“ เถ้าแก่คุณแน่ใจใช่ไหมว่าจะไม่ให้เราเดินทางไปส่ง ”
ผู้จัดการถามด้วยใบหน้ากังวล เถ้าแก่และลูกสาวเดินออกจากโรงแรมหรูอี้แทนที่จะให้พวกเขาเดินทางไปส่ง ภายในโรงแรมมีบริการรับส่งผู้ใช้บริการถึงที่หมาย ตราบใดที่ไม่ออกนอกเขตเมืองลั่วหยาง
เฉินห่าวปฎิเสธก็เพราะเขาต้องการเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยชิงหัวด้วยตนเองอย่างน้อยก็ได้พาเป่าเป้ยเดินเล่น
เด็กสาวในชุดผึ้งแสดงท่าทางตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าวันนี้จะได้เดินทางไปมหาวิทยาลัยกับคุณพ่อ
“ มีอะไรให้ติดต่อมาล่ะ ”
“ ครับเถ้าแก่ ”
เฉินห่าวกระโจนออกจากหน้าโรงแรมขึ้นไปยังตึกสูงก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัยด้วยความรวดเร็วด้วยวรยุทธ์เท้า ทว่าเขากลับต้องลงมาเดินด้านล่างหลังจากพบว่าตนเองกำลังจะผ่านสวนสาธารณะจึงพาเป่าเป้ยแวะพักก่อน
“ ป๊ะป๋าดอกไม้ฉวยจัง ”
“ ใช่แล้ว ดอกไม้สวยมากเลยล่ะ น่าเสียดายที่เราเด็ดมันออกมาไม่ได้ ”
“ ทำไมเหยอ ”
“ ถ้าเราเด็ดดอกไม้พวกนี้คนอื่นๆก็จะไม่เห็นดอกไม้ไง เราต้องทิ้งมันไว้ให้คนอื่นๆเห็นความงามของมันด้วยครับ ”
“ หยูเข้าใจแล้วค่า ”
เด็กสาวหันมองต้นไม้ด้านบนมีนกมากมายกำลังส่งเสียงร้อง ในระหว่างจ้องมองรอบๆเธอก็พบเข้ากับสุนัขมากมาย วันนี้เธอไม่ได้พาอันอันมาด้วยจึงขี่เล่นไม่ได้
เฉินห่าวเห็นว่าใกล้ได้เวลาเรียนแล้วจึงพาเป่าเป้ยเดินทางต่อ โดยหน้าตาที่เขาใช้ในตอนนี้ต่างออกไปจากเดิม เขาทำให้หางคิ้วเชิดขึ้นจากวรยุทธ์แปลงโฉม แม้เขาอยากจะเปิดเผยตัวตนว่าเป็นใครต่อหน้านักศึกษา การทำเช่นนี้กลับมีปัญหาหลายอย่าง
เขายังไม่พร้อมจะงัดกับตระกูลหานและตระกูลเจียง โรงแรมหรูอี้มีคนใช้เพียง 300 คนต่อวันเท่านั้นกับเวลา 20 วันที่ผ่านมา ดูท่าเขาจะหาสมาชิกได้ราว 500 คนในอีก 10 วันข้างหน้า แต่ดูท่าหลายอย่างจะต่างออกไปเพราะตอนนี้เขากำลังจะไปหาสมาชิกในมหาวิทยาลัย
“ วาว! ”
เด็กน้อยเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยใหญ่โตเป็นอย่างมาก ด้านข้างประตูทั้งสองฝั่งมีรูปแกะสลักมังกรสูงราว 100 เมตรยืนเฝ้าเอาไว้ ดวงตาทั้งสองของมังกรที่กำลังเปล่งแสงทำให้คนที่มองจ้องรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังถูกกดดัน
เป่าเป้ยมองดูมังกรตัวโตที่รูปร่างคล้ายเฟยหลงจนพอใจแล้วเธอจึงหันมองรอบๆพบว่ามีพี่ชายและพี่สาวจำนวนมากกำลังเดินเข้าไปข้างในมหาวิทยาลัยจนตาลาย
“ ไปกันเถอะ ”
“ ไปกานเยย! ”
เด็กสาวชูดาบไม้ไปด้านหน้าสั่งให้คุณพ่อเดินทางเข้าสู่มหาวิทยาลัย เมื่อเข้ามาด้านในก็พบว่ามีตึกสูงตั้งเรียงราย นักศึกษาแต่ละคนมีอุปกรณ์ในการเดินทางมากมาย บางคนสวมใส่รองเท้าที่ทำให้วิ่งไปกับผนังเพื่อขึ้นไปบนตึก
บางคนขี่ไม้กวาด บางคนขี่พรมเช็ดพื้น บางคนขับรถไร้ล้อข้ามหัวกันไปมาจนทำให้ที่นี่ดูคึกคัก
เป่าเป้ยเห็นพี่ชายและพี่สาวจำนวนมากแสดงท่าทางตื่นเต้นจนกระดิกเท้าไปมาพลางชี้มือไปรอบๆสอบถามคุณพ่อว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร
มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายปลากำลังแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้าคือในหนึ่งมอนสเตอร์ดูแลความสะอาดที่ทางมหาวิทยาลัยเลี้ยงเอาไว้ มันมีความสามารถในการกำจัดขยะและเศษใบไม้ที่ร่วงหล่น เต่าที่กำลังกลิ้งอยู่บนพื้นคอยอ้าปากพ่นน้ำจนทำให้สนามหญ้าเขียวขจี นกตัวน้อยๆเท่ากำปั้นกำลังเล็มหญ้าในสนามจนทำให้หญ้ามีความสูงเท่ากันราวกับจ้างนักปูหญ้ามืออาชีพมาทำงานให้
เป่าเป้ยเห็นมอนสเตอร์มากมายรู้สึกตื่นเต้นดีใจเพราะไม่เคยเข้าใกล้สถานที่ที่มีมอนสเตอร์มากมายขนาดนี้มาก่อน
เฉินห่าวเดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ เขาจำเป็นต้องเดินทางไปรายงานตัวกับผู้อำนวยการเสียก่อนถึงแม้จะจัดคาบสอนให้กับเขาแล้วจำเป็นต้องไปรายงานเช่นเดิม
“ คุณเฉินห่าวหรือเปล่าครับ ”
เฉินห่าวพยักหน้ารับเมื่อมีชายคนหนึ่งสวมใส่สูทเดินเข้ามาทักทาย
“ ผมเป็นคนดูแลรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยครับ เราได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการว่าจะมีอาจารย์มาสอนพิเศษจึงให้ผมมาต้อนรับ เชิญทางนี้ครับผมจะนำทางคุณไปยังห้องผู้อำนวยการ ”
เฉินห่าวเดินตามชายตรงหน้าไป ในระหว่างนี้เขาก็คอยตอบคำถามลูกสาวที่กำลังสนอกสนใจทุกๆอย่าง นักศึกษาแต่ละคนที่เห็นระหว่างทางใช้ไอเทมหลากหลายทั้งเพื่อทำให้ตัวเองใช้ชีวิตในที่แห่งนี้ได้ง่าย ทั้งเพื่อแต่งตัวให้ตรงตามรสนิยมที่ตนชื่นชอบ
“ ป๊ะป๋าลูนั่น ”
เฉินห่าวมองไปยังยอดตึกพบว่ามีเด็กนักเรียนคนหนึ่งกำลังยืนอยู่เขาน่าจะมีน้ำหนักราว 100 กิโลกรัมหากบอกว่าจะบินจากดาดฟ้าตึกคงทำไม่ได้เพราะหนักเกินไป แต่แล้วนักเรียนชายคนนี้ก็กระโดดลงมาจากยอดตึกสูง เฉินห่าวเห็นดังนั้นจึงบอกให้เจ้าหน้าที่หันไปดูเผื่อจะมีอะไรช่วยเหลือได้
เจ้าหน้าที่อธิบายเพียงแค่ว่ามันเป็นกิจวัตรประจำวันของเด็กๆ เฉินห่าวจึงมองด้วยความสนใจเพราะอยากรู้ว่าชายตัวอ้วนจะทำยังไง
แต่แล้วร่างของเขากลับหายไปกลางอากาศก่อนจะปรากฎตัวบนพื้นดิน เฉินห่าวจึงรู้ว่าชายคนนี้เป็นเทเลพอร์ตเตอร์
“ เอ๊ะ ”
เฉินห่าวก้มมองดูลูกสาว เสียงร้องเล็กๆเมื่อครู่เหมือนจะเจออะไรบางอย่าง
“ มีอะไรเหรอ ”
“ หยูทำได้ด้วยนะ ”
“ กระโดดตึกเหรอ มันอันตรายนะ ”
“ ม่ายม่าย หยูหายตัวได้ด้วย ”
เฉินห่าวมองดูลูกสาว เธอไม่ยอมให้เขาดูหน้าต่างสถานะเลย เฟยหลงเป็นคนอธิบายเกี่ยวกับหน้าต่างสถานะทั้งหมดโดยที่มันพยายามใช้เท้าโบกไปมาเพื่อสื่อสารเพราะห้ามไม่ให้พูด
“ หายตัวได้ด้วยเหรอ ”
เป่าเป้ยพยักหน้าหงึกหงักแล้วมองไปยังดาดฟ้าตึกที่พี่ชายกระโดดลงมา หลังจากเพ่งเล็กน้อยร่างของเธอก็โผล่ไปบนยอดตึกโดยมีพ่อติดมาด้วย
“ เย่ ”
มือน้อยๆชูขึ้นเหนือศีรษะแสดงท่าทางดีใจออกมาเพราะสามารถขึ้นมายืนบนตึกได้แล้ว
เฉินห่าวกอดลุกน้อยที่อยู่ภายในกระเป๋าสะพายหน้าท้องเอาไว้แล้วหันมองด้านหลังตนเองพบว่ากำลังยืนอยู่บนตึกสูง หากถอยหลังเพียงแค่ก้าวเขาก็ร่วงตกลงไปแล้ว
ภายในใจของเขารู้สึกตะลึงไม่น้อยเมื่อรู้ว่าลูกสาวใช้สกิลเหมือนเทเลพอร์ตเตอร์ออกมานอกจากนั้นยังพาเขามาด้วย
“ หนูทำได้ยังไงเหรอ ”
“ คาหมวดคิ้ว ”
“ ขมวดคิ้วเหรอ ”
เป่าเป้ยพยักหน้าหงึกหงักแล้วมองไปยังยอดตึกสูงอีกแห่ง ทันใดนั้นพวกเขาก็โผล่ไปยืนบนตึกสูง เฉินห่าวจึงบอกให้ลุกสาวพาลงไปก่อนจะมีใครไล่ตามมาเพราะหาตัวไม่เจอ
“ เอ…งั้นก็ขอส่องดูหน่อยก็แล้วกัน ”
เฉินห่าวเปิดใช้งานสกิลปรับแก้ไขข้อผิดพลาด เขาอยากรู้เกี่ยวกับรายละเอียดหน้าต่างสถานะที่ลูกสาวปกปิดเอาไว้
เมื่อเห็นสกิลเขาถึงขั้นตกใจเพราะส่วนใหญ่เป็นสกิลเกี่ยวกับมิติทั้งหมด นอกจากจะหายตัวผลุบโผล่ได้แล้วยังสามารถสร้างสนามพลังครอบทับพื้นที่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวได้อีกด้วย นับว่าเป็นสกิลที่โกงอย่างแท้จริง
“ โชคดีไปที่วาร์ปไม่ติดอะไร ”
เฉินห่าวไม่เห็นข้อเสียของสกิลลูกสาวเขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หลังจากใช้งานสกิลเคลื่อนย้ายผลุบโผล่เธอจะปรากฎตัวใกล้เคียงกับจุดที่ทำเครื่องหมาย ไม่ว่าจะเป็น ใช้ตามองหรือเคลื่อนย้ายไปยังวัตถุที่เคยสัมผัส ต่อให้จะมีสิ่งกีดขวางเข้ามาขวางกั้น เธอจะโผล่ด้านข้างสิ่งกีดขวางเพื่อไม่ให้ร่างกายติดกับส่วนเหล่านั้น หากว่าพื้นที่เล็กเกินไปจะปรากฎตัวการหายตัวจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่ค่อยเป็นห่วงการใช้สกิลของเธอ
“ ผู้อำนวยการครับ ผมพาคุณเฉินห่าวมาแล้ว ”
เจ้าหน้าที่หันมองมาที่เฉินห่าว เขาจึงยิ้มให้เพราะพึ่งกลับมาจากยอดตึกหลังจากลูกสาวใช้สกิลให้เห็น
“ เข้ามาเลย ๆ ”
น้ำเสียงตื่นเต้นเอ่ยออกมาจากคนที่อยู่ภายในห้อง เฉินห่าวจึงพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่หลังจากเปิดประตูให้เขาเข้าไปด้านใน
“ ในที่สุดก็มา ฉันกลัวว่านายจะยกเลิกแล้วเสียอีก ”
“ ผมรับปากแล้วไม่กล้ายกเลิกหรอกครับ ”
“ ฮ่าๆๆ แล้วนั่นลูกสาวเหรอแต่งตัวน่ารักเชียว ”
“ ครับ ลูกสาวผมเอง ”
“ โอ้ว ทำให้ฉันนึกถึงหลานสาวตอนเด็กๆเลย ขออุ้มสักหน่อยได้ไหม ”
เป่าเป้ยหันมองคุณพ่อแล้วปล่อยให้ชายแก่เข้ามาอุ้มจากนั้นก็พาเธอเดินไปด้านหลังโต๊ะทำงานเพื่อพาดูภาพมหาวิทยาลัยจากมุมสูง
“ เป็นไง ห้องทำงานของคุณลุงสวยไหม ”
“ ฉวยมากเลยค่ะ เห็นปลาดูดฝุ่นย้วย ”
“ โห พูดได้เยอะแล้วนะเนี่ย โตไปจะต้องเป็นเด็กเก่งแน่ๆเลย ”
“ เป่าเป้ยเป็นเด็กดีค่า ”
ชายแก่หัวเราะด้วยท่าทางพอใจแล้วส่งเป่าเป้ยคืนให้ผู้เป็นพ่อ แม้วันนี้เฉินห่าวจะมาในรูปลักษณ์ที่ต่างออกไปเสียงของเขายังคงเหมือนเดิม
“ ฉันเตรียมแม่ครัวเอาไว้ให้แล้วนะ นายสามารถใช้งานห้องทานอาหารของอาจารย์ได้ตามสบาย เดี๋ยวฉันต้องบอกแม่ครัวด้วยสิว่ามีเด็กสาวมาด้วย ”
“ ไม่เป็นไรครับผู้อำนวยการ ผมมีอาหารพอสำหรับเราสองคนแล้ว ขอแค่พื้นที่กินก็พอ ”
“ เอางั้นก็ได้ ส่วนห้องที่นายจะสอนเป็นปี 1 นะ ”
“ เด็กปี 1 ทั้งหมดเลยเหรอครับ ”
“ ใช่แล้วล่ะ ที่นี่ไม่มีการแยกสาขาเหมือนมหาวิทยาลัยอื่น ทุกอย่างวัดกันที่ความแข็งแกร่ง หากต่อสู้ไม่เก่งก็จงนำสิ่งที่ตัวเองถนัดมาเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังโจมตี เก่งวิทยาศาสตร์ก็สร้างชุดเกราะซะ เก่งยาก็สร้างยาที่มีพลังโจมตีสูงๆซะ ”
เฉินห่าวพยักหน้า เขาพอจะเข้าใจวิธีเรียนรู้ของสถาบันแห่งนี้แล้ว ไม่แปลกใจเลยที่นักศึกษาจะแข่งขันกันเพราะทุกอย่างวัดกันที่ความแข็งแกร่ง
“ ผมไปก่อนนะครับ ”
“ ถ้ามีปัญหาอะไรให้มาหาฉันล่ะ ”
“ ครับผู้อำนวยการ หวังว่าคาบแรกจะไม่มีปัญหา ”