นางย้ายหมูป่าและปลาที่นางจับได้ไปรออยู่ที่หน้าประตูบ้าน เมื่อรอได้สักพักก็เห็นเกวียนของท่านลุงกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ “หยุดดด” ซีเหมาร้องบอกวัวของเขา “ได้หรือไม่” เขาถามนางด้วยความอยากรู้ นางพยักหน้าให้ท่านลุง จากนั้นท่านลุกก็ยิ้มกว้างขึ้นนั่นหมายความว่า เขามีรายได้แล้ววันนี้ “มาข้ายกขึ้นเอง ซีเจาเ้าลงมาช่วยข้าเทปลาพวกนี้ลงในตะกร้าที” ซีเหม่าเรียกภรรยาของเขา “อ๋อนี่ภรรยาข้าเอง” ซีเหมาบอกนาง
“สบายดีนะเ้าคะท่านน้า”นางทักทายภรรยาของท่านลุง “ดี ดี ข้าสบายดี ”ซีเจาทักทายนางแล้วยิ้มให้นางเล็กน้อยแล้วหันไปช่วยสามีของนางเทปลาออกใส่ตะกร้า วันนี้นางจับปลาได้ทั้งหมด 20 ตัว ตัวละ 3 อีแปะ ก็จะได้เงินทั้งหมด 60 อีแปะ เงินขายหมูป่าก็น่าจะได้เท่าๆ กับรอบที่แล้ว “ท่านลุงขายราคาเท่าเดิมนะเ้าคะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว งั้นพวกข้าเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอก่อนนะสายๆ พวกข้าจะกลับมา” ท่านลุงบอกลานางก่อนจะขับเกวียนออกไป นางยืนส่งท่านลุงจนลับสายตาแล้วจึงกลับเข้าไปข้างในตอนนี้ยามเฉินแล้ว ก็ยังเช้าอยู่ นางเอาชะลอมดักปลาไปเก็บไว้ที่ท้ายครัว แล้วจึงเอาอาวุธไปเก็บไว้ในห้องของนาง ตอนนี้นางแยกออกมานอนอีกห้องนึงแล้ว นางจะนอนพักสักงีบรอให้ท่านแม่ตื่นแล้วมาปลุกนางอีกทีนึง
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) ท่านแม่ก็เรียกนางให้ตื่นขึ้นมา นางลืมไปเลยว่านางซื้อยาบำรุงครรภ์มา ฟางเซียนเออร์เอาห่อยาที่อยู่ในห้องออกไป 1 ห่อเดินเข้าไปในครัวจากนั้นจึงแกะห่อยาออก ในห่อยาแบ่งยาออกเป็ชุดๆ ในหนึ่งห่อมียาทั้งหมด 4 ชุดท่านหมอบอกว่าให้ต้มให้ท่านแม่ของนางกินทุก 7 วัน เพื่อบำรุงครรภ์ให้แข็งแรง
นางมองหาหม้อดินแล้วนำยาใส่ลงไปในหม้อจากนั้นจึงไปตักน้ำในบ่อเพื่อมาต้มยา ฟางเหมยลีเห็นลูกสาวกำลังเดินถือถังน้ำเข้ามาพอดี “เ้าไปตักน้ำมาจะทำอะไร” นางถามบุตรสาว “ท่านแม่ข้าจะต้มยาบำรุงครรภ์ให้ท่านแม่ จำได้ไหมยาที่ข้าไปซื้อมาจากโรงหมอเมื่อวานไงเ้าคะ ข้าซื้อมาให้ท่าน” ฟางเหมยลีได้ฟังก็รู้สึกทราบซึ้งใจเป็อย่างมาก ลูกสาวของนางช่างแสนดีนัก นางปาดน้ำตาที่อยู่ตรงหางตาของนางเบาๆ
“มาๆ เดี๋ยวแม่ทำเองเ้าไปทำอย่างอื่นเถอะ ในครัวมีแต่กลิ่นน้ำมัน” นางรับเอาถังน้ำมาถือไว้ก่อนจะดันหลังบุตรสาวของนางออกจากห้องครัวไป “ท่านแม่ต้องทานยาบำรุงทุก 7 วันจนกว่าจะคลอดนะเ้าคะ”
“ได้ๆ ข้ารับปากเ้า” ฟางเหมยลีไล่นางออกไปจากห้องครัว แล้วก่อไฟเพื่อจะต้มยา ตรงหางตาของนางยังคงมีคราบน้ำตาหน่อยๆ แต่ใบหน้าของนางกลับเต็มไปด้วยความสุข
ถึงเวลาที่พวกนายช่างหวังมากันแล้ว เมื่อมาถึงพวกนายช่างก็ไปขนหินกัน เหมือนเมื่อวาน แล้วจึงค่อยลงมือก่อสร้างกำแพงกันต่อ
ไม่นานนักเกวียนเทียมวัวของท่านลุงก็มาจอดอยู่ที่หน้าประตูบ้านของนาง ฟางเหมยลีและฟางเซียนเออร์ก็ออกไปเชิญพวกเขาเข้ามาในบ้านให้พวกนั่งลงให้เรียบร้อย “เป็อย่างไรบ้างเ้าคะท่านลุง ขายหมดไหม” ฟางเซียนเออร์ถาม ซีเหม่าแล้วซีเจามองหน้ากันก่อนจะยิ้มกว้างออกมา “ขายหมดไม่เหลือเลย พวกข้าขายกันไม่นานก็หมดแล้ว ” จากนั้นซีเหม่าก็เอาถุงใส่เงินออกมาจากอกเสื้อส่งให้นาง
“เงินทั้งหมดที่ขายได้วันนี้”ซีเหม่าแล้วภรรยาตื่นเต้นมากๆที่จะได้ส่วนแบ่งเป็เงิน 2 ตำลึงเงินพวกเขาไม่เคยได้ค่าจ้างขนาดนี้มาก่อน “ท่านลุงท่านน้ารอข้าก่อนข้าจะไปหยิบเงินที่เตรียมไว้ให้กับท่าน”ฟางเซียนเออร์หยิบถุงใส่เงินเข้าไปในห้องไม่นานก็กลับออกมาพร้อมถุงใส่เงินของท่านลุง ในถุงใส่เงินไว้จำนวน 2 ตำลึงเงินตามที่ได้ตกลงกันไว้ นางส่งถุงเงินให้กับท่านลุง
ซีเหม่ารับถุงเงินคืนมาแล้วเปิดดูในนั้นมีเงินอยู่ 2 ตำลึงเงินจริงๆ เขาดีใจมากเลยทีเดียว “อ่อ ข้าเกือบลืมไปเลย เ้าจำเถ้าแก่ร้านซือเค่อลีได้ไหม”
“จำได้เ้าค่ะ ทำไมหรือเ้าคะ” นางถามด้วยความสงสัย “เขาให้วานให้ข้าส่งจดหมายมาถึงเ้านะ” ท่านลุงบอกพร้อมกับยื่นจดหมายในมือให้นาง ฟางเซียนเออร์หยิบจนหมายมาแล้วเปิดอ่านดู ฟางเหมยลีก็อยู่ข้างๆ นางในจดหมายระบุว่า เขา้ารับซื้อหมูป่าจากนางในราคาที่มากกว่านี้ ให้นางขายให้กับเขา ถ้ามีหมูป่าอีกก็ให้ส่งไปให้ที่ร้านได้เลย แถมยังให้ราคาหมูป่าถึงตัวละ 40 ตำลึงเงินเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังบอกว่า จะรับซื้อสัตว์ป่าอื่นๆที่ล่ามาได้ในราคาสูง ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะให้อีกราคานึงอีกด้วย
“พวกเขาจะรับซื้อหมูป่าจากข้าโดยตรง”เมื่อนางพูดแบบนี้ ท่านลุงแล้วท่านน้าก็หน้าซีดลง นั่นแปลว่าพวกเขาจะไม่ได้เงินในส่วนนี้แล้วซินะ ฟางเซียนเออร์รู้ว่าท่านลุงคิดอะไรอยู่จึงบอกว่า “มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับข้า แค่ท่านลุงเปลี่ยนจากที่ขายในตลาดแล้วเอาหมูป่าไปส่งที่ร้านอาหารแทนเท่านั้นเอง ท่านลุงก็ยังได้ค่าจ้างเหมือนเดิน ท่านก็ไม่ต้องไปนั่งเสียเวลาขายด้วยนะเ้าคะ” ซีเหม่าแล้วภรรยามองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา
“ขอบคุณๆ พวกข้ายังทำการค้ากันอยู่ได้ใช่ไหม ถ้าแบบนั้นเ้าไม่ต้องให้ข้าถึง 2 ตำลึงเงิน หรอกแค่เอาของไปส่งที่ร้านอาหารเท่านั้น” ซีเหมาบอกนาง ภรรยาของเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยกับสามีของนาง “ใช่ๆ เ้าไม่ต้องให้พวกข้าถึง 2 ตำลึงเงินหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้ท่านครั้งละ 1 ตำลึงเงินต่อครั้งพวกท่านคิดว่าอย่างไรบ้างเ้าคะ”ซีเหมาและภรรยามองหน้ากันจากนั้นจึงพยักหน้ากันหงึกหงัก “ตกลง ตกลง” แค่เอาของไปส่งให้กับร้านอาหารก็ได้เงินค่าจ้างรอบละ 1 ตำลึงเงินแล้วมากกว่าเงินที่เขาได้รับจากการขับเกวียนทั้งเดือนเขาก็พอใจแล้ว
“เ้าค่ะ ่นี้ก็เอาตามนี้ไปก่อนนะเ้าคะ ข้าก็ไม่รู้ว่าจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้สักกี่วัน ดูเหมือนว่าจะเริ่มหนาวขึ้นทุกทีแล้วเ้าค่ะ” นางบอกกับพวกเขาตามตรง
“ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นพวกข้าขอตัวกลับก่อน” ฟางเหมยลีและฟางเซียนเออร์เดินไปส่งพวกเขาที่หน้าประตู “ท่านแม่ ดีนะเ้าคะที่บ้านของเราซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
“ใช่” ฟางเหมยลีกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้นเพื่อคลายความหนาว
ฟางเซียนเออร์ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่เพราะนางเป็ผู้ฝึกยุทธ์ การเดินลมปราณทำให้ร่างกายอบอุ่นนั้นเป็เื่ปกติของชาวยุทธ์ “ท่านแม่ข้าออกไปดูพวกนายช่างนะเ้าคะ ว่าทำงานไปถึงไหนกันแล้วท่านแม่ก็อยู่แต่ในบ้านนะเ้าคะ ร่างกายจะได้อบอุ่น” นางบอกแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
“นายช่างหวังมู่ อีกกี่วันจะก่อกำแพงเสร็จเ้าคะ”
“ดูจากความเร็วคาดว่าน่าจะไม่เกิน 2 วันนี้ ข้าจะรีบทำให้เสร็จโดยเร็ว” นายช่างหวังมู่บอกกับนาง
“เ้าค่ะ” นางเดินไปที่คอกกระต่ายก็เจอเข้ากับพี่หวังเจียวและพี่หวังเจี้ยนที่กำลังแบกก้อนหินมาวางบริเวณหลังบ้านของนาง “พี่หวังเจียว พี่หวังเจี้ยน รบกวนพวกท่านแล้ว” นางกล่าวทักทายพวกเขา
“ไม่รบกวนไม่รบกวน” พวกเขาตอบพร้อมๆ กัน “เ้าจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกแล้วหรือ”หวังเจี้ยนถามนาง
“เ้าค่ะ ข้าจะเอากับดักปลาไปวางทิ้งไว้พรุ่งนี้เช้าข้าก็จะไปเก็บพวกมัน”ฟางเซียนเออร์ชี้ไปที่กับดักปลาที่นางเป็คนทำขึ้นเอง
หวังเจี้ยนให้ความสนใจกับที่ดักปลาของนางมากจนทิ้งงานที่อยู่ในมือลงแล้วรีบวิ่งมาดูที่ดักปลาของนาง “เ้าจะสอนข้าไม่ใช่หรออาจารย์น้อย”หวังเจี้ยนพูดขึ้นมา พลางสังเกตุกับดักปลาหน้าตาแปลกๆ ของนาง หวังเจียวก็เดินเข้ามาดูด้วยความอยากรู้ “สิ่งนี้เ้าเป็คนทำหรือ น้องเซียนเออร์”หวังเจียวถามนาง
“อย่างลืมกดติดตามไรท์ ตัวน้อยด้วยนะ!”