หลิวอี้ทำการฝังเข็มรักษาอาการให้กับนาง จือเหยานางโชคดีเป็นอยางมาก นางเลือนขั้นสองขั้นในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ สายเลือดครึ่งเทพระดับต่ำกลายเป็นสายเลือดครึ่งเทพบริสุทธิ์ แถมยังมีเส้นลมปราณในตำนานอีก ทุกสิ่งทุกอย่างของนางล้วนมาจากการช่วยเหลือของหลิวอี้ทั้งหมด
การฝังเข็มแต่ละเข็มยังคงเจ็บปวดเหมือนเดิม เหมือนกับครั้งแรกที่จือเหยาโดนหลิวอี้ฝังเข็ม หลังจากที่เขาฝังเข็มสุดท้ายให้กับนาง ทุกความเจ็บปวดล้วนหายไปจนหมด
หลิวอี้ในตอนนี้มีเหงื่อออกเพียงเล็กน้อย ตอนนี้เขาดูดีกว่าตอนแรกที่เขาทำการฝังเข็มให้กับนาง เขาทำการนำเข็มออกจากตัวของนางจนหมด
“เจ้าลองดูดซับพลังปราณ”
หลิวอี้ให้นางดูดซับพลังปราณจากนั้นเขาก็รีบออกจากเรือนของนาง เพราะเขากลัวว่าจะหลงเสน่ห์ของนางจึงต้องรีบหลบหนีให้ไกลจากนาง
เขากลับมาที่เรือนตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว เขาลอยตัวเข้ามาก็พบว่ามีคนนั่งรอเขาอยู่ที่ลานกว้างภายในเรือน
“ท่านช่างเป็นบุรุษที่ชอบความมืดเหลือเกิน”เย่หลิงมานั่งรอเขาตั้งแต่ช่วงค่ำๆของวันจนตอนนี้ก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว
“นี่เจ้ามานั่งรอข้าเพราะว่าคิดถึงข้าหรือ”
พูดเสร็จหลิวอี้ก็เดินเข้าไปหานางใกล้ จากนั้นก็โน้มตัวไปจูบที่ริมฝีปากของนาง จูบเสร็จเขาก็ถอนตัวออกจากนาง
“ตั้งแต่ข้าเกิดมาไม่เคยพบเห็นบุรุษคนไหนที่หน้าหนาเหมือนกับท่านมาก่อน”
“เจ้าพูดมาเถอะว่าเจ้ามาพบข้ามีเรื่องอะไร”
“ข้ากำลังจะไปที่เกาะลอยฟ้า ข้าจึงมาบอกลาท่าน”
หลิวอี้เขาพึ่งจะเคยได้ยินเรื่องเกาะลอยฟ้ามาก่อน ในชาติก่อนของเขายังไม่มีสถานที่แห่งนี้
“มันคือที่ไหน”
“มันอยู่เหนือทวีปอีเป็นเหมือนอีกหนึ่งทวีปเเต่จะมีอาณาเขตที่กว้างเป็นอย่างมากแถมพลังปราณและเม็ดยาของที่นั้นมีความหน้าแนนเป็นอย่างมากทุกคนที่อยากจะไปให้ถึงขั้นเซียนจะต้องขึ้นไปฝึกฝนพลังที่เกาะลอยฟ้าเพราะจะมีอาจารย์คอยชี้เเนะแนวทางในการฝึก และตระกูลหลักสายเลือดฟีนิกซ์อยู่ที่นั้น ตอนนี้ข้ามีสายเลือดบริสุทธิ์ ข้ามีสิทธิ์ที่จะย้ายไปอยู่บนเกาะลอยฟ้า”
หลิวอี้อยากจะบอกนางว่าหากว่านางอยู่กับเขาการจะไปถึงขั้นเซียนมันเป็นเพียงเรื่องง่ายนิดเดียว
“เส้นทางเป็นของเจ้าข้าจะไม่ฉุดรั่งเจ้าเอาไว้”
ความจริงแล้วนางอยากจะให้หลิวอี้ฉุดรั่งนางเอาไว้เพราะตอนนี้นางมีความรู้สึกดีๆให้กับเขา
“ข้าต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างมากที่ช่วยให้ข้ามีสายเลือดบริสุทธิ์ข้าจึงสามารถขึ้นไปข้างบนได้”
นางพูดเสร็จก็ลุกขึ้นมาจูบเขาและกอดเขาเอาไว้แน่น น้ำตาของนางไหลออกมาโดยที่นางก็ไม่รู้ตัว ขากนั้นนางผละออกจากอ้อมแขนของเขา
หลิวอี้รู้สึกเจ็บปวดนิดๆถึงแม้ว่าเขาจะต้องการแก้แค้นนางในตอนแรก แต่พอเห็นการกระทำของนางและน้ำตาที่ไหลออกมาเขาก็รู้สึกเป็นห่วงนางเล็กน้อย
“เจ้าจะไปตอนไหน”
“อีก 7 วัน”
“พรุ้งนี้ตอนเช้าเจ้ามาพบข้าที่เรือน ข้ามีของจะมอบให้กับเจ้า”
เย่หลิงนางดีใจเป็นอย่างยิ่งนี่เป็นครั้งแรกที่หลิวอี้จะมอบสิ่งของให้กับนาง
หลิวอี้เข้าไปภายในเรือนจากนั้นเขาก็เขียนเพลงกระบี่ให้นางหนึ่งเล่ม เพลงกระบี่เล่มนี้มีชื่อว่าเพลงกระบี่วิหคเหิน จะมีอยู่ 19 กระบวนท่า
หากว่าเย่หลิงฝึกฝนไปถึง 19 กระบวนท่า นางจะเก่งกาจที่สุดในโลกใบนี้ก็ว่าได้ เพลงกระบี่ที่เขาเขียนขึ้นมาเป็นเพลงกระบี่ที่เขาและคนรักของเขาร่วมกันคิดค้นขึ้นมาในชาติก่อน มีเพียงเเค่เขากับคนรักของเขาเคยฝึกมันและเขาทั้งสองคนเคยสัญญากันเอาไว้ว่าจะไม่ถ่ายทอดมันให้กับใคร แต่
หลิวอี้ไม่สนใจ หลิวอี้เขาฝึกได้เพียงแค่10 กระบวนท่าในชาติก่อน เพราะเขารู้สึกว่าเพลงกระบี่วิหคเหินมันเหมาะกับสตรีมากกว่าบุรุษ
เช้าวันต่อมาเย่หลิงมาพบหลิวอี้ที่ลานกว้าง ในลานจะมีสระบัวอยู่ด้วย แถมวันนี้ยังมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาด้วยนั่นคือเย่เอ๋อ
หลิวอี้เอาเพลงกระบี่ที่เขาเขียนขึ้นมามอบให้กับเย่หลิง
“ข้ามอบเพลงกระบี่เล่มนี้ให้กับเจ้าเป็นของขวัญก่อนจากลา ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถฝึกมันจนสำเร็จ และเจ้าห้ามถ่ายทอดมันให้กับใครเด็จขาด”
เย่หลิงที่ถือหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ในมือนางถึงกับตัวสั่น
“ข้าจะจดจำคำพูดของท่านเอาไว้เจ้าค่ะ”
ต่อไปข้าจะลองเเสดงเพลงกระบี่ให้เจ้าดูหนึ่งรอบข้าหวังว่าจะช่วยให้เจ้าเข้าใจมากยิ่งขึ้น"
หลิวอี้ยืมกระบี่จากเย่หลิง จากนั้นเขาก็เริ่มร่ายรำเพลงกระบี่ทั้ง 10 กระบวนท่าให้กับทั้งสองสาวงามได้รับชม การร่ายรำของหลิวอี้พริ้วไหวเป็นอย่างมาก เขาเหมือนกับนกที่ล่องลอยอยู่บนอาการ แต่ละท่วงท่าสวยงามมาก
เย่หลิงและเย่เอ๋อเห็นการร่ายรำกระบี่ของหลิวอี้พวกนางได้แต่ตกตลึง แถมตอนนี้จิตใจของพวกนางกำลังล่องลอยเหมือนกับการร่ายรำกระบี่