ภายหลังจากการสืบสวนคดีฆาตกรรมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง การทำงานของหลงเทียนและเหมยฮัวก็ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนการคลี่คลายเส้นด้ายที่พันกันยุ่งเหยิงออกทีละน้อย เผยให้เห็นโครงข่ายที่ซับซ้อนและดำมืดที่ซ่อนอยู่เื้ัธุรกิจมืด แสงไฟสีเหลืองนวลในห้องทำงานของหลงเทียนดูสลัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับความมืดมิดของโลกใต้ดินที่พวกเขาพยายามจะแทรกซึมเข้าไปสำรวจ กลิ่นกาแฟที่เคยหอมกรุ่นและกระตุ้นความสดชื่นในยามเช้า แปรเปลี่ยนเป็กลิ่นกระดาษเก่าๆ และฝุ่นที่อบอวลอยู่ภายในห้อง บ่งบอกถึงการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องและความเคร่งเครียดที่เพิ่มมากขึ้น
“นี่มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดาๆ เสียแล้ว” หลงเทียนพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและวิตกกังวล ขณะที่เขาพลิกแฟ้มคดีในมือไปมาอย่างใจจดใจจ่อ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความกังวล
“มันเกี่ยวพันกับอะไรที่ใหญ่และซับซ้อนกว่าที่เราคาดคิดไว้มาก” เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
เหมยฮัวพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่หลงเทียนพูด มองแผนผังเครือข่ายธุรกิจมืดขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้อง แผนผังนั้นเต็มไปด้วยชื่อบุคคล สถานที่ และความเชื่อมโยงต่างๆ ที่ซับซ้อน
“ดูเหมือนว่าจะมีบุคคลที่มีอำนาจและอิทธิพลอยู่เื้ัเื่นี้” เธอชี้ไปยังชื่อบุคคลที่อยู่บนสุดของแผนผัง ซึ่งถูกวงกลมสีแดงล้อมรอบไว้
“เราต้องหาทางเข้าถึงตัวคนๆ นี้ให้ได้ เพื่อที่จะไขปริศนาทั้งหมด”
หลังจากใช้เวลาวิเคราะห์ข้อมูลและปรึกษาหารือกันอย่างถี่ถ้วน พวกเขาตัดสินใจที่จะใช้วิธีการปลอมตัวเข้าไปในงานเลี้ยงหรูหราของมาเฟียที่จะจัดขึ้นในคืนนั้น เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมและเข้าถึงบุคคลสำคัญ งานเลี้ยงนี้เป็การรวมตัวของเหล่าผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจมืด ซึ่งอาจเป็โอกาสเดียวที่พวกเขาจะสามารถเข้าถึงเื้ัของคดีนี้ได้
“เราต้องปลอมตัวให้แเีและดูน่าเชื่อถือที่สุด” เหมยฮัวกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“งานเลี้ยงระดับนี้ต้องหรูหราอลังการเป็พิเศษ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม”
เมื่อถึงเวลาเตรียมตัว เหมยฮัวใช้เวลาแต่งหน้าทำผมอย่างพิถีพิถันและตั้งใจ เธอเลือกชุดราตรียาวสีแดงเพลิงที่ตัดเย็บอย่างประณีต ซึ่งขับผิวขาวผ่องของเธอให้โดดเด่นและเปล่งประกาย ผมยาวสลวยของเธอถูกเกล้าขึ้นอย่างสวยงาม ประดับด้วยปิ่นปักผมหยกที่ดูหรูหรา ทำให้เธอดูสง่างามและโดดเด่นราวกับนางพญาที่มาจากราชวงศ์
หลงเทียนยืนมองเหมยฮัวที่แต่งตัวเสร็จแล้วด้วยความชื่นชมและตกตะลึง เขาแทบจำเธอไม่ได้ในชุดราตรีหรูหรานี้ เธอดูสวยงามและมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยและอธิบายไม่ได้เกิดขึ้นในใจของเขา เขาไม่เคยเห็นเหมยฮัวในมุมมองนี้มาก่อน
“สวยมาก…”
หลงเทียนเผลอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา เหมยฮัวหันมายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่สดใส ทำให้เขาต้องรีบหลบสายตาด้วยความประหม่าและเขินอายเล็กน้อย เขาไม่้าให้เธอสังเกตเห็นความรู้สึกที่อยู่ในใจของเขา
เมื่อเดินทางมาถึงงานเลี้ยง พวกเขาพบกับบรรยากาศที่หรูหราและอลังการสมคำร่ำลือ แสงไฟจากแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ระยิบระยับสะท้อนกับเครื่องประดับและเสื้อผ้าของผู้คน เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงเบาๆ สร้างบรรยากาศที่เลอค่าและผ่อนคลาย ผู้คนในชุดแพงระยับเดินกันขวักไขว่ไปมา พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาพยายามแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มแขกที่มาร่วมงานและตั้งใจฟังบทสนทนาต่างๆ เพื่อหาข้อมูลที่เป็ประโยชน์ต่อคดี
ในขณะที่หลงเทียนกำลังพูดคุยกับนักธุรกิจคนหนึ่งที่ดูมีอิทธิพล เหมยฮัวก็สังเกตเห็นชายคนหนึ่งที่ดูมีพิรุธและน่าสงสัย เขามีรอยสักรูปเสือดำขนาดใหญ่ที่แขน ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของแก๊งมาเฟียที่พวกเขาเคยสืบสวนมาก่อน
เหมยฮัวรีบส่งสัญญาณให้หลงเทียนทราบด้วยสายตา ทั้งสองตัดสินใจที่จะติดตามชายคนนั้นไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้เขารู้ตัว ชายคนนั้นเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่อยู่ด้านในของงานเลี้ยง หลงเทียนและเหมยฮัวแอบฟังอยู่หน้าประตูห้องอย่างระมัดระวัง
พวกเขาได้ยินชายคนนั้นคุยโทรศัพท์เกี่ยวกับสินค้าผิดกฎหมายจำนวนมากและการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น พวกเขารู้แล้วว่าพวกเขามาถูกทาง ข้อมูลที่ได้ยินนั้นเชื่อมโยงคดีฆาตกรรมเข้ากับการลักลอบค้าของเถื่อนอย่างชัดเจน ราวกับจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ต่อเติมภาพรวมของคดีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ความรู้สึกตื่นเต้นและกระหายที่จะไขคดี เพิ่มมากขึ้นในใจของทั้งสอง
แต่ในขณะนั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ประตูห้องที่พวกเขาแอบฟังอยู่ถูกเปิดออกอย่างแรง เสียงบานพับประตูดังเอี๊ยดอ๊าด ชายฉกรรจ์ร่างกำยำหลายคนยืนขวางอยู่หน้าประตู สีหน้าของพวกเขาถมึงทึง ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่หลงเทียนและเหมยฮัวอย่างไม่วางตา ราวกับเหยี่ยวที่จ้องจับเหยื่อ พวกเขาเห็นหลงเทียนและเหมยฮัวที่แอบฟังอยู่นอกห้อง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบข้างพลันตึงเครียดขึ้นในทันที ราวกับมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน หลงเทียนและเหมยฮัวรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาถูกจับได้เสียแล้ว หัวใจของพวกเขาเต้นระรัว ความรู้สึกหวาดหวั่นและความกังวลใจถาโถมเข้ามา พวกเขาต้องหาทางหลบหนีออกจากสถานการณ์อันตรายนี้ให้ได้
หลงเทียนตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาใช้ไหวพริบที่มี ผลักโต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ล้มลงกับพื้นอย่างแรง เสียงดังโครมครามดึงดูดความสนใจของผู้คนในงานเลี้ยง เสียงพูดคุยจอแจเงียบลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะดังขึ้นตามมา เกิดความวุ่นวายเล็กน้อยในงานเลี้ยง
อาศัย่ชุลมุนนั้น หลงเทียนรีบคว้ามือเหมยฮัวและวิ่งหนีออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว พวกเขาวิ่งฝ่าฝูงชนที่กำลังแตกตื่น หลบหลีกผู้คนที่เดินสวนไปมา พยายามที่จะออกจากงานเลี้ยงให้เร็วที่สุด
ชายฉกรรจ์เ่าั้ตั้งสติได้และเริ่มวิ่งไล่ตามหลงเทียนและเหมยฮัวอย่างกระชั้นชิด เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังตามหลังมาติดๆ การไล่ล่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและอันตราย หลงเทียนและเหมยฮัวต้องใช้ความเร็วและความคล่องตัวของพวกเขาในการหลบหลีกผู้คนและสิ่งกีดขวางต่างๆ ที่ขวางทางอยู่ พวกเขาพยายามที่จะไม่ให้ถูกจับได้
ในที่สุด หลังจากวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง พวกเขาก็สามารถหลบหนีออกมาจากงานเลี้ยงได้อย่างหวุดหวิด พวกเขาวิ่งออกมาจนถึงถนนด้านนอก หอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่สามารถหลุดพ้นจากอันตรายมาได้
ทั้งสองรีบขึ้นรถและขับกลับไปยังสถานีตำรวจโดยเร็ว พวกเขา้าที่จะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และวางแผนการจับกุม
เมื่อกลับถึงสถานีตำรวจ พวกเขารีบนำข้อมูลที่ได้ยินมาวิเคราะห์อย่างละเอียด พวกเขาพบว่าบทสนทนาที่พวกเขาได้ยินนั้นมีข้อมูลสำคัญที่เชื่อมโยงคดีฆาตกรรมเข้ากับการลักลอบค้าของเถื่อนอย่างชัดเจน ข้อมูลนี้เป็เบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำความผิดและคลี่คลายคดีทั้งหมด
หลงเทียนและเหมยฮัว พวกเขาได้พบเบาะแสสำคัญที่จะคลี่คลายคดีฆาตกรรมและเปิดโปงขบวนการลักลอบค้าของเถื่อน พวกเขามั่นใจว่าจะสามารถนำความยุติธรรมมาสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในที่สุด ความมุ่งมั่นที่จะไขคดีนี้เพิ่มมากขึ้นในใจของทั้งสอง