3. 8 ซิ่งทะลุนรก
อิสซี่ จ้องมองร่างอมนุษย์ห้าตนที่ยืนขวางทางออกจากหมู่บ้านห่างออกไปราวหนึ่งร้อยหลา พวกมันพยายามแต่งตัวให้คล้ายทหารแต่ไม่เอาเสื้อเข้าข้างใน
เธอหลับตาทำสมาธิ สูดหายใจเข้าเต็มปอดขณะเข้าเกียร์ ก่อนจะกระแทกคันเร่งจมมิด
เครื่องยนต์คำรามลั่นส่งแรงสั่นสะเทือนเข้ามาในห้องโดยสาร ล้อหมุนฟรีเสียดสีพื้นถนนส่งเสียงแผดก้องกังวาน คล้ายเป็นเป้าล่อให้พวกอมนุษย์วิ่งตรงเข้ามาพร้อมกันเหมือนนักอเมริกันฟุตบอล
โครม... กันสึเกะจับห่วงเหนือประตูแน่น เขาโหนมันเหมือนทาร์ซานกลางป่าที่กลัวว่าตัวเองจะร่วงตกพื้น ซอมบี้สามตัวถูกบดเข้าไปใต้ท้องรถ พวกมันไม่ตายแต่ก็ขาหักแขนหักผิดรูปไปหลายท่อน ซอมบี้คนไร้บ้านตัวที่ใส่เสื้อกันหนาวสีแดงกระโดดขึ้นมาบนกระโปรงหน้ารถได้ และอีกตัวที่เป็นทหารใส่เสื้อยืดสีเขียวก็ห้อยโหนตรงกระจกมองข้างฝั่งกันสึเกะ
เขากดปุ่มลดกระจกลงจนเกือบสุด ก่อนจะยื่นปลายกระบอกเก็บเสียงของปืนสั้นออกไปยิงใส่กระบาลของมันอย่างรวดเร็วเหมือนการฉกของงูจงอาง ปุๆๆๆ ปุๆ กระสุนหกนัดพุ่งออกจากปากกระบอกเก็บเสียง สี่นัดแรกเจาะเข้ากลางหัวและอีกสองนัดที่เหลือพุ่งตรงใส่ข้อมือข้างที่มันเกาะรถอยู่ กันสึเกะมองร่างซอมบี้เสื้อเขียวเวรนั่นกลิ้งขูดไปกับถนน
อิสซี่หักพวงมาลัยซ้ายขวา ทำให้ท้ายรถสะบัดลอดผ่านซุ้มประตูโค้งออกไปอย่างเร็ว จากนั้นก็กระทืบเบรคใช้แรงเฉื่อยจากกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันส่งอมนุษย์คนไร้บ้านเสื้อกันหนาวแดงที่เกาะแนบหน้าบนกระโปรงรถหลุดปลิวไปกระแทกเสาไฟส่องทางบนเกาะกลางถนน เธอเหยียบคันเร่งต่อโดยไม่เสียเวลาหันไปมอง ทำให้รถแฮมเมอร์พุ่งสวนเลนไปบนถนนลาดยาง
ภาพเกาะกลางถนนและตึกแถวสองชั้นที่อยู่ฝั่งซ้ายเคลื่อนผ่านหน้าต่างกระจกรถไปอย่างเร็วรี่พร้อมกับซากรถที่จอดตายบนถนน กันสึเกะกดปุ่มเลื่อนกระจกลง ทำให้ลมร้อนจากด้านนอกพัดเข้ามา เขามองไปที่กระจกมองข้างที่มีคราบเลือดดำเลอะจากมือของไอ้ซอมบี้ติดอยู่ และเห็นภาพซอมบี้สองตัวกำลังวิ่งไล่ตามหลังรถมาอย่างสุดฝีเท้า เขากระตุกยิ้มเมื่อนึกถึงอะไรสนุก ๆ
กันสึเกะปลดเข็มขัดนิรภัยออก ทำให้อิสซี่หันมามองเขาแวบหนึ่ง
“ช้า ๆ ลงหน่อย” เขาพูดโดยไม่หันไปมองเธอ ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนขอบประตูรถโดยหันหน้าไปทางซอมบี้สองตัวที่กำลังวิ่งมา กันสึเกะใช้มือซ้ายจับที่ยึดห่วงทาร์ซานในรถ และใช้มือขวาที่กำระเบิดไว้แน่นเข้ามาใช้ปากคาบดึงสลักออก เขาหรี่ตากะระยะครู่หนึ่ง จากนั้นก็เหวี่ยงแขนเหมือนนักเบสบอลขว้างระเบิดลูกเกลี้ยงไปสุดแรง
ระเบิดกระแทกพื้นถนนลาดยางมะตอยกระเด้งสามครั้งเหมือนกบไปตกดักหน้าไอ้พวกผีเวรตะไลราวสิบเมตร หนึ่ง...สอง...สาม... กันสึเกะจ้องมองภาพของระเบิดลูกเกลี้ยงที่กำลังถอยห่างเขาออกไป พลางนับเลขในใจ
“ตูม” เสียงระเบิดแผดก้องกัมปนาท ส่งแรงอัดหน้าไอ้ซอมบี้สองตัวที่กำลังวิ่งเข้ามาทำให้มันล้มลง ตัวที่อยู่ทางซ้ายขาขาดกระจุย ส่วนตัวที่อยู่ทางขวาขาของมันหักงอเป็นรูปตัวแอลและมีกระดูกโผล่ออกมา
กันสึเกะกระตุกยิ้มขณะชื่นชมผลงานของตัวเอง และเมื่อเห็นว่าพวกมันไม่สามารถวิ่งตามมาได้แล้วเขาจึงกลับเข้ามานั่งในรถ ก่อนจะดึงสายเข็มขัดนิรภัยเข้ามาคาด และจัดทรงผมที่กระแสลมด้านนอกทำให้มันยุ่งเหยิงเข้าที่
“กระบะพร้อมปืนกลสี่คันกำลังมุ่งตรงไปทางพวกนายที่สิบสองนาฬิกา ระยะห้าร้อยเมตร” ลีโมพูดเมื่อเห็นรถกระบะติดอาวุธพร้อมทหารของอามูนเต็มหลังรถสี่คันเคลื่อนเข้ามาจากขอบขวาของจอ
เสียงของลีโมทำให้อิสซี่ตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวขวาเพื่อใช้เส้นทางอื่น
“เราจะอ้อมไป” เธอพูด
กันสึเกะไม่ตอบ แต่สีหน้าของเขาเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าควรหลีกเลี่ยงการปะทะ
“ตามใจคนขับ” กันสึเกะยักไหล่ก่อนจะยกปืนสั้นติดกระบอกเก็บเสียงขึ้นมาเปลี่ยนแมกกาซีนและขึ้นลำ
____
มาริ ที่นั่งรออยู่บนโซฟาหน้ากระจกกันกระสุนแบบมองทะลุได้ด้านเดียวของลีโม เห็นรถแฮมเมอร์สีดำวิ่งเข้ามาหยุดก่อนจะหักเลี้ยวถอยหลังเข้าจอดในช่องตึกของฝั่งตรงข้าม ที่เช้านี้อิสซี่กับกันสึเกะช่วยกันดัดแปลงให้มันเป็นโรงจอดรถ
“เย้..พวกเขากลับมาแล้ว” มาริรู้สึกดีใจที่อาหารอุ่นร้อนซึ่งเธอทำไว้รอพวกเขาจะไม่เย็นและเสียรสชาติไปซะก่อน แม้จะต้องขับอ้อมออกนอกเส้นทาง แต่ด้วยฝีมือการซิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางของอิสซี่ ก็ทำให้มารินั่งรอพวกเขาแค่เกือบยี่สิบนาทีเท่านั้น
มีนดาก้าวขาลงมาจากรถช้า ๆ แววตาของเธอแดงก่ำและมีคราบน้ำตาอาบแก้มที่เปื้อนคราบเลือดเป็นทางยาว เธอแทบไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยจากการซิ่งสุดฝีตีนของอิสซี่เพราะนั่งเบาะหลัง ส่วนกันสึเกะนะเหรอ ฮึ ๆ ๆ ขาเหล็กของเขาเกือบทำให้พื้นรถทะลุเพราะร่วมด้วยช่วยเบรคไปกับอิสซี่ตลอดการเดินทาง เขาแทบทรงตัวไม่ไหวขณะก้าวขาลงจากรถ เหมือนชายอายุสามสิบที่เพิ่งผ่านการเล่นรถไฟเหาะตีลังกาต่อเนื่องกันสิบรอบ
“ฉันอยากจะอ้วก” เขาพึมพำกับตัวเอง ขณะใช้มือข้างขวาค้ำกรอบบนของประตูรถไว้เหมือนคนเมาที่เพิ่งกลับมาจากการเที่ยวผับ
“เข้าบ้านกันเถอะ” อิสซี่ในชุดโยคะกางเกงรัดติ้ว และสวมทับด้วยเสื้อเกราะกันกระสุนลงมาจากรถพูดก่อนจะเดินเลยเขาไป กันสึเกะพยายามมองตามบั้นท้ายอันฟิตแน่นของเธอแต่ก็ไม่ช่วยให้อาการเวียนหัวดีขึ้น
“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาหันไปมองมีนดาที่ยืนรอเขาอยู่ สภาพร่างกายของเธอดูเหมือนปราสาททรายที่เปราะบาง แววตาที่มองมาเปี่ยมไปด้วยความเศร้าแต่ไม่สิ้นหวัง เขากำลังจะพูดอะไรต่อ แต่สาวน้อยดารานักแสดงดาวรุ่งก็พุ่งเข้ามากอดเขาเข้าเต็มรักซะก่อน
“ขอบคุณ” เธอพูดออกมาทั้งน้ำตาขณะซบหน้าร้องไห้ที่อกของเขา
“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร มันผ่านมาแล้ว” เขาลูบหลังเธออย่างอ่อนโยน พลางแนบเนื้อหน้าอกชิดเข้าไปถ่ายทอดความอบอุ่นของร่างกายให้กับหน้าอกอันเต่งตึงและเย็นเฉียบของเธอ
“แม่...พ่อ...ตะตะตายแล้วว” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเธอทำให้
กันสึเกะรู้สึกสะเทือนใจ เขารู้ว่าทุกชีวิตจะต้องผ่านเหตุการณ์สูญเสียคนรัก แต่เขาก็รู้สึกสงสารคนพวกนั้นอยู่ดี
“แต่เธอยังไม่ตาย มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อพวกเขาสิ” กันสึเกะลูบหัวที่สั่นเทาของดาราสาวอย่างอ่อนโยน เธอพยักหน้า พลางยกมือขึ้นปาดน้ำตา
“ให้ฉันช่วยนะ” เธอก้มลงมาช่วยเขาถือปืนกลเบาและชุดเกราะที่วางพิงไว้กับล้อรถ แม้จะมีกลิ่นคาวเลือดจากใบหน้าและเสื้อของเธอ แต่กันสึเกะก็ได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากร่างกายเธอที่อยู่ในชุดกางเกงยีนส์ขาสั้นโชยมาวูบหนึ่ง มันทำให้เขารู้สึกสดชื่น
“เข้าบ้านกันเถอะ” เขายิ้มให้มีนดา และเธอก็ยิ้มตอบออกมาทั้งน้ำตา
...เธอคงเข้าใจแล้วสินะว่าโลกนี้ ไม่ใช่โลกที่เธอรู้จักอีกต่อไป... เขาคิดและกระตุกยิ้มให้กับความคิดนี้ของตัวเอง
____