียบร้อยก่อน” หลี่เทียนชื่อบอกต่อความเป็จริง ที่ไฮฟง้า
“ส่วนเื่การรับเข้าทำงานนั้น ข้าสามารถฝากน้องฟงรับตำแหน่งได้โดยตรง โดยไม่ต้องเข้ารับการทดสอบใด ๆ” จากนั้นหลี่เทียนชื่อก็ตอบถึงอีกจุดประสงค์ของไฮฟง
“เห็นทีว่าเื่นี้ ข้าขอเข้ารับทดสอบจะดีกว่า หากข้าใช้เส้นสายคงเป็ที่ครหาของคนอื่นได้ ข้าเชื่อว่าข้าคงผ่านการทดสอบได้ไม่ยาก” ไฮฟงบอกถึงเจตนาเดิม
“ผ่าน แน่นอนข้าบอกได้เลย ทั้งความสามารถและพลังบ่มเพาะของเ้า ไม่มีทางที่น้องรองข้าจะปล่อยผ่าน เอาไว้ข้าจะให้พวกเ้าทั้ง 2 ได้รู้จักกัน วันนี้พวกเ้าทั้ง 3 ไปพักก่อนจะดีกว่า” หลี่เทียนชื่อพูดพร้อมส่งแขก ใครจะไปคิดว่า พวกเขาใช้เวลาพูดคุยเื่ดินแดนวงกตฯ ถึง 3 ชั่วยามจนฟ้ามืดตะวันตกดิน //(ความเป็มาของไฮฟง สามารถอ่านได้ในตอนเสริม นักผจญภัยลำดับที่ 145 นะครับ)
หลังจากหลี่เทียนชื่อได้พบเจอกลุ่มของเตียวเซียง ในวันถัดมาพวกเขาก็พาทั้ง 3 คนไปพบหลิวอี้ที่เมืองจินถาง หลิวอี้มีความสุขอย่างมากที่ได้พบเจอหลินชิงจ้าว แต่คนที่ทำให้เขาประหลาดใจกว่าหญิงสาวคงหนีไม่พ้นไฮฟง หลิวอี้ทดสอบความสามารถของไฮฟงทันที โดยเฉพาะความสามารถในการตีเหล็กหลอมสร้างอาวุธนั้นเป็ที่ประทับใจต่อทุกคนในกลุ่มการค้าอย่างมาก ยิ่งพูดคุยยิ่งถูกชะตาทำให้ไฮฟงเป็ที่ชื่นชอบของทุกคนทันที
“พี่ฟง ข้านั้น้าฐานกำลังและคนมีความสามารถ ถ้าท่านไม่รังเกียจ พวกเรามาสาบานร่วมเป็พี่น้องกันได้หรือไม่” หลิวอี้บอกต่อไฮฟง ไฮฟงเขาหันไปมองเตียวเซียงครั้งหนึ่ง หญิงสาวก็พยักเห็นด้วย ทำให้ไฮฟงกลายมาเป็พี่ชายอีกคนของหลิวอี้ในที่สุด และด้วยการทำสัญญาสาบานโลหิตพี่น้องในครั้งนี้ทำให้ไฮฟงและหลิวอี้ค้นพบว่าพวกเขานั้นมีความสามารถทักษะที่ยากที่ใครจะพบเจอ ถือว่าเป็กำไรชีวิตของพวกเขาทั้ง 2 คนโดยแท้
“ตอนนี้พวกเรา 4 คนถือว่าเป็พี่น้องกันแล้วนะ” หลี่เทียนชื่อกล่าวกับคนอื่น ๆ
“ใช่แล้ว ท่านคือพี่ใหญ่เช่นเดิม พี่ฟงเป็พี่รอง พี่อี้เป็พี่สาม และข้าเป็น้องเล็กเช่นเดิม” ชื่อหวันเฉิงพูดขึ้นมาหลังการสาบาน
“แต่ข้าไม่คิดมาก่อนเลย เด็กเสเพเช่นเ้าจะมากลายเป็น้องเล็กของคุณชายหลิวได้” เตียวเซียงแทรกขึ้นมา เพราะใครจะไปคิดว่าชายหนุ่มที่นางเคยพบเจอที่เมืองมู่โฉ่งแคว้นมู่นั้น จะกลายมาเป็คนสนิทของหลิวอี้ได้ แต่พอนางคิดดี ๆ ก็ไม่ใช่เื่เกินคลาด เพราะยังไงศักดิ์ฐานะของชื่อหวันเฉิงก็เป็บุตรชายขององค์หญิงมู่หยิน ศิษย์นักปราชญ์บูรพาผู้นั้น ยังไงเสียพวกเขาก็มีความเกี่ยวของกับหลิวอี้ แต่ใครจะไปคิดว่านางจะได้มาพบเจอกับคนที่นางอยากเจอน้อยที่สุดไวเช่นนี้
“พี่สาวเซียง ข้าก็ไม่คิดเช่นกันว่า ข้าจะได้พบท่านที่นี่ ข้าไม่รู้มาก่อนว่าท่านเป็พี่สาวพี่ใหญ่” ชื่อหวันเฉิงพูดขึ้นมา ทำให้หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ แต่ไม่นานการสนทนาของทั้ง 2 คน ก็ถูกขัดด้วยคำพูดประโยคหนึ่งของหลิวอี้
“พี่รอง นอกจากท่านจะมีฝีมือในศาสตร์ต่าง ๆ แล้ว น้องสามผู้นี้ขอพี่รองช่วยชี้แนะในศาสตร์วรยุทธด้วย”
“ได้สิ แต่เหมือนว่าพวกเราคงต้องจำกัดพลังของพวกเราให้อยู่ในระดับภูผาขั้นสุดยอดถึงจะดีที่สุดนะ ไม่เช่นนั้นผู้คนคงได้ใเป็แน่”
ที่ไฮฟงพูดเช่นนี้เพราะว่า หลังจากเขาและหลิวอี้ได้สาบานโลหิตพี่น้องกันแล้วนั้น ไฮฟงจึงได้รู้ว่าทักษะการบ่มเพาะของเขาก้าวะโจนเขาเกือบล้มทั้งยืน ใครจะไปคิดว่าการสาบานพี่น้องครั้งนี้เป็วาสนากันอย่างแท้จริง ถึงใน่แรกนั้นเขารู้สึกเหมือนการบ่มเพาะลมปราณถดถอยลงถึง 1 ระดับ จากระดับนภาขั้น 5 กลับไปเป็ระดับเมฆาขั้น 5 แต่เพียงชั่วอึดใจเขาก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในจุดตันเถียน พลังที่เกิดขึ้นใหม่นั้นบริสุทธิ์มากขึ้นและทรงพลังมากกว่าเก่า ราวกับว่าตนนั้นสามารถบดขยีู้เาหินได้ด้วยมือเปล่า ครั้งเมื่อเขาโคจรพลังงานตรวจสอบและใช้แหวนผู้ช่วยตรวจสอบพลังของตัวเองเพื่อยืนยันอีกครั้ง เขาถึงกับรู้สึกเข่าอ่อนราวกับฝันไป เพราะพลังของเขาถึงจะบอกว่าอยู่แค่ระดับเมฆาขั้น 5 แต่พลังที่เขารู้สึกได้จากตัวเองและแหวนผู้ช่วยบอกกับเขาว่า เทียบเท่าระดับ์ขั้นสุดยอด หรือก็คือระดับ์ขั้น 10 แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ถือว่าบรรลุอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้นแล้วเขาจะต้องเข้าไปวังัเพื่อไปแดน์ตามกฏของโลกใบนี้ หากไม่แล้วเขาจะมีเวลาในทวีปนี้ได้เพียง 100 ปี
“น้องรองในที่นี้มีเพียงเ้าคนเดียวที่ทั้งระดับพลังและวรยุทธสูงที่สุด วรยุทธจากแดนลึกลับนั่นต้องไม่ธรรมดาเป็แน่ ข้าเองก็อยากเห็นให้เป็บุญตาเช่นกัน" หลี่เทียนชื่อกล่าวเสริม
“ดูเหมือนว่าในบรรดาพี่น้อง 4 คน ข้าจะเป็คนที่อ่อนแอที่สุด” ชื่อหวังเฉิงพูดอย่างหดหู่
“น้องเล็ก เ้าไม่ต้องกังวลไป ไว้เมื่อพวกเราพร้อมแล้วพวกเราจะเข้าไปยังแดนวงกตมหาเทพฯ ด้วยกัน” หลิวอี้พูดให้กำลังใจ
“แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่างให้พวกเ้าทุกคนในดินแดนแห่งนั้น” ไฮฟงกล่าวเสริม
“เอาละเรามาเริ่มกันดีกว่าพี่รอง”
จากนั้นหลิวอี้และไฮฟงก็เริ่มจะประลองกัน ทันทีที่ทั้งสองชักนำหนึ่งกระบี่หนึ่งดาบออกจากฝัก รัศมีพลังของพวกมันก็บ่งบอกถึงระดับพลังของอาวุธ จนผู้ที่พบเห็นหายใจไม่ทั่วท้องและรับรู้ได้ถึงพลังของอาวุธทั้ง 2 กระบี่ศิลาขาวครั้งเมื่อหลิวอี้ได้รับมันมาจากหยางจงผู้เป็อาจารย์ ระดับของกระบี่นั้นอยู่เพียงอาวุธระดับเมฆาขั้นกลาง ซึ่งก็ถือว่าเป็กระบี่ชั้นยอดในทวีปแห่งนี้แล้ว แต่หลังจากที่หลิวอี้ได้รับแหวนหยกผู้ช่วยมา เขาใช้ความสามารถพิเศษของมัน หลอมรวมเศษแร่วิเศษที่อยู่ในแหวนเข้ากับกระบี่ศิลาขาว ถึงแร่นั้นจะมีขนาดเพียงน้อยนิด แต่มันก็สามารถยกระดับให้กระบี่ศิลาขาวเลื่อนชั้นมาเป็อาวุธระดับนภาขั้นสูงได้ เช่นเดียวกับดาบในมือของไฮฟง ดาบเล่มงามวิจิตรบนมือนั้นก็เปล่งรัศมีพลังในระดับเดียวกัน
“พี่รองดาบนั้น หรือว่าจะอยู่ในระดับนภาขั้นสูง” หลิวอี้อดไม่ได้ที่จะถาม
“ใช่แล้วน้องสาม ดูเหมือนกระบี่เ้าก็อยู่ในระดับเดียวกัน”
“ดาบท่านมีชื่อหรือไม่” หลิวอี้ถาม
“แน่นอน มันชื่อ เขียวขจี” ไฮฟงตอบ แต่จริง ๆ แล้วเขาเพิ่งตั้งชื่อมันเมื่อครู่ ดาบเขียวขจีเล่มนี้มันเป็ 1 ในดาบที่เขาหลอมขึ้นมาเล่น ๆ ฆ่าเวลา เพื่อเอาไว้ขาย ซึ่งดาบส่วนใหญ่นั้นเขาไม่มีชื่อให้พวกมัน ครั้งเมื่อโดนถามนึกอะไรได้ก็ตอบส่ง ๆ ไป ตามลวดลายที่แกะสลักบนตัวดาบ
“เอาเถอะ พวกเรามาเริ่มกัน” ทันทีที่ไฮฟงพูดทั้งสองก็กระโจนเข้าใส่กัน ถึงทั้ง 2 คนจะลดระดับพลังตัวเองให้อยู่ในระดับภูผาขั้น 10 แล้ว แต่ก็รู้สึกได้ถึงความทรงพลัง หลิวอี้ที่ชำนาญในเพลงกระบี่วิหกร่อนลม ยังรู้สึกรับมื่อเพลงดาบของไฮฟงได้อย่างยากลำบาก เพียงไม่นานผลการประลองก็ถูกตัดสิน
“ขอบคุณที่รองมาก ที่ทำให้ข้าได้พบจุดอ่อนของตัวเอง” หลิวอี้บอกกล่าวอีกฝ่ายด้วยความชื่นชม
“น้องสามเองก็ยอดเยี่ยม ข้าเกือบแพ้เ้าแล้ว” ไฮฟงให้กำลังใจ
ต้องยอมรับว่าถึงหลิวอี้จะแตกฉานในเพลงกระบี่ แต่เข้าก็ยังแพ้ให้กับพี่ชายร่วมสาบานคนใหม่นี้ หลิวอี้ประทับใจกับพี่ชายของเขาอย่างมาก ทั้งศาสตร์วรยุทธและศาสตร์ต่าง ๆ ที่เหลือของเขานั้น นับว่าเป็ผู้ที่อยู่เหนือคนทั่วไป หลิวอี้ในเวลานี้ยังเทียบในความชำนาญเฉพาะทางของอีกฝ่ายไม่ได้เลย การได้ไฮฟงเข้ามามีส่วนร่วมในกลุ่มการค้าในครั้งนี้นับว่าเป็บุญของหลิวอี้โดยแท้ และหนึ่งในความสามารถของไฮฟงทำให้หลิวอี้ได้ขอให้ไฮฟงดูแลในส่วนของโรงเตี๊ยมทันที เพราะนับจากนี้ต่อไป ในทวีปแห่งนี้จะไม่มีใครไม่รู้จักพี่ชายไฮฟงของเขา นั่นเพราะหลังจากที่หลิวอี้ได้รู้ความสามารถที่แท้จริงในเื่การทำอาหารของไฮฟงที่ไม่ธรรมดา…
โปรดติดตามตอนต่อไป…