บทที่ 30
รายการสินค้า
จางหยุนรู้เกี่ยวกับแผ่นยันต์เหินฟ้าแล้ว เขาก็เริ่มตรวจสอบของอย่างอื่นต่อในทันที เขาอยากจะรู้ว่าดาบวิเศษที่ได้มาจากหัวหน้าองครักษ์หวัง แล้วก็กำไรสีทองที่เขาได้รับมาจากมือขององค์ชายแห่งอาณาจักรชิงผู้นั้นเป็นของวิเศษประเภทใด
หลังจากที่เปิดหาอยู่สักพักนึง เขาเองก็พบเจอดาบในหน้าของอาวุธวิเศษระดับต่ำ มันเป็นอาวุธวิเศษจริงๆแถมราคาของมันยังสูงไม่น้อย มันมีราคาถึงห้าร้อยเหรียญปฐพี
เห็นราคาแบบนี้แล้วจางหยุนรู้สึกไม่ประหลาดใจเลยที่ว่า ในกระเป๋าของหัวหน้าองครักษ์หวังผู้นั้นไม่มีเงินเลยแม้แต่น้อย
อีกฝ่ายคงจะใช้เงินแล้วก็ความดีความชอบของตนเองทั้งหมด แลกดาบเล่มนั้นมาแล้ว
จางหยุนลองทำการเปิดหาดู กำไรสีทองขององค์ชายใหญ่แห่งราชวงศ์ชิง หลังจากที่ลองเปิดหาดูสักพักเขาก็พบเจอของที่เหมือนกัน
ของชิ้นนี้ดันดีกว่าดาบของหัวหน้าองครักษ์หวังผู้นั้นเสียอีก เพราะว่ามันเป็นอาวุธวิเศษระดับกลาง ที่มีชื่อว่ากำไรเพลิงผลาญ ภายในคำอธิบายที่ถูกเขียนเอาไว้ มีการเขียนเอาไว้และอธิบายเอาไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อโคจรปราณวิญญาณเข้าไปภายในสมบัติชิ้นนี้ ค่ายกลภายในจะทำงานแล้วก็ปลดปล่อยการโจมตีเปลวเพลิงในวงกว้าง ที่เทียบเท่ากับการโจมตีของผู้ฝึกตนขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นเจ็ดได้ ไม่เพียงแค่นั้นมันยังมีความสามารถพิเศษ ในการส่งเสริมในการใช้เปลวเพลิงจากปราณวิญญาณอีกด้วย ส่วนราคาของมันนั้นมีราคาถึงสองพันเหรียญปฐพี
จางหยุนคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะได้รับโชคหล่นทับแบบนี้ กำไรสีทองนั่นถึงกับเป็นอาวุธวิเศษขั้นกลาง ที่มีราคาถึงสองพันเหรียญปฐพี
เพียงแต่ว่าเมื่อลองคิดถึงความสามารถพิเศษของมัน ที่สามารถปลดปล่อยเปลวเพลิงที่มีการโจมตีเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นเจ็ดได้ ราคานี้เองก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาในทันที
เพียงแต่ว่าในคู่มือการใช้มีการบอกแล้วว่า ถ้าเกิดว่าผู้บำเพ็ญผนึกตันเถียนขั้นต่ำใช้งาน ปราณวิญญาณภายในร่างกายจะถูกใช้งานจนแทบจะหมด ส่วนผนึกตันเถียนขั้นกลางถ้าเกิดว่าใช้งาน ก็อาจจะใช้งานได้เพียงแค่สองถึงสามครั้งก็ต้องพักฟื้นปราณวิญญาณแล้ว
ได้รู้สิ่งที่ตัวเองอยากรู้แล้ว เขาก็เริ่มทำการเปิดหาสิ่งที่ตนเองอยากจะซื้อต่อไป
คราวนี้จางหยุนคิดจะหาอาวุธวิเศษที่ช่วยในการบิน เป็นเพราะว่าถ้าเกิดว่ามีอาวุธพิเศษแบบนั้น เขาจะสามารถเดินทางได้รวดเร็วแล้วก็สะดวกมากขึ้น
เพียงแต่เมื่อเปิดไปเจอหน้าของวิเศษที่มีความสามารถในการบิน จางหยุนก็ถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง
อาวุธวิเศษประเภทบินระดับต่ำที่สุด อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินถึงสามพันเหรียญปฐพี
จำนวนขนาดนี้ก็เทียบเท่ากับว่าถ้าเกิดว่าเขาขายของหมดทั้งตัว ก็อาจจะยังไม่สามารถซื้ออาวุธวิเศษประเภทบินได้สักชิ้น จางหยุนรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา
ในตอนแรกคิดว่ามีอาวุธวิเศษระดับกลางอยู่ในมือแล้ว ถ้าเกิดว่ามีอะไรที่อยากจะต้องการจริงๆก็อาจจะนำมันไปขายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ แต่ในตอนนี้เมื่อเห็นราคาของของที่ตนเองอยากได้แล้ว เกรงว่าขายสมบัติจนหมดตัวก็อาจจะไม่สามารถซื้อได้
จางหยุนรีบดึงสติของตนเองกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาต้องใช้เวลานี้ลองเปิดดูว่ามีของอะไรที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีก
เผื่อว่าในครั้งหน้าเดินทางมาอาจจะซื้อของพวกนี้ไปใช้งานได้ จางหยุนจึงตั้งใจอยู่กับการศึกษาข้อมูลภายในรายการสินค้า เพราะว่าทุกอย่างโดนแล้วแปลกใหม่แล้วก็เขาไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งนั้น
ผ่านไปสักพักประตูห้องถูกเปิดเข้ามา จางหยุนวางรายการสินค้าในมือของตนเองลง ในตอนนี้เขาเปิดดูไปได้เพียงแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้น ต้องยอมรับว่าของที่ขายภายในหอการค้าเหรียญสวรรค์นั้นมีมากมายจริงๆ
แถมเขาคิดว่านี่อาจจะยังไม่ใช่ของทั้งหมดซะด้วย เพราะว่าด้านหน้าตำรานั้นถูกเขียนเอาไว้ว่ารายการสินค้าระดับต้น ของทั้งหมดที่อยู่ภายในนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงแค่ของของผู้บำเพ็ญระดับผนึกตันเถียนขั้นต้นเท่านั้น
สตรีต้อนรับผู้เดิมก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับกล่องไม้ที่งดงามปราณีตในมือ
“นี่เจ้าค่ะทั้งหมดสองร้อยสี่สิบเหรียญปฐพี แต่หักค่าแผนที่และค่าตำราที่ท่านต้องการแล้ว เหลือสองร้อยสามสิบแปดเหรียญปฐพี ส่วนแผนที่แล้วก็ตำราที่ท่านต้องการล้วนแล้วถูกบรรจุเอาไว้ภายในนี้หมดแล้ว”
“ขอบคุณ” จางหยุนพยักหน้าจากนั้นก็เก็บกล่องไม้เข้าไปโดยไม่ต้องนับเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นการกระทำของจางหยุน หญิงสาวก็รู้สึกดีกับจางหยุนเพิ่มขึ้นอีกระดับ “ยินดีรับใช้เจ้าค่ะ”
จางหยุนไม่ต้องนับเพราะว่าไม่กลัวเลย ถึงอย่างไรหอการค้าเหรียญสวรรค์ก็ตั้งอยู่ตรงนี้ไม่มีทางหนีไปไหนได้ ผนวกกับชื่อเสียงของพวกเขาพวกเขาคงจะไม่อยากให้มีใครสักคนมายืนตะโกนด่าหน้าร้านของตนเองอย่างแน่นอน เพราะแบบนั้นไม่จำเป็นจะต้องตรวจดูจางหยุนกล่าวขอบคุณอีกครั้งแล้วก็เดินออกไปจากหอการค้าเหรียญสวรรค์ สตรีผู้นั้นที่คอยต้อนรับแล้วก็ซื้อขายกับจางหยุนมาตลอดก็เดินออกมาส่งถึงด้านหน้าหอการค้า
…
ในยามราตรีของเมืองวายุแดง
ภายในเมืองเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแสงไฟสว่างไสวไปทั่วทั้งเมืองยามราตรี เหล่าผู้บำเพ็ญหรือแม้กระทั่งคนธรรมดาต่างใช้ช่วงเวลายามราตรีเป็นช่วงผ่อนคลาย
ภายในห้องพักของโรงเตี๊ยมนภาสงบ ในห้องจางหยุนแสงไฟสว่างไสวทั่วทั้งห้อง จางหยุนในยามนี้กำลังเปิดอ่านตำราที่ตนเองซื้อมาจากหอการค้าเหรียญสวรรค์
นี่เป็นตำราเกี่ยวกับความรู้ในการฝึกตนเบื้องต้น ถึงแม้ว่าเรื่องต่างๆมากมายจางหยุน จะได้ฟังมาจากปากของหลิวอวี่บ้างแล้ว แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นมนุษย์ธรรมดา บางทีอาจจะมีข้อมูลอีกหลายอย่างที่หลิวอวี่ไม่รู้
เพราะแบบนั้นจางหยุนเลยตัดสินใจทำการซื้อหนังสือเล่มนี้มา และหลังจากที่ทำการซื้อหนังสือมาจางหยุนก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง
ภายในนี้มีเนื้อหามากมายถูกบันทึกแล้วก็ถูกเขียนเอาไว้ มีการอธิบายหลายๆอย่างเอาไว้อย่างชัดเจน เกี่ยวกับโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรแล้วก็ข้อมูลต่างๆที่จางหยุนไม่รู้
จางหยุนตั้งแต่เดินทางกลับมาจากหอการค้าเหรียญสวรรค์ เขาเองก็จดจ่ออยู่กับตำราเล่มนี้อยู่ตลอด จนตอนนี้เองก็ยังคงอ่านมันอยู่
จางหยุนยังไม่คิดออกไปด้านนอกเมืองเพื่อล่าสัตว์อสูรหรือว่าทำอะไรในตอนนี้ เหตุผลนั้นก็ง่ายมากเป็นเพราะว่าเขายังมีข้อมูลและทำความเข้าใจกับโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรไม่พอ
ภายในเมืองของผู้บำเพ็ญเพียรแบบนี้ ผนวกกับสังคมที่แตกต่างจากสังคมของมนุษย์ธรรมดา จางหยุนจำเป็นจะต้องรู้มากขึ้นเพื่อรับประกันความปลอดภัยของตนเอง
และที่สามารถทำแบบนี้ได้ก็เป็นเพราะว่าเขายังคงมีเงินอยู่ เงินที่เขามีในตอนนี้มีจำนวนถึงสามร้อยเหรียญปฐพี สามารถเป็นค่าครองชีพให้เขาได้อีกสักพักใหญ่ จางหยุนจึงมีเวลาที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องต่างๆให้มากขึ้น เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับตนเองให้มากที่สุด