ตอนที่ 36 เริ่มเกม
เช็คเงินสด10ล้านยื่นให้ผู้จัดการโรงแรมโดยตรงก่อนจะส่งต่อไปรับพนักงานข้างกาย เขารีบโค้งทำความเคารพและรีบก้าวอย่างเร่งรีบออกไปนอกคาสิโนเพื่อนำไปตรวจสอบเช็คที่ธนาคาร“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ ป้ายหมายเลข1นี้เป็นของท่านแล้ว”เชสรับป้ายไม้ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำโต๊ะมามอง บนแผ่นป้ายนอกจากตัวเลขยังมีลวดลายสีทองสวยงามสลักอยู่ พนักงานคนอื่นๆพากันปรบมือราวกับจะชื่นชมลูกค้ารายใหญ่นี้ ที่แท้แล้วมันคือการกระตุ้นอย่างหนึ่งให้ผู้ที่ลังเลรีบตัดสินใจ เหมือนกับจะบอกว่า ‘รีบจ่ายเงินมาสิแล้วเราจะชื่มชนคุณ’“เกมจะเริ่มในตอน3ทุ่มพอดี รบกวนท่านสุภาพบุรุษรอบริเวณนี้อีกสักพักนะครับ”พนักงานนำทางเชสมายังห้องแยกไม่ไกล ในนั้นมีทั้งน้ำและอาหารพร้อมสำหรับการนั่งรอ ประตูไม่ได้ปิดทำให้มองทะลุเห็นเหตุการณ์กลางฟลอร์ชัดแจ๋ว ผู้ชายคุ้นหน้าเดินควงแขนหญิงงามเข้าไปพูดคุยกับผู้จัดการและยื่นเช็คให้เขาคือสุภาพบุรุษเบอร์3จากโต๊ะก่อนหน้า ผมสีสนิทและสีคล้ำน้ำตาล นัยน์ตาสีแดงเล็ก ทำให้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนของอาณาจักรนี้“ทางใต้รึเปล่านะ”ระหว่างที่คิดอยู่นั้นคนต่อไปก็เริ่มเข้าไปสมัครลงเล่นเกมรอบนี้ สวมชุดหรู ท่าทางหยิ่งผยอง ผมทองตั้งและแว่นตาดำ พร้อมลูกน้องหลายชีวิตขนกระเป๋าใส่เงินจ่ายค่าเข้าร่วมด้วยเงินสด10ล้าน“ลูกชายของมาควิสฟรังซัวร์ กรมการคลัง”มิเนอร์วาที่เข้ามาด้วยกันเอ่ยเบาๆแนะนำให้เชสรู้จักผู้เข้าแข่งขันนี้คนนี้ เด็กหนุ่มพยักหน้าพลางพูดติดตลก“แน่ใจนะว่าเงินนั่นไม่ได้หยิบออกมาจากวังเธอ”“ถ้าเป็นงั้นหมอนั่นคงไม่มีหัวไปแล้วล่ะ”หลังจากป้ายหมายเลข3ถูกมอบไปก็ยังไม่มีใครคนไหนกล้าสมัครต่อ ที่พอจะเห็นก็แค่บางคนที่ลังเลอยู่เท่านั้น จนในที่สุดก็มีคนที่4เดินช้าๆเข้าไปรับป้ายหมายเลข4มา“นึกว่าใครมิเนอร์วานี่นา”น้ำเสียงไร้ซึ่งความเคารพแถมยังกล้าเรียกชื่อองค์หญิงตรงๆ ชายผมทองจากตระกูลฟรังซัวร์โค้งนิดๆเหมือนว่าแค่ทำไปส่งๆ เขาทิ้งตัวลงโซฟาสองแขนกางออกสุดพาดผนักพิง สองขายกวางบนโต๊ะแก้วไร้มารยาททำตัวเหมือนที่นี่เป็นบ้านของตนเอง“กะว่าจะมาหาอะไรสนุกๆเล่นที่นี่ซะหน่อย ไม่คิดว่าจะได้เจอนะเนี่ย”“ระวังปากหน่อยลอนโด ตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว”มิเนอร์วาคงไว้ซึ่งท่าทีเย็นชาเช่นเคย บทพูดของทั้งคู่ชวนให้คิดว่าเคยสนิทกันระดับนึงมาก่อน“รู้จักกันหรอ”ไม่คิดจะเก็บความสงสัยแม้แต่น้อย เชสจึงถามออกมาตรงๆ“อา ‘อดีต’ ‘ว่าที่’ ‘คู่หมั้น’ น่ะ”“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า 3ปีแล้วน่าคิดถึงเนอะ”เชสตกใจนิดหน่อยที่ได้ยินแบบนั้นแต่พอไตร่ตรองมากขึ้นพลันรู้ได้ว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับชนชั้นสูง ยิ่งเป็นระดับเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรแล้ว ไม่มีอะไรแบบนี้สิแปลก“ว่าแต่ เธอนี่ปฏิเสธฉันแล้วเลือกเจ้าเตี้ยนี่แทนหรอ...หรือว่าจะชอบคนอายุน้อยกว่า”“ใช่ที่ไหน...หุบปากไปซะ ไอ้เม่นเอ้ย”มิเนอร์วาทนไม่ไหวตะคอกลอนโดพร้อมล้อทรงผมชี้ตั้งเหมือนหนามเม่นของชายหนุ่ม แก้มขาวขึ้นสีเล็กน้อยตอนที่ลอนโดแซวเรื่องเชสกับมิเนอร์วา“งี้เอง แฟนเก่าของมีน่าหรอมิน่าล่ะถึงดูสนิทกันแบบนี้”“ไม่ใช่นะ หน็อย นี่พวกนายจงใจแกล้งฉันใช่ไหม”ร้อยวันพันปีถึงจะได้เห็นองค์หญิงผู้เย็นชาออกอาการมากขนาดนี้ ลอนโดแสยะยิ้มเผยฟันแหลมคมเหมือนฉลาม อีกด้านเชสยกยิ้มเจ้าเล่ห์กลับไป ทั้งสองสบตากันไม่รู้ว่าทำไมแต่ราวกับอ่านใจกันได้“มีน่าหรอ ถึงขนาดยอมให้ตั้งชื่อเล่นแบบนี้แปลว่าความสัมพันธ์ต้องไม่ธรรมดาแน่”“ไม่หรอก ทางนั้นต่างหากน่าจะผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะพอดูเลยนะ”รับส่งบทกันอย่างคล่องแคล่ว ถ้ามีคนมาบอกว่ารู้จักกันมานานแรมปีก็คงเชื่ออย่างไม่มีข้อสงสัย มิเนอร์วาถูกจู่โจมจากทั้งสองด้านจนรับมือไม่ทัน เมื่อเป็นแบบนี้จึงจนด้วยการกระทืบเท้าพาตัวเองออกจากห้องรับรองไป“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช้ได้นี่นา ชื่อไรอะเรา”“เชส เซอเซส ยินดีที่ได้รู้จัก”“ลอนโด ฟรังซัวร์”แทนที่จะเชคแฮนด์กันปกติพวกเขายื่นกำปั้นชนกันอย่างรู้ใจ จากการสำรวจรูปลักษณ์ลอนโดน่าจะแก่กว่ามิเนอร์วาประมาณปีถึงสองปี“หายากนะที่จะปั่นหัวยัยนั่นได้ขนาดนี้”“รู้จักกันนานแล้วหรอ”ชายผมทองดึงแว่นดำที่ปิดตาอยู่ออกและโยนมันบนโต๊ะ ดวงตาเลื่อนลอยทันทีที่นึกย้อนอดีต“แค่เคยเกือบโดนจับดองกันตามประสาชนชั้นสูงนั่นแหละ ถ้ากษัตริย์ไม่ป่วยก่อนคงหมั้นกันไปแล้ว ไม่ต้องห่วงเราไม่ได้รักกันหรอก...ไม่ได้รัก ไม่ได้เกลียด ไม่มีความรู้สึกอะไรต่อกันเป็นพิเศษ”น้ำเสียงชิลๆยังคงเล่าต่อไปเรื่อยๆ“บ้านฉันยังไม่อยากเลือกข้าง ถ้าเกิดตกลงหมั้นกับยัยนั่นก็แปลว่าฟรังซัวร์จะเข้าร่วมกับรัชทยาททันที ข้อตกลงเลยโดยยกนั่นแหละ”เชสเผลอพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ทำไมภายในใจเกิดรู้สึกโล่งขึ้นมาแปลกๆและคล้ายว่าลอนโดจะเห็นอะไรบางอย่าง“นายไม่ใช่ชนชั้นสูงใช่ไหม เป็นพาร์ทเนอร์ยัยนั่นหรอ”“หืม...ใช่”“ตอนนี้ภายในสงบนิ่งอยู่ก็จริงแต่ก็แค่ก่อนพายุจะโหมกระหน่ำเท่านั้น ถ้าอยากครอบครองเธอให้ได้ก็มีแต่ต้องกระโจนเข้าไปในพายุนั่นเท่านั้น พายุที่ชื่อศึกชิงบัลลังก์น่ะ”“นั่นคือเป้าหมายของฉันอยู่แล้ว”เชากล่าวอย่างมั่นใจ น้ำเสียงหนักแน่นและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานส่งผลให้ทั้งหน้าของสาวผมดำที่ยืนพิงกำแพงแอบฟังอยู่เปลี่ยนเป็นสีแดงทันใด โดยหารู้ไม่ว่าเหตุผลของเชสในการเข้าร่วมศึกนี้นั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศนี้ล่มสลาย รออยู่สักพักใหญ่ระฆังสั่นก้องไปทั้งฟลอร์ ตอนนี้คาสิโนจากเดิมที่กว้างขวางพอจะจุคน1000คนได้สบายทว่าบัดนี้กลับแน่นไปถนัดตา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเล่นพนันแต่เพื่อดูคนบ้าถลุงเงินต่างหากผู้เข้าแข่งขัน6คน ไม่น้อยและไม่มากจนเกินไปสำหรับคนที่สามารถจ่ายเงินจำนวนนี้ได้ แน่นอนว่าเก้าอี้ตัวแรกผู้เป็นเจ้าของคือเด็กหนุ่มอายุเพียง15ที่มีสปอนเซอร์หลักเป็นสาวสองสุดเซ็กซี่ ตำแหน่งนั่งอยู่หัวโต๊ะตรงข้ามกับผู้สมัครคนสุดท้าย สุภาพสตรีเบอร์6 เบ็ตตี้ตำแหน่งนี้อยู่ตรงข้ามพอดีทำให้ง่ายในการเก็บรายละเอียดและการเคลื่อนไหวเพื่ออ่านเกม และเช่นเดียวกันตัวเขาเองก็โดนเช่นนั้นด้วยผู้ดำเนินการประมูลในครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้จัดการโรงแรม เขายืนต่อหน้าทุกคนโดยมีสินค้าจำนวนมากวางเตรียมไว้ด้านหลัง ด้วยผ้าดำที่คลุมไว้ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันคืออะไร“ขออภัยที่ให้รอท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน ขอบพระคุณทุกท่านที่ไว้วางใจเราและเข้าร่วมการประมูลนี้ เราหวังอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับผลลัพธ์ในวันนี้”คล้ายกับว่าจะพูดดักเอาไว้ก่อนเผื่อตอนเกมจบคนไม่จบ เพราะคนที่เสีย10ล้านแล้วไม่ได้อะไรกลับไปเลยก็มีให้เห็นอยู่เนืองๆ“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา กระผมขอเริ่มด้วยของประมูลชิ้นแรก...เมล็ดของพืชจากดันเจี้ยนโบราณที่มอนสเตอร์เคยอาศัยอยู่เมื่อพันปีที่แล้วก่อนที่จะถูกขับไล่ลงสู่อาบิส”เพียงแค่ของชิ้นแรกก็รู้ว่าระดับของโต๊ะนี้ต่างจากโต๊ะอื่นๆลิบลับ เสียงฮือฮาไม่ขาดสายจากรอบข้างใครจะคิดว่าจะมีของจากเมื่อพันปีก่อนหลงเหลือ นึกว่าจะตกอยู่ในมือพิพิธภัณฑ์ไม่ก็นักสะสมหมดแล้วเสียอีกลอบทำท่าทีสบายๆขณะที่สายตามองไปทีละคนเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ เมล็ดสีน้ำตาลเก่าๆสามเม็ดนั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ตรงๆคือไม่อยากได้มันเลยแม้แต่น้อยแต่เพราะเขาต้องอ่านความคิดผู้ประมูลด้วยกันทำให้ต้องตื่นตัวตลอดเวลา‘เกมนี้ไม่เหมือนกับประมูลปกติจะมอง10ล้านริสเป็นตัวเลขเพียวๆไม่ได้เด็ดขาด ถ้าอยากชนะต้องมองมันเป็นเปอร์เซ็นต์และวางแผนอย่างรัดกุม’ตาตวัดไปยังที่นั่งสุดท้าย...เบ็ตตี้คว่ำกระดาษไว้บนโต๊ะพลางยกมือเท้าคางหมายความว่าหญิงสาวเขียนเลขเสร็จแล้ว‘คงต้องเริ่มด้วย0ก่อนล่ะนะ’แผ่นแล้วแผ่นเล่าส่งมองให้ผู้จัดการโรงแรมเขาค่อยๆอ่านทีละใบเฉกเช่นผู้มีประสบการณ์ จนในที่สุดของชิ้นแรกก็ไปตกอยู่กับหมายเลข4ที่เล่นลงเงินกว่า7แสน มากกว่าอันดับ2ไปไม่น้อย‘ถ้าประเมินดีๆของชิ้นแรกมักจะเสนอกันไม่เยอะเพราะยังลังเลกับของชิ้นต่อๆไป ดูท่าคงไม่ต้องระแวงเบอร์4มาก’ทันทีที่ประเมินเสร็จเชสพลันสะดุ้งเฮือกปฏิกิริยาคล้ายกับว่าเขาตื่นจากการหลับไหล‘ไม่ เราจะประมาทไม่ได้ เพราะแบบนี้ไงก่อนหน้านี้ถึงแพ้ ตั้งสติไว้สิ’เชสจมลงสู่ความคิด ฝั่งตรงข้ามเบ็ตตี้เผลอเผยท่าทางตกใจก่อนจะรีบปรับอารมณ์โดยเร็ว‘หลุดจากความลุ่มหลงได้ทั้งที่ไม่รู้ตัวเนี่ยนะ น่าสนใจจริงๆด้วย ขอโทษทีนะอินวิเดนเทีย ขอฉันเล่นกับเขาสักนิดหนึ่งนะ นิดเดียวจริงๆ’เบ็ตตี้แยกเขี้ยวออกมาเฝ้ารอความสนุกที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้“ของชิ้นที่สองส่งตรงมาไกลจากสลาฟ สำหรับคนธรรมดามันอาจเป็นแค่เหล้าที่ทำให้หลับไปได้ถึง3วัน แต่สำหรับเหล่าจอมเวทแล้วมันคือของล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินราคาได้...”‘เหล้าของจอมเวท...หรือว่า’“จากโรงกลั่นเหล้าหลวงของสลาฟ ‘วอดก้าฟื้นวิญญาณ’ ครับ”เชสไม่อาจเก็บอาการได้อีกต่อไป เหงื่อไหลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทำไมน่ะหรอ นั่นเพราะของเหลวไร้สีตรงหน้านี่สามารถทำหน้าที่กลายเป็นมานาสำรองให้กับผู้ที่ดื่มเข้าไปได้ ความหายากของมันคือใน1ปีจะผลิตขึ้นมาเพียง5ขวดเท่านั้นจากวัตถุดิบแสนหายาก และนอกจากราชวงศ์ของสลาฟก็ไม่มีใครรู้สูตรของมันเลยสักคนเดียวเชสบรรจงเขียนเลขลงไปทันทีไม่คิดจะประเมินสถานการณ์ก่อน ปากกาขยับสักพักจะวางลงพร้อมสายตามุ่งมั่นแสดงให้ทุกคนเห็น หลายคนที่เห็นแบบนั่นลอบส่ายหัวผิดหวังกับผู้เข้าร่วมหมายเลข1นี้เพราะเขาหุนหันพลันแล่นเกินไปผู้ดำเนินงานยิ้มแย้มเริ่มประกาศราคาทีละแผ่น“เริ่มจากสุภาพบุรุษเบอร์4 เสนอที่0ริส สุภาพสตรีหมายเลข5เสนอราคาเดียวกัน สุภาพบุรุษหมายเลข3ให้ราคา9แสนริส ขอบคุณครับ”ลอนโดกระโจนเข้าสู่สนามรบคนแรกเขาส่งสายตาท้าทายเชส เด็กหนุ่มยิ้มตอบก่อนจะกลับไปโฟกัสกับราคา“ต่อไปท่านสุภาพสตรีหมายเลข6 ให้ราคา1ล้านกับอีก1ริส ตอนนี้ขึ้นนำเป็นอันดับ1 ลำดับถัดมาท่านสุภาพบุรุษหมายเลข1...”เว้นจังหวะสร้างความตื่นเต้นเล็กน้อย เบ็ตตี้แสยะยิ้มโดยปกติแล้วประมูลระดับนี้มักจะเสนอราคาเป็นเลขกลมๆลงท้ายด้วย ‘0’ เสมอ เธอจึงลงท้ายด้วย1ไป“ให้มาที่ 0 ริสครับ”หลายคนที่เห็นความอยากได้ผ่านปฏิกิริยาและแววตาต่างสตั้นกันไปเป็นแถบๆ พวกเขาโดนเด็กอายุ15ต้มซะเปื่อย ลอนโดค้างไปพักหนึ่งก่อนจะยิ้มน้อยๆปนหัวเราะ“และลำดับสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดสุภาพบุรุษหมายเลข2...เสนอที่1ล้าน5แสนริส ยินดีด้วยครับเหล้าขวดนี้เป็นของท่านแล้วชายผมคล้ำผู้มาจากทางใต้พยักหน้าให้กับพิธีกร เสียงปรบมือจากพนักงานเป็นสิบด้านหลังผู้จัดการเหมือนกับตอนที่มีผู้สมัครลงเล่นชายคนนั้นหยิบสินค้าขึ้นมองด้วยความยินดี“ของแบบนี้10ปีจึงจะหลุดมาประเทศเราครั้งหนึ่ง โชคดีจริงๆที่เสียแค่ล้านห้า”ว่าจบเขาพลันยื่นให้ข้ารับใช้ด้านหลังเก็บใส่กล่องไม้อย่างดี เชสมองมันตาไม่กะพริบ ต่อให้อยากได้มันแค่ไหนทว่าตอนนี้มันหาได้จำเป็นกับเขามากขนาดนั้น เลยตัดสินใจใช้มันเป็นเครื่องมือเพื่อตัดกำลังคนอื่นๆเชสมองคนที่เสียหายที่สุดในรอบ เบ็ตตี้ยังคงรอยยิ้มเช่นเคยไม่หยี่ระกับเงินที่เสียไป“สินค้าชิ้นต่อไป ใกล้เคียงกับชิ้นก่อนหน้ามากมันถูกใช้ด้วยคนจำพวกเดียวกัน สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มพลังให้พวกเขาอย่างมากในสนามรบ ขอแนะนำให้รู้จัก ‘คทามหาอัสนี’ สร้างจากแกนธาตุของมอนสเตอร์ระดับสูงนามว่าไฮเอทริก”