Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 67 พบกันอีกครั้ง

    ตอนที่ 67 พบกันอีกครั้ง

    [ติ๊งงง]

    [ขอแสดงความยินดีด้วย ประเทศญี่ปุ่นได้ผ่านการทดสอบรอบที่ 1 แล้ว]

    หลังจากนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนหลายๆ เสียงดังขึ้นมาแบบรัวๆ และเสียงสุดท้ายนั่นก็คือ ....

    .

    .

    [ติ๊ง]

    [การทดสอบรอบที่ 2 จะเริ่มในอีก 2 เดือนข้างหน้า ผู้เล่นทั้งหลายโปรดเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการทดสอบะจะเริ่มขึ้น]

     

    เมื่อสิ้นสุดเสียงประกาศ เหล่าผู้คนทั่วทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลกก็เกิดความโกลาหลขึ้น

    " นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกแล้วเนี่ยะ "

    " การทดสอบรอบที่ 1 อะไรกัน แล้วทำไมมีแต่ญี่ปุ่นล่ะที่ผ่าน การทดสอบคืออะไรกันแน่ "

    " แล้วการทดสอบรอบ 2 อะไรกันจะเริ่มในอีก 2 เดือน โอ๊ย!! แม่ งง "

    ทั่วทุกมุมโลกได้เกิดการโต้เถียงขึ้นมากมายพวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีดีระบบก็เสียงเตือนมา

     

    ณ เมือง โตเกียว

    ริวจิและเหล่า Hunter 100 คนที่ได้ยินเสียงประกาศจากระบบเช่นเดียวกัน พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น และก็เกิดเสียงคุยซุบซิบดังขึ้น แต่ไม่นานริวจิก็ได้บอกให้พวกเขาเงียบ จากนั่นเขาก็กำลังครุ่นคิดและอ่านข้อความแต่ละอันที่ระบบแจ้งเตือนมา

     

    [ติ๊งงง]

    [ขอแสดงความยินดีด้วย ประเทศญี่ปุ่นได้ผ่านการทดสอบรอบที่ 1 แล้ว]

    [ รางวัล ค่าสถานะของผู้เล่นทุกคนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นตอนนี้ +10 ค่าสถานะเหลือ]

     

    [ติ๊งงง]

    [ขอแสดงความยินดีด้วยประเทศญี่ปุ่นได้ผ่านการทดสอบรอบที่ 1 เป็นประเทศแรก ]

    [ รางวัล ค่าสถาน่ะของผู้เล่นทุกคนในที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นในตอนนี้ +10 ทุกค่าสถานะ ]

     

    [ ติ๊ง ]

    [ คำเตือน !! เมื่อมีประเทศแรกผ่านการทดสอบรอบที่ 1 แล้วถ้าในอีก 7 วันถัดไปยังไม่มีประเทศอื่น ๆสามารถเคลียบททดสอบที่ 1 ได้ระบบจะทำการลบประเทศที่มีซอมบี้ในเปอร์เซ็นต์ที่เยอะที่สุดให้ออกจากแผนที่ทันที ]

     

    [ติ๊ง]

    [การทดสอบรอบที่ 2 จะเริ่มในอีก 2 เดือนข้างหน้า ผู้เล่นทั้งหลายโปรดเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการทดสอบจะเริ่มขึ้น]

     

     

    เมื่อริวจิได้อ่านจบ ตาของเขาก็พองโตขึ้นมาด้วยความตกตะลึงก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยเสียงอึ้งๆ

    " โลกได้ล่มสลายของจริงแล้ว "

    จากนั่นเขาก็ครุ่นคิดและใช้ความคิดเกี่ยวกับบททดสอบที่ 1 ที่พวกเขาสามารถผ่านมาได้โดยไม่ได้รู้อะไรด้วยซ้ำ และเมื่อเขาได้คิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะคิดถึงตอนที่เขาฆ่าซอมบี้ตัวสุดท้ายและระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมา

    " หรือว่าการผ่านบททดสอบที่ 1 ก็คือต้องฆ่าซอมบี้ในประเทศของตนเองให้หมดอย่างงั้นหรอ "

    มิโกะได้สังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของพี่ชายของเธอ ดังนั้นมิโกะเธอจึงกล่าวถามไป

    มิโกะ : พี่คะ พี่เป็นอะไรรึเปล่า ท่าทีพี่ดูแปลกๆ ไปนะ

    มิโกะเธอก็ยังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เธอก็ยังไม่ได้อ่านข้อความทั้งหมด เธอยังดีใจกับชัยชนะที่เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาสามารถกำจัดซอมบี้มากกว่า60 ล้านตัวได้ภายใน 15 วัน

    ริวจิ : ก็เหมือนว่าตอนนี้เราจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่สะแล้วสิมิโกะ

    ริวจิก็ได้เล่าเหตุการณ์การทั้งหมดให้กับทุกคนฟัง แต่ก็มีบางคนที่รู้อยู่แล้ว แต่บางคนก็ยังไม่ได้อ่านข้อความทั้งหมดเนื่องจากมันเด้งเตือนมารัวๆ บนหัวทำให้เกิดความรำคาญได้ แต่หลังจากที่พวกเขาได้ฟังเรื่องราวของริวจิ เสียงก็แตกออกเป็นสองเสียงเช่นเคย

    1 . พวกเขารู้สึกผิดเพราะอาจะเป็นเพราะพวกเขาที่ฆ่าซอมบี้ทั้งหมดในญี่ปุ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่นี่ก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของริวจิเท่านั้น

    2 . พวกเขาไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร และไม่ได้สนใจว่าประเทศอื่นจะเป็นยังไง เพราะยังไงพวกเขาก็รอดแล้วในตอนนี้

     

    และตอนนี้มันก็เป็นตอนเย็นแล้ว ริวจิก็ให้พวกเหล่า Hunter แยกย้ายไปทำกิจกรรมของตัวเอง ส่วนเขานั่นก็ชวนพวกหัวหน้าหน่วยมากินข้าวเพื่อฉลองถึงชัยชนะในครั้งนี้

     

    ทางด้านประเทศอื่น ๆ เมื่อพวกเขาได้อ่านข้อความการแจ้งเตือนความโกลาหลก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอีก

    " ไอ้ระบบนี่บอกว่าจะลบประเทศของเราออกจากแผนที่อย่างงั้นหรอ บ้าเอ่ย "

    " แล้วเราจะทำยังไงให้ผ่านบททดสอบที่ 1 อะไรนั่นล่ะ "

    " โอ้ย !! เดี๊ยนปวดหัว "

    เสียงวุ่นวายได้ดังลั่นไปทั่วทุกมุมโลกผู้คนต่างแตกตื่นและตื่นกลัวกับการแจ้งเตือนของระบบในครั้งนี้

     

    ณ โตเกียว ประเทศ ญี่ปุ่น

    หลังจากกินข้าวฉลองกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ริวจิก็เดินเข้าไปหาน้องสาวของเขาเพื่อบอกอะไรบางอย่างกับเธอ

    " มิโกะ พรุ่งนี้เช้าเรากลับไปหาแม่พร้อมกันน่ะ "

    " หนูก็กำลังจะชวนพี่อยู่พอดี แม่คิดถึงพี่มาก "

    " โอเค งั้นไว้พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแต่เช้าเลยน่ะ "

    ริวจิพูดเร่งรีบขึ้นมา เขาดีใจมากที่เขาจะได้พบแม่ของเขาอีกครั้ง หัวใจของเขาสั่นรัวแทบไม่หยุดเมื่อคิดแบบนั้น

    " เข้าใจแล้วค่ะ "

    จากนั่นทั้งคู่ก็แยกย้ายไปพักผ่อนในห้องของตัวเอง

     

    เช้าวันต่อมา

    วันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2029

    ริวจิได้ตื่นแต่เช้าจากนั่นเขาก็ได้ไปชวนโทชิโอะ เพื่อให้เขาไปขับเฮลิคอปเตอร์ให้

     

    " โทชิโอะ วันนี้นายช่วยไปขับฮอไปส่งฉันทีได้มั้ย "

    เมื่อได้ยินคำพูดของริวจิ โทชิโอะก็หน้าเสียเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้น

    " คุณริวริ ผมไม่ได้เจอกับลูกและภรรยา 1 เดือนแล้วนะ ผมคิดถึงพวกเขา ไม่รู้ว่าหัวหน้าทานากะจะทำร้ายพวกเขารึเปล่าก็ไม่รู้ ผมเป็นห่วงพวกเขาแถมที่คุณบอกกับผมก็จะให้ผมกลับไปนางาตะ หลังจากซอมบี้มาถึงแต่ .. ."

    ยังไม่ทันที่โทชิโอะจะพูดจบริวจิก็พูดแทรกขึ้นทันที ริวจิเข้าใจความรู้สึกของโทชิโอะดีในมุมนี้ เพราะเขาเองก็มีครอบครัวเช่นเดียวกับโทชิโอะ เขาจึงเข้าใจโทชิโอะดี

    " Ok ฉันเข้าใจเดี๋ยวฉันจะเพิ่มอาหารให้กับนายเป็นการตอบแทน "

    " งั้นก็ได้ครับ "

    หลังจากที่โทชิโอะได้รู้จักกับริวจิมาได้เป็นเวลา 1 เดือนเขาก็พอรู้ถึงนิสัยของริวจิว่า เขานั่นไม่ได้เป็นคนโหดเหี้ยมอย่างที่คิด ดังนั้นโทชิโอะก็เลยกล้าต่อรองกับเขา ณ ตอนนี้

    " งั้นไปเตรียมตัวให้พร้อมน่ะ หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จเราจะออกเดินทาง "

    " เข้าใจแล้วครับ "

     

    หลังจากคุยรายละเอียดกับโทชิโอะเสร็จ ริวจิก็ไปกินข้าวเช้ากับน้องสาวของเขา ในตลอด 1 เดือนที่ผ่านมานี่เขายังไม่มีเวลาคุยกันแบบพี่น้องเลยสักครั้ง แต่ละวันที่เขาต้องทำนั่นก็คือ ฆ่า ฆ่า ฆ่า แล้วก็ฆ่าซอมบี้ เขาแทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลยนอกจากนั่น และตอนนี้กว่าการทดสอบรอบ 2 จะเริ่มขึ้นก็ยังอีก 2 เดือนตอนนี้ริวจิยังไม่คิดจะทำอะไร เขาขอให้เจอแม่ของเขา และอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสักพักก่อนในช่วงนี้

    หลังจากกินข้าวเสร็จ ริวจิก็รีบเร่งโทชิโอะให้เดินทาง เขาแทบจะรอไม่ไหวแล้วในตอนนี้

     

    ต่อมา

    พวกเขาใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั่นเพราะโอซาก้านั่นอยู่ห่างจากโตเกียวแค่เกือบ 400 กิโลเมตรเท่านั้นและฮอก็มีความเร็วอยู่ที่ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งถ้าไม่มีฮอแล้วล่ะก็พวกเขาต้องลำบากมากกว่าแน่อย่างแน่นอน

     

    เมื่อคนในค่ายของโอซาก้าสังเกตเห็น เฮลิคอปเตอร์กำลังลงจอด พวกเขาก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเหมือนเด็กเล็กที่กำลังเห็นเครื่องบินยังไงยังงั้น

     

    " โอ้ววนั่นมัน เฮลิคอปเตอร์ ว๊าวววว "

    " พระเจ้ามันยังมีเครื่องที่ยังใช้ได้อีกหรอเนี่ยะ "

    " ใครกันที่เป็นเจ้าของมันกันน่ะ "

    และเมื่อเครื่องลงจอดภาพที่ปรากฏขึ้นก็ทำให้ทุกคนได้ตกตะลึงขึ้น เพราะมิโกะเธอได้เดินออกมาจากฮอและเผยให้เห็นรูปร่างขาวสวยของเด็กมัธยมปลาย พร้อมกับผมที่ปลิวไสวไปพร้อมกับลม ทำให้สายตาของเหล่าผู้ชายที่มองนั่นได้เคลิบเคลิ้มกับความสวยของเธอ แต่ก็มีเสียงมาขัดจังหวะที่พวกเขากำลังมีความสุขอยู่

    " หัวหน้ากลับมาแล้ว "

    " เขาตามหาพี่ชายของเขาเจอแล้วอย่างงั้นหรอ "

    " ไหน ไหน ขอฉันดูหน่อยพี่ชายของเขาหน่อย เค้าต้องหล่อมากแน่ๆ "

    เสียงร้องของผู้หญิงได้ดังขึ้น และใบหน้าของกลุ่มผู้ชายก็กลายเป็นบูดเบี้ยวขึ้นมาด้วยความไม่พอใจในสิ่งที่ได้ยิน

    แต่หลังจากที่ริวจิก็ลงจากฮอลงมานั่น สายตาทุกคนก็ได้จับจ้องมาที่เขา

    " หึ่ย หล่อมากแม่ "

    " ฉันรักเขา "

    " ใจฉันละลายไปหมดแล้ว "

    เสียงกรีดร้องเพราะความหล่อของริวจิได้เข้าไปแทงตรงเป้าของหัวใจของพวกเธอ แต่ในมุมของพวกผู้ชายนั่นกลับพูดต่าง

    " หึ ก็เป็นแค่พี่ชายของหัวหน้าเท่านั้นแหละ ทำอะไรเป็นบ้างก็ไม่รู้ "

    " ใช่ๆ ฉันดูแล้วก็เป็นแค่เด็กติ๋มธรรมดา ที่คอยเกาะน้องสาวเขาเท่านั้นแหละนา ส่วนผู้หญิงพวกนี้ก้ไม่รู้ชอบเขาหรือว่าอยากได้ประโยชน์ในการที่เป็นผู้หญิงของเขากันแน่ "

     

    เสียงซุบซิบนินทรามากมายได้ดังลั่นเป็นพักๆ มิโกะได้มองไปที่พี่ชายของเธอและเห็นเขาไม่ได้ว่าหรือโกรธอะไรเพราะงั้นเธอจึงเลือกที่จะปล่อยไป

    แต่สิ่งที่มิโกะไม่รู้นั่นก็คือ หัวใจของริวจิตอนนี้สั่นรัวเป็นอย่างมาก มันแทบจะพุ่งออกมาเต้นอยู่ข้างนอกเสียด้วยซ้ำไป ริวจิกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้แทบไม่อยู่ ถึงเขาจะรู้อยู่แล้วว่าแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ดี แต่ถึงอย่างงั้ยการพบเจอก็เป็นการดีกว่าการที่ได้ยินจากคนอื่นพูดเป็น ไหน ไหน

     

    จากนั่นฝูงชนก็โดนแหวกออก เพื่อเปิดเป็นทางให้กับมิโกะและริวจิได้เดินผ่านไป แต่เมื่อริวจิจะเงยหน้าขึ้นมานั่น ก็มีผู้หญิงผมสีดำอายุราวๆ 40กว่า ได้ปรากฎตัวขึ้น ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นด้วยเสียงสั่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของเธอ

     

    " ริวจิ ?ลูกยังมีชีวิตอยู่จริงๆ ด้วย "

     

     

     

     

    ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ