ตอนที่ 9 ยังก็ฟ้าเดียวกัน
เมื่อมองไปยังรอบ ๆ ในมิติ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิม ชิงฉางจึงออกจากมิติแล้วนอนลงบนเตียง เขาคิดถึงเื่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ที่เขาตื่นมา
ั้แ่ที่เขารู้เื่การข้ามโลกมา ชิงฉางไม่ได้มีเพียงแต่ความกลัวที่อยู่ๆ ก็ต้องมาอยู่ในโลกที่ตนไม่รู้จัก แต่ในใจลึก ๆ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก ในโลกที่เขามาชิงฉางเป็เพียงแค่เด็กเนิร์ด และนักเขียนไส้แห้งที่ใช้ชีวิตด้วยความกดดันทุกๆ วัน
แต่ที่นี่เขาได้เป็ชนชั้นสูงถึงแม้ว่าจะถูกไล่ออกจากเมืองหลวงก็ตามแต่เขาก็ยังมีทรัพย์สมบัติเป็ของเขาเอง แม้ว่าจะเป็ดินแดนแห่งความตายแต่เขาก็มีคนที่ซื่อสัตย์ สามารถที่จะตัดสินชีวิตของทาสด้วยเพียงคำพูด มีปราสาท และผู้คนที่รอคอยเขาอยู่ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขามีมิติฟาร์ม
แม้จะไม่รู้ว่ามิติฟาร์มจะมีที่มายังไง แต่ตราบเท่าที่มีมันเขาไม่ต้องกลัวเื่อาหารหรือความเป็อยู่ในแต่ละวันเลยสักนิด
ในขณะที่ทบทวนความคิดต่าง ๆ เขาก็คิดถึงแผนการในการพัฒนาฟาร์มในอนาคต แต่คิดตอนนี้ไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะเขาจำเป็ต้องรอให้มิติฟาร์มเพิ่ม
เลเวลก่อน
แต่การทำฟาร์มคงต้องใช้เวลาเยอะหน่อย ไม่ว่าจะดีหรือร้ายยังไงก็ต้องลองดู ถ้ามีโอกาสพรุ่งนี้เขาคงต้องเก็บดินในแดนทมิฬเข้าไปในมิติเพื่อดูว่าเขาจะใช้ดินมิติ และน้ำมิติเพื่อปรับปรุงมันยังไง นอกจากนี้วิธีการหาเงินที่เร็วที่สุดคือปลูกผักในมิติ มันจะดีมากหากเขาสามารถนำน้ำมิติออกมานอกมิติได้ แม้ว่ามิติจะหายไปอย่างน้อยเขาก็ยังมีพื้นที่ไว้เพาะปลูกเพื่อเป็รากฐานให้ตระกูลได้
ในขณะที่คิดเขาก็หลับไปอีกครั้ง ในฝันเขาได้สร้างคฤหาสน์ขนาดใหญ่
และเป็เ้าเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบ ช่างฝันที่ดีมากจริงๆ เลย
ในขณะที่ฝันหวานอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงก้องในหัว“หัวไชเท้าโตเต็มที่แล้ว!! โปรดทำการเก็บเกี่ยวโดยเร็วที่สุด”
ชิงฉางตื่นขึ้นพร้อมกับรีบเข้าไปยังมิติเมื่อเข้าไปก็พบว่าหัวไชเท้านั้นโตเต็มที่แล้ว หัวไชเท้าลูกใหญ่เบียดเสียดโผล่กันขึ้นมาบนพื้นดิน
ชิงฉางไม่รอช้า วิ่งเข้าไปขุดเอาหัวไชเท้าอันอวบอิ่มขึ้นมาแล้วปัดดินออก ทันใดนั้นเขาก็กัดมันลงไปทันทีโดยไม่สนเื่ความสะอาดเลย ตอนที่ชิงฉางอยู่ในโลกของเขาหัวไชเท้าจัดได้ว่าเป็อาหารจานโปรด หัวไชเท้าขาวนั้นจะให้รสหวานเป็หลักไม่เหมือนกับหัวไชเท้าเขียวที่ให้รสเผ็ดร้อน เขารู้สึกตะลึงกับรสชาติของน้ำหัวไชเท้าที่ไหลเข้าปากมันมีทั้งความหวาน และเผ็ดเล็กน้อย ซึ่งเป็รสชาติที่ไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อน
ในขณะที่ชิงฉางกำลังเคี้ยวหัวไชเท้าอยู่ เขาก็ลองวัดขนาดมันดู ซึ่งหัวใช้เท้านี้หนักประมาณหนึ่งจุดสามกิโลกรัมนับได้ว่ามันมีขนาดใหญ่ไม่น้อยเลยทีเดียว มันมีลักษณะที่ตรงและขาวอวบน่าอร่อย
ชิงฉางอดหัวเราะด้วยความดีใจไม่ได้จากนั้นเขาเดินไปยังกระท่อมเพื่อหยิบตะกร้าก่อนะโว่า “เก็บเกี่ยว!” หัวไชเท้าในไร่ก็ลอยขึ้นมาราวกับว่าถูกมือล่องหนหยิบขึ้นมาหัวไชเท้าแต่ละลูกก็ค่อย ๆ ลอยเข้าไปยังตะกร้า เมื่อชิงฉางก้มไปดูในตะกร้าเขาก็พบว่าหัวไชเท้าหายไปทันทีที่ลอยเข้าไปในตะกร้า
ก่อนที่จะเก็บผลผลิตทั้งหมด ชิงฉางก็ไปตรวจสอบที่โรงนาก็พบว่าหัวไชเท้าทั้งหมดนั้นอยู่ในนี้เรียบร้อยแล้วซึ่งก็เหลือแต่หลุมจำนวนมากในไร่
ชิงฉางยังไม่ขายหัวไชเท้าเหล่านี้ แต่ซื้อถุงเมล็ดอีกรอบ ในขณะเดียวกันก็สั่งให้พลั่วทำให้พรวนดิน และเตรียมปลูกอีกรอบ เมื่อเมล็ดถูกใส่ลงในดินก็มีเสียง “ติ่ง” แล้วตามด้วย“ยินดีด้วยตอนนี้ฟาร์มได้เพิ่มระดับเป็เลเวลสองแล้ว รางวัลจากระบบ เมล็ดผักกาดขาวสองถุงแต่ละถุงปลูกได้หนึ่งไร่”
ชิงฉางเม้มปาก”ขี้เหนียวจริงเลย ให้เมล็ดปลูกได้แค่สองไร่เอง”
เมื่อเสร็จภารกิจ ชิงฉางก็ออกจากมิติ เขาก็มองไปยังท้องฟ้าก็พบว่ามีเพียงแสงรำไรที่ขอบฟ้าทางตะวันออก
ในเวลาฟาง และคนอื่นยังไม่ตื่นแม้กระทั่งทาสเองก็ยังนอนหลับอยู่ ชิงฉางตอนนี้ดีใจจนหลับไม่ลง ได้แต่นั่งอยู่ในห้อง และแทะหัวไชเท้าที่เขานำออกมาจากมิติ มันเป็รสชาติที่ห้ามใจไม่ได้เลยทีเดียว
สำหรับเ้าไห่แล้วนั้น เขาไม่สามารถที่จะกินหัวไชเท้าที่ใหญ่ขนาดนี้หมดได้
จึงกินไปได้แค่ครึ่งเดียว แต่ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ชิงฉางรู้สึกร้อนในท้องหลังจากนั้นความเหนื่อยล้าในร่างกายของเขาก็ค่อย ๆ หายไปและถูกเติมเต็มไปด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม
ชิงฉางประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันเหมือนกับเขาไม่ได้กินหัวไชเท้า แต่มันเหมือนกินยาโด๊บ มันเป็ไปได้ยังไง? หรือว่ามันจะเป็โสมกันแน่?
เมื่อคิดได้แบบนี้ชิงฉางจึงเอามือจับที่จมูกเพื่อดูว่ามีเืไหลหรือป่าว แต่เขาก็พบว่าจมูกเขาปกติดี ไม่มีเืไหลออกมาซักหยด
แต่เขาััได้ว่าความรู้สึกนั้นมันเป็เื่จริง เพราะตอนนี้เขารู้สึกถึงพลังที่เต็มเปี่ยมและดวงตาที่เบิกกว้างโดยที่ไม่มีความรู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย
นี่มันไม่ใช่เื่ที่ควรจะเกิดขึ้น จากความจำของฉางเขาได้ดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่าเข้าไป แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าน้ำแห่งความว่างเปล่านั้นไม่มีผลต่อคนธรรมดาแต่ในความเป็จริงมันจะทำให้คนนั้นรู้สึกเหนื่อยง่าย แต่ทำไมเขากับรู้สึกถึงพละกำลังที่ไม่มีสิ้นสุดนี้ ถ้าอย่างงั้นสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้ก็คือ หัวไชเท้านั้นสินะ
เมื่อเป็เช่นนั้นแล้ว ชิงฉางตะลึงเพราะไม่เคยคาดคิดเลยว่าเ้าหัวไชเท้านี้จะมีความสามารถมากกว่าที่เห็น เขาจึงเอาหัวไชเท้าออกมาจากโรงนาอีกลูกเพื่อเตรียมไว้สำหรับถามฟางว่ามันคืออะไรกันแน่
เมื่อมองไปยังบนฟ้าอีกครั้ง ตอนนี้เริ่มมีแสงรำไร แต่มันก็ยังเช้าเกินกว่าที่ทุกคนจะตื่น ชิงฉางเกรงใจเกินกว่าจะเรียกพวกเขาจึงได้แต่อยู่ในห้องอันแสนหน้าเบื่อต่อไป ไม่นานเขาก็ตัดสินใจเดินออกไปข้างนอกเพื่อดูปราสาทของเขา
เขาค่อย ๆ เดินออกไปอย่างช้า ๆ พร้อมกับมองดูสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ประสาทด้านนอกถูกสร้างขึ้นแบบธรรมดา พื้นถูกปูด้วยหินส่วนบ้านนั้นถูกสร้างจากหินเป็แนวแถว ซึ่งหลังบ้านก็จะมีกำแพงเมืองอยู่ กำแพงมีความสูงประมาณสิบเมตร เมื่อมองดูดี ๆ เขาก็พบว่ากำแพงนี้หนาถึงสี่เมตร ประตูเมืองถูกหลอมมาจากเหล็กดิบ ซึ่งประตูมีความสูงสี่เมตร และปิดด้วยสลักขนาดใหญ่ ที่้าประตูเมืองนั้นมีกลไกที่ใช้ในการดึงสลักเพื่อเปิดประตูตั้งอยู่ด้วย
กลไกนี้ถูกออกแบบมาอย่างดี เมื่อขยับคันโยก กลไกต่าง ๆ ก็จะเริ่มทำงานโดยการขยับสลักไปมาระหว่างปิดกับเปิด
ชิงฉางไม่คาดคิดเลยว่าวิศวกรรมของโลกนี้จะพัฒนามาจนถึงขั้นนี้แล้ว
เมื่อมองไปยังรอบ ๆ เขาก็ยังไม่พบอะไร มีก็เพียงแต่กองสิ่งของที่ยังอยู่ในลานกว้าง
เมื่อเห็นสิ่งของเหล่านี้ ชิงฉางก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ดูเหมือนว่าฟางจะทำการค้าไม่เป็ซักเท่าไหร่จึงเอาเงินไปซื้อสิ่งของเหล่านี้ พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าเงินนั้นสามารถไปต่อยอดเงินได้ในขณะที่สิ่งของเหล่านี้ซักวันมันก็จะหมดลงไป
ดูเหมือนว่าฟาง้าให้สถานที่แห่งนี้อยู่แยกออกมาอย่างโดดเดี่ยว ซึ่งมันเป็การกระทำที่ถูกต้องเมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็ฉางคนก่อน เขาคงจะมีชีวิตอยู่นานกว่าถ้าหากเขาอยู่ที่นี่ เพราะหากเขาเอาเงินที่เหลือทั้งหมดแล้วออกไปข้างนอก ก็คงจะตายในทันที
ชิงฉางเดินไปยังบันไดหินก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนกำแพง ผนังถูกสร้างจากหินสีเทาซึ่งดูแข็งแกร่งมาก ๆ มันถูกจัดเรียงอย่างดีและเป็ระเบียบมาก ซึ่งไม่มีความจำเป็ว่าจะต้องซ่อมแซมเลย ที่มุมกำแพงสีทิศนั้นมีหอคอยไว้ใช้ปกป้องกำแพงทุกทิศทาง
ชิงฉางหันไปยังในเมืองเขาก็พบ กำแพงชั้นในที่สูงกว่ากำแพงชั้นนอกและมีหอคอยน้อยกว่า
นอกกำแพงมีคูน้ำกว้างห้าเมตรล้อมรอบ น้ำในคูค่อยข้างใส ซึ่งน่าจะใช้ได้ เหนือคูน้ำก็มีสะพานพาดไว้ซึ่งคล้องไว้กับโซ่เหล็กขนาดใหญ่ สะพานนั้นทำด้วยไม้โดยมีกรอบเป็เหล็ก ไม้นั้นเป็ของใหม่ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนไป
จากประตูเมืองไปก็มีทางหลวงที่ถูกปูด้วยหินทอดยาวไปเป็เส้นตรง เขาไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดที่ได้แต่รู้ว่ามันไม่ได้ถูกใช้มานานมากแล้วเพราะวัชพืชขึ้นตามทางเต็มไปหมด
ชิงฉางรู้ว่าปราสาทแห่งนี้ถูกทิ้งมานานหลายปี ซึ่งถนนเองก็ถูกสร้างมาพร้อมกัน เขาเชื่อว่าคงจะไม่มีการสัญจรไปมาใน่หลายเดือนนี้ ดังนั้นปล่อยให้ถนนเป็แบบนี้ไปก่อน
นอกจากถนนสายนี้ทุกอย่างกลายเป็ดินดำที่ไม่มีแม้แต่หญ้าเกิดขึ้น ดูเป็สถานที่รกร้างที่ไร้ชีวิต
ขณะนั้นเองดวงอาทิตย์ก็ได้สาดแสงสีทองส่องไปยังชิงฉางที่ยืนอยู่บนกำแพงเมือง เขามองไปยังดวงตะวันที่ขึ้นมา และรู้สึกภูมิใจ พร้อมกับหัวเราะออกมา ก่อนจะพูดว่า“ปราสาทนี้เป็ของข้า จุดเริ่มต้นของฉันเกิดขึ้นที่นี่เหมือนดวงตะวันกำลังจะขึ้นต่อไปนี้ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็นก็ใต้ฟ้าเดียวกันข้าจะเป็ดวงอาทิตย์ที่สาดส่องดินแดนแห่งนี้”
ชิงฉางไม่รู้ว่าฟาง และคนอื่น ๆ ตื่นขึ้นมาแล้วซึ่งพวกเขาก็ยืนอยู่ที่ด้านล่างกำแพงกำลังมองดูชิงฉางยืนอยู่บนกำแพงอย่างเงียบ ๆ แสงสีทองที่สาดส่องมานั้นทำให้ชิงฉางเหมือนกับพระเ้ามาจุติซึ่งมันก่อเกิดความหวังในแววตาของพวกเขา
จบตอนแล้วนะครับผม ฝากติดตามพวกเราได้ที่เพจ Mysteryboxด้วยนะครับ
มหาจอมเวทย์กับฟาร์มลึกลับลงสอง่เวลา 10:30น. และ 14:00น. นะครับ