หลังจากเข้ามาในโรงเรียนพวกเราถูกต้อนรับแบบทั่วไปจะพูดให้ถูกก็คือทางโรงเรียนเขาไม่สนเลยว่าคุณเป็นใครและมาจากที่ไหน
เพราะเมื่ออยู่ในเขตนี้คุณจะกลายเป็นคนธรรมดาซึ่งดูเหมือนว่าโรงเรียนจะไม่แยแสจริงๆ ต่อให้จะมีคนงอแงไม่พอใจก็ตาม
ส่วนพวกเราสามคนซึ่งมี ฉันเลวี่และโคลเอ้ก็เดินมารออยู่ที่ลานกว้าง ซึ่งเอาจริงๆ แล้วซิลเวียก็มาด้วยแต่ไม่ใช่ฐานะนักเรียน ในฐานะครูน่ะ
ฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าซิลเวียจะสอนอะไรนักเรียน
“ท่านพี่คนเยอะจังเลย!”
เลวี่สิ่งมากอดแขนฉันซะแน่นกลัวฝูงชนงั้นสินะ โชคดีที่เมื่อหลายวันก่อนเลวี่ไม่ได้ไปเที่ยวในเมืองเพราะตอนนั้นคนมันเยอะพอๆ กับตอนนี้เลยแหะ
โคลเอ้ก็ขยับเข้ามาชิดกับฉันท่าทางของเธอเหมือนกำลังระวังตัวอย่างมากสีหน้าเคร่งขรึม
“องค์หญิงที่ชุลมุนแบบนี้มีโอกาสที่มือสังหารจะลอบสังหารเรามากที่สุด”
“อืม”
ฉันพยักหน้าในตอนนี้ฉันขยายพลังเวทรอบตัวเพื่อเตรียมตอบโต้หากมีมือสังหารอยู่แถวนี้จริง
หลังจากพวกเรายืนรอสักพักก็มีครูปรากฏตัวขึ้นและนำทางให้พวกเราโดยแบ่งออกเป็นหลายๆกลุ่ม เพราะคนเยอะเกินไป
หลังจากรอครูที่มาเดินนำพวกเราก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาทางพวกเราและคนที่ทดสอบคนอื่นดวงตาฉันเบิกกว้างกับผู้หญิงคนนี้
“ธะ..เธอ..”
ฉันชี้นิ้วไปอย่างช่วยไม่ได้ผู้หญิงคนนั้นก็สังเกตเห็นพวกเรา ดูเหมือนเธอจะไม่แปลกใจที่เจอกันตรงนี้เลยอันที่จริงเหมือนเธอตามหาพวกเราอยู่
ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่กันแถมท่าทางแบบนั้นหรือว่า เธอเดาไว้แล้วว่าเราต้องเจอกันอีก?!
ผู้หญิงคนนี้คือคนเมื่อตอนนั้นหลังจากที่ฉันทำลายเสาไรสักอย่างและโดนซิลเวียสอยร่วงจนหมดสติพอตื่นมาก็เจอผู้หญิงคนนี้กับผู้หญิงอีกคนที่มีผมสีขาวตาสองสีที่แปลกประหลาดนั่น
ผู้หญิงที่มีชื่อว่าชิสุกับริวนั่นแหละ!ไม่คิดว่าจะมาเจอกันอีกฉันถอยหลังโดยไม่รู้ตัวผู้หญิงคนนี้ทำตัวมีลับลมคมในที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยเจอมา
ถ้าจะพูดให้ถูกคือ เธอเป็นคนที่คิดว่าทำอะไรสักอย่างอยู่เงียบๆแต่นี่ไม่เหมือนกับซิลเวียที่ฉันมองการแสดงของเธอออก
เพราะฉันจับอะไรไม่ได้จากคนคนนี้เลยแต่ฉันรู้สึกแบบนั้นโดยสัญชาตญาณของฉัน ดังนั้นฉันจึงต้องระวังตัวต่ออีกฝ่าย
“เจอกันอีกแล้วนะ”
เธอยิ้มออกมาทำเอาฉันรู้สึกคาดเดาไม่ได้เลยว่าผู้หญิงที่ชื่อชิสุนี่จะทำอะไรกับฉันในขณะที่กำลังจะหลบหนีนั้นเอง
“เอาล่ะ พวกเธอก็มาทดสอบทางนี้”
“…”
ไม่เปิดโอกาสให้หนีเลยเหรอ!ขณะที่กำลังขมวดคิ้วเลวี่ที่อยู่ข้างก็ดึงแขนเสื้อของฉัน ฉันเลยหันไปหาเลวี่
“ท่านพี่ มีอะไรหรือคะ?”
“เอ่อ.. เปล่า.. ไม่มีอะไร”
สุดท้ายฉันก็ต้องเดินตามไปอย่างเงียบๆฉันเดาได้เลยว่าเลวี่กับโคลเอ้ก็ยังสงสัยที่ว่าฉันไปรู้จักเธอคนนี้ได้ยังไงแม้จะไม่ได้ถามออกมา
ส่วนเลวี่แม้จะไปด้วยกันแต่ตอนนั้นเธอไม่ได้สตินี่น่าฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และระวังตัวให้มากขึ้น
พวกเราเดินตามผู้หญิงคนนั้นไปเธอพาพวกเราไปทางด้านภูเขาหิมะ ถ้าจะพูดตรงๆ ก็คือภูเขาน้ำแข็งสีขาวโพลนมีหิมะตกอยู่ตลอดเวลา
นอกจากฉันและเลวี่กับโคลเอ้แล้วยังมีนักเรียนอีกหลายสิบคนที่เดินตามมาคนเหล่านี้ล้วนมีท่าทางที่ค่อนข้างหยิ่งยะโส ดูเหมือนชนชั้นสูงที่ดูถูกไพร่
ไม่ใช่แค่เผ่ามนุษย์ยังมีเผ่าปีศาจอยู่ด้วยในตอนนั้นก็มีผู้ชายเผ่าปีศาจคนหนึ่งก็เดินมาหาพวกเราที่ฉันรู้เพราะพลังเวทที่ฉันปล่อยออกไปตรวจสอบได้ว่าจำนวนพลังของมันมีเยอะอยู่ในเกณฑ์ของพวกปีศาจอ่ะนะ
อายุมันพอๆ กับเลวี่แต่ฉันเป็นคนที่เตี้ยสุดในสามคนแถมอายุเหมือนสาวน้อยสิบสองขวบปีศาจคนนั้นที่เดินมาทางพวกเราก็พูดขึ้น
“เฮ้ทำไมมนุษย์ถึงได้ส่งเด็กอายุสิบสองที่ดูอ่อนแอนี่มากันล่ะ?หรือว่าพวกมนุษย์ไม่มีปัญญาหาคนที่เก่งกว่านี้ออกมาแล้ว?”
ดูเหมือนจะดูถูกฉันแฮะแต่ไม่หลงกลหรอก จะหลอกให้ฉันโจมตีก่อนล่ะสิ แถมฉันโจมตีดูจากพลังเวทฉันแล้วหัวหมอนี่คงแบะทันทีแน่
สงครามได้เกิดอีกแน่!เผ่าปีศาจถึงกับยอมเสียสละเพื่อเกิดสงคราม สมกับเป็นเผ่าปีศาจจริงๆฉันไม่หลงกลหรอกนะ
ฉันเลือกที่จะไม่สนใจเหมือนมันจะได้ใจกว่าเดิมที่ฉันไม่ตอบโต้
“ฮ่าๆสมกับเป็นพวกมนุษย์โดนดูถูกขนาดนี้ยังไม่สนใจ ศักดิ์ศรีคงไม่มีเลยสิท่าโตขึ้นไปเป็นโส—”
แต่ไอ้หมอนี่จู่ๆ ก็ปลิวไปอัดต้นไม้แถวนั้นหักโค่นกันเป็นแถบ..ห้ะ.. เกิดไรขึ้น? ฉันที่กำลังยืนงง เลวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ตัวสั่น
มือข้างหนึ่งยกขึ้นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้เธอกอดแขนฉันซะแน่นเชียว เพราะเลวี่ก้มหน้าอยู่เลยไม่เห็นสีหน้าเธอ
แต่พอเธอเงยหน้ามาเท่านั้นแหละ..โกรธสุดๆ ไปเลยแฮะ…ทำไมรู้สึกนับวันเลวี่ยิ่งเหมือนน้องสาวในโลกเดิมเข้าไปทุกวันละเนี่ย
“อย่ามาดูถูกท่านพี่นะ อยากตายรึไง?!”
“เอ๋..?”
เอ๋..?ทำไมเลวี่ถึงมีคำศัพท์ที่น่ากลัวแบบนั้นอยู่ในหัวได้กัน?น้องสาวต้องไม่มีศัพท์แบบนั้นนะ ดูเหมือนเธอจะโกรธมากจริงๆ นะ
ทุกคนที่เดินอยู่ด็หยุดชะงักลงเพราะเสียงตะโกนของเลวี่พร้อมทั้งร่างของปีศาจที่ปลิวไปไกลลิบ รู้ได้เลยว่าทุกคนก็คงตกใจถึงการดูถูกแบบนี้จะมีเยอะ แต่ก็เหมือนจะไม่มีใครกล้าลงมือโจมตีกันเลยนะ
แต่เลวี่ซัดมันจนปลิวขนาดนี้นี่..เอ่อ..
“แค่กๆ! แก.. ทำกันได้นะไอ้มนุษย์”
ปีศาจคนนั้นเหมือนจะโกรธมาก เดี๋ยวโกรธทำไมเนี่ย ไม่ได้ถูกส่งมาให้ตายแต่แรกอยู่แล้วหรอกเหรอ
เลวี่เหมือนโกรธที่มันยังไม่ตาย..คุณน้อง คุณคิดจะฆ่าจริงๆ เหรอเนี่ย ว่าไปที่มันไม่ตายเพราะยังไงซะมันก็ฝึกมาก่อนเข้าโรงเรียนเหมือนพวกเราๆ
อีกอย่างโดยพื้นฐานแล้วปีศาจแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั้งด้านเวทมนตร์และร่างกาย ดังนั้นพลังเสี้ยวเดียวของเลวี่คงฆ่ามันไม่ได้แน่ๆ
ฉันที่กำลังวิเคราะห์สถานการณ์เลวี่ก็ชี้นิ้วขึ้นฟ้า
“ถอนคำพูดซะ”
“ไม่มีทางเว้ย!”
มันเหมือนจะคิดว่าตัวเองไม่ระวังมากไปก่อนที่มันจะสร้างพลังงานขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็นก้อนพลังงานสีดำ!เพียงพอที่จะถล่มตึกหลังหนึ่งได้
“เอ่อ.. เลวี่..ไม่ต้องโกรธแทนพี่ก็ได้นะ—”
“พี่น่ะเงียบไปเลย!”
“ค.. ค่ะ..”
ฉันไม่กล้าหยุดคุณน้องในตอนที่หัวร้อนได้เลยในตอนนั้นเองพลังเวทที่ปลายนิ้วของเลวี่ก็พวยพุ่งออกมา
แม้ไม่เยอะเหมือนพวกปีศาจแต่ทว่ามันก่อตัวเป็นอักษรรูน! ทำเอามนุษย์มุกคนรวมถึงฉันเบิกตากว้าง!?
อักษรรูนนี่มัน.. จอมเวทระดับล่างชั้นผู้เชี่ยวชาญ! ระดับแบ่งออกเป็นสามระดับ และแต่ละระดับนั้น ยังแบ่งออกเป็นสามชั้น
ซึ่งประกอบไปด้วย ชั้นเริ่มต้น,ชั้นพิเศษ (สูง) และชั้นผู้เชี่ยวชาญ!
ฉันเองก็ตกใจไม่คิดว่าเลวี่จะทำได้ขนาดนี้แล้วไม่สิ ทำไมเลวี่รู้วิธีสร้างอักษรรูนล่ะมันไม่น่าจะมีอยู่ในห้องสมุดของปราสาทนี่น่า
แต่เลวี่เหมือนจะไม่ยอมหยุดอักษรรูนตัวที่สอง.. ตัวที่สาม สี่..ห้า หก.. จนกลายเป็นบทสวดแห่งรูน
จอมเวทระดับกลางไปสูง!แม้แต่ปีศาจตนนั้นก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวแม้มันจะไม่รู้จัก แต่ฉันคิดว่านะแค่อักษรรูนตัวเดียวก็น่าจะทำลายพลังเวทของมันได้แล้วแหละ
ฉันมองเลวี่ที่กำลังโกรธแต่ในตอนนั้นเองเสียงตบมือก็ดังขึ้น
“ฮายย หยุดอยู่แค่นั้นแหละ”
คนที่เข้ามาหยุดคือผู้หญิงที่ชื่อชิสุเธอตบมือแปะเดียวพลังเวทถูกลบหายไปในทันทีฉันตกใจแม้แต่พลังของฉันยังถูกลบหายไปด้วย
อีกอย่างแม้จะพยายามปลดปล่อยใหม่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี!เลวี่เหมือนไม่จะไม่ยอมหยุดเธอเคลื่อนไหวแทบจะทันที ฉันพยายามจะหยุดเธอ
แต่น่าตกใจที่ความเร็วเธอมากกว่าฉันทั้งๆที่ไม่ได้ฝึกฝนร่างกาย ร่างหายวับไปโผล่อยู่ต่อหน้าปีศาจคนนั้นและ…
ก้อนหินก้อนใหญ่ยกขึ้นพร้อมจะฟาดลงบนหัว
“เฮ้ย—”
“โย่ว—”
ฉันที่พยายามจะตะโกนหยุดเลวี่เสียงหนึ่งก็ดังมาจากไหนไม่รู้ เป็นคลื่นความถี่ของคลื่นเสียงพุ่งซัดเข้าภายในร่างเลวี่จนกระเด็นออกมา
“เลวี่!”