เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 126 ทวนอัสนีสายฟ้า

    “ ถึงแม้มันจะร้ายกาจแค่ไหน แต่พวกมันก็ไม่อยู่ในสายตาของข้า รอเวลาข้าอีกสามวัน ช่วงนี้ข้ากับ ศิลานักปราชญ์กำลังอัปเกรด หุ่นเซียน ให้เพิ่มพลังให้ได้ถึง  ขั้นเซียนสวรรค์อยู่”

    “ โอ้โห สุดยอดไปเลย” เสี่ยวเทียนก็ใช้เวลาสามวันนี้ พาลูกๆ กับภรรยาทั้งสองและเสี่ยวอี้ ออกมาเดิน ซื้อของกันที่ตลาดการค้า พิภพชั้นที่ 8 ภรรยาทั้งสองคน

    ก็เป็นเช่นเดิม เข้าร้านไหน ร้านนั้นแทบหมดร้านเหมือนเคย เสี่ยวเทียนเวลานี้จูงมือเซียงเอ๋อ ที่บัดนี้อายุได้ เจ็ดเดือนแล้วเริ่มเดินและ พูดได้บ้างแล้ว  ส่วนอาซิงนั้นเพิ่งจะอายุได้สองเดือน เสี่ยวอี้อุ้มอยู่ 

    ในขณะเดียวกัน ร้านอาหารไฮโซร้านหนึ่ง มีสายตาจับจ้องมาที่สาวๆ ทั้งสาวที่มากับเสี่ยวเทียน ตาไม่กระพริบ เป็นชายหนุ่ม นังอยู่ สี่คน มีองครักษ์เกือบห้าสิบคน ยืนเรียงรายล้อมร้านอาหารเอาไว้

    “นึกไม่ถึง เมืองของรัชทายาท จะมีสาวงามปานเทพธิดา มาปรากฏร่างต่อหน้าข้าถึงสามคน โดยเฉพาะคนแรก เป็นถึงร่างจันทราพิสุทธ์ หากใครได้เสพสม การเป็นเทียนจุน นั้นอยู่ไม่ไกลแน่”  ชายคนที่ดูมีพลังแข็งแกร่งกว่าใครเอ่ยขึ้นมา

    “ ศิษย์พี่ใหญ่ นี่ท่านพูดเรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย”  รัชทายาทเหลียงอี้ เอ่ยขึ้นมาอย่างตกใจ

    “ ข้าจะไปโกหกเจ้าทำไม เด็กหญิงชุดขาวคนนั้นแหละ”  ศิษย์พี่ใหญ่พูดถึงวาวา

    ที่แต่งชุดสีขาว  ทุกคนต่างมองด้วยความอยากรู้  พอยิ่งมองดวงหน้าของวาวา

    ทุกคนต่างก็ลุ่มหลงหัวปัก หัวปำไปในทันที

    “ เจ้าสาม กับเจ้าสี่ หากเจ้าสองคนช่วยข้าพาสตรีชุดขาวมาให้ข้า ที่เหลืออีกสองคนข้ายกให้เจ้า  ส่วนพี่ใหญ่ หากสำเร็จจริง ข้าจะมอบ ทองคำให้ท่าน 1 ตัน”  รัชทายาทเอ่ยออกมา

    “ รู้สึกว่า สตรีทั้งสองมีลูกกับ เด็กหนุ่มผู้นั้นด้วย เราจะจัดการอย่างไรกับพวกมันอย่างไรดี?”  เจ้าสี่ เห็นมีเด็กๆ ด้วย ก็เริ่มไม่แน่ใจ

    “ ฆ่าชายหนุ่มคนนั้นทิ้งซะ  แล้วก็จับเด็กน้อย สองคนนั้นเป็นตัวประกัน คราวนี้ไม่ต้องใช้ยาปลุกสวาท พวกนางทั้งสามคน ก็ต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อเด็กสองคนนี้อย่างแน่นอน”  ศิษย์พี่ใหญ่เป็นคนออกความคิดเห็นที่ ชั่วร้ายออกมา

    “ ถ้าเช่นนั้น ข้าจัดการชายหนุ่มคนนั้นเอง ส่วน น้องสี่ พาทหารองครักษ์ไปจับตัวสตรีทั้งสามกับเด็กทั้งสอง”  เจ้าสามเอ่ยจบก็พาทหารไปยี่สิบคน เตรียมฉุดคร่า

    กลางตลาดการค้า โดยไม่สนใจว่า จะมีคนมากมายแค่ไหน

    เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ถึง คนร้าย กำลังใกล้เข้ามา  เสี่ยวเทียนส่งกระแสจิตให้กับวาวา

    กับเจินเจินให้ระวังตัว บอกให้เทพอินทรี  กับ หุ่นเซียน ออกมา เพราะทั้งสามคน มีหุ่นเซียนคนปกป้อง คนละ สองตัวอยู่แล้ว ส่วนเด็กๆ นั้น มีปราสาทเทพเซียน และ เทพอินทรี คอยปกป้อง หากเกิดอันตรายขึ้น  เสี่ยวเทียนอุ้มเซียงเอ๋อ มายืนข้างเสี่ยวอี้กับ อาซิง ส่วนสองคนนั้นเสี่ยวเทียนไม่ค่อยห่วง เพราะทั้งสองคนบัดนี้มีฝีมือถึงขั้น เซียนสวรรค์ขั้นกลางแล้ว

    เจ้าสี่ผู้มีพลัง เซียนสวรรค์ขั้นต้น เคลื่อนไหว ราวภูตพรายแทงกระบี่ จู่โจมเสี่ยวเทียนที่อุ้มเซียงเอ๋อ  โดยไม่สนเลยว่า มีเด็กอยู่  เสี่ยวเทียนโกรธมาก ที่มีคนคิดร้ายเช่นนี้กับกับเซียงเอ๋อ  จึงปล่อยพลังจิตระดับบรรพกาลออกไป ทำลายสมองของเจ้าสี่ ทันที

    ตูม ! ตูม  !  เจ้าสี่ยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็รู้สึกเหมือนกับมีคนมาบีบสมองของตนจนทนไม่ไหว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ หัวระเบิดออกมากระเด็นกระจายไปทั่ว ตลาดการค้า

    ฝูงชนต่างตื่นตระหนกตกใจ วิ่งหนีกันวุ่นวายไปทั่วตลาด เจ้าสามไม่ทันได้เห็นว่าเจ้าสี่นั้นตายไปแล้ว กำลังล้อมจับ วาวากับเจินๆ อยู่

    แต่ทหารที่เข้าไปถูก กลีบดอกบัวที่ปล่อยออกมาจากมือของ วาวา กลีบดอกบัวสีขาว พุ่งผ่านลำคอ  ขององครักษ์ทั้งหมด   ฉัวะ ๆๆๆๆๆๆ !!!   ร่างขององครักษ์นอนตายกันเกลื่อน เจ้าสามปล่อยฝ่ามือออกไป ตั้งใจเพื่อทั้งสองคนบาดเจ็บแล้วค่อยแบกกลับไป  แต่ว่า เจินเจิน  วาร์ปร่างหายไป แล้วสวนกลับไปฝ่ามือเดียว

    ร่างของ เจ้าสามถอยกระเด็นไป  พอลุกขึ้นเดินได้ไม่ถึงสามก้าว อวัยวะภายใน ก็ระเบิดออกมา ตายได้ด้วยความสงสัย ไม่รู้ถูกฝ่ามืออะไรกันแน่ 

    เจินเจิน บัดนี้ฝึกฝ่ามือสุญญตาขั้นสูงได้แล้ว มีหรือคนพวกนี้จะจัดการกับเธอได้

    องค์รัชทายาท กับ ศิษย์พี่ใหญ่จอมวางแผน เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดไม่คิดว่าศิษย์น้องทั้งสองคน จะมาตายในสภาพทุเรศ เหมือนหมาข้างถนนเช่นนี้

    ศิษย์พี่ใหญ่มีพลังเซียนสวรรค์ขั้นสูงสุด ถึงกับกระโดดออกไป เพื่อโจมตีเสี่ยวเทียนก่อน ซึ่งเสี่ยวเทียนก็ให้เสี่ยวอี้พา เซียงเอ๋อไปหลบด้านข้างก่อน

    แต่ว่า พอมันมาถึงร่างของศิษย์พี่ใหญ่กลับหายไป กลับไปโผล่ที่ด้านหน้าของเสี่ยวอี้กับเด็กทั้งสองคน พร้อมกับยื่นมือเหล็ก ตั้งใจคว้าคอของเซียงเอ๋อไว้เป็นตัวประกัน   วาวา กับ เจินเจิน ก็ร้องกรี๊ดตกใจเสียงดัง  เสี่ยวเทียนวาร์ป ไปหาอย่างฉับพลันเช่นกัน     แคว่ก !!   ก่อนที่ทุกคนไปถึง ไป๋น้อยที่ซุกตัวอยู่กับ เซียงเอ๋อ

    ก็ปรากฏกายขึ้น เป็นจิ้งจอกสีเงินตัวใหญ่ พร้อมกับพุ่งกรงเล็บออกมา ร่างของศิษย์พี่ใหญ่ ถูกกรงเล็บไป๋น้อยทะลุร่าง มันตาโต ด้วยความตกใจ ไป๋น้อยยังอ้าปากกว้างเผยเห็นคมเขี้ยว อันแหลมคน งับหัวของศิษย์พี่ใหญ่ จนขาด แล้วกลืนลงคอไป  แล้วมันคำรามลั่นดังไปทั่วเมืองหลวง สายฟ้าพุ่งเข้ามาใส่ร่างวิญญาณของศิษย์พี่ใหญ่ที่กำลังหนี จนวิญญาณถูกทำลายไป ทหารที่เหลือ ถูกสายฟ้าที่ปล่อยออกมาจากปากของ ไป๋น้อย ตายไปจนหมดไม่มีเหลือ  มันยังคงยืนขวางหน้าเซียงเอ๋อเอาไว้

    เสี่ยวเทียนเองก็ได้แต่ตกใจเช่นกัน ไม่คิดว่าไป๋น้อยตัวเท่าฝ่ามือ กลับกลายร่างตัวใหญ่กว่ามนุษย์สามสี่เท่า และมีพลังถึงกับกลืนกิน เซียนสวรรค์ระดับสูง ได้ภายในพริบตา

    จากนั้นไป๋น้อยเห็นว่า เซียงเอ๋อปลอดภัย ก็กลายเป็นจิ้งจอกน้อยเท่าฝ่ามือ กลับไปอยู่ในมือเซียงเอ๋อเหมือนเดิม  เซียงเอ๋อ เอามือลูบไป๋น้อยแล้วกอดในอกไม่รับรู้เรื่องราวใดใด

    รัชทายาทเหลียงอี้ นั่งอยู่ในร้านอาหารมองมา ไม่กล้าแม้แต้จะหายใจ กลัวว่าพวกเสี่ยวเทียนจะรู้ ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

    “ พวกแกเป็นใครกัน ทำไมร้ายกาจเช่นนี้” รัชทายาทพึมพำอยู่คนเดียวเบาๆ

    เสี่ยวเทียนไม่อยากอยู่นานคนเริ่มเยอะ จึงพาครอบครัวกลับเข้าไปในมิติฟ้าคราม

    เสี่ยวเทียนกลับไปที่พัก เถ้าแก่รู้ข่าว เรื่องคนของรัชทายาท ถูกฆ่าตายกลางตลาดการค้า และรู้ว่าเป็นเสี่ยวเทียนเป็นคนจัดการ เลยมาขอเข้าพบ

    “ นายท่าน นี่คือเงินหนึ่งแสนเหรียญเป็นค่าชดเชย ขอให้นายท่านช่วยย้ายออกไปจากที่นี่ด้วยเถิดขอรับ”  เถ้าแก่โรงเตี๊ยม เอ่ยด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ

    “ นี่เถ้าแก่กลัวอะไร?”

    “ โธ่ คนที่นายท่านฆ่าตายนั้น สามคนเป็นศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์น้องของรัชทายาทเหลียงอี้ พวกเขาอยู่ที่สำนัก ไท่ซาน เป็นสำนักอันดับ 1 เจ้าสำนักมีตำแหน่งเป็นมหาราชครู ให้กับองค์จักรพรรดิเหลียงจื่ออี นายท่านฆ่าศิษย์เอกของเขาตายทีเดียวสามคน เรื่องนี้พวกสำนัก ไท่ซานมาแก้แค้นท่านแน่ ส่วนรัชทายาทมีหรือที่จะปล่อยท่านเอาไว้ พวกเขาต้องส่งกองกำลังมาทำลายโรงเตี๊ยมของข้าไม่เหลือซากแน่เลย นายท่านได้โปรดออกไปจากที่นี่ด้วยเถอะ”  เถ้าแก่ลงทุกคุกเข่าขอร้องเสี่ยวเทียน จนเสี่ยวเทียนต้องบอกว่า เขาจะไป จึงได้ยอมลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

    “ สำนักไท่ซาน องค์รัชทายาท  จักรพรรดิเหลียงจื่ออี พวกเจ้าทุกคนต้องรับผิดชอบ ต่อการกระทำของ ไอ้ศิษย์สามคนนี้ ! “ เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาเบาๆ

    จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ไม่รอช้า ก้าวเดินออกไปจากโรงเตี๊ยม มุ่งสู่วังหลวงทันที

    เสี่ยวเทียนลอยตัวมาอยู่บนท้องฟ้า พบกับค่ายกล สี่ธาตุ พร้อมสัมผัสถึงผู้พิทักษ์ระดับเทียนจุนหลายคน

    “ อาจารย์พร้อมหรือยัง”

    อาจารย์ลู่เอินหลังจากจัดการเรื่องหุ่นเซียนเสร็จแล้ว  ก็ปรากฏร่างออกมาต่อหน้าเสี่ยวเทียน แล้วก็มายืนอยู่หน้า สระน้ำ บนกลางสระมี ชายชราสี่คนนั่งสมาธิเฝ้าอยู่ 

    มองไปด้านล่าง พบกว่ามีถ้ำใต้น้ำอยู่ ด้านข้างไม่มีใครอยู่แถวนี้สักคน คงมั่นใจในผู้พิทักษ์เทียนจุนทั้งสี่นี้

    อาจารย์ลู่เอินเห็น ค่ายกลสี่ธาตุ ก็เดินผ่านเข้าไปอย่างง่ายดาย โดยที่ค่ายกลสี่ธาตุไม่ได้ทำอะไร เสี่ยวเทียน กับ อาจารย์ลู่เอินแม้แต่น้อย ผู้พิทักษ์ทั้งสี่ลืมตาตื่นขึ้นมา มอง อาจารย์ลู่เอิน ที่เดินเข้ามาที่หอกลางสระ อย่างไม่หวาดกลัวสิ่งใด

    “ บังอาจ กล้าเข้าสถานที่ต้องห้ามของ เขตวังหลวง โทษต้องตายสถานเดียว”

    ผู้พิทักษ์ผู้หนึ่ง  ลอยตัวมาขวางเอาไว้ ยกง้าวชี้หน้าอาจารย์ลู่เอินกับเสี่ยวเทียน

    อาจารย์ลู่เอินชี้นิ้วเข้าใส่  เปรี้ยง ! ร่างผู้พิทักษ์ถือง้าว หงายหลังกระเด็นไปนั่งกับพื้น อีกสามคนลุกขึ้นมา จะเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่สามารถขยับตัวได้ ถูกดัชนีของอาจารย์ลู่เอิน ยิงใส่ พร้อมกัน ร่างของทั้งสี่ยืนค้างแข็งพร้อมกัน สี่คนขยับไม่ได้

    “ อาจารย์นี่..มันตัวตนระดับเทียนจุนมิใช่หรือ ทำไมอาจารย์แค่ยิงดัชนีใส่แค่นี้ ก็สยบพวกเขาได้อย่างง่ายดาย?”

    “ ก็แค่เทียนจุนเทียม พวกเราลงไปเอาหยกมังกรฟ้ากันก่อน”

    อาจารย์ลู่เอินก็พาเสี่ยวเทียนวาร์ป ลงไปในถ้ำใต้สระน้ำแห่งนี้

    พอเข้าไปในถ้ำก็พบกับ ทรัพย์สมบัติมากมาย มี หยกมังกรฟ้า ตั้งอยู่กลางห้อง ด้านบนมีหอกกงนีร์ของเทพโอดิน ปักอยู่  เสี่ยวเทียนเข้าไปหยิบ หยกมังกรฟ้าแล้วเก็บขึ้นมาอย่างง่ายดาย เห็นอาจารย์ลู่เอินมอง หอกกุงนีร์ ตาไม่กระพริบ

    “ อาจารย์ นี่คือหอกอะไรเนี่ย เห็นอาจารย์มองนานแล้ว”

    “ นี่คือหอกที่ทำการเลียนแบบมาจาก หอกกุงนีร์สายฟ้า เป็นอาวุธที่ร้ายกาจของเทพโอดิน เป็นเทพเจ้าในกลุ่มดาวเหนือ ไม่มีใครสามารถต้านพลังของมันได้

    หากใครได้ต่อสู้ด้วย พลังของคู่ต่อสู้จะหายไปครึ่งหนึ่ง คล้ายกับหยกดูดพลังเซียน  แต่คนที่จะใช้หอกกุงนีร์สายฟ้านี้ได้ ต้องเป็นสายเลือดของเทพโอดินเท่านั้น พวกคนเหล่านี้คงไม่มีใครสามารถนำไปใช้ได้ ถึงได้มาวางเอาไว้ที่ ถ้ำใต้สระแห่งนี้”

    “ เอาไปใช้เลยดีไหมอาจารย์”

    “ เอาไปก็ใช้ไม่ได้ ข้าจะทำให้ใหม่ ให้เจ้าใช้ได้โดยที่สามารถใช้ได้เฉพาะสายเลือดของเจ้าเท่านั้น” อาจารย์ลู่เอินใช้ดวงเนตรเทพเจ้า ทำการลอกเลียนแบบหอกกุงนีร์สายฟ้าทันที  แล้วมือซ้ายก็ค่อยปรากฏร่างหอกกุงนีร์สายฟ้าขึ้นมาอีก เล่มหนึ่ง มีชื่อบนตัวทวนว่า เฉิน   พอแสงหายไป ทวนเฉินเล่มนี้ก็ส่องประกายสี ฟ้าออกมา

    “ เสร็จแล้ว ต่อไปนี้ ทวนแซ่เฉินเล่มนี้ ก็สามารถนำไปใช้เฉพาะ สายเลือดของเจ้าเท่านั้น”

    เสี่ยวเทียนจับทวนสีฟ้ามาถือเอาไว้ รู้สึกถึงพลังเทพเจ้าที่ไหลเข้ามาไม่หยุด หากว่าเขาไม่มีพลังขั้นสูงสุดแล้ว คงได้เพิ่งขั้นพลังอีกเป็นแน่

    “ ข้าจะเรียนมันว่า ทวนอัสนีฟ้า ก็แล้วกัน”

    “ พวกเราไปกันได้แล้ว” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบก็พาร่างของเสี่ยวเทียนวาร์ป หายไป  ร่างของ4 เทพผู้พิทักษ์เทียนจุน ก็กลับมาเคลื่อนไหวได้เป็นปกติดั่งเดิม

    “ มันเป็นใครกัน สามารถสยบพวกเราได้ในพริบตา?”

    “ เรื่องนี้พวกเราต้องแจ้ง องค์จักรพรรดิแล้ว รู้สึกว่ามันเอาแต่หยกมังกรฟ้าไปเพียงอย่างเดียว แต่ว่า หอกกุงนีร์พวกมันไม่สนใจ”

    “ อันตรายยิ่งนัก หากเราขืนเป็นศัตรู กับตัวตนเช่นนี้ พวกเราต้องแย่แน่ๆ”

    ทั้งสี่คนปรึกษากันต้องนำเรื่องนี้ไปแจ้งต่อองค์จักรพรรดิเหลียงจื่ออี

    เสี่ยวเทียนบัดนี้กำลังอยู่กลางทุ่งหญ้า ฝึกซ้อมทวนอัสนีฟ้า อย่างตั้งใจ

    แต่ไม่ว่าจะใช้พลังปล่อยพลังออกมายังไง ก็รู้สึกว่า มันยังออกพลังได้ไม่หมด

    “ อาจารย์ทำไมข้าฝึกเท่าไรใช้พลังจากทวนอัสนีฟ้าได้แค่ 20%เท่านั้น?”

    “ นั้นเป็นเพราะ เจ้าไม่รู้จักเคล็ดลับวิชาทวน  คอยดู”  อาจารย์ลู่เอินเรียกทวนอัสนีฟ้ามาอยู่ในมือ  ทวนอัสนีฟ้า ก็เปล่งประกายเป็นสีฟ้า ส่องไปทั่ว แล้วพอขยับทวนเล็กน้อย ประกายอัสนี ก็ไหลผ่านทวน สร้างความหวาดกลัวต่อผู้พบเห็น แล้วพอจังหวะฟาด  ประกายอัสนีที่ปล่อยออกไป ก็ทำให้ภูเขาด้านหน้า ถูกผ่าครึ่งเป็นสองซีก แล้วยังทิ่มแทงเข้าใส่  ภูเขาทั้งสองลูกก็ระเบิด แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ไปในทันที

    “ โอ้โห ภูเขาทั้งลูกหายไปเลย ทำไมข้าฟาดไปเต็มแรง แค่ต้นไม้ใหญ่ต้นเดียวยังไม่โค่นเลย?”

    อาจารย์ลู่เอินไม่ได้พูดอะไร ใช้ทวนกรีดศิลา ก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง กลายเป็นอักษรสวรรค์คำว่า  ทวน อยู่ตรงกลาง

    “ เจ้าศึกษาเคล็ดวิชา จากอักษรสวรรค์ตัวนี้ ไปก่อน แล้วเจ้าจะเข้าใจเอง”

    เสี่ยวเทียนยืนมองคำว่าทวน อยู่สามวัน  จิตของเขา ได้หลุดเข้าไปในมิติแห่งทวนทำการต่อสู้ทุกวิถีทาง ถูกแทงดับไปไม่รู้กี่หน แต่ก็กลับมามีชีวิตต่อสู้ต่อ โดยคนที่เสี่ยวเทียนมโนภาพเป็นคู่ต่อสู้ คืออาจารย์ลู่เอิน  แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะได้เลย ตลอดเวลาสามวัน 

    จนเขาต้องเปลี่ยนมโนภาพเป็นผู้อื่น จึงทำให้เขาสามารถเอาชนะจนได้

    เสี่ยวเทียนลืมตาตื่นขึ้นมา บัดนี้เขาพอจะเข้าใจเคล็ดวิชาทวนบ้างแล้ว

    “ อาจารย์นะ อาจารย์  แม้แต่ในฝันของข้าเอง   ข้ายังไม่สามารถเอาชนะท่านได้แม้แต่น้อย”

    “ พูดมาก  ไปที่เขตตะวันตกของเมืองหลวง บ้านของเสิ่นตงอี้ รีบไปช่วยมันโดยด่วน”  อาจารย์ลู่เอินดึงร่างของเสี่ยวเทียนที่กำลังมึนงง วาร์ปมาอยู่ที่กระท่อมหลังหนึ่ง ซึ่งบัดนี้ถูกเผา เหลือแต่ซาก  ด้านในพบศพ แม่ลูกสองคน โดยผู้เป็นแม่วัย 36 ปี ก้มลงปกป้องเด็กน้อยวัยไม่ถึง ห้าขวบเอาไว้ แต่ว่าร่างของ เสิ่นตงอี้ ไม่อยู่ในกองเพลิงนี้ด้วย แต่ดวงวิญญาณของทั้งสามดวงยังคงกอดกันร้องไห้อย่างน่าสงสาร

    “ อาจารย์ท่านรู้สึกช้าไปนะคราวนี้”  เสี่ยวเที่ยนเห็นแล้วเศร้าหดหู่อย่างยิ่ง อดบ่นอาจารย์ลู่เอินไม่ได้

    “ ชะตาฟ้ากำหนดเอาไว้เช่นนี้ จึงปิดบังข้าเอาไว้ อย่างน้อยยังมีโอกาสช่วยชีวิตเสิ่นตงอี้ได้ เพียงคนเดียว”

    เสี่ยวเทียนเห็นแต่วิญญาณของ เสิ่นตงอี้ คิดไม่ออกเลย ว่าคนตายไปแล้ว อาจารย์จะช่วยเสิ่นตงอี้ได้อย่างไร

    “ เกิดอะไรขึ้น”  เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปถามวิญญาณเสิ่นตงอี้ ที่ยังกอดแม่และน้องอยู่ 

    “จักรพรรดิส่งคนมาที่บ้านข้า พวกมันไม่ได้พูดอะไร มาถึงมันก็ฆ่าพวกเราตายทันที แล้วก็ใช้คทากระแทกวิญญาณของข้า จนหลุดจากร่าง แล้วมันก็นำร่างของข้ากลับไป ไม่รู้มันทำเช่นนี้เพื่ออะไร”

    “ พ่อของเจ้านั้น แซ่เหลียงใช่ไหม”  อาจารย์ลู่เอินเอ่ย แม่ของเสิ่นตงอี้พยักหน้าอย่างตกใจ

    “ ใช่แล้ว พ่อของเขาเคยใช้แซ่เหลียง แต่ท่านพี่เคยบอกว่า หากว่าเราใช้แซ่เหลียง พวกเราอาจมีภัย ข้าไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด”

    “ เฮ้อ พวกเจ้าคือสายเลือดที่อัสนีสายฟ้าอย่างแท้จริง คนที่แซ่เหลียงที่คลองบัลลังก์อยู่ทุกวันนี้ มันไม่ใช้สายเลือดอัสนี มันจึงต้องการร่างของเสิ่นตงอี้ ไปเพื่อทำการเปลี่ยนร่างกลืนวิญญาณ จะสามารถใช้ของวิเศษอย่างหอกกุงนีร์สายฟ้า หรือ ว่าฆ้อนสายฟ้า โยเนียร์ได้”  อาจารย์ลู่เอินอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนฟังเสี่ยวเทียนมองหน้าเด็กน้อยที่ไร้เดียงสา ก็เอ่ยออกมาว่า

    “ ชั่วร้ายนัก แม้แต่เด็กและสตรีก็ไม่เว้น เสิ่นตงอี้ ข้าจะช่วยเจ้าแก้แค้นกวาดล้างราชวงศ์เหลียง ที่ชั่วช้า เหล่านี้เอง !” ..... 

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน