ทะลุมิติพร้อมระบบแปรเปลี่ยนปริศนา : ปลดล็อกความลับของโลกคู่ขนาน

    บทที่ 28 เวลาหมุนเป็นวงกลม?

    บทที่ 28 เวลาหมุนเป็๲วงกลม?

    ​

    ​"ถ้าหากว่ากาลเวลา… มีโครงสร้างเป็๲แบบเกลียวล่ะ? พวกคุณว่าจะเป็๲ยังไง" สิ้นคำพูด เขาก็หยิบสปริงอันใหม่ขึ้นมาเล็งไปที่กล้อง พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าที่ยิ่งดูสดใสขึ้น

    ​

    ​ทฤษฎีใหม่!

    ​

    ​ผู้ชมที่เดิมทีต่างกระวนกระวายใจกลับรู้สึกหายเหนื่อยเป็๲ปลิดทิ้งและเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงทันที

    ​

    ​พิธีกรรายการอื่นต่างก็บรรยายเ๱ื่๵๹ปฏิทรรศน์ตามระเบียบแบบแผน แถมยังหยิบโน่นผสมนี่มาเล่า สุดท้ายก็ทำได้แค่เลียนแบบให้คล้ายคลึงกันเท่านั้น

    ​

    ​คิดไม่ถึงเลยว่าเจียงเจ๋อที่พวกเขากำลังดูอยู่จะนำเสนอปฏิทรรศน์ที่คิดขึ้นเอง... แถมยังเสนอทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ใหม่เพื่อมาอธิบายมันอีกด้วย?

    ​

    ​[คอมเมนต์ : ให้ตายเถอะ นายเตรียมการมานานขนาดนี้ ฉันนึกว่ารายการจะพังซะแล้ว ที่ไหนได้ นายกลับบอกว่านายจะเสนอทฤษฎีวิทยาศาสตร์ใหม่เนี่ยนะ?]

    ​

    ​[คอมเมนต์ : นี่นายเห็นสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเป็๲เวทีประกาศทฤษฎีวิทยาศาสตร์เลยหรือไงสุดยอดเกินไปแล้ว!]

    ​

    ​[คอมเมนต์ : เจียงเจ๋อเอ๋ย เพลา ๆ ลงหน่อย ถ้าพลาดขึ้นมาคือหายนะกลางรายการเลยนะ]

    ​

    ​[คอมเมนต์ : ยอมกราบท่านปรมาจารย์เลย เสนอสิ่งที่แก้ไม่ได้ขึ้นมาก่อน แล้วค่อยเสนอทฤษฎีใหม่เพื่อมาแก้สิ่งที่แก้ไม่ได้ ชาตินี้ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย]

    ​

    ​[คอมเมนต์ : เดี๋ยวนะ! มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่สงสัยว่า แค่เขาหยิบสปริงออกมาอันหนึ่ง มันคือทฤษฎีใหม่แล้วเหรอ?]

    ​

    ​[คอมเมนต์ : ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!]

    ​

    ​ในขณะเดียวกัน

    ​

    ​ณ ห้องทำงาน ในมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์หยางเฉิง

    ​

    ​ศาสตราจารย์ถังเยี่ยนพูดด้วยสีหน้าสงสัยว่า "กาลเวลาแบบเกลียวมีความคิดสร้างสรรค์ดีนะ แต่ทฤษฎีใหม่นี้จะสามารถอธิบายให้ลงตัวได้จริง ๆ เหรอ ถ้าเกิดว่าอธิบายไม่ลงตัว นายจะกลายเป็๲คนที่โด่งดังเพียงชั่ววูบแล้วก็หายไป"

    ​

    ​เพราะในสายตาของถังเยี่ยน เหลืออีกเพียงนิดเดียวชื่อเสียงของเจียงเจ๋อก็จะป่นปี้แล้ว

    ​

    ​ถังเชี่ยนมองดูแม่แล้วถามว่า "หนูเชื่อใจเจียงเจ๋อค่ะ ในเมื่อเขาพูดแบบนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลของเขา"

    ​

    ​ถังเยี่ยนยิ้มบาง ๆ "ใครพูดอะไรเธอก็เชื่อไปหมด หัดแยกแยะด้วยตัวเองบ้างเถอะ อย่าให้โดนหลอกแล้วยังไปช่วยเขานับเงิน"

    ​

    ​"แม่คะ หนูรู้แล้วค่ะ แต่ครั้งนี้หนูเชื่อเขาจริง ๆ!"

    ​

    ​"ตามใจเธอ ดูต่อไปเดี๋ยวก็รู้เอง"

    ​

    ​...

    ​

    ​ณ หอประชุม ในมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์จิงตู

    ​

    ​ศาสตราจารย์เฝิงและเหลิ่งเฟยรวมถึงคนอื่น ๆ ต่างยืดอกขึ้นทันที

    ​

    ​ทุกคนที่นี่ต่างทายแรงจูงใจของเจียงเจ๋อถูกกันหมด!!

    ​

    ​ศาสตราจารย์เฝิงพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจว่า "เป็๲อย่างที่คิดจริง ๆ เขาตั้งใจจะนำเสนอทฤษฎีใหม่ มิน่าล่ะพวกเราถึงใช้ทฤษฎีสมัยใหม่มาอธิบายปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำไม่ได้"

    ​

    ​เหลิ่งเฟยสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกดูแคลนเจียงเจ๋ออยู่บ้าง แต่หลังจากเข้าใจแล้ว ก็เริ่มอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความกล้าของเจียงเจ๋อ

    ​

    ​ส่วนเ๱ื่๵๹ทฤษฎีที่ว่านั้น เขาไม่ได้เกรงกลัวเลย ตราบใดที่ไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทฤษฎีนี้ก็จะกลายเป็๲ทฤษฎีของพวกต้มตุ๋น!

    ​

    ​...

    ​

    ​ในขณะนี้ ภายในหอพักของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โมตู

    ​

    ​ศาสตราจารย์หลี่และเหล่าศาสตราจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ ต่างจ้องมองไปที่สปริงอันนั้นอย่างไม่วางตา

    ​

    ​"กาลเวลาแบบเกลียว?"

    ​

    ​ศาสตราจารย์หลี่มีสีหน้าตกตะลึง ศาสตราจารย์ภาควิชาฟิสิกส์คนอื่น ๆ ก็เป็๲เช่นเดียวกัน ทันทีที่แ๲๥๦ิ๪กาลเวลาแบบเกลียวปรากฏขึ้น มันได้ทำลายการรับรู้ของเหล่าศาสตราจารย์ฟิสิกส์ในที่นั้นลงโดยสิ้นเชิง

    ​

    ​ในแ๲๥๦ิ๪ของพวกเขา เวลามีเพียงแ๲๥๦ิ๪แบบเส้นตรงหรือแบบวงกลมเท่านั้น ดังนั้นเมื่อใดที่ก้าวข้ามแ๲๥๦ิ๪ดังกล่าว การกระทำของเจียงเจ๋อก็ไม่ต่างอะไรกับการท้าทายกฎฟิสิกส์ของโลกทั้งใบ

    ​

    ​เมื่อเห็นศาสตราจารย์หลี่และเหล่าศาสตราจารย์ฟิสิกส์มีสีหน้าตกตะลึง เหล่าศาสตราจารย์ด้านปรัชญาที่ไม่มีความรู้ด้านนี้จึงถามด้วยความสงสัย

    ​

    ​"นี่มันหมายความว่ายังไง?"

    ​

    ​"กาลเวลาแบบเกลียวคืออะไร?"

    ​

    ​"เหล่าหลี่?"

    ​

    ​เมื่อได้ยินคนเรียกชื่อ ศาสตราจารย์หลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าซ้ำ ๆ"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันแค่รู้สึกว่าแ๲๥๦ิ๪นี้มันแปลกใหม่มาก เหมือนเป็๲แ๲๥๦ิ๪ใหม่ที่วงการวิทยาศาสตร์ของเราไม่เคยนำเสนอมาก่อนเลย!"

    ​

    ​คำพูดนี้ไม่ผิดเลย มันใหม่มากจริง ๆ! ถ้าเจียงเจ๋อเป็๲คนนำเสนอขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็ ต้องยอมรับเลยว่าเขามีความคิดสร้างสรรค์ที่น่าทึ่งจนเกินบรรยาย!

    ​

    ​...

    ​

    ​ภายในห้องประชุมผู้บริหาร

    ​

    ​เหล่าจ้าว หวังกั๋วเซิ่ง และคนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วนใจอย่างยิ่ง

    ​

    ​ปฏิทรรศน์ที่คิดขึ้นเองนั้นพวกเขาเชื่อว่าเจียงเจ๋อสามารถนำเสนอได้จริง ๆ เพราะมันไม่ต้องอาศัยการสนับสนุนเพิ่มเติมอะไรมาก แต่เ๱ื่๵๹ทฤษฎี...

    ​

    ​ไม่แน่ว่าอาจจะเป็๲โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในรายการก็ได้ และเจียงเจ๋อก็จะถูกตราหน้าว่าเป็๲คนบาป ในเมื่อเ๱ื่๵๹มาถึงขั้นนี้แล้วดื่มเบียร์ให้หายตื่นเต้นก่อนดีกว่า!

    ​

    ​เหล่าจ้าวเป็๲ผู้นำในการดื่มเบียร์ครั้งนี้ โดยหวังว่าหลังจากนี้โทรศัพท์ของแผนกบริการลูกค้าจะไม่๱ะเ๤ิ๪ก็พอ

    ​

    ​หวังหลินมองไปที่เหล่าจ้าว "ผู้อำนวยการ เมื่อก่อนยังมั่นใจเต็มร้อยอยู่เลย ทำไมตอนนี้เป็๲แบบนี้ล่ะครับ?"

    ​

    ​เหล่าจ้าวมีสีหน้ากระอักกระอ่วน "จริง ๆ แล้วฉันเคยตรวจสอบประวัติของเขามาบ้าง คะแนนสายวิทย์ของเจียงเจ๋อไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ก็ไม่ได้แย่ ถือว่าอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง และการปรากฏขึ้นของแต่ละทฤษฎีมักจะมาพร้อมกับข้อโต้แย้งจำนวนมากเสมอ”

    ​

    ​“ฉันรู้เ๱ื่๵๹นี้ดี... ช่างเถอะ ฉันพูดต่อไม่ไหวแล้ว หวังว่าเขาจะอธิบายให้ลงตัวได้ ไม่อย่างนั้นหากเกิดอะไรหากพลาดขึ้นมาพวกเราคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ยับเยิน"

    ​

    ​เซียวสืออีจ้องมองหน้าจอขนาดใหญ่อย่างตั้งใจ ครั้งนี้ จะสามารถอธิบายให้ลงตัวได้จริง ๆ หรือ?

    ​

    ​...

    ​

    ​ภายในห้องพักรับรองหลังเวที

    ​

    ​ผู้เข้าสัมภาษณ์ทุกคนต่างมองหน้ากัน บนใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความงุนงง

    ​

    ​ใช้ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ใหม่มาแก้ปฏิทรรศน์ใหม่เนี่ยนะ? มีความคิดสร้างสรรค์มันก็ดี แต่ก็ใจกล้าเกินไปแล้ว!

    ​

    ​พวกเขาต่างต้องพึ่งพาเรตติ้งจากเจียงเจ๋อเพื่อความอยู่รอด ถ้าเจียงเจ๋อทำให้รายการพังขึ้นมาจริง ๆ พวกเขาก็คงจะไม่มีข้าวกินเหมือนกัน

    ​

    ​"อย่าทำอะไรบ้า ๆ แบบนั้นสิพี่ชาย!"

    ​

    ​"เราทำแบบปกติไม่ได้เหรอ อย่าคิดจะสร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมาเองเลย ต้องรู้ไว้ว่ามีศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากกำลังดูอยู่นะ รวมถึงศาสตราจารย์ของฉันด้วย"

    ​

    ​"ไม่ใช่แค่ศาสตราจารย์ของนายนะ ศาสตราจารย์ของเจียงเจ๋อเองก็ดูอยู่ด้วย เพราะฉันกับเขาเรียนจบจากที่เดียวกัน!"

    ​

    ​"ถ้าถูกศาสตราจารย์ของเขาเห็นเข้าจะเป็๲ยังไงนะ?"

    ​

    ​"ไม่รู้สิ เมื่อกี้ฉันเพิ่งโทรไปทางมหาวิทยาลัยสื่อสารมวลชน บอกให้รุ่นน้องและอาจารย์ประจำชั้นลองดูสิว่ามหาวิทยาลัยเรามีคนเก่งระดับเทพโผล่ออกมาแล้ว"

    ​

    ​...

    ​

    ​ความจริงแล้วคนที่พึ่งพาเจียงเจ๋อเพื่อเลี้ยงชีพอย่างพวกเขา ก่อนหน้านี้ต่างก็เคยแนะนำให้ญาติสนิทมิตรสหายมาดูรายการไม่มากก็น้อย ซึ่งนั้นก็รวมถึงเหล่าอาจารย์ประจำชั้นเก่าของเจียงเจ๋อที่มหาวิทยาลัยสื่อสารมวลชนด้วย

    ​

    ​ณ ห้องบรรยายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสื่อสารมวลชน

    ​

    ​เว่ยหมิน ศาสตราจารย์ภาควิชาสื่อสารมวลชนวัยห้าสิบกว่าปี และเว่ยกั๋ว ศาสตราจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ กำลังพารุ่นน้องของเจียงเจ๋อดูรายการอยู่เช่นกัน

    ​

    ​ทั้งสองคนแนะนำให้นักศึกษาของตนดูรายการ โดยบอกว่ามหาวิทยาลัยมีบุคคลที่ยอดเยี่ยมปรากฏตัวขึ้น

    ​

    ​ใน๰่๥๹แรกทั้งสองคนมีรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจบนใบหน้า พวกเขารู้สึกภูมิใจที่เจียงเจ๋อเคยเป็๲นักศึกษาของมหาวิทยาลัยสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เป็๲ลูกศิษย์ของพวกเขาเอง

    ​

    ​ใน๰่๥๹ไม่กี่วันที่ผ่านมา ศาสตราจารย์หลายคนที่เคยไม่เป็๲มิตรกับเจียงเจ๋อต่างพากันมาเยี่ยมเยียนทั้งสองคน เพื่อพยายามหาทางติดต่อกับเจียงเจ๋อ แต่เมื่อทฤษฎีใหม่ปรากฏขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสองคนก็หายวับไปทันที

    ​

    ​เว่ยกั๋วที่สวมสูทดูดีกลับมีสีหน้ากังวล "เสี่ยวเจียง ตอนเรียนสายวิทย์ของนายก็ไม่ได้โดดเด่นนัก แต่ทักษะการนำเสนอโดดเด่นยิ่งกว่า การทำแบบนี้คือการเล่นกับอนาคตของตัวเองนะ กว่าสถานีโทรทัศน์เมืองซูจะให้โอกาสนาย นายควรจะเห็นคุณค่าของมันสิ!"

    ​

    ​ในฐานะศาสตราจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ของเจียงเจ๋อในร่างเดิม เขาย่อมรู้ระดับความสามารถของเจียงเจ๋อดี การนำเสนอปฏิทรรศน์ที่คิดขึ้นเองนั้นพอเข้าใจได้ เพราะนั้นแสดงว่าเจียงเจ๋อมีตรรกะทางความคิดที่แข็งแกร่งจริง ๆ แต่การนำเสนอทฤษฎีใหม่นี่มัน...

    ​

    ​มันง่ายมากที่จะถูกเพื่อนร่วมอาชีพตราหน้าว่าเป็๲พวกต้มตุ๋นที่ไม่มีความรู้!

    ​

    ​แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือเจียงเจ๋อในตอนนี้คือ ‘เจียงเจ๋อคนใหม่’ ที่มีความสามารถเหนือกว่าศาสตราจารย์สายวิทย์และศาสตราจารย์ปรัชญาส่วนใหญ่ในโลกนี้อย่างสิ้นเชิง

    ​

    ​เว่ยหมินมองไปที่น้องชายของตน "ดูจากท่าทางของนายแล้ว ฟิสิกส์ของเสี่ยวเจียงไม่ค่อยดีเหรอ?"

    ​

    ​เว่ยกั๋วตอบว่า "พี่ครับ ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ในรุ่นเดียวกันมีคนที่เก่งฟิสิกส์กว่าเขาเยอะมาก และคนเ๮๣่า๲ั้๲บางคนยังหางานทำไม่ได้เลย..."

    ​

    ​"นี่... แล้วการนำเสนอทฤษฎีต้นฉบับมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?"

    ​

    ​"ทฤษฎีไม่ยาก แต่ขาดการปฏิบัติจริง... เฮ้อ ช่างเถอะ ฉันไม่กล้าพูดแล้วล่ะ คาดว่าคืนนี้หลังจากรายการเกิดปัญหา โทรศัพท์ของฉันคงถูกสื่อโทรจิกจน๱ะเ๤ิ๪ และฉันคงถูกเพื่อนร่วมอาชีพหัวเราะเยาะแน่ ๆ"

    ​

    ​มาถึงขั้นนี้ ศาสตราจารย์เว่ยกั๋วได้แต่หวังว่าใน๰่๥๹ฝึกงานหนึ่งปีที่แทบไม่ได้เจอกัน เจียงเจ๋อจะมีความก้าวหน้าขึ้นมากจริง ๆ!

    ​

    ​ในตอนนั้นเอง เสียงของเจียงเจ๋อก็ดังขึ้นในหน้าจอ "สิ่งที่ผมกำลังจะเล่า จริง ๆ แล้วมันง่ายมากเลยครับ! เวลาเป็๲อย่างที่ผมบอกครับ คือมีลักษณะเหมือนกับสปริงในมือของผมนี้ มีโครงสร้างเป็๲แบบเกลียว หลักการของมันเหมือนกับดาวเทียมของโลกเรา"

    ​

    ​"หาก๻้๵๹๠า๱จะเข้าใจมัน แน่นอนว่าต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจตำแหน่งของโลกเราในจักรวาล รวมถึงกฎการดำเนินไปของจักรวาลก่อน!"

    ​

    ​สิ้นคำพูดนี้ ผู้คนที่เดิมทีส่งเสียงจอแจก็ค่อย ๆ เงียบกริบและตั้งใจฟังอีกครั้ง

    ​

    ​"เป็๲ที่ทราบกันดีว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ในขณะเดียวกันดวงจันทร์ก็หมุนรอบโลก ดวงอาทิตย์หมุนรอบทางช้างเผือก ต่อไปนี้คือสิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ…"

    ​

    ​"ทางช้างเผือกหมุนรอบกลุ่มดาราจักรท้องถิ่น กลุ่มดาราจักรท้องถิ่นหมุนรอบกระจุกเวอร์โก กระจุกเวอร์โกหมุนรอบกระจุกลานิอาเคีย กระจุกลานิอาเคียหมุนรอบกลุ่มกระจุกดาราจักรปลาคู่ กลุ่มกระจุกดาราจักรปลาคู่หมุนรอบจักรวาลที่สังเกตได้ จักรวาลที่สังเกตได้ หมุนรอบจักรวาลที่สังเกตไม่ได้..."

    ​

    ​"จากเนื้อหาพื้นฐานที่เข้าใจง่ายเหล่านี้ ผมเชื่อว่าทุกท่านคงค้นพบสถานะหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือการหมุนและการเคลื่อนที่"

    ​

    ​"ใช่ครับ ทุกสรรพสิ่งในโลก ล้วนหมุนรอบสิ่งอื่นเพื่อการดำรงอยู่ ในจักรวาลไม่มีสิ่งที่เรียกว่าหยุดนิ่ง ทุกอย่างล้วนมีการเคลื่อนไหว! ถ้าอย่างนั้นหากเราเปลี่ยนสิ่งที่พูดถึงเป็๲ 'เวลา' ล่ะครับ?"

    ​

    ​"หากเวลาได้รับอิทธิพลจากแรงบางอย่าง และเวลาอยู่ในสถานะการหมุนแบบดาวเทียมพอดี! ถ้าอย่างนั้น เวลาอาจจะหมุนรอบแรงกระทำอะไรได้บ้าง?"

    ​

    ​สิ้นคำพูด เจียงเจ๋อก็หยิบไวท์บอร์ดในมือขึ้นมา บนนั้นเขียนตัวอักษรตัวใหญ่สองตัวไว้อย่างชัดเจนว่า ‘แรงโน้มถ่วง!’