หวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 53 พิธีฝากตัวเป็นศิษย์

            บทที่53พิธีฝากตัวเป็นศิษย์

            และแล้วก็เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้เจ้าอ้วนฟางเอ่ยปากเมื่อไรมีข่าวใหญ่ทุกที ลู่อวี่พูดด้วยความแปลกใจ “แต่งงานกับนายน้อยตระกูลหลิน? หากข้าจำไม่ผิด นายน้อยตระกูลหลินหมั้นหมายกับตระกูลเจียงแล้วไม่ใช่หรือ? หรือว่าจะให้เด็กผู้หญิงผู้มีความสามารถผู้นี้เป็นอนุภรรยา? เด็กหญิงผู้นี้เต็มใจหรือ”

            บุรุษอวบอ้วนวางแก้วสุราลงแล้วหยิบผลไม้วิเศษขึ้นมาจากบนโต๊ะลูกหนึ่ง จากนั้นก็กัดไปแรงๆ คำหนึ่งแล้วพูดอย่างไม่พอใจ“หากไม่ยอมแล้วจะทำอย่างไร? หากตระกูลหลินไม่มัดนางไว้ติดตัวแล้วจะส่งต่อ ‘คัมภีร์ไฟสวรรค์จื่อหยาง’ ให้นางได้อย่างไร? อ้อใช่แล้ว ได้ยินว่าเมื่อหลายวันก่อน ท่านประมือกับนายน้อยรองตระกูลเจียงเพราะสตรีงามผู้หนึ่ง ไม่ทราบว่านางเป็นใครกันเล่า?”

            ลู่อวี่พูดตอบด้วยความโมโห“สตรีงามอะไรกัน มันไม่เคยมีเรื่องนี้!”

            เจ้าอ้วนฟางหย่วนจ้องไปที่ลู่อวี่ด้วยตาเล็กๆที่แม้จะทำตาโตเพียงใด มันก็ยังดูเล็กอยู่ด้วยความแปลกใจ ด้วยสีหน้าที่เหลือเชื่อและพูดว่า “ได้ยินมาว่ามีคนเห็นไม่น้อย และบอกว่าท่านสังหารองครักษ์ของตระกูลเจียงด้วยเหตุใดถึงไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นเล่า?”

            “ข้าสังหารคน เพราะว่าคนตระกูลเจียงมายั่วยุข้า มันเกี่ยวอะไรกับสตรีงาม? อีกอย่างวันนั้นข้าก็ไม่พบเห็นสตรีงามแม้แต่ผู้เดียว!” ลู่อวี่ขี้เกียจที่จะอธิบาย

            ในเวลานี้มีคนเดินเข้ามาทางประตูห้องโถงอีกหลายคน รวมทั้งเด็กหนุ่มสองสามคนที่อายุไม่มากเมื่อฟางหย่วนเห็นเข้า ก็รีบลุกขึ้นแล้วโบกมือให้พวกนั้นทันที “ทางนี้!” เมื่อบุรุษพวกนั้นสังเกตเห็นก็ส่งยิ้มให้และเดินมาทางนี้

            จากนั้นฟางหย่วนถึงได้นึกถึงลู่อวี่ที่นั่งด้านข้างขึ้นมาได้จึงรีบพูดขึ้นมาทันที “คนพวกนี้เป็นสหายของข้า ประเดี๋ยวข้าจะแนะนำให้สหายลู่รู้จักแม้ว่าสถานะของพวกเขาจะสู้สหายลู่ไม่ได้ แต่พวกเขาก็มีคุณสมบัติที่ไม่ธรรมดา”

            “ฮ่าๆ สหายฟางมาเร็วกว่าเราอีก หรือว่าเจอสตรีงามที่ใดกัน?” คนที่เดินเข้ามามีด้วยกันสามคน คนที่พูดคือบุรุษรูปร่างสูงผอมในชุดสีเขียวดูจากหน้าตาแล้วคงมีอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี พลางพูดจาหยอกเย้าเล่นกับฟางหย่วนพลางลอบสังเกตลู่อวี่ไปด้วย แม้ว่าระดับพลังยุทธ์ของพวกเขาเหล่านี้อาจไม่สูงมากนักทว่าแต่ละคนต่างก็มีแผนการอยู่ในใจ คนที่นั่งแถวแรกได้ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป สามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งที่สามได้เห็นได้ชัดว่าสถานะของบุคคลนี้ไม่ต่ำต้อยแน่นอน

            “อย่าพูดจาไร้สาระ!” ฟางหย่วนพูดด้วยความไม่พอใจ แล้วหันไปพูดกับลู่อวี่ “สหายลู่คนผู้นี้คือถังเส่าหง นายน้อยของตระกูลถังแห่งจงโจว นั่นคือหลิวอวี่นายน้อยตระกูลหลิวแห่งจงโจว และนั่นคือเกาซวี่นายน้อยของตระกูลเกาแห่งภูมิภาคตะวันตก” ขณะที่เขาพูด ก็ดึงคนมาแนะนำให้ลู่อวี่รู้จักด้วย

            ยกเว้นถังเส่าหงหลิวอวี่มีความสูงปานกลาง รูปร่างแข็งแรงกำยำ มีความองอาจห้าวหาญหากถูกจัดให้อยู่ท่ามกลางคนสามัญทั่วไป แล้วแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งสักหน่อยคงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกอันธพาลแน่นอน คนสุดท้ายเกาซวี่ ดูเป็นคนอบอุ่น แต่แววตากลับมีความดุร้ายฉายชัดอยู่บอกได้เลยว่าเขาคือหมาป่าที่ห่อหุ้มตัวด้วยหนังแกะ

            ดังคำกล่าวที่ว่ากาเข้าฝูงกา หงส์เข้าฝูงหงส์ สหายของฟางหย่วน เป็นคนเช่นนี้กันหมดและตัวเขาเองก็ไม่เป็นข้อยกเว้นเช่นกัน

            “นี่คือลู่อวี่ นายน้อยของตระกูลลู่ คิดว่าพวกเจ้าทุกคนคงจะรู้จัก พวกเราสองคนเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนโต”ฟางหย่วนหน้าตายิ้มแย้ม แนะนำให้สองสามคนนั้นรู้จัก

            พูดตามตรงแม้ว่าเจ้าของเดิมร่างของลู่อวี่ และฟางหย่วนจะเล่นด้วยกันมา แต่มันก็ไม่นานนัก เหตุผลที่ยังคงเหมือนเดิมเมื่อพบเจอกันนั่นเป็นเพราะพวกเขาทั้งคู่ มีนิสัยเสเพลเกเรเหมือนกัน ถึงได้อยู่ด้วยกันได้ นอกจากนี้ลู่อวี่ยังมีสถานะสูงส่งฟางหย่วนก็จงใจผูกมิตรกับเขาด้วย ถึงได้มีมิตรภาพที่ดีต่อกันไม่เช่นนั้นนิสัยของลู่อวี่คนก่อน คงไม่เห็นคนที่มีฐานะเช่นฟางหย่วนอยู่ในสายตา

            “ข้าเคยพบกับสหายลู่มาแล้ว!” แม้ว่าหลายคนจะพอเดาได้ว่า ลู่อวี่คงไม่ใช่คนธรรมดาแต่เมื่อได้ยินว่าบุรุษรูปหล่อตรงหน้าพวกเขาคือนายน้อยของตระกูลลู่ ก็ตกตะลึงอ้าปากค้างกันทีเดียวการได้สานสัมพันธ์กับคนปรุงโอสถสักผู้หนึ่งล้วนเป็นความใฝ่ฝันของผู้คนมากมาย วันนี้เมื่อพวกเขาสามารถสานสัมพันธ์กับคนปรุงโอสถขั้นห้าที่อายุน้อยที่สุดในเทียนตูผู้หนึ่งได้แล้วจะไม่ให้พวกเขามีความสุขได้อย่างไร?

            ลู่อวี่ไม่ได้ลุกขึ้นทำเพียงยิ้มและทักทายกับบุรุษหน้าใหม่สองสามผู้นี้เพียงเล็กน้อย และเชิญให้พวกเขานั่งลงจากนั้นก็ขอให้สาวใช้เพิ่มจอกสุราให้อีกสองสามใบ แต่โต๊ะไม่ใหญ่นักมันพอดีสำหรับสองคน หากมีมากกว่านี้ก็จะแน่นเกินไป อีกทั้งช่วงนี้เป็นช่วงที่ยอดฝีมือจากทุกแขนงและบุคคลสำคัญมีอำนาจกำลังทยอยกันเข้ามาพอดี ดังนั้นฟางหย่วนและคนอื่นๆ จึงยังพอมีไหวพริบ อยู่พูดคุยกับลู่อวี่เพียงไม่กี่คำก็ขอตัว

            การเดินทางมาเมืองเสวียนจ้งในครั้งนี้ได้มีโอกาสสานสัมพันธ์กับลู่อวี่บุคคลสำคัญเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่เสียแรงเปล่าที่มาแล้วหากกลับไปพูดกับคนในตระกูล อาจนำผลประโยชน์มาให้พวกเขามากขึ้น

            “เซินหยวนชิง หัวหน้าศิษย์ของเขาหนิงชุยเฟิงมาถึงแล้ว!”

            “ผู้เฒ่าหลี่ซั่ง แห่งสำนักหมื่นกระบี่มาถึงแล้ว!”

            “บุตรชายประมุขสำนักเทียนซือเต๋า จางจ้าวเหลยมาถึงแล้ว!”

            ไม่รู้ว่าด้านนอกเริ่มตะโกนแนะนำชื่อผู้เข้าร่วมงานกันตั้งแต่เมื่อไรเห็นได้ชัดว่าคนที่มาตอนนี้ล้วนเป็นคนที่มีสถานะไม่ธรรมดา การเรียกชื่อเปรียบเสมือนให้ความเคารพและยอมรับต่ออำนาจที่ตัวแทนเช่นพวกเขามาเข้าร่วมงาน

            “เจียงหยวนจวิ้น นายน้อยรองของตระกูลเจียงแห่งตงหยวนมาถึงแล้ว!”

            ลู่อวี่ตกตะลึงเล็กน้อยคิดไม่ถึงว่าบุรุษผู้นี้จะหน้าด้านถึงเพียงนี้ วันนั้นถูกเขาไล่ออกจากหอจุ้ยเซียนไปแล้วและยังหักหน้าเขาต่อหน้านักพรตหลายสิบคน แต่กลับโผล่หน้ามาที่เช่นนี้อีก หรือว่ามีอีกเหตุผลที่จำเป็นต้องมา

            เจียงหยวนจวิ้นจำเป็นต้องมาจริงๆพิธีฝากตัวเป็นศิษย์ของตระกูลหลิน แทบไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลยแต่เพราะครั้งนี้ประมุขตระกูลหลิน หลินฉงซิ่น รับลูกศิษย์เข้ามา และเป็นเพราะหนึ่งคือ ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเจียงกับตระกูลหลิน สองคือ เพื่อประโยชน์ของตระกูลเจียงเขาจะไม่มาได้อย่างไร

            แต่เมื่อเด็กนำทางนำเขามาถึงที่นั่งและพบว่าคนที่อยู่ตรงข้ามคือลู่อวี่ คนน่ารังเกียจผู้นั้น ก็อดโกรธขึ้นมาไม่ได้ในเวลานี้ นอกจากที่นั่งว่างสี่ที่นั่งแล้ว ที่อื่นๆ ก็เต็มไปด้วยนักพรตไม่ว่าเจียงหยวนจวิ้น ตอนนี้จะอารมณ์เสียมากเพียงใด ก็ต้องฝืนเก็บไว้ไม่เช่นนั้นจุดประสงค์ของการมาแสดงความยินดีในวันนี้ คงจะไม่บรรลุผลแต่อาจจะลงมือก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นก่อนพิธีจะเริ่ม หากเป็นเช่นนั้นมันจะส่งผลเสียต่อเขามากกว่า

            แต่เมื่อเห็นลู่อวี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาก็รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อตระกูลเจียงที่เขาเป็นตัวแทนนั้นแข็งแกร่งกว่าตระกูลลู่เป็นไหนๆแต่ตำแหน่งของเขากลับด้อยกว่าอีกฝ่าย เพราะมีคติความเชื่อเรื่องทิศทางมาแต่สมัยโบราณด้านซ้ายเหนือกว่าและด้านขวาด้อยกว่า เห็นได้ชัดว่าแม้แต่ตระกูลหลิน ก็ให้ความสำคัญกับฐานะของลู่อวี่ที่สูงกว่าเขาซึ่งมันทำให้เขายิ่งโกรธและไม่พอใจมากยิ่งขึ้น

            ลู่อวี่ไม่สนใจอารมณ์ความรู้สึกของเจียงหยวนจวิ้น ในเวลานี้ เมื่อมีผู้คนมาถึงมากขึ้นเรื่อยๆบรรยากาศในห้องโถงใหญ่ก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักกันและในบรรดาคนที่เขารู้จัก ยกเว้นไม่กี่คนที่เพิ่งได้รับการแนะนำจากฟางหย่วนคนอื่นๆ ก็ไม่เป็นมิตรกับเขามากนัก

            ในทางตรงกันข้ามคนสองคนที่นั่งข้างๆเขา น่าสนใจมากกว่า ที่นั่งด้านที่มีตำแหน่งค่อนข้างสูงเป็นชายชราหัวโล้นมีหนวดเคราและคิ้วขาว หากไม่ใช่เพราะแต่งกายต่างกัน ลู่อวี่ยังเคยคิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นหลวงจีนที่มีสมณศักดิ์สูงจากที่ใดสักรูปหนึ่งเสียอีกแต่เมื่อได้ยินชื่อที่กล่าวแนะนำ ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง ชื่อว่าเหมิงคงซึ่งตอนนี้มีพลังยุทธ์อยู่ในช่วงปลายของขั้นตงซวนแล้ว เป็นยอดฝีมือที่ถือว่าเก่งกาจยิ่งนักในเทียนตู

            สำหรับสตรีที่มีผ้าคลุมสีม่วงผู้นั้นแม้จะไม่เคยเห็นรูปหน้าค่าตากันมาก่อน แต่รูปร่างสง่างาม ผิวขาวราวกับหิมะ โดยเฉพาะดวงตางดงามที่ใสราวกับหยดน้ำคู่นั้นที่ดูเหมือนจะเดาใจใครต่อใครได้ ทำให้ผู้คนที่พบเห็นครั้งแรก เกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่สู้อีกฝ่ายไม่ได้ยังมีสาวใช้และหญิงชราผู้หนึ่งเดินตามหลังมาด้วย ชื่อที่กล่าวแนะนำของสตรีผู้นั้นนางมีนามว่าไป๋เยวี่ยเหร่า มาที่นี่ในฐานะประมุขของตระกูลเล็กๆที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่ลู่อวี่ไม่มีทางเชื่อว่าสถานะทางสังคมของตระกูลเล็ก ๆ นี้ จะทัดเทียมกับเขาได้

            ในขณะที่ลู่อวี่กำลังเพ่งมองสตรีในชุดสีม่วงอยู่นั้นจู่ๆ นางก็หันหน้ากลับมาถามด้วยแววตาที่ฉายแววยิ้มแย้ม “คุณชายลู่มีธุระอะไรหรือ?”

            ลู่อวี่ถึงกับตกใจไปไม่เป็นและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ดังนั้นจึงพูดเพียงว่า “ไม่มีอะไร เพียงแต่สงสัยตระกูลที่แม่นางเอ่ยถึง ลู่อวี่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่ทราบว่าแม่นางไป๋ พอจะแนะนำให้ข้าสักหน่อยจะได้หรือไม่?”

            ไป๋เยวี่ยเหร่ากล่าวว่า “ไม่มีอะไรให้ต้องแนะนำ เยวี่ยเหร่าเพียงทำตามความปรารถนาสุดท้ายของบิดาก่อตั้งตระกูลเล็กๆ ขึ้นใหม่ในเทียนตู ทั้งตระกูลรวมถึงคนรับใช้และองครักษ์มีเพียงร้อยคนเท่านั้นคุณชายลู่ไม่เคยได้ยินมาก่อนนับว่าไม่แปลก! แต่คิดว่าคุณชายลู่กำลังสงสัยว่าเหตุใดประมุขตระกูลเล็กๆ เช่นข้าถึงมานั่งอยู่แถวแรกได้เสียมากกว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องปกปิด บิดาของข้าและประมุขตระกูลหลินเป็นสหายคนสนิทกัน และแน่นอนว่าคงไม่ปฏิบัติต่อข้าไม่ดี!”

            “อ้อ? ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!” แม้ว่าลู่อวี่ยังคงรู้สึกว่าเหตุผลนี้ค่อนข้างจะขัดใจไม่น้อยแต่ทั้งสองพบกันครั้งแรก เปิดใจพูดกันได้ถึงเพียงนี้ ก็ถือว่าจริงใจต่อกันแล้ว

            “เหตุใดคุณชายลู่ถึงได้สนใจมาเข้าร่วมพิธีฝากตัวเป็นศิษย์ที่นี่เล่า?”

            วันนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่มีคนถามคำถามนี้ลู่อวี่ยังคงตอบด้วยคำตอบเดิม “ข้าใคร่รู้เรื่องไฟแท้จื่อเสวียน และว่างไม่มีอะไรทำดังนั้นจึงมาดู แล้วแม่นางไป๋มาทำอะไรที่นี่?”

            “แน่นอนว่าก็ต้องมาเปิดหูเปิดตาหาประสบการณ์ และทำความรู้จักกับนักพรตผู้มีความสามารถเช่นคุณชายลู่หากมีปัญหาในภายภาคหน้า วิ่งไปร้องขอความช่วยเหลือ คงไม่ถูกปฏิเสธให้อยู่แต่เพียงนอกประตู!”ไป๋เยวี่ยเหร่าทำเป็นจริงครึ่งไม่จริงครึ่ง พูดติดตลก

            “แม่นางไป๋ล้อเล่นเก่งจริง!” ลู่อวี่ไอแห้งๆ และไม่ตอบอะไรอื่นอีก

            ไป๋เยวี่ยเหร่ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยในขณะที่กำลังจะพูดอย่างอื่นอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อที่ประตูตะโกนดังขึ้น“ผู้เฒ่าสามตระกูลเซี่ยแห่งตงหลิงมาถึงแล้ว!”

            หลังจากนั้นก็มีคนตะโกนแนะนำต่อทันที“ผู้ดูแลตำหนักมหาเทพเมืองเทียนตู อู๋ยง นักพรตอู๋มาถึงแล้ว!”

            ทันทีที่สองผู้นี้มาถึงเสียงที่ดังเจี๊ยวจ๊าวแต่เดิมในห้องโถงใหญ่ ก็เงียบลงไปมากในทันที แม้ว่าคนจากตระกูลอันดับหนึ่งในเทียนตูและคนจากตำหนักมหาเทพเจ้าเหนือหัวของเทียนตูที่ส่งมานั้นจะไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไร และแม้ว่าทางตำหนักเทพจะส่งมาเพียงผู้ดูแลแต่สถานะก็ไม่ใช่เรื่องที่คนในห้องโถงใหญ่จะเทียบเคียงได้

            ผู้เฒ่าสามของตระกูลเซี่ยแห่งตงหลิงดูเหมือนชายวัยกลางคนในวัยสามสี่สิบปีผู้หนึ่ง ที่มีรูปลักษณ์สง่างาม ใบหน้าขาวไร้หนวดเครา มีความสง่างามเหมือนปัญญาชนเมื่อยามที่ย่างเท้าเดินเข้ามา ส่วนนักพรตอู๋ยงจากตำหนักมหาเทพผู้นั้นสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเรียบง่าย ดูเหมือนอายุสี่สิบห้าสิบปี ดวงตาราวกับสายฟ้าแลบ ดูมีพลานุภาพที่ทรงพลังอย่างยิ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่คอยคุมอำนาจมาอย่างยาวนาน

            ทั้งสองผู้นี้มาถึงโดยที่ไม่มีใครมาก่อนหลังและดูเหมือนจะเป็นคนรู้จักกัน ดังนั้นจึงเดินเข้ามาด้วยกัน โดยไม่สนใจสายตาที่จ้องมองมาจากทุกคนในห้องโถงแม้แต่น้อยนิด!

            “ฮ่าฮ่า สหายรักทั้งสองมาอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วยหลินฉงซิ่นรู้สึกตกตะลึงเพราะได้รับความเมตตาที่คาดคิดไม่ถึงจริงๆ!”

            ในเวลานี้มีเสียงดังมาจากด้านหลังของห้องโถง เมื่อลู่อวี่หันไปมอง ก็เห็นว่าเป็นชายวัยกลางคนที่เดาอายุไม่ออกเขาสวมชุดคลุมสีม่วงและมีรูปร่างหน้าตาที่สง่างามน่าเกรงขาม

            “สหายหลินเกรงใจกันไปแล้ว!” ผู้เฒ่าสามตระกูลเซี่ยและนักพรตอู๋ ทั้งสองที่ยังไม่ได้นั่งลงต่างก็รีบเข้ามาทักทายกัน และคนที่มานั้นก็คือหลินฉงซิ่น ประมุขตระกูลหลินนั่นเอง หากพูดถึงสถานะทางสังคมกันจริงๆแล้ว ก็มีสถานะที่สูงกว่าพวกเขาสองคนไม่น้อย

    คล้ายกับเรื่องหวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015