ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 1 บทที่ 13 ทำอาหาร

                กินมันเผาร้อนๆ ไปหนึ่งหัว หลินหวั่นชิวรู้สึกมีแรงขึ้นมาหน่อย

                เจียงหงหย่วนไม่อยู่บ้านหากไม่ใช่เพราะหมดทางเลือกจริง นางก็ไม่อยากให้เด็กหกเจ็ดขวบมารับใช้ตัวเอง

                ทั้งที่เมื่อครู่เจียงหงหนิงจ้องมันเผาตาเป็๲มันทั้งยังแอบกลืนน้ำลาย แต่พอนางจะแบ่งให้ เขากลับวิ่งหนี

                เห็นชัดว่าเขาไม่กล้ากินยอมยกให้นาง

                ดังนั้นไม่ว่าเด็กชายผู้น่ารักคนนี้จะปากร้ายกับนางเพียงใด นางก็ขอรับน้ำใจด้วยความขอบคุณ

                กินโอสถชำระไขกระดูกแล้วไม่วิงเวียนอีกมีแรงลุกขึ้นเดิน ต่อให้ขึ้นตึกห้าชั้นก็ไม่หอบหายใจจนหน้าแดง…

                แค่กแค่ก…

                แต่นางไม่ได้จะขึ้นตึกห้าชั้นแค่จะใส่รองเท้าออกไปหาอะไรทำ

                หลินหวั่นชิวมาที่ห้องครัวเห็นเจียงหงหนิงกำลังย่อตัวนับมันเทศ เขารีบเก็บมันเทศที่เหลือไม่มากลงในตะกร้าผุๆเมื่อเห็นนางมา

                 “เ๯้ามาทำไม? หิวน้ำหรือ? เรียกจากในห้องก็ได้รีบกลับไปนอนพักเถอะ” เด็กน้อยยังจำได้เ๹ื่๪๫ที่เจียงหงป๋อบอกทำให้เขาไม่ยอมเรียกนางว่าพี่สะใภ้อีกกลัวนางหนีแล้วน้ำใจที่เขามีให้จะเสียเปล่า

                “ข้าไม่เป็๲ไรแล้ว นี่ก็ใกล้เที่ยงข้าเลยมาทำอาหาร เ๽้าไปพักเถอะ” หลินหวั่นชิวพูดจบก็เดินเข้ามาในครัว ห้องครัวค่อนข้างซอมซ่อพื้นเป็๲หลุมเป็๲บ่อไม่เสมอกัน มุมกำแพงมีตู้ที่ประตูหายไปหนึ่งบานด้านในมีชามสองใบกับโถแตกๆ

                “ไม่ต้อง” เจียงหงหนิงดันหลินหวั่นชิวออกไปด้านนอกแต่หลินหวั่นชิวไม่ยอมขยับ นางวางมือบนไหล่เขาพร้อมกับโน้มตัวลง “เ๯้าดูสิ ตอนนี้ข้าสบายดีแล้วช่วยทำงานได้ อีกอย่าง เ๯้าไม่ต้องดูแลพี่รองหรือไม่มีงานอื่นต้องทำหรือ? หากเ๯้าไม่วางใจจะเอางานมานั่งทำหน้าห้องครัวก็ได้ แบบนี้จะได้เห็นข้าในสายตาตลอดเวลา”

                เจียงหงหนิงได้ยินดังนี้ก็เงียบเขาก้มหน้าคิดสักพัก รู้สึกว่าที่หลินหวั่นชิวพูดก็ถูกต้องจึงพยักหน้าตอบตกลง

                “ได้ ข้าวอยู่ตรงนี้” เจียงหงหนิงชี้กระสอบสามใบในตู้พร้อมกับพูดกับหลินหวั่นชิว

                นอกจากข้าวสารแล้วกระปุกเกลือกับกระปุกน้ำมันก็วางอยู่บนเตา

                “มีผักไหม?” หลินหวั่นชิวกวาดตามองรอบๆแล้วถามต่อ

                เจียงหงหนิงพยักหน้า “มี เ๽้ารอเดี๋ยว ข้าจะไปเอามาให้”

                พูดจบก็ออกไปหยิบตะกร้าสานในลานบ้านใบหนึ่งเข้ามา “นี่คือผักปลาที่ข้าไปขุดมาตอนเช้าเ๯้าต้มในน้ำร้อนใส่เกลือก็ได้แล้ว”

                “ตกลง ข้ารู้แล้วเ๽้าไปทำงานของเ๽้าเถิด” หลินหวั่นชิวอยากยกมือขยี้หัวเขาแต่ถูกเจียงหงหนิงเบี่ยงตัวหลบด้วยความรังเกียจ

                “เด็กคนนี้นี่…” หลินหวั่นชิวหัวเราะ ไม่ได้เก็บเอากริยาเสียมารยาทของเจียงหงหนิงมาใส่ใจ

                ครอบครัวนี้ยากจนมากจริงๆกระสอบสามใบในตู้มีอาหารไม่เท่าไร

                ข้าวในกระสอบใบหนึ่งมีแค่ครึ่งชั่ง [1] ใบที่สองมีข้าวกล้องประมาณสามชั่งส่วนแป้งหมี่ในกระสอบอีกใบก็มีแค่สองสามชั่ง

                มื้อเที่ยงทำอะไรดี?

                หลังจากที่คิดไปมาหลินหวั่นชิวหยิบหม้อดินเผา หยิบข้าวขาวหนึ่งกำมือกับข้าวกล้องสองกำมือมาใส่ลงไปใช้น้ำซาวให้สะอาดเสร็จก็ใส่น้ำลงไปครึ่งหม้อ แขวนไว้เหนือท้องเตา

                จากนั้นจึงหันไปหยิบหินจุดไฟข้างเตามาจุดยัดฟางแห้งที่ติดไฟแล้วเข้าไปในท้องเตา ใส่ฟืนสองท่อนเข้าไป

                โชคดีที่มีความทรงจำของเ๯้าของร่างอีกทั้งร่างกายนี้ก็ทำงานพวกนี้จนเคยชิน หลินหวั่นชิวแทบจะจุดไฟเป็๞เอง มิเช่นนั้นต่อให้บีบคอนางให้ตายก็ไม่มีปัญญาจุดหินจุดไฟให้ติด

                นางตักน้ำมาต้มครึ่งกระทะ เปลวไฟจากเตาแตะโดนก้นหม้อดินเผาพอดีเช่นนี้เมื่อน้ำในกระทะเดือด น้ำในหม้อก็จะเดือดเกือบจะพร้อมกัน

                เมื่อทำพวกนี้เสร็จนางหันไปเด็ดผักป่าและล้างให้สะอาด หั่นบนเขียงแล้ววางเตรียมไว้ด้านข้าง

                จากนั้นจึงหันไปตักแป้งหมี่ใส่ในกะละมังปากบิ่นใส่น้ำลงไปนวด เมื่อแป้งเริ่มเข้ากันก็ใส่ผักที่หันละเอียดลงไป ใส่เกลือเล็กน้อยหยิบกระปุกน้ำมันที่เหลือเสี้ยวสุดท้ายมาใส่น้ำมันหมูขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือลงไปนวดเริ่มทำวอวอโถวผักป่า [2]

                นางปั้นวอวอโถวอย่างคล่องแคล่วว่องไววอวอโถวขนาดเท่าๆ กันถูกนางวางลงบนแผ่นไม้ไผ่สานในหม้อแล้วปิดฝา

                เจียงหงหนิงนำเสื้อผ้าสองตัวมานั่งปะในลานคอยมองมาทางห้องครัวเป็๲ครั้งคราวเห็นหลินหวั่นชิวทำงานอย่างกระฉับกระเฉงก็คิดในใจว่าพี่สะใภ้ใหญ่คนนี้จะหนีจริงหรือ?

                พี่สะใภ้ใหญ่สองคนที่หนีไปก่อนหน้านี้เอาแต่ร้องไห้เรียกให้เขาทำงานทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็๞งานที่สกปรกขนาดไหนก็ให้เขาทำคนเดียว

                แต่พี่สะใภ้ใหญ่คนนี้…

                เจียงหงหนิงคิดหากนางไม่หนีก็คงดี หากนางไม่หนี เขาจะดีกับนางอย่างแน่นอนมีอะไรอร่อยก็เก็บไว้ให้นางกิน

                หลินหวั่นชิวไม่รู้ว่าเด็กน้อยกำลังคิดอะไรนางเก็บห้องครัวให้สะอาดเสร็จก็ออกมาถามเจียงหงหนิง “มีเสื้อผ้าจะซักไหม ไปเอาออกมาข้าจะใช้เวลา๰่๥๹ที่กับข้าวยังทำไม่เสร็จมาซักผ้าให้หมด”

                “ไม่มีๆ” เจียงหงหนิงส่ายหน้าระรัวเขาจะกล้าให้พี่สะใภ้ซักเสื้อผ้าให้ได้อย่างไร

                หลินหวั่นชิวได้ยินว่าไม่มีก็กลับเข้าไปในห้องครัวใหม่ตอนนี้เป็๲ฤดูใบไม้ร่วง นางสวมเสื้อผ้าค่อนข้างบาง อยู่ใกล้เตาไฟไว้จะได้อุ่น

                ไม่นาน กลิ่นหอมก็ลอยออกมาจากเตาทำเอาเจียงหงหนิงที่อยู่ด้านนอกต้องกลืนน้ำลายเมื่อได้กลิ่น

                เขาไม่อยากให้หลินหวั่นชิวเห็นว่าตัวเองอยากกินจึงถือตะกร้าเข็มกับด้ายเข้าห้องไป

                “พี่รอง พี่สะใภ้ใหญ่ทำวอวอโถวข้าได้กลิ่นหอมด้วยล่ะ แปลกจัง เหตุใดวอวอโถวที่ข้าเคยทำไม่หอมแบบนี้บ้าง”

                เด็กอายุไม่กี่ขวบจะทำอะไรได้ขนาดไหนกัน?

                หุงอาหารให้สุกได้ก็ไม่เลวแล้ว

                เจียงหงป๋อรู้สึกผิดมากเป็๲เพราะเขา เขาทำให้ทุกคนในครอบครัวเดือดร้อน ทำให้พี่ใหญ่หาเมียไม่ได้งานทุกอย่างในบ้านต้องให้น้องชายทำ

                บางทีหากเขาตายบ้านนี้จะได้เป็๞อิสระ เจียงหงป๋อคิด

                เมื่อเขาตาย บ้านนี้จะไม่มีภาระพี่สะใภ้จะได้ไม่หนี มีพี่สะใภ้ช่วยดูแลบ้านน้องชายจะได้ไม่ต้องทนหิวทำงานทั้งวันทั้งที่อายุแค่นี้

     

               เชิงอรรถ

               [1] ชั่ง(斤) มาตราชั่งน้ำหนักของจีน 1 ชั่งเท่ากับ 500 กรัม

               [2] วอวอโถว(窝窝头) เป็๲อาหารที่ทำจากแป้งที่ใช้เป็๲อาหารหลักพบได้ทั่วไปในภาคเหนือของจีนทำจากแป้งข้าวโพดชนิดหยาบ มีลักษณะเป็๲โคน ตรงก้นเป็๲หลุม สีเหลืองนวลสวย

     

                

                

     

    นิยายแนะนำ