“ถูกต้อง ข้าไม่ประสงค์ดีหวังให้เจ้ารีบตายไปเสีย!”
น้ำเสียงของไป๋เซี่ยเหอฟังดูสบายๆทว่าถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายสบายใจแม้แต่น้อย
“ไป๋เซี่ยเหอ! เหตุใดเจ้าถึงได้ชั่วร้ายปานนี้?”
ไป๋หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นอย่างอดไม่ไหวดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือด ใบหน้าไร้สีเลือด เบ้าตากลวงโบ๋
ไหนเลยจะยังมีความงามเพียงสักนิดหลงเหลืออยู่?
“ข้าน่ะหรือชั่วร้าย? ไป๋หว่านหนิง เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อก่อนเจ้าทำกับข้าไว้อย่างไร?”
ไป๋เซี่ยเหอผุดลุกขึ้นอย่างกะทันหันม้านั่งล้มลงกับพื้น ไป๋หว่านหนิงตกใจจนสะดุ้ง
นางเดินมาที่ข้างเตียงทีละก้าวก่อนจะบีบกรามของไป๋หว่านหนิงเอาไว้ “บาดแผลที่เจ้าทิ้งไว้บนตัวข้าในตอนแรกรอยแผลเป็นยังอยู่เลย เจ้าอยากดูหรือไม่?”
“เจ้า...”ไป๋หว่านหนิงกลืนน้ำลาย ไป๋เซี่ยเหอทำให้นางรู้สึกกลัวเล็กน้อยดูเหมือนพญายมที่จะเอาชีวิตอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้าอะไร?” ไป๋เซี่ยเหอจ้องอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นเยียบก่อนจะตวาดอย่างเย็นชา “คนอย่างเจ้ามันสมควรตาย เจ้าต้องตาย!”
“เมื่อเจ้าตายไปแล้วแค้นของเจ้ากับมารดาเจ้าก็จะไม่มีผู้ใดชำระ ทุกอย่างที่เป็นของสกุลไป๋จะตกลงบนหัวของข้าไท่จื่อก็สามารถสลัดภาระอย่างเจ้า แล้วหันไปรักใคร่ปรองดองกับเช่อเฟยของเขาได้ทุกวัน”
“ไป๋หว่านหนิง ชีวิตของเจ้าไร้ประโยชน์อย่างยิ่งเหตุใดถึงไม่ตายไปเสีย?”
สายตาของไป๋หว่านหนิงค่อยๆเปลี่ยนไป
มันเต็มไปด้วยความเกลียดชังและจิตสังหารไม่เห็นร่องรอยความเศร้าสร้อยที่ปกคลุมอยู่บนร่างของนางแล้ว
“เจ้าฝันไปเถิด ข้าไม่ตายแน่ข้าตายไม่ได้ ข้าไม่อาจปล่อยให้พวกเจ้าที่เคยทำร้ายข้ากับมารดาข้าลอยนวลไปได้ยิ่งไม่ปล่อยให้ผู้ใดแย่งพี่เชินไปได้ด้วย”
“พี่เชินเป็นของข้าตำแหน่งไท่จื่อเฟยก็เป็นของข้า”
“เจ้าอาศัยอะไร? อาศัยที่เจ้ามีก้อนเนื้ออยู่ในครรภ์หรือ? เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าหากข้าถีบเจ้าทีเดียวในตอนนี้ ก้อนเนื้อของเจ้าก็รักษาไว้ไม่ได้แล้ว!”
“ไม่ได้นะ!”
ไป๋หว่านหนิงกรีดร้อง นางขดกายอยู่ที่มุมเตียงตกใจจนตัวสั่นเทิ้ม ดูน่าอดสูอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“เจ้ารับปากท่านย่าว่าจะเกลี้ยกล่อมให้ข้าขึ้นเกี้ยวหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับข้า ท่านย่าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
ไป๋เซี่ยเหอแบมือ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็น“เจ้าไม่อยากขึ้นเกี้ยวนี่เอง แทนที่จะทำให้ในวังขุ่นเคือง มิสู้บอกว่าเด็กไม่อยู่แล้วตำแหน่งเช่อเฟยของไท่จื่อก็ไม่เอาแล้วเจ้ารับโทษคนเดียวดีกว่าทำให้พวกเราทั้งหมดเดือดร้อน”
“ผู้ใดบอกว่าข้าไม่อยากขึ้นเกี้ยว? ข้าแค่ยังเตรียมตัวไม่เรียบร้อยเท่านั้นข้ายังไม่ได้เลือกเลยว่าจะสวมชุดอะไร”
ไป๋หว่านหนิงร้องไห้ออกมาอย่างอดไม่ไหวดูน่าอดสูยิ่งนัก นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนเองถึงได้ดูน่าอดสูปานนี้ต่อหน้าไป๋เซี่ยเหอ
“จริงหรือ?”
ไป๋เซี่ยเหอยืนกอดอกอยู่ตรงนั้นใบหน้าเผยความเย้ยหยัน
ท่าทีของนางดูมีอานุภาพยิ่งใหญ่กว่าถ้อยคำใดๆ
ไป๋หว่านหนิงโมโหจนหน้าเขียวคล้ำนางลุกขึ้นทันที หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาทั้งยังคืนท่าทีสูงส่งอย่างนกยูงอีกครา
“ไป๋เซี่ยเหอข้าเกลียดท่าทีไม่กริ่งเกรงสิ่งใดของเจ้าจริงๆ ต้องมีสักวันที่ข้าจะทำให้เจ้าตกต่ำจนต้องคลานอยู่ใต้ฝ่าเท้าของข้าราวกับสุนัขก็ไม่ปาน!”
ไป๋เซี่ยเหอแบมือ นางไม่ได้โมโหทว่าความเย้ยหยันในแววตาดูลึกล้ำยิ่งขึ้น “น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เจ้าไม่คู่ควร”
“เฮอะ พวกเรามาคอยดูกันรอข้าให้กำเนิดรัชทายาทเสียก่อน ถึงตอนนั้นตำแหน่งไท่จื่อเฟยย่อมกลับมาเป็นของข้า ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าคิดจะแย่งมันไปจากมือข้า!”
ไป๋เซี่ยเหอมองนาง และไม่กล่าวถ้อยคำใดๆคนมีสติปัญญาล้วนรู้ว่า เรื่องการตั้งครรภ์ก่อนแต่งในครั้งนี้ไม่เพียงทำให้ชื่อเสียงของไป๋หว่านหนิงเสียหายอย่างใหญ่หลวงเท่านั้น
ทว่ายังรวมถึงชื่อเสียงของไท่จื่ออย่างฮั่วหมิงเชินเองด้วย
หากดูจากอุปนิสัยของฮั่วหมิงเชิน เป็นไปได้มากว่าเขาจะกล่าวโทษไป๋หว่านหนิง
กอปรกับตอนนี้ไป๋หว่านหนิงเป็นเพียงเช่อเฟยหากแต่งเข้าตำหนักพร้อมกับเด็กในครรภ์...
นางจะยังมีชีวิตดีๆได้อยู่หรือ?
ทันทีที่ไป๋เซี่ยเหอออกมาจากเรือนหนิงซือก็ถูกคนขวางเอาไว้
“ไป๋เหล่าฮูหยินบอกให้ท่านไปหาเมื่อเสร็จธุระเจ้าค่ะ”
ไป๋เซี่ยเหอหรี่ตาลงใบหน้าปกคลุมไปด้วยความไม่สบอารมณ์
เห็นนางเป็นอะไร?
เรียกไปนั่นมานี่อยู่ได้!
“บอกนางว่าข้าเหนื่อยไม่อยากไป”
เมื่อกล่าวจบ นางก็เดินกลับเรือนสุ่ยฉิง
ฟ้าจะถล่มก็ให้ถล่มไปเกี่ยวข้องอันใดกับนาง?
หากพูดให้ชัดเจนทั่วทั้งจวนสกุลไป๋นอกจากเจียงเยว่เสียนที่นอนอยู่ในเรือนเวินเสียนแล้วคนอื่นล้วนไม่เกี่ยวข้องกับนาง
สาเหตุที่นางเข้าไปยุ่งกับไป๋หว่านหนิงและมอบทางรอดให้อีกฝ่ายนั้น เพียงเพราะนางเห็นแก่ชีวิตอันบริสุทธิ์ที่อยู่ในครรภ์เท่านั้น
นางคือทหารรับจ้างที่มือเปื้อนเลือนทว่านางเป็นคน ไม่ใช่เครื่องจักร ไม่อาจทำตัวเลือดเย็นได้ตลอดเวลา
นางรังเกียจไป๋หว่านหนิงนั้นไม่ผิดทว่าจะไม่ลากผู้บริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
สาวใช้ตัวน้อยมองแผ่นหลังของไป๋เซี่ยเหอที่จากไปโดยไม่ลังเลอย่างตกตะลึงพลางรู้สึกกลัดกลุ้มขึ้นมาทันที
ได้ยินว่าวันนี้ไป๋เหล่าฮูหยินอารมณ์แปรปรวนหากนางกลับไปเช่นนี้ จะถูกทำโทษหรือไม่?
ณ เรือนสุ่ยฉิง
“คุณหนูกลับมาแล้วคุณหนูรองเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
ไป๋เซี่ยเหอเลิกคิ้วข้างหนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มด้วยความพึงพอใจอย่างลึกล้ำ “ดูสิว่าผู้ใดเป็นฝ่ายออกโรง เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
“ย่อมต้องเป็นเรื่องดีเจ้าค่ะ”
เมื่อฝูเอ๋อร์เห็นสีหน้าของไป๋เซี่ยเหอไม่ได้ดูดีใจอย่างที่นางคาดคิดก็เก็บงำรอยยิ้มทันที แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย “คุณหนู ท่านไม่ดีใจหรือเจ้าคะ?”
ไป๋เซี่ยเหอนั่งลงบนเก้าอี้แล้วยื่นมือไปรับชาร้อนที่ฝูเอ๋อร์ส่งมา สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ ทำให้ผู้คนเดาความคิดของนางไม่ออก
“เปล่าเพียงรู้สึกว่าไม่ว่าจะยุคสมัยใด ล้วนไม่ยุติธรรมกับสตรีทั้งสิ้น”
เห็นชัดๆ ว่านี่เป็นเรื่องที่คนสองคนร่วมกันกระทำขึ้นทว่าสุดท้ายแล้วเมื่อเกิดเรื่อง กลับเป็นสตรีที่แบกรับเพียงคนเดียว
หากเป็นฮั่วหมิงเชินอย่างมากก็ถูกฮ่องเต้ดุด่ายกหนึ่ง และถูกเมินเฉยไปชั่วเวลาหนึ่ง
ทว่าไป๋หว่านหนิงกลับสูญเสียชื่อเสียงทั้งยังต้องสูญเสียตำแหน่งไท่จื่อเฟยด้วย
“ยุคสมัยใดหรือเจ้าคะ?” ฝูเอ๋อร์เกาศีรษะ คำกล่าวของไป๋เซี่ยเหออยู่นอกเหนือขอบเขตความเข้าใจของนางไปเสียแล้ว
“เจ้าฟังเพียงประโยคหลังก็พอ”
“ไม่ยุติธรรมจริงๆเจ้าค่ะ แต่หากได้พบคนดีๆ เรื่องราวก็จะแตกต่างออกไปเจ้าค่ะ”
เมื่อลองคิดดูอีกทีก็กลัวว่าไป๋เซี่ยเหอจะไม่เข้าใจฝูเอ๋อร์จึงเอ่ยเสริมอีกประโยค “เช่นเซ่อเจิ้งอ๋องอย่างไรเล่าเจ้าคะ”
“...”
ไป๋เซี่ยเหอมองหน้าฝูเอ๋อร์ด้วยความสงสัยก่อนจะสังเกตเห็นความลุกลี้ลุกลนบนใบหน้าของอีกฝ่าย
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเซ่อเจิ้งอ๋องไม่เหมือนกับผู้อื่น?”
หากนางจำไม่ผิดก่อนหน้านี้สาวน้อยผู้นี้ยังเกลียดชังเซ่อเจิ้งอ๋องอยู่เลย
ฝูเอ๋อร์ใช้มือบิดผ้าเช็ดหน้า“ใต้เท้าอิ๋งบอกข้าว่าเซ่อเจิ้งอ๋องเป็นคนดี ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางอำนาจมากมาย ก็มีเพียงเขาที่ไม่หลายใจกระทั่งตอนนี้จวนเซ่อเจิ้งอ๋องก็ยังไม่มีสตรีแม้แต่คนเดียวเจ้าค่ะ”
“อันหนิงจวิ้นจู่ไม่ใช่สตรีหรอกหรือ?”
อิ๋งเฟิงพอมีสมองอยู่บ้างนึกไม่ถึงว่าจะลงมือกับฝูเอ๋อร์ที่บริสุทธิ์และจิตใจดี
เมื่อมองฝูเอ๋อร์ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วสีแดง สวรรค์ย่อมรู้ดีว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่นี่คือการล้างสมองชัดๆ
“เซ่อเจิ้งอ๋องกับอันหนิงจวิ้นจู่บริสุทธิ์ใจต่อกันอันหนิงจวิ้นจู่เพียงพักที่จวนเซ่อเจิ้งอ๋องเท่านั้นเจ้าค่ะ”
“เจ้าเชื่อด้วยหรือ?”
ในอดีตไป๋เซี่ยเหอเคยได้ยินคำกล่าวหนึ่งนั่นคือ
คำพูดของบุรุษล้วนเต็มไปด้วยความหลอกลวง!
“เหตุใดบ่าวถึงต้องไม่เชื่อด้วยเจ้าคะ? บ่าวคิดว่าใต้เท้าอิ๋งไม่ใช่คนที่จะพูดโกหกพรรค์นั้นหรอกเจ้าค่ะ”
เฮอะอิ๋งเฟิงใช้กลยุทธ์โอบล้อมกอบกู้แคว้นได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ
หลอกฝูเอ๋อร์ที่โง่เขลาของนางได้แล้ว
ไป๋เซี่ยเหอจิ้มหน้าผากของฝูเอ๋อร์สองสามครั้งด้วยความเจ็บใจที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้า“เจ้ามันคนไร้ประสบการณ์!”
------------------------