ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 61 ชดใช้

            เมื่อพูดจบแววตาไป๋เทียนหมิงเปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาตเขาใช้เท้าถีบพื้นในทันใดเพื่อส่งร่างของตัวเองพุ่งออกไปข้างหน้าร่างของเขาปรากฏอยู่ด้านหน้าตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็วพลังลมปราณของขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับแผ่ออกมาจากเด็กหนุ่มคนนั้น

            ตู้เซ่าฝู่ตกใจเล็กน้อยฌานของไป๋เทียนหมิงอยู่ในระดับที่สูงกว่าอั้นหู่ คือขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับวัยรุ่นอายุแค่นี้ได้ถึงขนาดนี้ถึงว่าสุดยอดมากแล้ว

            “มีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแล้วไป๋เทียนหมิงแห่งบ้านสกุลไป๋กับฉินเสี่ยวลู่แห่งบ้านสกุลฉินพวกเขากำลังสั่งสอนตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้อยู่”

            “ได้ยินมาว่าไม่กี่วันก่อนอั้นหู่แห่งบ้านสกุลอั้นเพิ่งถูกตู้เซ่าฝู่อัดจนล้มหมอบมาบ้านสกุลอั้นไปบ้านสกุลตู้ก็เอาความอะไรจากเขาไม่ได้ อั้นหลงยังป่าวประกาศไปอีกว่า
    ตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้คือวัยรุ่นที่เก่งที่สุดในบรรดาสุดยอดห้าสกุล
    ”

            “เขาคือตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้หรือ”

            บริเวณถนนตรงนั้นโดยรอบเริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้นมีคนมากมายเริ่มสนใจในเหตุการณ์และเข้ามามุงดู

            เพียงแค่เวลาลมหายใจหนึ่งเฮือกไป๋เทียนหมิงก็มาถึงด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่แล้ว เขาแสยะยิ้มมองเป้าหมายด้วยสีหน้าเย็นชา พลังปราณในร่างของเขาแผ่ออกมา เขากำหมัดแน่นจากนั้นก็เกิดเสียงของพลังโจมตีที่วิ่งฉิวผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็วตามมากำหมัดพุ่งตรงไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างรุนแรง

            “ตึง!”

            เพียงแต่ตอนที่หมัดของไป๋เทียนหมิงมาอยู่ใกล้ตรงหน้าของตู้เซ่าฝู่เงาของตู้เซ่าฝู่ที่เห็นๆ กันอยู่ว่าอยู่ด้านหน้าของไป๋เทียนหมิงกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตาผู้ชมมากมายที่อยู่โดยรอบก็งงงวยและสับสน ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็โผล่มาราวกับวิญญาณแว็บไปอยู่ด้านหลังของไป๋เทียนหมิงพร้อมกับเหวี่ยงพลังหมัดที่อานุภาพดูน่ากลัวใส่หลังของไป๋เทียนหมิงไปอย่างจัง

            “ปึงๆ!”

            บริเวณที่กำหมัดผ่านเกิดเป็นเสียงกระแทกดังปึงทั้งหมดสิบสามครั้ง

            “น่าจะคือวิชาหมัดระบำคลื่นของบ้านสกุลตู้ทว่าอานุภาพมันรุนแรงเช่นนี้เลยหรือ!”

            ในบรรดาผู้เข้ามามุงก็มีคนที่สายตาแหลมคมและรอบรู้ มีคนดูเบื้องหลังของวิทยายุทธที่ตู้เซ่าฝู่ออกด้วย

            ในเวลาอันสั้นเพียงแค่นั้นไป๋เทียนหมิงตอบสนองกลับมาไม่ทันขณะที่เกิดเสียงระเบิดจากพลังหมัดของตู้เซ่าฝู่ทั้งหมดสิบสามครั้งผู้ชมต่างมองดูอย่างลุ้นระลึกและตื่นเต้นทุกคนล้วนเห็นพลังหมัดต่อยอัดหลังไป๋เทียนหมิงไปเต็มๆ

            “ตึง!”

            พลังอันดุดันและน่ากลัวโถมใส่ไป๋เทียนหมิงจนทำให้ร่างของเขากระเด็นอยู่กลางฟ้าถอยหลังเป็นเส้นโค้งพลังโจมตีนี้ราวกับต้นไผ่ท่อนบางๆ ถูกพายุร้ายแรงโถมกระหน่ำสุดท้ายเขาก็ตกลงมากระแทกพื้นที่ระยะห่างจากจุดที่ถูกโจมตีราวๆ สิบกว่าเมตรเขากระอักเลือดออกมา แววตาของเขาแสดงออกว่าประหลาดใจอย่างมาก

            “ไป๋เทียนหมิงแห่งบ้านสกุลไป๋ ถูกตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้โจมตีกระบวนท่าเดียวและตั้งรับไว้ไม่ได้!”

            ผู้เข้ามามุงจ้องมองดูไป๋เทียนหมิงที่ล้มอยู่บนพื้นด้วยความตะลึงจนตาโตอ้าปากค้างทุกคนต่างไม่อยากจะเชื่อว่า ไป๋เทียนหมิงแห่งบ้านสกุลไป๋จะแพ้ได้ง่ายดายเช่นนี้อย่างน้อยๆ เขาก็เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับเชียวนะระดับขั้นนี้สำหรับในเมืองสือเฉิงถือว่าความสามารถสูงมากแล้ว

            “ตู้เซ่าฝู่ฉันเองก็อยากรู้ว่าคนที่ยัยเยี่ยจื่อจินสนใจจะแข็งแกร่งเพียงแค่ไหน!”

            ทันทีที่ไป๋เทียนหมิงล้มลงบริเวณที่ไม่ห่างจากตู้เซ่าฝู่ มีเสียงของคนคนหนึ่งดังขึ้นมา

            ในมือของฉินเสี่ยวลู่แห่งบ้านสกุลฉินถือกระบี่ยาวประมาณสามศอกใบมีดกระบี่เป็นสีมรกตไล่เป็นสีขาวนวล เมื่อนางยกปลายเท้าข้างหนึ่งสัมผัสพื้นดินก็เกิดพลังปราณพลุ่งพล่านออกมา นางดึงเอาพลังปราณนี้เป็นแรงส่งให้ร่างกระโจนเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบนางใช้มือควงกระบี่ร่ายพลังตามท่าวิชากระบี่ที่นางถนัดทันใดก็เกิดแสงจ้าออกมาจากลำกระบี่ พร้อมกับอักษรยันต์ลำแสงมากมายหลายเส้นจากกระบี่ตรงเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่

            เห็นได้ชัดว่าฉินเสี่ยวลู่คาดการณ์ไว้แล้วว่าไป๋เทียน
    หมิงจะน่าทำอะไรตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ การโจมตีในตอนนี้นับได้ว่าคือการลอบโจมตีเพียงแต่นางเองก็นึกไม่ถึงว่าไป๋เทียนหมิงจะถูกโจมตีเพียงกระบวนท่าเดียวก็กระเด็นล้มกับพื้นเสียแล้วทว่ากระบี่เล่มนี้ถือว่าเป็นดั่งศรที่อยู่บนคันธนูแล้ว จะไม่ปล่อยออกไปก็คงจะไม่ได้

            “วิชากระบี่ม่านพิรุธ!”

            ลำแสงจากพลังดาบวิ่งทะลุอากาศไปราวกับว่ากำลังฉีกอากาศพลังงานจากพลังปราณทำให้เกิดเป็นลำแสงที่แหลมคมสาดกระจายออกมาภาพที่เห็นราวกับเกิดกลุ่มดาวตกจากฟากฟ้าลำแสงที่กระจายออกมาจำนวนเส้นนับไม่ถ้วนเหล่านั้นกำลังโถมเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่

            “ฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับเช่นเดียวกันหรือ”

            ตู้เซ่าฝู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเด็กสาวจากบ้านสกุลฉินเองก็มีฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับทว่าบวกกับกระบี่ยาวที่ดูไม่ธรรมดาเล่มนี้ทำให้กระบวนท่าที่ปล่อยออกมาของนางแข็งแกร่งกว่าของไป๋เทียนหมิงเยอะมาก เมื่อสักครู่ที่ไป๋เทียนหมิงลงมือทำอย่างหุนหันเกินไปหน่อยมิเช่นนั้นตนคงโจมตีเขาล้มในกระบวนท่าเดียวไม่ได้หรอกแต่หญิงสาวจากบ้านสกุลฉินคนนี้ฝีมือร้ายกาจและแยบยลกว่า
    ไป๋เทียนหมิงเยอะ โจมตีออกมาเต็มที่ไม่ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย

            ตู้เซ่าฝู่จ้องมองลำแสงจากพลังกระบี่ที่พุ่งเข้ามาเขารีบส่งพลังปราณไปที่ใต้เท้าเพื่อใช้พลังปราณผลักร่างของเขาให้ถอยหลบกระโจมตีได้อย่างรวดเร็วพลังจากวิชากระบี่นี้ทำได้เพียงเฉียดผิวของเขาไปทว่าลำแสงแหลมคมเหล่านั้นทำให้ผิวของเขาถูกเผาไหม้ และรู้สึกปวดแสบปวดร้อน

            “เชอะ!”

            ฉินเสี่ยวลู่อุทานออกมาด้วยความไม่พอใจนึกไม่ถึงว่าตู้เซ่าฝู่จะรวดเร็วได้ถึงเพียงนั้น นางร่ายพลังวิชากระบี่อีกครั้งปลายเท้าของนางเกิดพลังปราณพุ่งขึ้นมา นางจับกระบี่ตั้งเป็นแนวนอนจากนั้นมือที่กำกระบี่อยู่ก็ถูกกวาดแกว่งไปมา ทันใดนั้นกระบี่สีมรกตที่ไล่สีมีปลายขาวขนาดสามศอกก็สั่นอย่างรุนแรงลำแสงจากดาบพุ่งเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่อีกครั้ง

            ตู้เซ่าฝู่มีสีหน้าเคร่งขรึมเขารวบรวมพลังที่ฝ่ามือ พลังปราณสีทองอ่อนๆ ระเบิดออกมารอบกายทันใดนั้นก็เกิดพลังงานจำนวนมากแผ่ออกมา ผู้ชมที่อยู่รอบๆ ต่างมองอย่างตกตะลึง

            พลังปราณเริ่มไหลเวียนอย่างรวดเร็วตู้เซ่าฝู่งอศอกดึงแขนไปด้านหลังเตรียมปล่อยพลังหมัดท่าหมัดคลื่นซัดสะท้านพลังอานุภาพที่รุนแรงที่โถมออกมาทำให้หลายคนประหลาดใจและแล้วพลังหมัดนั้นก็ถูกส่งไปที่ลำแสงกระบี่ที่ปล่อยออกมาของฉินเสี่ยวลู่อย่างรุนแรง

            “ปึง!”

            สองพลังอันรุนแรงปะทะกันอย่างจังเกิดเป็นเสียงระเบิดดังขึ้นมาลำแสงกระบี่ที่น่ากลัวนี้ถูกพลังหมัดที่แข็งแกร่งกว่าทำลายและถูกพัดดันถอยหลังไปอย่างแรง

            “แกร๊ง!”

            หลังจากนั้นก็เกิดเสียงดังขึ้นมากระบี่สีมรกตไล่สีปลายสีขาวขนาดสามศอกในมือฉินเสี่ยวลู่หักออกเป็นท่อนๆ

            ทุกคนตะลึงกับภาพที่เห็นกระบี่ยาวที่ฉินเสี่ยวลู่ถืออยู่ไม่ใช่อาวุธธรรมดาๆ แม้ยังไม่ใช่อาวุธวิญญาณแต่ก็เกือบแข็งแกร่งเท่าอาวุธวิญญาณแล้ว อาวุธดีๆ เช่นนี้กลับหักในสภาพแบบนี้พลังของตู้เซ่าฝู่ช่างน่ากลัวเหลือเกิน

            กระบี่หักไปแล้วจากพลังคลื่นซัดสะท้านร่างของฉินเสี่ยวลู่ถูกซัดกระเด็นปลิวถอยไป ระยะห่างจากจุดปะทะหลายเมตรทว่านางก็รีบตั้งตัวโดยใช้วิทยายุทธวิชาร่างอย่างรวดเร็วนางกระโดดหมุนตัวกลางอากาศใช้วิชาร่างนี้ในการช่วยพยุงร่างให้ตกลงพื้นได้อย่างปลอดภัยเมื่อเท้าสัมผัสพื้นนางยังคงโซเซไปราวๆ สิบเมตรจึงยืนนิ่งและทรงตัวได้

            “กึกๆ!”

            หลังจากฉินเสี่ยวลู่ถอยหลังไปพื้นถนนที่ทำด้วยหินเกิดเสียงกึกๆ ดังออกมาทุกก้าวที่นางก้าวบริเวณนั้นหินถูกพังแตกเป็นเสี่ยงๆ เกิดฝุ่นตลบฟุ้งไปทั่วที่พื้นเกิดรอยแยกเป็นทางยาว พื้นตรงนั้นถูกทำลายจากพลังโจมตีนั้น

            “ปึง!”

            ขณะที่ฉินเสี่ยวลู่ทรงตัวได้กระบี่ที่หักก็ร่วงอยู่บนพื้นแล้วมือข้างหนึ่งของนางที่กำด้ามจับกระบี่ที่หักเกิดรอยเลือดไหลออกมาจากบริเวณง่ามนิ้วระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้จากนั้นนางก็กระอักเลือด พ่นเลือดสดๆ ออกมาเป็นละออง สีหน้าของนางซีดเผือด

            ตู้เซ่าฝู่มองไป๋เทียนหมิงที่กำลังคลานอยู่กับพื้นกับฉินเสี่ยวลู่ที่หมดสภาพสู้ต่อไม่ไหวพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหาสองคนนั้นวัยรุ่นชายหญิงทั้งหลายที่มาพร้อมกันกับพวกเขาไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาไป๋เทียนหมิงกับฉินเสี่ยวลู่ยังสู้เขายังไม่ได้เลยหากพวกเขารุกเข้าไปแบบนั้นก็เท่ากับวอนหาบาทาเองชัดๆ

            “เจ้าคิดจะทำอะไร? เจ้า...อย่าเข้ามานะ!”

            เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่เดินเข้ามาใกล้ฉินเสี่ยวลู่กับไป๋เทียนหมิงที่มีสีหน้าซีดเผือดก็หน้าเสีย รู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีทว่าอาการบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส แค่ก้าวเท้าถอยหลังยังรู้สึกพยุงร่างแทบไม่ไหว

            “ไป๋เทียนหมิง ฉินเสี่ยวลู่ พวกเจ้าลืมกินยาก่อนออกจากบ้านใช่หรือไม่พวกเจ้าจึงต้องชดใช้ความผิดพลาดจากการกระทำของตัวเองบ้างเป็นเรื่องธรรมดา”

            ตู้เซ่าฝู่ยังคงไม่หยุดก้าวเข้าไปหาขณะที่ผู้เข้ามามุงต่างกำลังจ้องมอง เขาก็ไม่สน ตรงเข้าไปค้นตัวสองคนนั้นสุดท้ายล้วงถุงหยินหยางมาได้คนละใบ การที่พวกเขามีถุงหยินหยางแสดงว่าพวกเขามีสถานะสูงมากในบ้านสกุลของตนเองแน่นอน

            ไป๋เทียนหมิงกับฉินเสี่ยวลู่ที่หน้าซีดแสดงสีหน้าเจื่อนขึ้นมาในทันทีพวกเขาได้แต่ปล่อยให้ตู้เซ่าฝู่แย่งชิงถุงหยินหยางในตัวไปเพราะขณะนี้ไม่มีแรงต่อสู้อีกแล้ว

            “ตู้เซ่าฝู่ เจ้า...!”

            โดยเฉพาะฉินเสี่ยวลู่ต้องทนมองดูตู้เซ่าฝู่มาจับๆ คลำๆ ค้นตัวทั้งๆ ที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายนางรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายยื่นมือเข้าไปข้างในชุดกระโปรงยาวฉกถุงหยินหยางไปจากตนนางโมโหจนแทบจะลมออกหู ความดันพุ่งสูงทำให้นางกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

            “คราวหน้าหากมาหาเรื่องข้าอีก ข้าจะไม่เกรงใจแบบวันนี้แล้ว”

            ตู้เซ่าฝู่จ้องไปที่ไป๋เทียนหมิงกับฉินเสี่ยวลู่ขณะพูดผู้คนที่มามุงต่างยังคงจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นตู้เซ่าฝู่นำถุงหยินหยางทั้งสองใบเก็บเข้าเสื้อกลางอกไป จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป

            “เท่จังเลย”

            “เท่จริงๆ เลยข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าบ้านสกุลตู้มีคุณชายน้อยที่เก่งกาจขนาดนี้อยู่ด้วย”

            ในหมู่ผู้คนที่มามุงมีวัยรุ่นสาวหลายคนจ้องมองร่างของหนุ่มน้อยที่องอาจคนนั้นเดินจากไปอย่างใจจดใจจ่อแววตาของพวกนางดูเคลิบเคลิ้มและหลงใหล

            “ตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้เก่งสมคำร่ำลือครั้งนี้บ้านสกุลไป๋กับบ้านสกุลฉินก็แพ้ยับเยินอีกแล้ว”

            “ดูท่าการประลองของสุดยอดห้าสกุลในครั้งนี้บ้านสกุลตู้จะคว้าที่หนึ่งไปได้นะ”

            ขณะที่ตู้เซ่าฝู่เดินจากไปผู้คนตรงนั้นต่างถกเถียงคุยกันเรื่องเขากันให้แซ่ด ในฝูงชนตรงนี้มีกลุ่มคนสวมชุดยาวมีผ้าคลุมปิดศีรษะท่าทางเหมือนว่าตั้งใจจะซ่อนตัวจากอะไรบางอย่างพวกเขาเองก็มองไปที่เงาของหลังของเด็กหนุ่มที่เดินจากไปเช่นกัน