ทันทีที่เห็นโจรชั่วบังคับม้ามุ่งตรงมาชารีฟก็บังคับอูฐเบี่ยงออกไปทางขวาเล็กน้อยเพื่อบังหญิงสาวในอ้อมกอดให้พ้นจากสายตาโลมเลียนั้นแล้วหันหน้าไปเผชิญกับโจรร้ายตรงๆ เ้าโจรร้ายส่งสายตาประหลาดใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาตรงหน้าไม่มีท่าทางเกรงกลัวตนเลยสักนิดหลังจากดูเชิงกันได้สักพัก เ้าโจรชั่วก็เอื้อมมือคว้าดาบโค้งยาวข้างลำตัวแล้วชี้มันไปที่ชายหนุ่มกับหญิงสาวตรงหน้า ชารีฟยังคงมีท่าทางสงบนิ่ง หลังจากสังเกตท่าทางเ้าโจรร้ายอยู่นานก็ตัดสินใจหยิบกริชคู่ใจขนาดเล็กออกมาถือไว้ในมือสร้างความประหลาดใจให้กับเ้าโจรชั่วยิ่งนัก
“ฮึๆ เ้าหนุ่มนั่นเ้าคิดจะใช้กริชเล่มแค่นั้นมาสู้กับข้างั้นรึ ไม่ดูถูกฝีมือกันไปหน่อยหรือไงหรือคิดจะใช้มันมาแทงตัวตาย ถ้าเป็อย่างนั้นข้าก็ไม่ห้ามหรอกนะ แถมข้ายังรับปาก จะดูแลเมียของเ้าอย่างดีเลยทีเดียวฮะๆๆ”เ้าโจรชั่วมองไปยังหญิงสาวที่ถูกบดบังอยู่ด้วยสายตาหื่นกระหาย แต่ยังไม่ทันจะกะพริบตากริชในมือก็ถูกขว้างเข้าลูกตาทางขวาของมันซะแล้วเ้าโจรชั่วร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ตกจากหลังม้าลงไปดิ้นพล่านอยู่กลางผืนทราย ท่ามกลางเหล่าสมุนที่มองเห็นเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลพวกมันเห็นท่าไม่ดี ก็เริ่มขยับกลุ่มกันเข้ามา แต่ยังไม่ทันจะควบม้าผ่านสันทราย ก็มีกลุ่มเบดูอินหรือเหล่าองครักษ์ทะเลทรายเข้ามาล้อมไว้ทุกด้านสร้างความตื่นตระหนกให้พวกมันเป็อย่างมาก หัวหน้าโจราเ็สาหัสแล้วยังมีกลุ่มเร่ร่อนมาจากไหนก็ไม่รู้ล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมดจะหนีก็หนีไม่ทันซะแล้ว สุดท้ายพวกโจรก็ถูกปราบสิ้นด้วยฝีมือของเหล่าองครักษ์ทะเลทรายผู้เปรียบดั่งมัจจุราชสำหรับพวกคนโฉด ดั่งคำขนานนาม “มัจจุราชทะเลทราย”
“เอาล่ะพวกเ้าแบ่งเป็สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจัดการฝังศพโจรพวกนี้และกลุ่มผู้เคราะห์ร้ายให้เรียบร้อยแล้วค่อยตามเราไปที่โอเอซิสคาซาบัส” ชารีฟออกคำสั่งและขี่อูฐนำไปก่อน พร้อมกับคนสนิทบางส่วน
“คุณเป็ยังไงบ้างปลายฟ้าคงใมากสินะ เื่แบบนี้เป็เื่ธรรมดาสำหรับชาวทะเลทรายอย่างพวกเราแต่ก็น่าแปลก เพราะหลังจากที่ท่านชีคและชีคชารีฟาหันมาให้การสนับสนุนด้านการศึกษามากขึ้นรวมทั้งพยายามกระจายรายได้ให้กับคนกลุ่มน้อยและชนเผ่าเร่ร่อนมากยิ่งขึ้น ทำให้กลุ่มโจรทะเลทรายลดน้อยลงไปมากแล้วจนแทบจะไม่มีให้พบเห็นมานานแล้วด้วยซ้ำ แล้วเ้าโจรชั่วพวกนี้มันมาจากไหนกันนะ”ชารีฟพูดไปเรื่อยๆ แต่กลับไม่ได้รับคำโต้ตอบใดๆจากหญิงสาวตรงหน้าพอก้มมองเธออีกที จึงรู้ว่าหญิงสาวหมดสติไปแล้ว
“ปลายฟ้าปลายฟ้า คุณเป็อะไรหรือเปล่าปลายฟ้า” ปลายฟ้าที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในขณะที่เหล่าองครักษ์กำลังปราบโจรรู้สึกตระหนกและหวาดกลัวอย่างห้ามไม่ได้ เพราะนอกจากภาพการต่อสู้แล้วยังมีกลุ่มซากศพของบรรดาผู้เคราะห์ร้ายซึ่งถูกพวกโจรปล้นฆ่าไปก่อนที่พวกของชารีฟจะมาถึง สุดท้ายด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วบวกกับความขวัญเสียทำให้ปลายฟ้าสลบไสลไปอีกครั้ง
“แย่ละสงสัยไข้จะกลับมาอีกแล้วแถมยังต้องมาเจอเื่น่ากลัวแบบนี้อีก คงใจนหมดสติไป ปลายฟ้าคุณอย่าเป็อะไรนะอีกสักพักเราก็จะถึงโอเอซิสแล้ว” ชารีฟรีบบังคับอูฐตรงไปยังจุดหมายข้างหน้าทันทีพอถึงจุดหมาย ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวลงมาจากหลังอูฐและตรงไปที่ใต้ต้นอินทผาลัมต้นใหญ่ต้นหนึ่งจากนั้นก็เอาผ้ามาชุบน้ำเช็ดไปตามใบหน้า ลำคอ และตามเนื้อตัวของหญิงสาวเบาๆ เพื่อลดอุณหภูมิให้กับหญิงสาวในอ้อมกอดหลังจากนั้นไม่นานนักเหล่าองครักษ์และชนเผ่าที่ติดตามก็มาถึงทุกคนแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างรวดเร็วเมื่อกระโจมที่พักถูกเตรียมเรียบร้อยแล้ว ชารีฟก็พาหญิงสาวเข้าไปพัก พร้อมกับสั่งให้มีน่ามาคอยดูแลอาการปลายฟ้าอย่างใกล้ชิดส่วนตัวเองนั้นมีเื่สำคัญต้องปรึกษากับฮาเซ็มและกลุ่มองครักษ์เกี่ยวกับพวกโจรที่เจอวันนี้เพราะถึงจะบอกว่าเป็เื่ธรรมดาสำหรับชาวทะเลทราย แต่หลังจากที่ชีคคาซาฮาลและตนเองพยายามฟื้นฟูการศึกษาและกระจายรายได้ให้กับชนกลุ่มน้อยและบรรดาชนเผ่าต่างๆในแถบทะเลทรายอย่างต่อเนื่องกลุ่มโจรก็ลดน้อยลงจนคิดว่าแทบจะไม่มีเหลือแล้วด้วยซ้ำยิ่งเส้นทางที่ตนเองใช้วางแผนในการเดินทางครั้งนี้ด้วย มีการตรวจสอบจากเหล่าองครักษ์และแม้แต่ตัวชารีฟที่เข้ามาสำรวจตรวจสอบด้วยตนเองหลายครั้งหลายคราว่าเส้นทางนี้มีความปลอดภัย เหมาะสมจะใช้เป็เส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางใหม่ นอกเหนือจากเส้นทางหลักอื่นๆนึกไม่ถึงจริงๆว่าจะมีพวกโจรทะเลทรายเข้ามาอยู่ในเส้นทางจนได้ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญหรือเป็การจงใจจากผู้ใด แต่ชารีฟไม่ยอมให้มันผ่านไปเฉยๆแน่เพื่อความปลอดภัยของชนเผ่าทั้งหลายที่อยู่ภายใต้การปกครองนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้เส้นทางหลังจากแผนการในครั้งนี้สิ้นสุดลง เขาต้องหาสาเหตุที่แท้จริงให้ได้เผื่อว่ายังมีกลุ่มคนที่ทุกข์ยากเดือดร้อนจนต้องมาเป็โจรแบบนี้อีก จะได้รีบให้ความช่วยเหลือบำบัดทุกข์และแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพราะอย่างไรเสียคนพวกนี้ก็อยู่ภายใต้การปกครองของผู้ครองรัฐจริงๆแล้วถ้าโจรพวกนั้นไม่คิดจะสู้และยอมรามือแต่โดยดีพวกมันคงไม่ต้องมาตายอยู่กลางทะเลทรายแบบนี้คิดแล้วก็น่าอนาถนัก
“มีน่า คุณปลายฟ้าฟื้นหรือยัง”ชารีฟเข้ามาในกระโจมหลังการประชุมเสร็จสิ้นลง
“ยังไม่ฟื้นเลยเ้าคะแต่โชคดีที่ไข้ลดลงแล้ว เช็ดตัวอีกสักครั้งแล้วให้ทานข้าวทานยา พักผ่อนเต็มที่พรุ่งนี้อาการคงจะดีขึ้น”มีน่ารายงาน
“ขอบใจมากมีน่าเดี๋ยวเธอช่วยเอาน้ำนี่ไปเปลี่ยน แล้วเตรียมสำรับอาหารมาให้ฉันกับปลายฟ้าในนี้นะ ฉันจะเป็คนดูแลนายหญิงของมีน่าเอง”ชารีฟสั่งจบหญิงสาวก็รีบไปจัดการให้ทันที ไม่นานนักสิ่งที่ชารีฟ้าก็ถูกจัดเตรียมเข้ามาให้ในกระโจมอย่างครบถ้วนพอจัดทุกอย่างเสร็จ มีน่าก็ออกไปอย่างรู้งาน หลังจากมีน่าออกไปชารีฟก็จัดการเช็ดตัวให้หญิงสาวรวมทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเธอ ปลายฟ้าสวยงดงามราวกับเทพธิดา จนชารีฟอดใจไม่ไหวโน้มตัวลงมอบจุมพิตแ่เบาบนริมฝีปากนุ่มละมุนยิ่งััยิ่งหลงใหลทำให้แรงััเพิ่มมากขึ้นจากแค่เพียงแ่เบาราวผีเสื้อแตะกลีบดอกไม้กลายเป็ภมรที่ซอกซอนเกสรดอกไม้เพื่อแสวงหาน้ำหวานชายหนุ่มใช้ลิ้นหยอกล้อตักตวงความหวานจากหญิงสาวที่เริ่มจะรู้สึกตัวจากจุมพิตที่ลึกซึ้งหญิงสาวขยับตัวและเบี่ยงหน้าหนี เพราะรู้สึกได้ถึงการรุกรานที่แสนหวานและคุ้นเคย
“รู้สึกตัวแล้วเหรอคนดีปลายฟ้าตื่นเถอะ ลุกขึ้นมาทานข้าวทานยาก่อนแล้วผมจะให้คุณพักผ่อนอย่างเต็มที่ ผมรับรองว่าคืนนี้จะไม่เกเรกับคุณตื่นนะครับคนดี” ชารีฟพูดปลุกหญิงสาวที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นปลายฟ้าพยายามฝืนเปิดเปลือกตาที่หนักแสนหนักในความรู้สึกของเธอตอนนี้เธอพยายามจะลืมตาขึ้นมามองคนที่คอยส่งเสียงเรียกเธออย่างอ่อนโยนเธออยากมองดูให้แน่ใจว่าใช่คน คนเดียวกับที่เธอฝันถึงเมื่อสักครู่รึเปล่าในความฝันคน คนนั้นคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ คอยปลอบโยนเมื่อเธอร้องไห้ ปกป้องเมื่อเธอถูกรังแกและคอยดูแลยามที่เธอ้า เขาเป็ใครกันนะ ‘ใครกันคะคุณเป็ใครกัน’ ปลายฟ้าพึมพำเสียงแ่
“ปลายฟ้าคุณว่าอะไรนะเจ็บตรงไหนหรือเปล่าปลายฟ้า” ชารีฟปลุกหญิงสาวอีกครั้งพร้อมทั้งพยุงหญิงสาวขึ้นมานั่งแล้วโอบกอดไว้แนบอก
“อื้มมปวดหัวจัง มีน่านั่นเธอเหรอ” ปลายฟ้าพูดพร้อมกับลืมตาขึ้นในที่สุด
“ตื่นแล้วเหรอคุณเป็ยังไงบ้าง มาเถอะมาทานข้าวทานยาแล้วจะได้นอนต่อ” ชารีฟพยุงหญิงสาวให้นั่งพิงหมอนเนื้อนุ่มใบใหญ่ที่นำมาจัดซ้อนไว้ให้จากนั้นตนเองก็หันไปหยิบชามข้าวโอ๊ตต้มใส่นมและสมุนไพรส่งกลิ่นหอมน่าทานปลุกความหิวของหญิงสาวตรงหน้าให้ตื่นขึ้นมาทันที
“ฉันเป็อะไรไปคะจำได้ว่าพวกโจร แย่แล้วพวกโจรล้อมเราไว้หมดเลย แล้วนี่เราอยู่ที่ไหน โดนจับมาใช่ไหม”ปลายฟ้าตัวสั่น เพราะภาพสุดท้ายก่อนที่เธอจะสลบไปคือภาพโจรร้ายที่กำลังควบม้าเข้ามาใกล้และในขณะที่สติกำลังเลือนรางเธอได้ยินเสียงคนจำนวนมากต่อสู้กันอยู่ใกล้ๆหลังจากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีก
“ใจเย็นๆปลายฟ้าไม่มีอะไรแล้วนะคนดีผมสัญญาว่าจะไม่มีใคร หรืออะไรมาทำอันตรายคุณได้ตราบใดที่ผมยังอยู่ นิ่งซะนะครับ”ชารีฟกอดปลายฟ้าพร้อมกับปลอบโยนให้เธอคลายกังวลปลายฟ้ารู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนที่ชารีฟมอบให้ อีกทั้งยังรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจเมื่ออยู่ใกล้กับชายคนนี้
“ทานอะไรหน่อยนะมาผมป้อนให้ ข้าวโอ๊ตต้มกับนมแล้วก็สมุนไพรช่วยฟื้นกำลัง อุ่นกำลังดีเลย” พูดจบชารีฟก็ตักอาหารป้อนให้หญิงสาวทานจนหมดไปกว่าครึ่งชาม หญิงสาวจึงส่ายหน้าปฏิเสธเพราะทานต่อไปไม่ไหวแล้ว ชายหนุ่มจึงให้หญิงสาวทานยาแล้วนอนพักผ่อนหญิงสาวหลับลงเกือบจะทันทีที่หัวถึงหมอนเพราะยังคงมีไข้และอ่อนเพลียจากการเดินทางท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่คุ้นเคย
“หลับซะนะคนดีพี่คนนี้จะคอยดูแลอยู่ใกล้ๆเหมือนเมื่อก่อน ที่เ้าคอยวนเวียนซุกซนอยู่เคียงข้างให้พี่คอยดูแลไง”ชารีฟพูดออกมาหลังจากที่แน่ใจว่าหญิงสาวหลับไปแล้วจากนั้นชายหนุ่มก็ดึงหญิงสาวข้างกายเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างหวงแหน
“อื้มมอุ่นดีจัง ขอกอดหน่อยนะเ้าตุ๊กตาหมี” ปลายฟ้าพึมพำอย่างมีความสุขในขณะที่คว้าหมีตัวโตเข้ามาในอ้อมกอดโดยไม่รู้ว่าในความเป็จริงแล้วหมีตัวโตในฝันคือชายหนุ่มที่เธอหมั่นไส้นักหนาส่วนชายหนุ่มตื่นมาได้สักพักแล้ว กำลังจะขยับตัวเพื่อจะตรวจวัดอุณหภูมิหญิงสาวข้างกายให้ถนัดแต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วล่ะ เพราะตนได้วัดไข้หญิงสาวอย่างใกล้ชิดแบบเนื้อแนบเนื้อแล้วในขณะเดียวกันปลายฟ้าที่กำลังฝันหวานอยู่นั้น รู้สึกว่าตุ๊กตาหมีตัวนี้มีอะไรแปลกๆเพราะมันขยับเขยื้อนได้ มันตอบโต้ััของเธอและเริ่มรุกรานร่างกายของเธอจากเพียงแ่เบาตอนนี้เ้าหมีตัวโตกลับลงมือหนักขึ้นเรื่อยๆจนปลายฟ้ารู้สึกขัดใจ เอาเข่ากระแทกเข้าให้จนเ้าหมีส่งเสียงร้องครางออกมา ‘เอ๊ะตุ๊กตาส่งเสียงได้ด้วยเหรอไม่จริงน่า’ แล้วปลายฟ้าก็อดลืมตาขึ้นมาดูตุ๊กตาหมีแสนประหลาดไม่ได้พอลืมตาขึ้นมามอง เธอก็ถึงกับผงะ เพราะแทนที่จะเป็ตุ๊กตาหมีอย่างที่ฝัน กลับกลายเป็โจรบ้าลามกคนเดิมที่กำลังทำมิดีมิร้ายกับร่างกายของเธอ
“ไอ้โจรบ้ากามออกไปเดี๋ยวนี้นะแล้วนี่ไอ้ ไอ้ที่ฉันเอาเข่ากระแทกไปเมื่อกี้นี้มันอะไรกัน อี๊อย่าบอกนะว่ามันมันคือ…” ยังไม่ทันพูดออกมาชายหนุ่มข้างกายก็รีบพยักหน้ารับช้าๆพร้อมกับมองลงไปยังของกลางเพื่อเป็การยืนยันหลักฐานโชคดีที่ปลายฟ้ากระแทกมาแบบไม่รู้สึกตัวเต็มที่ เลยได้แค่เฉียดๆ นี่ถ้าเธอตั้งใจแล้วก็ตื่นเต็มตาเขาคงจะจุกจนลุกไม่ขึ้นแน่ๆคิดแล้วอดสยองไม่ได้
“กรี๊ดไอ้บ้าไอ้ลามกออกไปนะ ออกไป” ปลายฟ้ากรี๊ดลั่น จนคนข้างนอกได้ยินแต่ไม่มีใครเข้ามาเพราะรู้ดีว่าบุคคลที่หญิงสาวพูดถึงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากเ้าชีวิตของพวกเขา ซึ่งดูจะเปลี่ยนไปมากั้แ่ได้เจอกับปลายฟ้า บางคนก็เข้าใจว่าท่านชีคคงแสร้งแสดงละครเพื่อแกล้งหญิงสาวแต่ฮาเซ็มรู้ดีเลยล่ะว่ามันเป็ความ้าที่แท้จริงของท่านชีคแน่ๆด้วยความที่รู้จักคุ้นเคยกันมาั้แ่เด็ก เขาแน่ใจทันทีที่ได้เห็นแววตาของชีคชารีฟายามที่มองปลายฟ้ามันเป็แววตาของชายหนุ่มที่กำลังมองหญิงคนรักไม่ใช่เพียงแค่คนรู้จักหรือเคยรู้จักและอยากจะกลั่นแกล้งท่านชีคอาจจะยังไม่รู้ตัวแต่ คนสนิทอย่างฮาเซ็มรู้ดีว่า เขามีนายที่ต้องอารักขาเท่าชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว
“กรี๊ดได้ด่าได้ขนาดนี้แสดงว่าหายดีแล้วละสิ เมื่อคืนอุตส่าห์ห้ามใจแทบตาย เพราะเห็นว่าป่วยตอนนี้หายแล้วมาต่อเลยแล้วกันนะ” ชารีฟอดแกล้งหญิงสาวที่ตื่นขึ้นมาโวยวายแต่เช้าไม่ได้เลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้หวังจะสูดดมความหอมให้ชื่นใจอีกรอบแต่แม่เสือสาวถูกปลุกให้ตื่นแล้ว เลยกางกรงเล็บตะปบลงมาเต็มที่ ดีที่ชารีฟหลบทันใบหน้าอันแสนหล่อเหลาเลยรอดมาได้แต่กลายเป็แผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อต้องมารับเคราะห์มีรอยแมวข่วนเล็กๆมาประดับไว้แทน
“โหแค่แหย่เล่นทำเป็ดุไปได้คุณไปล่ะเดี๋ยวผมจะไปตามมีน่ามาดูแลคุณก็แล้วกัน เอ๊หรือว่าคุณอยากให้ผมดูแลเอาแบบไหนดีครับ” ชารีฟพูดจายียวนพร้อมกับส่งยิ้มที่หญิงสาวเห็นว่ากวนประสาทสุดๆมาให้
“ออกไปเลยนะอีตาบ้า”
“โอเคครับโอเคผมไปล่ะแล้วอย่ารีบคิดถึงผมเร็วนักล่ะขอผมไปทำธุระส่วนตัวก่อนแล้วจะกลับมาหานะที่รัก”ชารีฟส่งยิ้มกวนๆมาให้หญิงสาวอีกครั้งพร้อมกับรีบเดินออกไปทันทีที่เห็นหญิงสาวหยิบหมอนใบเล็กข้างกายมาเตรียมพร้อมเหวี่ยงเต็มเหนี่ยว
“ฝากไว้ก่อนเถอะอีตาบ้า”ปลายฟ้าะโไล่หลังไปในขณะที่มีน่าเดินเข้ามาพอดีถึงกับอึ้ง พร้อมกับก้าวถอยหลังเมื่อเห็นหญิงสาวกำลังถือหมอนใบเดิมค้างไว้ในท่าเตรียมพร้อม
“เอ่อ ขออนุญาตเข้าไปได้ไหมเ้าคะ”มีน่าเอ่ยปากอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ได้สิจ๊ะมีน่า เข้ามาข้างในเลยจ๊ะ”ปลายฟ้ารีบเอาหมอนวางลงตรงตำแหน่งเดิมพร้อมส่งยิ้มให้กับสาวน้อยตรงหน้า
“คุณปลายฟ้าอาการดีขึ้นรึยังเ้าคะ”มีน่าถามด้วยความเป็ห่วง
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะจ๊ะออกไปวิ่งเล่นกับเด็กๆข้างนอกได้สบายเลยล่ะ” ปลายฟ้ารู้สึกดีขึ้นมากหลังจากได้พักผ่อนอย่างเต็มที่อีกทั้งอากาศรอบตัววันนี้ก็ไม่ร้อนจัดเหมือนที่ผ่านมา ‘เอนั่นสินี่เรายังอยู่กลางทะเลทรายเหรอเนี่ย ทำไมอากาศไม่ค่อยร้อนเหมือนทุกวันเลยแฮะ’
“นี่เราอยู่ที่ไหนกันเหรอจ๊ะมีน่าใช่โอเอซิสคาซาบัสหรือเปล่า” ปลายฟ้าออกปากถามทันที
“ใช่แล้วเ้าค่ะเมื่อวานตอนที่เกิดเื่ เราก็อยู่ไม่ไกลจากโอเอซิสนักเรามาถึงโอเอซิสก่อนตะวันจะตกดินเสียอีกเ้าค่ะ ว่าแต่คุณปลายฟ้ามีอะไรหรือเปล่าเ้าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะแค่แปลกใจนึกไม่ถึงว่าเรายังอยู่ในทะเลทราย เพราะอากาศไม่ร้อนอย่างที่คิดออกจะเย็นสบายเสียด้วยซ้ำ” ปลายฟ้าบอกข้อสงสัยของเธอให้มีน่าฟัง
“อ๋อ เป็เื่ปกติเ้าค่ะเพราะโอเอซิสคาซาบัสเป็โอเอซิสขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบก็อุดมไปด้วยต้นไม้จำพวกปาล์มอินทผาลัม กระบองเพชรที่คอยโอบอุ้มกักเก็บน้ำไว้โดยรอบเยอะแยะเต็มไปหมดกุหลาบทะเลทรายที่นี่ก็มีมากมายหลากสีสัน แต่กลิ่นไม่หอมเท่าที่อื่นๆเลยไม่มีใครนิยมเอามาสกัดน้ำมันหอมเ้าคะว่าแต่ถ้าคุณปลายฟ้าอาการดีขึ้นแล้ว มีน่าจะพาไปเดินชมรอบๆนะเ้าคะ”
“ดีจัง ฉันหายดีแล้วล่ะมีน่าอยากออกไปชมสวนธรรมชาติเต็มทีแล้วอยากลองชิมอินทผาลัมสดๆจากต้นแล้วก็กุหลาบทะเลทรายสวยๆด้วย” ปลายฟ้าพูดอย่างตื่นเต้นอยากจะไปเห็นสวนสวยกลางทะเลทรายเต็มทีแล้ว
“ได้เลยเ้าค่ะถ้างั้นมีน่าช่วยคุณปลายฟ้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะเ้าคะแล้วเดี๋ยวออกไปทานอาหารเช้ากันข้างนอก พวกผู้หญิงเตรียมอาหารไว้ั้แ่เช้ามืดคงใกล้เสร็จแล้วละเ้าค่ะ” มีน่าบอกพลางเตรียมเสื้อผ้าให้หญิงสาวผลัดเปลี่ยนพร้อมผสมน้ำกับน้ำมันสกัดหอมกรุ่นกำจายไปทั่วกระโจม