“เธอว่ายังไงนะ?”
หลังจากฟังสิ่งที่หลี่เทียนหัวเล่าจบในที่สุดสวี่ว่านเฉิงก็ไม่อาจข่มความใได้อีกต่อไป เขาโพล่งถามเสียงหลงว่า“ลู่เซิ่งเนี่ยนะ...ถึงกับกวาดล้างมอนสเตอร์ในบึงทมิฬได้ภายในพริบตา?”
“เื่นี้เป็เื่จริงแน่นอนครับ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว เพื่อนคนอื่นๆอีกหลายคนก็เห็นกับตา ถ้าท่านไม่เชื่อลองไปถามพวกเขาดูได้เลย” หลี่เทียนหัวรีบพูดละล่ำละลักด้วยความร้อนรน
“เหล่าสวี่ ลู่เซิ่งคนนี้เป็ใครมาจากไหนกันแน่?” เซี่ยมู่เซินที่อยู่ข้างๆเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เป็นักเรียนของโรงเรียนมัธยมตงหลินที่สามของเราครับเพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพเป็พาลาดินมาหมาดๆ” สวี่ว่านเฉิงตอบตามความเป็จริง
“พาลาดินงั้นเหรอ?”
เซี่ยมู่เซินขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “อาชีพสายสนับสนุนอย่างพาลาดินที่เพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพมาก็ฆ่ามอนสเตอร์ในบึงทมิฬได้ในพริบตาเลยเหรอ?เขาคงไม่ได้ใช้ไอเทมเสริมพลังอะไรบางอย่างหรอกใช่ไหม?”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาสวี่ว่านเฉิงยังไม่ทันได้อ้าปากตอบ หลี่เทียนหัวที่อยู่ข้างๆก็เหมือนกับเจอที่พึ่งสุดท้ายในยามคับขันเข้าแล้ว
“ใช่ครับ! มันต้องใช้ไอเทมที่ไม่ชอบมาพากลอะไรบางอย่างแน่นอน!มันคือการโกงชัดๆ”
หลี่เทียนหัวแผดเสียงะโสุดตัว“ท่านนายกเทศมนตรี ท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับผมด้วยนะครับ!”
“แต่ตอนที่ลู่เซิ่งเข้าไปในบึงทมิฬเขามีเลเวลแค่ 1 เท่านั้นต่อให้ใช้ไอเทมเสริมพลัง ก็ไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นฆ่ามอนสเตอร์ตายในทีเดียวได้มั้ง”สวี่ว่านเฉิงขมวดคิ้วแย้งพร้อมกับตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจมองหลี่เทียนหัวแวบหนึ่ง
เพราะในดาวสีน้ำเงินทุกวันนี้แม้จะมีไอเทมเสริมพลังมากมายหลายชนิด เช่น ม้วนคัมภีร์ โพชั่น บัฟเสริมพลังและอื่นๆ ซึ่งสามารถเพิ่มพลังรบและค่าสถานะพื้นฐานให้กับผู้ใช้อาชีพได้
ทว่าไอเทมที่มีประสิทธิภาพยิ่งสูงข้อกำหนดเื่เลเวลในการใช้งานก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
และไอเทมเสริมพลังที่พวกนักเรียนเลเวล1สามารถใช้งานได้นั้น ส่วนใหญ่มีผลจำกัดแค่เพิ่มดาเมจได้ไม่กี่หน่วยก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้วไม่มีทางที่จะรุนแรงถึงขั้นฆ่ามอนสเตอร์เลเวลใกล้เคียงกันได้ในพริบตาอย่างแน่นอน
ดังนั้นการที่หลี่เทียนหัวปักใจเชื่อว่าลู่เซิ่งใช้ไอเทมจึงเป็เื่เหลวไหลไร้สาระอย่างเห็นได้ชัด
แต่เซี่ยมู่เซินกลับไม่สนเื่พวกนั้นเลยสักนิด
“มีอย่างนี้ที่ไหนกันกล้าใช้ไอเทมเสริมพลังในการเดิมพันที่ยุติธรรมและเที่ยงธรรมทั้งยังคิดจะฮุบเงินทุนการศึกษาที่รัฐมอบให้กับผู้ใช้อาชีพที่มีพร์อีกฉันอยากจะเห็นนักว่าไอ้ลู่เซิ่งคนนี้มันมีกี่หัวกันแน่ ถึงได้รนหาที่ตายขนาดนี้!”
เมื่อเห็นหลี่เทียนหัวนักเรียนอาชีพลับที่เขามองว่าเป็ดั่งอัญมณีล้ำค่าถูกพาลาดินคนหนึ่งรังแกจนมีสภาพเช่นนี้ เซี่ยมู่เซินก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก่อนจะโบกมือใหญ่โตพร้อมตบหน้าอกรับประกัน “เทียนหัวสบายใจได้ เื่นี้ฉันจะจัดการให้เธอเอง”
“ขอบพระคุณท่านนายกเทศมนตรีมากครับ” หลี่เทียนหัวดีใจจนเนื้อเต้น
“แต่ว่า...”
เมื่อเห็นทั้งสองคนพูดจากล่าวอ้าง หาว่าลู่เซิ่งโกงเพียงแค่ฟังความข้างเดียวไม่กี่คำ สวี่ว่านเฉิงก็ใจหายวาบกำลังจะอ้าปากทัดทานอีกสักสองสามประโยค
ทว่าในตอนนั้นเองที่ทางเข้าของบึงทมิฬก็มีร่างที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
“เฮ้อ... นึกไม่ถึงเลยว่าจะถึงขีดจำกัดเลเวลเร็วขนาดนี้มอนสเตอร์ในบึงทมิฬนี่ช่างเปราะบางเหลือเกิน...”
ลู่เซิ่งชั่งน้ำหนักค้อนในมือใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกว่ายังไม่จุใจ
“ท่านนายกเทศมนตรีครับ มันนั่นแหละครับ มันนั่นแหละลู่เซิ่ง!”
เมื่อเห็นลู่เซิ่งหลี่เทียนหัวก็รูม่านตาหดเกร็ง รีบดึงแขนเสื้อเซี่ยมู่เซินที่อยู่ข้างกายทันที
“หือ?”
เซี่ยมู่เซินก็มองไปที่ลู่เซิ่งเช่นกัน
เขาใช้ทักษะตรวจสอบใส่ลู่เซิ่งตามสัญชาตญาณทันที
[เป้าหมาย: ลู่เซิ่ง]
[อาชีพ: พาลาดิน]
[ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง: ยังไม่เลือก]
[เลเวล: 20 (เปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่ง) ]
[ค่าพลังชีวิต: 740]
[ค่ามานา: 290]
[การประเมินระดับดาวพลังรบ: 44 ดาว]
.........
“อะไรนะ? เลเวล 20?”
เมื่อเห็นเลเวลที่เรียกได้ว่าหลุดโลกของลู่เซิ่งเซี่ยมู่เซินก็ต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
“ลู่เซิ่ง แก... แกเลเวล 20 แล้วงั้นเหรอ?”
สวี่ว่านเฉิงที่อยู่ข้างๆก็ใจนแทบสิ้นสติเช่นกัน
ต้องรู้ก่อนว่าั้แ่ทุกคนเข้าไปเก็บเลเวลในบึงทมิฬจนถึงตอนนี้เวลาเพิ่งผ่านไปเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงสั้นๆ เท่านั้น
แต่ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงที่แสนสั้นนี้ลู่เซิ่งกลับอัปเลเวลจาก 1 พุ่งทะยานรวดเดียวไปถึง 20ซึ่งเป็ขีดจำกัดเลเวลสูงสุดที่บึงทมิฬจะรองรับได้
ความเร็วในการเพิ่มเลเวลที่เข้าขั้นไร้เหตุผลเช่นนี้อย่าว่าแต่อาชีพสายต่อสู้ทั่วไปเลยแม้แต่อาชีพลับหรืออาชีพระดับอัจฉริยะก็ยังไม่สามารถทำได้
“อ้าว? ทุกคนอยู่กันครบเลยนี่นา!”
ในขณะเดียวกันลู่เซิ่งก็สังเกตเห็นหลี่เทียนหัวและสวี่ว่านเฉิงที่อยู่ไม่ไกลเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าหลี่เทียนหัวยังคงมีเลเวลแค่1อยู่เลย เขาก็ใจชื้นขึ้นมาทันที พร้อมแสยะยิ้มกล่าวว่า “หึหึ ดูเหมือนว่าการเดิมพันครั้งนี้ ฉันจะเป็ฝ่ายชนะแล้วสินะ”
“แกคือลู่เซิ่งคนนั้นใช่ไหม?”
ในที่สุดเซี่ยมู่เซินก็ได้สติกลับมา เขาจ้องมองลู่เซิ่งพร้อมเอ่ยถามด้วยเสียงต่ำ
ถึงแม้ความเร็วในการเพิ่มเลเวลของลู่เซิ่งจะทำให้เขาตั้งตัวไม่ติดอยู่บ้างแต่อาชีพสายสนับสนุนอย่างพาลาดินต่อให้เลเวลจะสูงแค่ไหนก็ไม่มีคุณค่าพอให้เขาให้ความสนใจ และหากพูดถึงความสำคัญยิ่งไม่มีทางเทียบชั้นกับอาชีพลับอย่างหลี่เทียนหัวได้เลย
เมื่อคิดได้ดังนี้เซี่ยมู่เซินก็ตัดสินใจได้ทันที และสายตาที่มองลู่เซิ่งก็ค่อยๆ เ็าลง
“แล้วแกเป็ใครล่ะเนี่ย?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เซิ่งถึงเพิ่งสังเกตเห็นการมีอยู่ของเซี่ยมู่เซิน เขาถามออกไปตรงๆ อย่างไม่สนโลกโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีฐานะเป็ถึงนายกเทศมนตรี
“ลู่เซิ่ง อย่าเสียมารยาทสิ คนนี้คือนายกเทศมนตรีเมืองตงหลินของเราท่านเซี่ยมู่เซิน”
สวี่ว่านเฉิงที่เห็นเหตุการณ์เกรงว่าลู่เซิ่งจะวู่วามจนก่อเื่ จึงรีบกระซิบเตือนสติอยู่ข้างๆ
“นายกเทศมนตรี?”
ลู่เซิ่งเลิกคิ้วขึ้นยังไม่ทันจะทำความเข้าใจสถานการณ์ เซี่ยมู่เซินก็เอ่ยถามต่อทันที“ได้ยินว่าแกทำสัญญาเดิมพันกับหลี่เทียนหัวเป็เงินหนึ่งล้านงั้นเหรอ?”
“ถูกต้อง”
ลู่เซิ่งพยักหน้าตอบตามสัญชาตญาณ
“ั้แ่นี้เป็ต้นไป เดิมพันนี้ถือเป็โมฆะ” เซี่ยมู่เซินกล่าวอย่างเผด็จการ
“เพราะอะไร?” ลู่เซิ่งขมวดคิ้วถามกลับ
“ก็เพราะว่าแกแอบใช้ไอเทมเสริมพลังชนะการเดิมพันนี้มาได้ด้วยการโกงยังไงล่ะ” เซี่ยมู่เซินกระแทกเสียงเน้นย้ำ
“หึ งั้นผมก็ขอถามหน่อยเถอะท่านมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ว่าผมใช้ไอเทมเสริมพลัง?” ลู่เซิ่งหรี่ตาถาม
“เหอะ! ของแบบนี้ยังต้องใช้หลักฐานอีกเหรอ?”
เซี่ยมู่เซินยิ้มเยาะอย่างเหยียดหยามพร้อมกล่าวอย่างเ็าว่า “อาชีพสนับสนุนไร้ประโยชน์อย่างพาลาดินถ้าไม่ใช้ไอเทมเสริมพลังจะอัปเลเวลเป็ 20 ได้ภายในครึ่งชั่วโมงเหรอ? ล้อเล่นหรือไง”
“แก!”
เมื่อสิ้นคำพูดนี้ลู่เซิ่งแทบจะะเิอารมณ์ออกมาทันที
เพราะเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเซี่ยมู่เซินที่เป็ถึงนายกเทศมนตรีเมืองตงหลินจะเป็คนพาลไม่ยอมฟังเหตุผลได้ขนาดนี้
“ลู่เซิ่ง อย่าเพิ่งใจร้อน เขาคือนายกเทศมนตรีนะ ถ้าไปหาเื่เขาต่อไปจะใช้ชีวิตในเมืองตงหลินลำบาก...”
ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นท่าทีสุดจะทนของลู่เซิ่ง สวี่ว่านเฉิงก็รีบดึงแขนเสื้อของเขาไว้
แต่ลู่เซิ่งเป็ใครกันล่ะ?
ในฐานะที่เป็ตัวป่วนจอมก่อเื่ชื่อดังกระฉ่อนเขาใช้ชีวิตมาสองชาติไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น
ยิ่งไปกว่านั้นในชาตินี้เขายังมีพร์การต่อสู้ระดับ SSS ในตำนานติดตัวซึ่งทำให้เขาเป็ะได้นานถึง 16 ชั่วโมงเต็ม
ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้แค่นายกเทศมนตรีเมืองเล็กๆ คนหนึ่ง คิดจะใช้คำพูดไม่กี่ประโยคมาข่มงั้นเหรอ?ฝันไปเถอะ
“ไปตายซะเถอะแก!”
ลู่เซิ่งชี้หน้าด่าเซี่ยมู่เซินแทบจะทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด“สัญญาเดิมพันระหว่างฉันกับหลี่เทียนหัวมันไปเกี่ยวอะไรกับตาแก่อย่างแกด้วย หรือว่าแกกินอิ่มจนว่างมากนักหรือไง?”
“แก... แกกล้าด่าฉันงั้นเหรอ?”
เซี่ยมู่เซินถึงกับหน้าเหวอไปครู่หนึ่งเกือบจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไปเสียแล้ว
ส่วนสวี่ว่านเฉิงและหลี่เทียนหัวที่อยู่ข้างๆต่างก็ตกตะลึงจนตาค้างเห็นได้ชัดว่าพวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าลู่เซิ่งจะกล้าด่าแม้กระทั่งนายกเทศมนตรี!