แพรไม่ได้ตอบข้อความพี่กร
แพรวางโทรศัพท์ลง แล้วลุกไปอาบน้ำแต่งตัว
วันนี้แพรจะไปทำงานตามปกติ
แต่แพรตัดสินใจแล้วว่าจะคุยกับพี่กรให้ชัดเจน
ไม่ว่าจะจบยังไง แพรจะไม่ยอมให้ตัวเองเจ็บแบบนี้อีก
- เช้า 7.00 น.-
แพรก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ทำหน้าตาให้ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ปกปิดตาบวมด้วยคอนซีลเลอร์ ใส่ยิ้มฝืน ๆ) แล้วขับรถไปทำงานตามปกติ
ถึงมหาลัย แพรเดินเข้าไปในตึกคณะแบบเงียบ ๆ
ไม่มองไปทางห้องพี่กร ไม่แวะทักใคร ไม่คุยกับพี่แอนที่เดินมาถามว่า
“เมื่อวานเป็นอะไร หน้าดูไม่ดีเลย”
แพรแค่พยักหน้ายิ้มบาง ๆ แล้วบอกว่า
“ไม่เป็นไรค่ะพี่แอน หนูแค่เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ” ก่อนจะรีบกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อแบบไม่เงยหน้าขึ้นเลย
ตลอดเช้า
พี่กรเดินผ่านโต๊ะแพรหลายรอบ (เหมือนตั้งใจเดินมา) แต่แพรไม่เงยหน้าขึ้นมอง ไม่ยิ้ม ไม่พูดอะไร
พี่กรยืนมองแพรจากไกลๆ สีหน้าดูเหนื่อยและกังวลชัดเจน แต่สุดท้ายก็เดินกลับเข้าห้องตัวเองเงียบ ๆ
อ.วิภายังคงเดินมาหาพี่กรบ่อยเหมือนเดิม (ถือเอกสารมาให้เซ็น ยิ้มหวาน คุยอะไรบางอย่าง) แต่พี่กรตอบสั้น ๆ ไม่ได้ยิ้มตอบแบบเมื่อก่อน
แพรเห็นทุกอย่าง แต่ไม่พูด ไม่แสดงออกอะไร แค่ก้มหน้าทำงานต่อไปเรื่อย ๆ
จนกระทั่งใกล้เที่ยง
พี่กรเดินตรงมาที่โต๊ะแพรอีกครั้ง (คราวนี้ชัดเจนว่าตั้งใจมา)
พี่กรยืนข้างโต๊ะ แล้วพูดเสียงเบา ๆ แต่ชัดเจนพอให้แพรได้ยิน
“แพร... พี่รู้ว่าหนูยังโกรธพี่อยู่ พี่ไม่โทษหนูเลยสักนิด
แต่พี่ขอคุยกับหนูสัก 5 นาทีได้ไหมครับ พี่อยากบอกหนูตรง ๆ ว่าพี่ผิดยังไง แล้วพี่จะทำยังไงต่อจากนี้
หรือถ้าหนูยังไม่อยากคุย พี่จะรอให้หนูพร้อมก็ได้ครับ พี่จะไม่บังคับ แต่พี่... พี่ไม่อยากเสียหนูไปจริง ๆ นะครับ”
พี่กรยืนรอตรงนั้น มือจับขอบโต๊ะเบา ๆ สายตาจับจ้องแพรไม่วาง
แต่สิ่งที่แพรเห็นตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมากลับยิ่งกรีดแผลเดิมให้กว้างขึ้น
แพรยังเห็นพี่กร รับเอกสารจาก อ.วิภา... เห็นเขายังคงสนทนากับเธอ แม้ท่าทางจะดูนิ่งขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้ "ขีดเส้น" หรือ "แสดงออก" ให้ชัดเจนเลยว่า เขารู้สึกผิดต่อแพรขนาดไหน
เขายังคงปล่อยให้ อ.วิภา มีตัวตนอยู่ในวงจรชีวิตของเขาเหมือนเดิม
‘พี่บอกว่ารักหนู พี่บอกว่าผิดมหันต์... แต่พี่ก็ยังยืนคุยกับเขา พี่ไม่แม้แต่จะกล้าปฏิเสธเขาให้หนูเห็นเลยด้วยซ้ำ แล้วจะให้หนูเชื่อคำว่ารักของพี่ได้ยังไง’
การพี่กรเดินมาหยุดที่ข้างโต๊ะ แล้วบอกว่า "พี่ไม่อยากเสียหนูไป" แพรกลับรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก ใจหนึ่งอยากจะตะโกนถามไปว่า 'ถ้าไม่อยากเสียหนูไป ทำไมพี่ยังให้เขายืนอยู่ข้างๆ พี่แบบนั้น!' แต่ความจุกที่อกมันรุนแรงจนไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
แพรเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่น้ำตาเจ้ากรรม กลับคลอเบ้า
"ตอนนี้หนูเกลียดพี่จนมองหน้าไม่ติด" แพรกลัวว่าถ้าคุยตอนนี้ เธอจะเผลอแสดงความสมเพชออกมาจนคุมไม่อยู่
บรรยากาศรอบ ๆ เงียบลง เหลือแค่เสียงคีย์บอร์ดจากโต๊ะไกลๆ
แพรเงยหน้าขึ้นมองพี่กรช้า ๆ
เสียงแพรเบาแทบเป็นกระซิบ แต่ชัดเจนพอให้พี่กรได้ยิน
“หนูยังไม่พร้อมคุยค่ะพี่กร... ให้หนูขอเวลาก่อนนะคะ”
พี่กรยืนนิ่งไปวินาทีหนึ่ง สายตาที่มองแพรเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเข้าใจ
พี่กรพยักหน้าเบา ๆ แล้วถอยหลังก้าวหนึ่ง เพื่อให้แพรมีพื้นที่
“ครับ... พี่เข้าใจ พี่จะไม่บังคับหนูเลย
พี่จะรอหนูครับ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน พี่จะรอให้หนูพร้อม
ถ้าหนูอยากคุยเมื่อไหร่ แค่ส่งข้อความมาหรือเดินมาหาพี่ พี่จะอยู่ตรงนี้เสมอ
ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ... พี่รักหนูมากนะ”
พี่กรยิ้มอ่อน ๆ ให้แพรอีกครั้ง (ยิ้มที่พยายามกลั้นน้ำตาไว้) แล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องตัวเองช้า ๆ
แพรมองตามหลังพี่กรจนลับตา แล้วก้มหน้าลง
น้ำตาหยดลงบนโต๊ะทำงาน
แพรรีบปาดน้ำตา โดยไม่ให้ใครเห็น ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อจนเลิกงาน โดยไม่คุยกับใครอีกเลย
**เลิกงาน**
แพรเก็บของช้า ๆ เดินออกจากตึกคณะคนสุดท้ายในกลุ่ม
ฝีเท้าช้า ๆ มุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถหลังตึก
อากาศเย็นลงแล้ว ลมพัดเบา ๆ ทำให้ผมแพรปลิวพลิ้ว
แต่พอเดินเลี้ยวโค้งมาถึงแถวรถตัวเอง... แพรชะงักอีกครั้ง
พี่เอกยืนพิงรถตัวเองอยู่ตรงนั้น แต่คราวนี้เขาถือถุงกระดาษสีน้ำตาลจากร้านขนมโปรดของแพร (ร้านเค้กช็อกโกแลตที่แพรเคยบอกว่าชอบมากที่สุด)
พี่เอกเห็นแพรเดินมา ก็ยืดตัวตรงทันที แล้วยกถุงขนมขึ้นให้
“แพร...”
เสียงเขาต่ำลง ไม่มีรอยยิ้มหวานแบบเมื่อก่อน แต่ดูจริงใจและระมัดระวังมากขึ้น
“พี่ไม่ได้มาขออะไรจากหนูนะครับ พี่แค่... เห็นร้านนี้แล้วนึกถึงหนู เลยซื้อมาฝากหนูหน่อย
เป็นเค้กช็อกโกแลตชิ้นโปรดของหนู พี่จำได้ว่าหนูชอบมาก... พี่ไม่ได้ใส่อะไรลงไปแน่นอนครับ พี่สัญญา
พี่แค่หวังว่าหนูจะยอมรับของฝากชิ้นนี้ แล้วกินให้หมดอารมณ์เสียบ้าง... พี่รู้ว่าหนูกำลังเจ็บอยู่ พี่เลยอยากทำอะไรให้หนูดีขึ้นนิดนึง แค่นั้นจริง ๆ ครับ”
พี่เอกยื่นถุงขนมให้แพรเบา ๆ (ไม่ก้าวเข้ามาใกล้ แค่ยื่นออกมาให้แพรรับได้ง่าย ๆ)
“ถ้าหนูไม่อยากรับ พี่ก็เข้าใจครับ พี่จะไม่บังคับ
แต่พี่ขอโทษอีกครั้งนะครับ... สำหรับทุกอย่างที่พี่เคยทำ พี่จะไม่มาหนูรบกวนหนู ให้หนูต้องลำบากใจ
แต่ยังไงหนูก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ แพร... พี่หวังว่าหนูจะมีความสุขจริง ๆ สักวัน”
พี่เอกยืนรอคำตอบจากแพรตรงนั้น ไม่กดดัน แต่ก็ยังไม่เดินจากไปทันที
ลานจอดรถเงียบมาก มีแค่เสียงลมพัดและเสียงรถผ่านไกล ๆ
แพรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกครู่ใหญ่
น้ำตาที่กลั้นไว้ทั้งวัน ไหลลงมาทันทีที่พี่เอกพูดจบประโยคนั้น
ไม่ใช่ร้องไห้เบา ๆ อีกต่อไป แต่เป็นการร้องไห้โฮออกมาจริง ๆ
ตัวสั่น หอบถี่จนแทบหายใจไม่ทัน แพรยกแขนเสื้อขึ้นปิดปาก แต่เสียงสะอื้นยังหลุดออกมาไม่หยุด
“หนู... หนูเจ็บมากเลยพี่เอก...”
เสียงแพรสั่นเครือ หอบระหว่างคำพูดจนแทบฟังไม่ชัด
“หนูไม่รู้จะทำยังไงแล้ว... หนูไว้ใจพี่กรมากเกินไป หนูให้อิสระพี่กรทุกอย่าง แต่พี่กร... พี่กรไปมีอะไรกับอ.วิภา... หนูเจ็บจนจะตายอยู่แล้ว... ฮึก...”
แพรทรุดตัวลงนั่งกับพื้นลานจอดรถ หอบร้องไห้ไม่หยุด
น้ำตาไหลเป็นทางลงแก้ม ผมยุ่งเหยิงติดหน้าผาก
พี่เอกชะงักไปวินาทีหนึ่ง สีหน้าดูเจ็บปวดผสมตกใจ
พี่เอกมองร่างที่สั่นเทาของแพรด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันไปหมด ทั้งโกรธไอ้อาจารย์นั่นที่ได้ของล้ำค่าไปแล้วกลับรักษาไว้ไม่ได้ และทั้งสมเพชตัวเองที่ต่อให้พยายามแค่ไหนแพรก็ไม่เคยร้องไห้โฮแบบนี้เพราะเขา
'ใจสลายขนาดนี้เลยเหรอแพร...' เขาคิดในใจ
เขาคุกเข่าลงข้างๆ มือที่อยากจะยื่นไปลูบหลังเพื่อปลอบโยน กลับต้องชะงักค้างไว้ในอากาศ
'เราคือคนที่ทำให้เขาขวัญเสียวันนั้น ถ้าตอนนี้เราเข้าไปแตะตัว แพรจะยิ่งหวาดระแวงไหม? เขาจะคิดว่าเรามาซ้ำเติมหรือเปล่า?'
มือเขายกขึ้นเหมือนจะปลอบ แต่สุดท้ายก็วางลงข้างตัว
“แพร... พี่..”
เสียงพี่เอกต่ำลง แฝงความรู้สึกผิดหนักหน่วง
“พี่รู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์พูดอะไร แต่พี่อยากบอกว่าหนูแข็งแกร่งมากนะ... หนูผ่านเรื่องที่พี่เคยทำร้ายหนูมาได้แล้ว หนูจะผ่านเรื่องนี้ไปได้เหมือนกัน
ถ้าพี่กรทำร้ายใจหนูจริง ๆ ... หนูมีสิทธิ์เลือกที่จะเดินจากเขาได้นะครับ หนูไม่ต้องทนคนเดียว
พี่... พี่จะไม่ขอให้หนูกลับมาเลือกพี่ แต่ถ้าหนูอยากระบาย อยากให้ใครสักคนฟัง พี่พร้อมอยู่ตรงนี้ จนกว่าหนูจะบอกให้พี่ไป”
พี่เอกหยิบถุงขนมที่ถือมาวางลงข้างแพรเบา ๆ
“ขนมชิ้นนี้... ถึงมันจะเป็นแค่ขนม แต่พี่หวังว่ามันจะทำให้หนูรู้สึกดีขึ้นบ้าง
... ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ แพร พี่ขอโทษอีกครั้งสำหรับทุกอย่าง”
พี่เอกยกมือลาแพรเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน ถอยหลังช้า ๆ
เขาหันหลัง เดินกลับไปที่รถตัวเอง แล้วขับออกไปเงียบ ๆ โดยไม่หันกลับมามองอีก
เสียงสะอื้นของแพรที่บอกว่า เจ็บจนจะตาย มันทำให้พี่เอกตระหนักได้ว่า ความรักที่แท้จริงคือการทำให้เขาสบายใจ ไม่ใช่การครอบครอง เขาเห็นแล้วว่า การที่เขาเคยคลั่งและบีบบังคับแพรมันน่าเกลียดขนาดไหน เมื่อเทียบกับความอ่อนโยนที่แพรควรได้รับจริงๆ
'ที่ตรงนี้ไม่ใช่ของเราจริงๆ ว่ะ... ต่อให้ไอ้กรมันจะเลวแค่ไหน แต่คนที่แพรร้องไห้หาดวงใจแทบขาด ก็คือมัน ไม่ใช่เรา' > พี่เอกเลือกที่จะวางเค้กช็อกโกแลตลงเบาๆ เขาตัดสินใจขับรถออกไปไม่ใช่เพราะไม่ห่วง แต่เพราะเขารู้ดีว่า "เงา" ของเขาในตอนนี้ มีแต่จะทำให้บรรยากาศมันกดดันขึ้น
เขาอยากให้ลานจอดรถนี้ เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่แพรจะได้ระเบิดความพังออกมาให้หมด โดยไม่ต้องพะวงว่า จะมีผู้ชายที่เคยคลั่งรักเธอมายืนจ้องดูความอ่อนแอของเธออยู่
แพรยังนั่งกอดเข่าอยู่กับพื้นลานจอดรถ ร้องไห้ต่อไปเงียบ ๆ
รถของแพรจอดอยู่ใกล้ ๆ แต่แพรยังไม่ลุกขึ้น
ลมเย็นพัดผ่าน ลานจอดรถตอนนี้ว่างเปล่า มีแค่แพรคนเดียวที่นั่งร้องไห้คนเดียว